SC:บทที่524 การเลือกผู้บังคับบัญชาสูงสุด
นั่งลงไปในห้องเครื่องที่คลับคล้ายคลับคลากับG65 SUV หลินเฉิงก็ลองเล่นกับฟังก์ชั่นต่างๆที่มีมากมาย และเขาก็พบว่า มันสามารถขับเคลื่อนเจ้าเครื่องบินลำนี้ได้ง่ายๆเลย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่า หรือระบบแคปซูลจะพิจารณาว่าเจ้าของอาจจะขับเครื่องบินไม่ได้ เพราะงั้นก็เลยหาเครื่องบินที่ขับง่ายๆมาให้?
คิดถึงความเป็นไปได้หลินเฉิงก็กล่าวชมเชยถึงรายละเอียดส่วนนี้ของระบบทันที นั่นเพราะว่า ถ้ามันเป็นแบบที่เขาคิด เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหาคนอื่นให้มาช่วยสอนเขาถึงวิธีการขับเครื่องบินนี่ เพียงแค่ทักษะการขับรถของเขา เขาก็สามารถขับเครื่องบินได้!
ในโอกาสที่ไม่มีใครอยู่รอบๆนั้นหลินเฉิงก็กดปุ่มสตาร์ทบริเวณด้านบนตรงขาขวาของเขา จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ทำงานจากด้านหน้า!
มองใบพัดเหล็กตรงส่วนหัวเริ่มหมุนเร็วขึ้นหลินเฉิงก็ลองดันเกียร์แรกสุดออกไปตามขั้นตอนการขับรถ จากนั้นก็ค่อยๆเหยียบคันเร่ง และเขาก็พบว่าเครื่องบินนั้นเริ่มที่จะขยับแล้ว!
เขารีบผ่อนคันเร่งในตอนนี้หลินเฉิงรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก หลังจากที่ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆเมื่อครู่ เขาตัดสินได้แล้วว่า เครื่องบินลำนี้สามารถขับได้เหมือนกับขับรถทุกประการ บวกกับความแข็งแกร่งของเขาที่เป็นกำลังสนับสนุนอีกที แม้จะเจออันตรายใดๆบนท้องฟ้า เขาสามารถเก็บเจ้าเครื่องบินนี่ลงไปในแคปซูลได้ทุกเวลา จากนั้นก็ใช้ปีกน้ำแข็งเพื่อเอาตัวรอดในวิกฤตนั้น!
ดูเหมือนว่านี่ก็คงไม่ต้องไปรบกวนผู้อาวุโสเหลียงแล้วสินะ?
หลังจากที่รับรู้ได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะนักบินในการขับเครื่องบินนี่ หลินเฉิงก็เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องจะไปศูนย์บัญชาการอีกครั้ง แต่หลังจากที่เขาคิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะนักบินเพื่อเอามาใช้ขับเครื่องบิน แต่เขาก็ยังต้องไป เพราะก่อนเขาจะออกจากที่นี่ มันจำเป็นต้องไปหาผู้อาวุโสเหลียง เพื่อให้เขา อธิบาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้นำเขต ทำไมเขาถึงไม่ส่งคนไปปราบปรามพวกเผ่ารัตติกาลทำไมถึงปล่อยให้พวกนั้นมารบกวนครอบครัวป้าฉินได้
หลังจากกระโดดลงมาจากห้องนักบินหลินเฉิงก็ม้วนแผนทั้งหมด และพบว่าสวิตช์ที่จะทำให้มันกลับไปเป็นแคปซูลนั้นอยู่ใต้ลูกบิดประตูบนประตูของตัวถัง ซึ่งเพียงกดเบาๆ เครื่องบินหนักๆก็สั่นและกลายเป็นแคปซูลเล็กๆบนมือของเขาอีกครั้ง!
เขาผิวปากอย่างมีความสุขหลังจากที่เก็บแคปซูลนั้นไปหลินเฉิงกลับไปที่จักรยานผู้หญิงสีชมพูอีกครั้งและปั่นมันไปยังศูนย์บัญชาการต่อทันที
หลังจากที่ปั่นผ่านทางหลวงมากว่า10นาทีโดยที่เห็นโครงสร้างของศูนย์บัญชาการอยู่ข้างหน้าจางๆ หลินเฉิงก็เริ่มจะผ่อนความเร็วลง
หลังจากที่ถึงชั้นล่างของศูนย์บัญชาการแล้วเขาควรจะต้องตรงไปห้องที่เขาสามารถเก็บและล็อครถจักรยานไว้ได้
หยุด!
เพียงแค่หลินเฉิงเตรียมจะเดินเข้าไปยังศูนย์บัญชาการทหาร 2 นายที่บรรจุกระสุนจริงไว้ในปืนก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าและหยุดเขาไว้ แม้แต่ปืนยาวที่มือซ้ายของพวกเขาจะอยู่ในสภาวะพร้อมยิง มันมีจุดที่แตกต่างกันมากๆระหว่างพวกเขาอยู่!
เพื่อที่จะ…
มองไปยังทหาร2 นายที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาของหลินเฉิงก็แสดงออกถึงอาการพูดไม่ออก เขาสามารถเห็นได้ว่า หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในศูนย์บัญชาการนี้ มันทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยทหาร หากพวกคนที่มีธุระจำเป็นต้องเข้ามายังศูนย์บัญชาการนี้ล่ะก็มันคงยากกว่าการปีนขึ้นไปบนฟ้าเสียอีก!
เมื่อคิดว่าเขามาที่นี่เพราะมีเรื่องที่ต้องทำไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหา หลินเฉิงก็ถอยกลับไปอย่างง่ายๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้จะมาทำอะไรทั้งนั้น จากนั้นก็พูด ฉันมาที่นี่เพื่อคุยอะไรที่สำคัญบางอย่างกับคุณเหลียง ช่วยเอาเรื่องนี้ไปรายงานด้วย!
ทหารผู้ที่ยืนอยู่ด้านซ้ายพูดด้วยเสียงดังว่า ผู้อาวุโสเหลียงนั้นยุ่งมากๆ เขาคงไม่มีเวลาที่จะพบใครหรอกตอนนี้ ช่วยมาเวลาอื่นแทนละกันนะ!
หลังจากที่ถูกปฏิเสธอย่างเยือกเย็นโดยทหารทั้ง2 คน หลินเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองและคิดกับตัวเอง ‘โฮ่? ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่กี่วัน ตาเฒ่าเหลียงจะมีอำนาจมากขึ้นถึงขนาดนี้?’
เขาส่ายหน้าหลินเฉิงไม่ต้องการที่จะยืนเถลไถลกับทหาร 2 นายนี้ เขากำลังคิดถึงเรื่องน็อคพวกนี้ทีละคน ทหารทางขวาที่เป็นคนบอกให้เขาหยุดนั้นจ้องมองมาที่เขากว่าครึ่งวันแล้ว จากนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นมา นายชื่ออะไร? ถ้าพวกเรารายงาน เราจำเป็นต้องบอกชื่อให้ท่านผู้อาวุโสเหลียงทราบด้วย
ได้ยินเช่นนั้นหลินเฉิงก็รีบพับแผนที่จะเก็บทหารพวกนี้ลงไปก่อนเลยและตอบกลับไป ฉันชื่อหลินเฉิง
ฟังคำตอบของหลินเฉิงตัวของทหารก็สั่นเบาๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทหารทางซ้ายก็ยังคงมองที่ตัวเขาอย่างลึกลับ ให้หลินเฉิงรอซักครู่จากนั้นเขาก็รีบหันหน้ากลับและวิ่งเข้าตัวอาคารไปเพื่อรายงานเลย
เขารู้ดีว่าทหารที่วิ่งเข้าไปนั้นจำเขาได้หลินเฉิงเลยอดไม่ได้ที่จะจับหน้าตัวเองและทันใดนั้นเขาก็พบว่า ตัวเขานั้นโด่งดังไปทั่วฐานนี้แบบไม่รู้ตัวเสียแล้วเหรอ?
อย่างไรก็ตามชื่อเสียงมันก็มีทั้งข้อได้เปรียบแล้วก็ข้อเสียเปรียบนั่นแหละ สำหรับหลินเฉิง ข้อดีของมันมีมากกว่าข้อเสีย ด้วยวิถีชีวิตที่ค่อนข้างจะเรียบง่ายนั้น ทำให้เขาสามารถทำอะไรต่างๆสำเร็จได้ง่ายกว่า แต่กลับกัน ชื่อเสียงที่มากมายนั้นจะทำให้เขาสามารถเข้าถึงสำนักงานหรือหน่วยงานใหญ่ๆได้ง่ายกว่า ความขัดแย้งพวกนี้ บางครั้งมันก็ขัดขวางการทำงานของมันเองเหมือนกัน
มันจะดูฉลาดกว่านะถ้าตัดสินใจไปจากที่นี่…
เขาถอนหายใจด้วยดวงใจน้อยๆของเขาเมื่อหลินเฉิงมองขึ้นมา เขาก็เห็นทหารผู้ที่เข้าไปรายงานรีบวิ่งกลับออกมาจากอาคารในตอนนั้นพอดี เมื่อพบว่าหลินเฉิงยังคงรออยู่ที่เดิมเขาก็รีบทำความเคารพและพูดขึ้น สวัสดีครับคุณหลิน! รองผู้บัญชาการขอให้ผมมาเชิญคุณเข้าไปด้านในครับ!
รองผู้บัญชาการ?
ได้ยินแบบนั้นหลินเฉิงก็ไม่ได้ก้าวเดินเข้าไปทันทีเขาขมวดคิ้วช้าๆก่อนจะถามกลับ ไม่ใช่ว่าผู้บัญชาเหลียงเป็นหัวหน้าตอนนี้เหรอ?
ท่าทีไม่สุภาพของหลินเฉิงนั้นถูกเมินโดยอัตโนมัติขณะที่นำทางไปยังที่อยู่ของผู้อาวุโสเหลียงทหารผู้ที่ให้หลินเฉิงเดินตามเขาตอบเพียงสั้นๆ ครับ ผู้บัญชาการสูงสุดของฐานสมุทรสีครามตอนนี้คือผู้อาวุโสฉี และผู้อาวุโสเหลียงเป็นรองผู้บังคับบัญชาครับ!
ฟังสิ่งที่ทหารตอบหลินเฉิงก็อดประหลาดใจไม่ได้ แต่เขาก็เข้าใจความหมายของการกระทำนี้ของผู้อาวุโสเหลียงแหละ ถ้างั้นก็แสดงว่าดาบรัตติกาลก็น่าจะเป็นเพียงองค์กรสืบสวนอิสระสินะ
แม้ว่าถ้ากลุ่มของดิงเฮาหยวนจะถูกกำจัดไปแล้วเขาเองก็คงไม่สามารถเป็นผู้บัญชาการสูงสุดได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
ในตอนนั้นเหลียงถูกห้อมล้อมโดยพวกชนชั้นสูงของสมุทรสีคราม มีเพียงแค่ผู้อาวุโสฉีเท่านั้นที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงที่จะเป็นฝ่ายหน้ากับเขา ตอนนี้วิกฤตได้ผ่านไปแล้ว ผู้อาวุโสฉีคือผู้บังคับบัญชาการคนสุดท้ายในตำแหน่งหัวหน้า และมันเหมาะสมกับเขาที่จะจัดการให้ดิงเฮาหยวนเป็นของตัวเขาเอง
หลังจากที่คิดถึงเรื่องนี้หลินเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เขาสามารถเข้าใจได้ถึงผลประโยชน์ที่ซับซ้อนนี้ แต่เขาไม่สามารถยอมรับเรื่องพวกนี้ได้
ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสเหลียงจะทำมันไปจริงๆแต่ตัวเขาก็น่าจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ เว้นซะแต่ครั้งหนึ่งที่เขาเคยหลุดไปในวังวนแห่งอำนาจและพลังแล้ว เขาก็จะออกมาไม่ได้อีก ในมุมมองของหลินเฉิง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและพลังต้องให้มันชัวร์ว่าสิ่งนั้นอยู่ในมือเขา ไม่ว่าคนๆนั้นจะไว้ใจได้มากขนาดไหน เขาจะไม่ยอมมอบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเขาให้เด็ดขาด!