NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – บทที่891 ไท่ซางที่หวาดกลัว

บทที่891 ไท่ซางที่หวาดกลัว

“ไปเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับ”หลิวฮุยเดินเข้ามาพูดกับหลี่ฝาง

หลี่ฝางพยักหน้า หลังจากบอกลาลู่เฉิง ก็ตามหลิวฮุยขึ้นรถไป

“ราฟาเอลล่ะ?”

“ผมไปส่งเขากลับก่อน มีบางเรื่องไม่สะดวกที่จะให้เขาได้ยิน”

หลี่ฝางพยักหน้า เขาเตรียมไว้ในใจแล้ว สำหรับเรื่องที่หลิวฮุยจะพูด

“ผมจะพูดอะไรกับคุณ เมื่อคืนผู้อาวุโสน่าจะพูดกับคุณไปบ้างแล้วสินะ”หลิวฮุยถามออกไป

หลี่ฝางส่ายหน้า:“เปล่า เมื่อคืนผู้อาวุโสแค่บอกผมว่ามีบางเรื่องต้องให้ผมออกแรง เรื่องอื่นๆก็ไม่ได้บอกอะไรผม เวลาส่วนมากล้วนแต่คุยกับผมเรื่องครอบครัว”

หลี่ฝางพูดไปตรงๆ หลิวฮุยกลับมองหลี่ฝางอย่างตกใจมากขึ้น

เวลาของผู้อาวุโสมีค่ามากแค่ไหน หลายๆคนคิดไม่ถึงหรอก ส่วนหลี่ฝางดันมีค่าพอให้ผู้อาวุโสใช้เวลาคุยเรื่องครอบครัว นี่มันทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคุยกับหลี่ฝางเรื่องหน้าที่

ดูเหมือนความสัมพันธ์ของหลี่ฝางกับผู้อาวุโสดีกว่าที่จินตนาการไว้เยอะ หลิวฮุยแอบคิดในใจ

ท่ามกลางความไม่รู้ตัว ท่าทีของเขาก็ดีมากขึ้น

หลิวฮุยเสียงทุ้มเบา ค่อยๆขยับ:“ทางตระกูลชิวแห่งหนานเจียง ช่วงนี้จัดงานที่เรียกว่าศึกชิงจ้าวยุทธภพ เชิญนักรบมาเข้าร่วมไม่น้อย ด้านบนกังวลว่าจะเกิดเรื่อง เลยอยากให้คุณไปดูหน่อย”

“อ๋า?ให้ผมไป?ในองค์กรของพวกคุณไม่มีใครแล้วเหรอ?”หลี่ฝางประหลาดใจหน่อยๆ

คนที่อยู่ภายใต้เงื้อมมือของหลิวฮุย มีเยอะจนไม่กล้าพูด แต่ต้องมีถึงหลายร้อยแน่ ความแข็งแกร่งในนี้จะต้องมีไม่น้อยแน่นอน

อีกอย่างเรื่องอย่างศึกชิงจ้าวยุทธภพนี้ ทุกปีจะมีคนสร้างชื่อเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอยู่แล้ว

ตอนนี้จู่ๆหลิวฮุยจะให้เขาไป เมื่อคืนผู้อาวุโสไม่ได้บอกเขาว่าเรื่องอะไร หลิวฮุยเด็กคนนี้คงไม่หาเหตุผลในการใช้กำลังของผู้มีอำนาจ มาหลอกเขาหรอกนะ?

หลิวฮุยเห็นหลี่ฝางไม่ค่อยเห็นด้วย ก็รู้สึกไม่มีทางเลือกทันที

เขาวนเวียนตามหาหลี่ฝางเจอ แต่ผู้อาวุโสมอบหมายหน้าที่นี้เอง และยังไม่พูดเรื่องอื่นกับเขาอีก

และไม่รู้ว่าทำไมเมื่อคืนผู้อาวุโสไม่พูดกับหลี่ฝาง แต่ดันให้วันนี้เขาพูดพยายามอธิบายกับหลี่ฝาง

คิดไปสักพัก หลิวฮุยจึงพูดอธิบาย:“คนของพวกเราถูกส่งไปอยู่กับตระกูลพวกนั้นจนคุ้นหน้าไปตั้งนานหมดแล้ว ส่งไปอีกจะต้องจำได้แน่ อีกอย่างก็แน่ว่าในพวกเราอาจจะมีกลุ่มสายลับ ดังนั้นงานที่สำคัญนี้จึงได้แต่มอบให้คุณที่เป็นคนนอก และอำนาจก็แข็งแกร่งอีกด้วย”

หลี่ฝางพูดอย่างหมดคำพูดหน่อยๆ:“ทำไมทำให้ซับซ้อนขนาดนี้ แสดงอยู่เหรอ?”

“ก็ประมาณนั้นแหละ”หลิวฮุยหัวเราะอย่างขมขื่น:“คุณเข้ามาในแวดวงนี้ยังไม่นาน ไม่รู้สถานการณ์อย่างละเอียดนั้นเป็นเรื่องปกติ”

“เพราะว่าพวกฝึกยุทธชอบก่อเรื่อง หลายปีก่อนสร้างปัญหาไม่น้อย ดังนั้นด้านบนเลยก่อตั้งแผนกต้าเซี่ยหลงเช่วที่ดูแลด้านนี้เฉพาะเป็นพิเศษ ดำเนินการปราบปรามและควบคุมต่อนักรบชาวบ้านทั่วไป

การปราบปรามขนาดใหญ่แบบนี้ ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว แต่ก็ได้ทิ้งความไม่พอใจไว้”

“หลายปีก่อน นิกายต่างถูกต้าเซี่ยหลงเช่วกดขี่ไว้ แต่สองปีนี้นิกายค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจริงๆ และไม่พอใจต่อการปราบปรามของต้าเซี่ยหลงเช่ว ทำให้เกิดการขัดแข้งมากขึ้นเรื่อยๆ”

หลิวฮุยพูดจบ หลี่ฝางกลับพูดอย่างแปลกใจ:“ไม่ใช่ว่าพวกคุณปราบปรามแล้วเหรอ ทำไมยังให้นิกายพัฒนาขึ้นมาล่ะ?”

“การปราบปรามของพวกเราได้แต่ลดกลุ่มคนที่จะเข้ามาในนิกายใหม่ได้ ให้แต่ละนิกายค่อยๆเสียเลือดไป แต่เดิมทีนิกายก็มีพวกยอดฝีมือแล้วแต่กลับทำอะไรไม่ได้”

“ส่วนยอดฝีมือพวกนั้นก็กลายเป็นเป้าหมายการฝึกอบรมที่สำคัญของนิกาย ทรัพยากรแต่ละแห่งต่างสนับสนุนพวกเขา ดังนั้นคนพวกนั้นเลยก้าวหน้าไวมากและเพราะว่าการเติบโตของความแข็งแกร่ง จึงเกิดการแสวงหาผลประโยชน์มากขึ้น ช่วงสิบกว่าปีนี้ อย่างน้อยก็มีเจ็ดกำลังภายในที่กำเนิดขึ้นมา เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกเราก็อยู่ด้อยกว่าหน่อยๆ”

ได้ยินตรงนี้ หลี่ฝางจึงถาม:“ข้อมูลตัวเลขของคุณนี้ ทั้งประเทศเหรอ?”

หลิวฮุยพยักหน้า พูดว่า:“จะต้องมียอดฝีมือปรมาจารย์ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ไม่มีทางที่ยอดฝีมือทุกคนที่ทะลุผ่านแล้วพวกเราจะรู้ข่าวคราวหมดได้ แต่ถึงมี ก็คงไม่เยอะเท่าไหร่”

หลี่ฝางได้ยินคำนี้กลับภูมิใจขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว เจ็ดคน ตระกูลของพวกเราก็ได้เปรียบอย่างน้อยสามคน เมื่อคิดแบบนี้แล้ว ตระกูลหลี่ของพวกเขาก็แข็งแกร่งเพียงพอจริงๆ

“ดังนั้นตอนนี้หลังจากแต่ละนิกายความแข็งแกร่งมากขึ้น ก็จะมีความต้องการสูงขึ้น ความหมายของด้านบนก็คือเรื่องแบบนี้รักษาให้เสถียรภาพไว้จะดีที่สุด……”

หลี่ฝางพยักหน้า จู่ๆก็ขมวดคิ้วพูดว่า:“ไม่สิ ศึกชิงจ้าวยุทธภพครั้งนี้จะต้องมีอะไรปิดบังแน่ๆ ไม่อย่างนั้น คุณไปหาใครก็ได้ไปตรวจสอบดูก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาหาผมล่ะ?”

ตอนนี้ทางด้านพ่อตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ตัวเองก็เพิ่งกลับมาอีก และอีกเดี๋ยวก็จะให้เขาไปอีก หลี่ฝางจะต้องไม่ยอมแน่

หลิวฮุยถอนหายใจพูดว่า:“ไม่ได้สิ!มีแค่นักรบที่ความแข็งแกร่งไปถึงพลังภายนอกขั้นปลายขึ้นไปถึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะไปเข้าร่วมศึกชิงจ้าวยุทธภพครั้งนี้ มีความแข็งแกร่งอย่างนี้ มากน้อยแค่ไหนก็มีชื่อเสียงทั้งนั้น และก็ง่ายที่จะสืบออกมาได้”

“ที่สำคัญก็คือ ศึกชิงจ้าวยุทธภพครั้งนี้เกรงว่าตระกูลชิวจะวางแผนมุ่งร้ายไม่น้อย พลังภายนอกขั้นปลายคนหนึ่ง ก็เอาสนามไม่อยู่”

“เดี๋ยวก่อน พลังภายนอกขั้นกลางอะไรนั่นเกิดอะไรขึ้นอีก?”หลี่ฝางโดนหลิวฮุยพูดจนสับสนหน่อยๆ

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท