ภายในห้อง หลี่บู้ฮุยราวกับยอมรับชะตากรรมที่รอเธออยู่ที่คฤหาสน์แล้ว
“อ่อใช่ ตระกูลเจิ้งน่าจะไม่กล้าทำอะไรเธอหรอกในตอนที่ใกล้สอบ แต่ว่าเราไม่ควรประมาทเกินไป ฉันคิดว่าฉันน่าจะไปกับเธอนะ หากฉันไปด้วยตระกูลเจิ้งน่าจะไม่กล้าทำอะไร” ถังหลี่กล่าวแนะนำ
“ขอบคุณค่ะอาจารย์ถัง” หลี่บู่ฮุยกล่าวพร้อมกับขอบคุณก่อนจะถอยหลังออกมา
หลังจากนั้นถังหลี่ก็ลุกขึ้นแล้วออกไปพร้อมกับหลี่บู่ฮุยและคนของเธอ
‘คนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ฉีของพวกเขาแข็งแกร่งมาก เป็นไปได้ไหมว่าสมาชิกในตระกูลหลี่มีพื้นฐานที่มั่นคงกันทุกคน ?’ ถังหลี่คิดกับตัวเองในขณะสังเกตหลี่ปิงและคนของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งที่เล็ดลอดออกมาจากตัวพวกเขา
หากว่ากันตามความตริง ตระกูลธรรมดาอย่างตระกูลหลี่ไม่น่าจะสามารถเลี้ยงดูผู้ฝึกตนที่ทรงพลังแบบนี้ได้ แม้แต่ตระกูลเจิ้งที่มีประวัติมาอย่างยาวนานก็เลี้ยงดูผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งได้ไม่ถึงร้อยคนเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เจิ้งจี้และเจิ้งหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลี่พร้อมกับนักสู้ชั้นสูงของพวกเขา
บนดวงดาวเทียนมู่ มันมีกฎต้องห้ามอยู่ก็คือผู้มีพลังเหนือระดับหมื่นปีห้ามต่อสู้กันเด็ดขาด เนื่องจากพลังทำลายล้างมันมากเกินกว่าจะควบคุมได้ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้มีพลังระดับราชาพันปีนั้นกลับได้รับอนุญาตให้ต่อสู้กับผู้มีพลังระดับร้อยปีได้หากมีความบาดหมางจนไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ้งการต่อสู้นั้นห้ามมีผู้บริสุทธิ์ใด ๆ ได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นคนที่ก่อเรื่องจะถูกตามล่าและสังหารทันที !
เมื่อเห็นคนของตระกูลเจิ้งกำลังเดินมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่ คนรับใช้ของตระกูลหลี่ที่อยู่รอบ ๆ ก็รีบวิ่งออกจากจุดนั้นทันที
คนรับใช้เหล่านี้ทำงานรับใช้ตระกูลหลี่เพื่อค่าจ้างเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกผูกพันกับตระกูลหลี่ ดังนั้นชีวิตของพวกเขาจึงมีความสำคัญกว่าอีกฝ่ายมาก
“นายน้อย คนรับใช้ของตระกูลส่วนใหญ่หนีไปแล้วขอรับ มีเพียงเด็กที่พวกเรารับเลี้ยงมาเท่านั้นที่ยังคงอยู่” ชายชราชุดดำรายงานต่อหลี่เหลียง แม้ว่าเขาจะดูแก่ชาย แต่ฮัวก็ยังคงยืนตัวตรงได้สบาย
“พ่อบ้านฮัว ท่านพ่ออยู่ไหน ?” หลี่เหลี่ยงถามพร้อมกับกุมขมับ
“ท่านหัวหน้าตระกูลยังคงฝึกอยู่ที่สวนขอรับ” เขาตอบกลับ
“เฮ้อ หวังว่าท่านพ่อจะแก้ปัญหานี้ได้”
หลี่เหลี่ยงถอนหายใจ และรู้สึกว่าอาศัยเพียงหลี่ปู้และคนของเขาเพียงลำพังมันไม่น่าเพียงพอที่จะเอาชนะตระกูลเจิ้งได้
“อ่อใช่ อีกนานแค่ไหนกว่าคนของตระกูลเจิ้งจะมาถึงที่นี่ ?” หลี่ไป๋อยู่ถามด้วยเสียงจริงจัง
“นายน้อยรอง ไม่เกิน 20 นาทีพวกเขาจะมาถึง”
ฮัวถอนหายใจพร้อมกับคิดในใจลึก ๆ ถึงแม้เขาจะแก่ชราแต่เขายังไม่ต้องการที่จะตาย
“พี่ใหญ่ พี่รอง ในช่วงเวลาที่วิกฤติแบบนี้ เราควรจะปกป้องเมล็ดไฟของเราเอาไว้ พวกเราควรส่งฉิหลินออกไปก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าอย่างน้อยเราจะรักษาสายเลือดของตระกูลไว้ได้” หลี่ฮุยกล่าวแนะนำหลี่ไป๋ยู่และหลี่เหลี่ยง
“ข้าเห็นด้วย พี่ใหญ่ ลูกชายของข้ายังอยู่ในนิกายนภาเปลวเพลิง พวกเราควรส่งฉิหลินออกไปที่นั่นเพื่อให้แน่ใจว่าตระกูลของเราจะไม่ล่มสลาย” หลี่ไป๋ยู่เห็นด้วย
เนื่องจากนิกายนภาเปลวเพลิงนั้นอยู่ห่างออกไปไกล ดังนั้นมันจึงไม่เหตุผลพอสมควรที่ตระกูลเจิ้งจะต้องยื่นมือออกไปยังที่นั้น ยิ่งกว่านั้นพวกเขาจะระมัดระวังแทน
“ข้าจะไปเตรียมการเอาไว้ คงไม่มีปัญหาอีกแล้วเพราะพวกนักสืบที่ถูกส่งมาพวกมันไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว”
หลี่เหลี่ยงสั่งคนที่เขาเชื่อถือได้ออกไป จากนั้นหัวของเขาก็กลับมานั่งคิดพร้อมกับความกังวลที่วนเวียนในหัว
“น้องสาม เจ้ายังเติบโตได้อีก เจ้าก็ควรจะจากไปเช่นกัน” หลี่ไป๋ยู่พูดกับหลี่ฮวง เขายังเด็กเกินไป มันจึงไม่แปลกที่หลี่เหลี่ยงและหลี่ไป๋ยู่จะกังวลเกี่ยวกับตัวเขา
นับตั้งแต่ที่เขาถูกเป่ยเฟิงเตือนเขา เขาก็แตกต่างจากเมื่อก่อนราวกับเขารู้แจ้ง
“พี่ใหญ่ ตราบใดที่สายเลือดของเรายังไม่จบลงแค่นี้ ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ท้ายที่สุดแล้วข้าคือคนที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากสร้างปัญหาให้กับทุกคนในหลายปีที่ผ่านมา” หลี่ฮวงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง
หลี่ไป๋ยู่มองหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว “ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นไปไหน ?”
“ซู่เหม่ยออกไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นหวังแต่จะใช้ประโยชน์จากตระกูลของเรา ถึงแม้เธอจะเป็นภรรยาของข้าแต่ข้าก็ไม่ได้หยุดเธอ หากเธอต้องการจะไปข้าก็จะปล่อยเธอไป ข้าไม่ต้องการคนที่จะกลายเป็นภาระ” หลี่ฮวงกล่าวโดยไม่รู้ว่าเขาควรจะร้องไห้หรือเสียใจดี
ทุกคนนิ่งเงียบราวกับไม่รู้จะพูดอะไร บรรยากาศรอบ ๆ ในตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งสงครามที่ราวกับพร้อมปะทุ
“ท่านพ่อ !”
“คารวะท่านหัวหน้าตระกูล !”
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ในขณะที่สมาชิกตระกูลหลี่กำลังเต็มไปด้วยความกังวล ทันใดนั้นเป่ยเฟิงก็เดินเข้าประตูมา แม้ว่าเป่ยเฟิงจะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่นัก แต่สำหรับตระกูลหลี่แล้วเขาราวกับท้องฟ้าและภูเขาที่คอยสนับสนุนตระกูลมาเสมอ
“ไปกันเถอะ ตามข้าออกไปดูหน้าคนของตระกูลเจิ้ง ข้าอยากจะเห็นว่าพวกมันเป็นพวกสามหัวหกมือหรือเปล่า”
เมื่อเห็นคนกว่ายี่สิบคนที่ยืนอยู่ในสวน เป่ยเฟิงก็รู้สึกผิดหวัง แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไรซักคำ มันคือความจริงที่ว่าพวกเขากำลังจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ดังนั้นเขาจึงอนุญาตให้ใครที่ต้องการหนีก็หนีไปได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจากจำนวนคนมากกว่า 300 คนจะเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น
ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่คนรับใช้จำนวนมากก็หายไป แม้แต่คนที่ตระกูลหลี่เลี้ยงดูมาบางคนก็ด้วย สิ่งนี้มันทำลายหัวใจของฮัวอย่างมาก เพราะพวกเขาคือคนที่เขาเลี้่ยงดูมาเองกับมือ
ในทางกลับกัน เป่ยเฟิงคิดว่ามันก็ดีไม่น้อยที่พวกเขาจากไป ตั้งแต่นี้ต่อไปเป่ยเฟิงจะได้เลือกสนับสนุนมอบทรัพยากรจำนวนมากให้กับคนที่ยังอยู่
จากคนที่เหลือ 20 คน มีเพียง 9 คนที่สามารถต่อสู้ได้ แต่พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์มากนัก พวกเขามีพลังเพียงขั้นสามของร้อยปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เป่ยเฟิงไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะเป็นยังไงเพราะพวกเขาเลือกที่จะอยู่ นั้นหมายความว่าพวกเขามีค่าพอที่จะให้เขามอบทรัพยากรให้ ด้วยทรัพยากรอันมากมายของเขา เขาสามารถชุบเลี้ยงพวกเขาให้กลายเป็นผู้มีพลังระดับราชาพันปีได้อย่างง่ายดาย !
ในไม่ช้ากลุ่มคน 18 คนและสัตว์อสูรอีก 3 ตัวก็เดินไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่ นอกเหนือจากเป่ยเฟิงแล้ว หลี่เหลี่ยงและคนอื่น ๆ นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มันราวกับพวกเขาพร้อมที่จะตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย !
“สมาชิกตระกูลหลี่ ออกมารับโทษของพวกแกซะ !”
เสียงที่น่ากลัวดังออกมาจากด้านนอกประตูคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ตามมาด้วยเสียงทุบกระแทก ในไม่ช้าประตูก็ระเบิดและถูกทำลายเป็นชิ้น ๆ ราวกับถูกระเบิดลง
กลุ่มคน 50 คนลอยอยู่กลางอากาสเสมือนเทพเจ้า พวกเขามองลงไปราวกับมองพวกไพร่ สายตาของพวกเขามองคนของตระกูลหลี่ราวกับมดที่ไร้ความสามารถ
“เอ๊ะ ? พวกเขาพาพวกนักสู้มาที่นี่ นั่นหมายความว่ามันจะต้องมีความบาดหมางบางอย่างจนแก้ไม่ได้แน่ ๆ !”
ผู้คนเริ่มมุ่งดูเรื่องสนุก
ชายวัยกลางคน คนหนึ่งเดินออกมาพูดกับคนที่มองดูอยู่รอบ ๆ “เฮ้ พวกเจ้าคงเป็นคนต่างเมืองใช่หรือไม่ ? ดูไว้ซะ นี้คือตระกูลระดับแนวหน้าของเมืองซานชวนของเรา รอดูพวกที่มาหาเรื่องพวกเขาต้องตายได้เลย !”
ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจและพูดขึ้น “ตระกูลหลี่กล้าปฎิเสธขนมปังปิ้งเพียงเพื่อดื่มความคิดผิด ๆ นายน้อยของตระกูลเจิ้งนั้นเพียงแค่ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงของตระกูลหลี่เท่านั้น แต่พวกเขาก็ปฎิเสธมันไป ตอนนี้ถึงเวลาที่ตระกูลหลี่ต้องรับโทษแล้ว”
“ตาแก่ ในเมื่อแกยกย่องตระกูลเจิ้งมากขนาดนี้ ทำไมแกไม่ให้หลานสาวของแกแต่งกับตระกูลของพวกเขาเลยล่ะ ?” เด็กหนุ่มคนหนึ่งทนไม่ไหวจึงตะโกนใส่ชายชรา
ใบหน้าของชายชราเปลี่ยนไปมาระหว่างสีเขียวและสีขาว จากนั้นเขาก็หันไปมองและเห็นเด็กหนุ่มเดินหายไปแล้ว
เพียงแค่พูดนั้นมันง่าย แต่หากมันเกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง
“สมาชิกของตระกูลเจิ้งมารับโทษแล้ว” เป่ยเฟิงพูดเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จากนั้นก็ก้าวออกมาจากประตูพร้อมกับคนอื่น ๆ
เจิ้งจี้และเจิ้งหลี่ ลงมาจากท้องฟ้าโดยรายล้อมไปด้วยผู้ฝึกตนชั้นยอด หนึ่งในนั้นก้าวออกไปถามเป่ยเฟิงทันที “แกเป็นใคร ?”
“ฮ่าฮ่า หมาที่กัดมักไม่เห่า ที่แกรีบออกมานี้เพราะแกรอไม่ไหวที่จะตายแล้วงั้นหรอ ?” หลี่ปู้ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากทำลายคอขวดมายังระดับราชาพันปี หลี่ปู้ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวคนที่มีพลังเพียงร้อยปีอีกต่อไปถึงแม้พวกเขาจะมามากแค่ไหนก็ตาม เพียงแค่การปะทุฉีที่ทรงพลังของ ผู้ฝึกตนชั้นยอดที่แข็งแกร่งของตระกูลเจิ้งบางคนถึงกับสั่นเทาด้วยความตกใจและหวาดกลัว
“หึ ? แกอยากสู้งั้นหรอ ? ข้าให้โอกาสแก ! เด็ก ๆ ฆ่าพวกมันทุกคน !” เจิ้งจี้ตะโกนสั่งพร้อมกับหันไปมองสมาชิกตระกูลหลี่
แม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจกับความสามารถของหลี่ปู้ แต่เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เนื่องจากไม่เคยมีตระกูลใดกล้าหาเรื่องตระกูลเจิ้งมาก่อน
“หยุด !” เสียงตวาดดังมาจากระยะไกล
มันกลับกลายเป็นหลี่บู่ฮุยและคนของเธอ
เจิ้งหลี่ก้าวออกมาพยืนต่อหน้าผู้คุ้มกันชั้นยอดของเขาก่อนจะพูดขึ้น “บู่ฮุย เธอคิดว่าไง ? หากเธอทำตามที่ฉันบอกแล้วกลายมาเป็นผู้หญิงของฉัน ไม่เพียงแต่ฉันจะละเว้นชีวิตคนในตระกูลของเธอเท่านั้น แต่ฉันยังมอบทรัพยากรมากมายให้พวกเขาอีกด้วย”
ถังหลี่ทนไม่ไหวจึงตะโกนออกมา “นี้คือสิ่งที่ตระกูลเจิ้งสมควรทำงั้นหรอ ! พวกนายไม่รู้หรือยังไงว่านี้มันเป็นช่วงเวลาเตรียมตัวสอบ ?”
เจิ้งหลี่เย้ยหยันและตอบกลับ “มิสถังต้องล้อเล่นแน่ ๆ เมื่อคืนตระกูลหลี่สังหารคนของเราไปมากกว่าสิบคน ดังนั้นเราจึงมาที่นี่เพื่อตามหาความยุติธรรมเท่านั้น สำหรับบู่ฮุย พวกเราจะไม่แตะต้องเธอจนกว่าการสอบจะจบลง แต่เราจะคิดบัญชีกับตระกูลของเธอในตอนนี้’
“นาย !” ถังหลี่ชี้ไปปที่เจิ้งหลี่ด้วยความโกรธ แต่เธอไม่สามารถหาคำพูดที่เหมาะสมออกมาได้
ในขณะเดียวกัน มีกลุ่มคนห้าคนยืนมองจากระยะไกล พวกเขาคือกลุ่มของฮันโต้ว !
“นายน้อย ผู้หญิงคนนั้นสำคัญกับคุณมาก ทำไมพวกเราไม่จับเธอมาด้วยกำลังเลยล่ะ ? ทำไมเราต้องมาพัวพันกับปัญหาพวกนี้ดวย ?” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามพร้อมกับเกาหัว
“เป้าหมายครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินไป พวกเราต้องปลอดภัยไว้ก่อน หากมีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่ตระกูลของเราก็ช่วยฉันไม่ได้ ตอนนี้รอไปก่อน มันใกล้ถึงเวลาที่ฉันจะได้ฉายแสงแล้ว !” ฮันโต้วกล่าวพร้อมกับสายตาที่มองไปทางเดียว