“ตู้ม !”
เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลหลี่ มันทำให้คนของตระกูลหลี่หลายคนรีบวิ่งมาทันที
‘เกิดอะไรขึ้น ? มีอะไรกัน ? ใครมันกล้าสร้างปัญหาให้กับตระกูลหลี่ของเรา !’ สมาชิกตระกูลหลี่คิดกับตัวเองในขณะที่รีบวิ่งไปยังจุดระเบิด
แน่นอนว่าคนที่เป็นผู้ฝึกตนนั้นได้ยินกันทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่านี่คือเสียงที่เกิดจาการโจมตี
“ไอ้หน้าโง่เอ้ย”
ผู้ที่ลงมือคิดว่าถึงแม้เขาจะสั่งสอนตระกูลหลี่ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็สั่งสอนบทเรียนเจ้ากระต่ายตัวนี้แทนได้
หลังจากเห็นลูกน้องของเขาลงมือไปแล้ว กู่ซานเฉิงก็รู้สึกโล่งใจ เขาได้แต่ตำหนิตัวเองที่ขึ้ขลาดเกินไป ทำไมเขาถึงคิดไปได้ว่าเจ้ากระต่ายตัวนั้นอาจเป็นสัตว์อสูรระดับราชาไปได้
‘ดูเหมือนข้าจะหวาดระแวงมากเกินไป มันก็เป็นแค่กระต่าย ถ้ามันแข็งแกร่จริง ๆ ก่อนที่มันจะถูกโจมตีมันต้องตอบสนองไปแล้ว ดูเหมือนมันจะเป็นแค่กระต่ายธรรมดาจริง ๆ’
กู่ซานเฉิงยืนนิ่งพร้อมกับคิดบางอย่างในใจเขา การจัดการกระต่ายเพียงตัวเดียวไม่มีทางทำให้ตระกูลหลี่ขุ่นเคืองแน่นอน
ในทางกลับกันกู่ซานเฉิงรู้สึกได้ถึงบางอย่าง มันราวกับสัญชาตญาณของเขาต้องการจะหนีไป
กู่ซานเฉิงจ้องมองไปยังจุดที่ฝุ่นค่อย ๆ จางลง ในไม่ช้าเขาก็ตะโกนด้วยความตกใจ “เป็นไปได้ยังไงกัน !”
‘นี้มัน …’
ปากของกู่ซานเฉิงบิดเบี้ยวเมื่อเห็นเงาปรากฎหลังจากฝุ่นจางลง
ในไม่ช้าฝุ่นก็หายไปและเผยให้เห็นร่างที่ยืนอยู่ในปล่องภูเขาไฟที่ลึกกว่า 2 เมตรโดยมีหัวของมันโผล่ออกมาจากดิน มันดูไม่ได้รับอันตรายใด ๆ แม้แต่น้อย
“ตายซะ !”
คนที่ลงมือก่อนหน้านี้รู้สึกอึดอัด การโจมตีเมื่อครู่มันสามารถฆ่าผู้มีพลังระดับสามของร้อยปีได้อย่างสบาย ๆ เขาเปลี่ยนความอึดอัดให้กลายเป็นความโกรธ จากนั้นก็รวบรวมพลังฉีไปที่ฝ่ามือก่อนจะทุบไปที่เจ้ากระต่าย
“หยุด !” หลี่ปู้ปรากฎตัวจากระยะไกลและหยุดคน ๆ นั้นด้วยหอกยาวพุ่งไปทางหัวของเขา !
“นายพลหลี่มันจะมากไปแล้ว มันเป็นเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้เองที่มาขวางทางข้า” กู่ซานเฉิงหยุดหอกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับไกล่เกลี้ยหลี่ปู้
ในความเป็นจริงแล้วกู่ซานเฉิงไม่ได้สงบเหมือนที่เขาแสดงออก ลึกในใจแล้วเขารู้สึกประหลาดใจกับทักษะของหลี่ปู้มาก หลี่ปู้เต็มไปด้วยเลือดฉีมหาศาล หากไม่ใช่เพราะพลังของเขาสูงกว่าอีกฝ่ายมันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะถูกทำให้ถอย
ความคิดนี้มันทำให้กู่ซานเฉิงรู้สึกหงุดหงิดและอิจฉามาก ทำไมคนที่ได้ของขวัญแบบนี้ไม่สมควรเป็นเขา !
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของกู่ซานเฉิงยังไม่ได้แสดงอาการใด ๆ เขายังคงแสดงท่าทางราวกับเป็นมิตรกับอีกฝ่าย
เมื่อเห็นว่าเขาถูกขัดขวาง หลี่ปู้ก็ได้แต่ถอนหายใจ
“เฮ้อ ท่านเจ้าเมือง ข้าคิดว่าเราคงไม่จำเป็นต้องให้ท่านขายธุรกิจของตระกูลเจิ้งให้อีกต่อไปแล้วเพราะจากนี้ไปท่านคงไม่มีทางได้ขายมัน” หลี่ปู้กล่าวกับกู่ซานเฉิงด้วยความเห็นใจ พวกเขาอยากตายมากหรือยังไงกัน ไปหาเรื่องใครไม่ว่าแต่เป็นเจ้ากระต่ายที่คนรอบข้างต่างเกรงกลัวเนี่ยนะ ?
หลี่ปู้ไม่มีความตั้งใจที่จะสู้กับท่านเจ้าเมือง เขาต้องการแค่ขัดขวางการโจมตีของลูกน้องอีกฝ่ายเท่านั้น เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะโง่มากและดูเหมือนจะอยากตายมากเช่นกัน
“โอ้ ? นายพลหลี่หมายความว่ายังไงกัน !”
กู่ซานเฉิงคิดว่าการที่เขาขัดขวางการโจมตีของหลี่ปู้ได้นั้นจะทำให้ความภาคภูมิใจของเขาลดน้อยลงและตระหนักได้ว่าใครมีพลังมากที่สุดในเมืองนี้ แต่ใครจะไปคิดกันว่าหลี่ปู้จะพูดแบบนั้นออกมา …
ในขณะเดียวกัน ในเมื่อไม่ได้อยากจะสู้กับอีกฝ่าย หลี่ปู้จึงไม่ต้องการเสียเวลาพูดคุยกับคนที่อยากจะตายอีกต่อไป เขามองกู่ซานเฉิงและพูดขึ้น “ข้าขอพูดด้วยความจริงใจกับท่านเลยนะท่านเจ้าเมือง วันนี้ท่านไม่มีทางเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลี่ของเราได้แล้วล่ะ”
“แกร๊ก !”
ในขณะที่กู่ซานเฉิงกำลังจะพูด ทันใดนั้นเสียงที่ดูคุ้นเคยเหมือนกับเสียงที่เกิดในตอนที่ตระกูลเจิ้งสังหารพ่อของเขาก็ดังขึ้น แม้ว่ามันจะฟังดูน่าพึงพอใจแต่สำหรับเขาแล้วเขาเกลียดมันมาก
ใครทางทฤษฎีแล้วเจ้ากระต่ายสมควรจะตายได้แล้วหลังจากถูกการโจมตีจากลูกน้องของเขาไป เมื่อได้ยินเสียงมาจากปล่องภูเขาไฟ แม้ว่าเขาจะไม่พอใจแต่เขาก็ทำได้เพียงหันหลังกลับไปมองเท่านั้น
“บัดซบ !”
“เป็นไปได้ยังไงกัน !”
ไม่เพียงแค่กู่ซานเฉิง แม้แต่คนของเขาก็ตกตะลึง
พวกเขาเห็นอะไร เจ้ากระต่ายหน้าโง่นั้นเพียงแค่แกว่งอุ้งเท้าของมันไม่กี่ครั้งมันก็สามารถจับคนของเขาได้อยู่หมัดแล้ว
คนของเขาพยายามดิ้นรนออกจากอุ้งมือของมัน แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถดิ้นหลุดได้ อุ้งมือของเจ้ากระต่ายค่อย ๆ บีบอย่างช้า ๆ จนในที่สุดร่างกายของผู้มีพลังระดับครึ่งก้าวราชาพันปีก็ระเบิดสลายหายกลายเป็นละอองเลือดในอากาศ
สายตาจำนวนมากหันมาจ้องมองเจ้ากระต่ายที่ดูไม่น่าอันตราย ใครจะไปคิดกันว่ามันจะสังหารผู้มีพลังระดับครึ่งก้าวราชาพันปีได้อย่างง่ายดาย
“กี้ !”
เจ้ากระต่ายกรีดร้องออกมา แม้ว่ามันจะเป็นเสียงต่ำแต่มันก็ดังก้องจนทำให้คนที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลี่รู้สึกสั่นกลัว
“โอ้ ? ไอ้หน้าโง่ที่ไหนมันไปหาเรื่องเจ้ากู่ฉีกัน หาเรื่องไม่พอยังไปทำให้มันโกรธอีก”
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของกู่ฉี เป่ยเฟิงรู้สึกได้ถึงความโกรธของมันจากการเชื่อมต่อกระแสจิตของพวกเขา ความโกรธของมันราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุ เป่ยเฟิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถอยู่ในห้องได้อีกต่อไป
“โฮก ?”
“โฮก !”
ฮานกุยและเจ้าตัวนิ่มเองก็ได้ยินเสียงคำรามของกู่ฉี ฮานกุยในตอนแรกไม่ได้ตอบสนองใด ๆ แต่ในไม่ช้ามันก็หันไปมองหน้าเจ้าตัวนิ่ม
เจ้าตัวนิ่มคร่ำครวญไปมา มันสงสัยมากว่าเจ้าหน้าโง่คนไหนไปทำให้เจ้ากระต่ายบ้านั่นโกรธกัน
สัตว์อสูรทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองทิศที่มีเสียงคำราม ดูเหมือนตรงนั้นจะเป็นจุดที่มีเสียงต่อสู้เมื่อครู่ ทำไมพวกเขาถึงไปสู้กับใกล้ ๆ กับที่เจ้ากระต่ายนั้นอยู่ด้วย ? หรือว่าการเข้าใกล้อันตรายมันมีอะไรดีกัน ?
ราชาสัตว์อสูร !
หัวใจของกู่ซานเฉิงเต้นกระหน่ำในขณะพยายามแยกแยะสิ่งที่เขาเห็น เขาไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไป มันมีเพียงราชาสัตว์อสูรเท่านั้นที่สามารถฆ่าผู้มีพลังระดับครึ่งก้าวราชาพันปีได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ในขณะเดียวกัน กู่ฉีก็ก้าวเท้าออกไปพร้อมกับปลดปล่องจิตสังหารสีแดงเลือดออกมา
ดวงตาของมันแตกต่างไปจากเมื่อก่อน รูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความโง่เง่าและไร้เดียงสาไม่มีอยู่บนหน้าของมันอีกต่อไป
ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธ มันยากมากสำหรับมันกับการให้อภัยคนที่กล้าโจมตีมันโดยไม่มีเหตุผล !
มันอ้าปากจนเผยให้เห็นฟันแหลมคมของมัน มันดูน่ากลัวอย่างมาก
“ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ ๆ นายพลหลี่ได้โปรดควบคุมมันด้วย !” กู่ซานเฉิงไม่ลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากหลี่ปู้
“ท่านเจ้าเมือง ข้าพยายามจะทำแล้วก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ข้าทำอะไรไม่ได้แล้ว” หลี่ปู้กล่าวด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
“ตระกูลหลี่อยากจะเปิดศึกกับคฤหาสต์เจ้าเมืองงั้นรึ ?” กู่ซานเฉิงรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลทุกก้าวที่เจ้ากระต่ายก้าวเข้ามาใกล้ ก้าวแต่ละก้าวของมันราวกับกำลังกระทืบหัวใจของเขา ดังนั้นเขาจึงรวบรวมเลือดฉีและตะโกนถามหลี่ปู้ด้วยเสียงดังโดยหวังจะให้ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
“หือ ? นั่นมันมาจากทิศทางของตระกูลหลี่ อย่าบอกนะว่าพวกเขากำลังจะทำบางอย่าง ?”
“เสียงก่อนหน้านี้มัน … มันเป็นเสียงของท่านเจ้าเมือง !”
“โอ้พระเจ้า ตระกูลหลี่ทรงพลังเกินไปแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะกำจัดตระกูลเจิ้งไป ตอนนี้พวกเขายังท้าทายเจ้าเมืองอีกงั้นรึ ?”
“ตระกูลหลี่เหิมเกริมเกินไป พวกเขาคิดว่าการมีตัวตนระดับราชาพันปีเพียงคนเดียวก็สามารถเพิกเฉยต่อท่านเจ้าเมืองได้ ท่านเจ้าเมืองแข็งแกร่งไม่ใช่น้อย พวกเขาเสร็จแน่”
“เจ้าพูดถูก ถึงสัตว์อสูรสองตัวนั้นจะแข็งแกร่ง แต่ท่านเจ้าเมืองมีกองทัพ มันไม่มีทางที่สัตว์อสูรพวกนั้นจะเอาชนะได้หรอก”
การพูดคุยเกิดขึ้นหลังจากกู่ซานเฉิงกระต่ายคำพูดของเขา ในไม่ช้าข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วเมือง
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกตื่นเต้นแต่พวกเขาหวังว่าตระกูลหลี่จะถูกกำจัด หากพวกเขาพ่ายแพ้มันก็ไม่มีอะไรให้ห่วงมากนัก แต่หากพวกเขาชนะมันจะกลายเป็นปัญหาทันที
ตระกูลหลี่สังหารคนมามากเกินไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มันมากจนทำให้เมืองซานชวนไม่สงบอีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงกังวลว่ามันจะไม่สงบต่อไปแบบนี้อีกยาวนาน
“ท่านเจ้าเมืองกู่ ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะสำหรับข้าแล้ว ท่านได้ตายไปแล้ว”
ริมฝีปากของหลี่ปู้กระตุกในขณะพยายามกลั้นหัวเราะ เขาเคยเห็นคนที่ข่มขู่แบบนี้มาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยเห็นมีใครรอดไปได้ นอกจากนี้ใครจะไปคิดกันว่าตระกูลหลี่จะมอบของขวัญชิ้นพิเศษด้วยการย้ายไปเมืองเทียนฮวง ? หลี่ปู้สาบานกับตัวเองว่าเขาจะไม่ทำลายรากฐานที่ท่านเจ้าเมืองเป็นคนสร้างมา
ในความคิดของเขานั้น กู่ซานเฉิงก็เหมือนกระต่ายตัวน้อย เขาเป็นเพียงกระต่ายที่ต้องหนีจากการไล่ล่าของหมาป่าที่หวังจะกลืนกินมันไป