SC:บทที่526 ขัดขวาง!
คุณไม่ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังก็ได้ฉันพอจะเข้าใจความประสงค์ดีของคุณ
ก่อนที่เหลียงจะได้พูดจบหลินเฉิงก็ยกมือขึ้นหยุดเขาไว้ก่อน จากนั้นเขาก็หันไปหาผู้เฒ่าฉีและพูด แน่นอน ฉันไม่มีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับการที่ผู้อาวุโสฉีที่ซึ่งรู้กันในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของฐานสมุทรสีคราม เพราะว่าในความคิดของฉัน ตราบใดก็ตามที่ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ของไอ้ระยำฉางเหวินฉวน ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือผู้อาวุโสเหลียงต่างก็เหมาะสมกับตำแหน่งนี้กันหมด อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าฉัน…
ตาเฒ่าฉีนั้นไม่สามารถกำจัดหลินเฉิงได้ง่ายๆเพราะงั้นเขาจึงถามไปตรงๆ นายหมายความว่ายังไงจากคำพูดที่พูดออกมาเมื่อครู่? ทำไม คิดว่าฉันจะปกป้องครอบครัวของนายไม่ได้ถ้าฉันได้เป็นผู้บังคับบัญชาการสูงสุดหรือไง?
เขาโบกมือด้วยความปวดหัวหลินเฉิงไม่รู้ว่าจะรับมือกับตาแก่ไฟแรงเป็นพลุนี่ได้ยังไง เพราะตัวเขาเองก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการกับตาเฒ่าฉีมากนัก เพราะงั้นเขาจึงไม่สามารถเชื่อใจตาเฒ่าคนนี้ได้เทียบเท่ากับตาเฒ่าเหลียง แต่มันก็โอเคถ้าจะพูดเป็นการส่วนตัว ตาแก่นี่เป็นพวกที่ชอบบังคับให้เขาพูดให้เคลียร์ ถ้าพูดไม่ดีเดี๋ยวก็โมโหอีก อารมณ์ขึ้นลงง่ายเสียจริง!
เมื่อเห็นว่าหลินเฉิงนั้นพยายามปกปิดและไม่ยอมตอบคำถามเขาตาเฒ่าฉีก็พูดกับตัวเอง ฉันรู้นะว่านายหมายถึงอะไร ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน นายคิดว่าฉันเป็นพวกข้างนอกสินะ? ไม่ใช่ว่าเพราะนายกับตาเฒ่าเหลียงวางแผนกันจะฮุบเอาผลประโยชน์ไว้ด้วยกันหรือไง แต่ในท้ายสุด ฉันก็คือผู้โชคดีที่จะมาแย่งผลประโยชน์นั้นไป ใช่แล้ว ฉันยังไงล่ะ! กังวลล่ะสิ!!
มานี่คุณฉี ให้ฉันอธิบายเรื่องนี้กับหลินเฉิงเองว่าทำไม
ตาเฒ่าเหลียงโบกมือห้ามตาเฒ่าฉีไว้ก่อนเขาหยุดบทสนทนาทั้งหมดไว้ก่อนจะหันไปอธิบายให้หลินเฉิง ฉันเข้าใจว่านายกังวล แต่ช่วยเชื่อเถอะว่าไม่ว่าใครจะนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือคุณฉี มันก็ไม่ได้แตกต่างกัน ฉันให้ตำแหน่งนี้กับคุณฉีแต่เพียงผู้เดียวก็เพราะว่าประสบการณ์ ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่ในตำแหน่งของดาบรัตติกาลบ้างเป็นครั้งคราว แต่ฉันก็พบว่าประสบการณ์ของฉันที่ได้มาจากการเป็นดาบรัตติกาล ไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับการจัดการฐานขนาดใหญ่เช่นนี้ ถ้าฉันเลือกที่จะเป็นคนจัดการฐานนี้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันต้องเกิดปัญหาตามมาแน่ๆ แต่คุณฉีน่ะต่างออกไป เขานั้นนอกจากจะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดคนเก่าของฐานสมุทรสีคราม แล้วก็ยังเป็นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์การบริหารจัดการฐานอีกด้วย แล้วก็ที่สำคัญที่สุดเลยนะ ความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถบรรลุความสามารถพิเศษได้ถึง ระดับ 4เลยนะ! ไม่ว่าจะด้วยความแข็งแกร่งหรือประสบการณ์ ฉันยังห่างใจจากคุณฉีนัก แต่กระนั้นหัวใจของพวกเราก็เหมือนกัน นั่นคือการทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องฐานที่มั่นแห่งนี้บนโลกที่เปี่ยมไปด้วยหายนะนี้ และเพื่อให้ผู้รอดชีวิตที่ที่เกือบจะถึง 100000 ชีวิตนี้สามารถอยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้…
โอเค…
หลังจากพ่นควันบุหรี่ออกไปแล้วหลินเฉิงก็นั่งตัวตรงและดับบุหรี่ก่อนจะพูด จริงๆคุณไม่ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังก็ได้นะ เพราะว่าตั้งแต่รู้เรื่องนี้ฉันก็พอจะเดาเหตุผลได้มาตั้งนานแล้ว…
เมื่อพูดสิ่งนี้ออกไปหลินเฉิงก็หันไปมองตาเฒ่าฉีทันที ผู้อาวุโสอย่างคุณเองก็พูดถูก ถ้าเทียบกับผู้อาวุโสเหลียงแล้ว คุณคือคนนอกในสายตาฉัน อย่างไรก็ตาม ตัวตนอื่นของคุณก็คือ ปู่ของแม่สาว เสี่ยวฮั่นนี่ แล้วก็ ฉันยังจำคนที่บอกเหตุผลว่าทำไมฐานนี้ถึงสามารถอยู่รอดได้ในช่วงวันสิ้นโลกนี้ นั่นก็เพราะเป็นผลงานของคุณ! เพราะงั้นจะขอสรุปสั้นๆนะ ถึงแม้ว่าพวกเรานั้นจะไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่ในเมื่อผู้อาวุโสเหลียงเชื่อใจคุณมากๆ ฉันเองก็คงจะต้องเชื่อใจคุณ นั่นเพราะว่า ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เชื่อใจคุณ แต่ฉันก็เชื่อใจมุมมองของผู้อาวุโสเหลียง!
ฮึ่ม!นายตั้งใจจะพูดอะไร!?
เมื่อหลินเฉิงพูดแบบนี้ใบหน้าของเขาก็เปี่ยมไปด้วยควาจริงใจ ตาเฒ่าฉีที่กำลังโกรธก็บ่นเบาๆ แต่ไม่ต้องกังวลไป อย่างที่ตาเฒ่าเหลียงบอกนายไปนั่นแหละ ด้วยการสนุบสนุนที่ผ่านมาของฉัน ฉันจะดูแลครอบครัวของนายให้ดีที่สุด ไม่ว่านายจะอยู่ที่นี่หรือไม่ ฉันสัญญาได้เลยว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ว่านายจะไปนานขนาดไหน เมื่อนายกลับมา พวกเราจะไม่เพียงคืนครอบครัวนายแบบครบทุกคน แต่จะคืนผลประโยชน์ทุกอย่างที่นายเคยมีให้ด้วย การปฏิบัติต่อนาย ตอนนี้เป็นยังไง ตอนนั้นก็จะยังคงเป็นแบบนี้! ได้ฟังคำมั่นสัญญาที่ดังลั่นพร้อมทั้งความเชื่อมั่นนั้นหลินเฉิงก็โล่งอกขึ้นมาครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังเล่นมุกกลบไป ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสฉีเนี่ย มุ่งมั่นที่จะต่อยหน้าฉันให้ได้เลยนะ กลัวว่ากลับมาแล้วจะมีคนชิงไปเกิดใหม่ก่อนที่จะได้ต่อยหน้าฉันจังเลยน้า~!
ไอ้เด็กบ้านี่…
ตาเฒ่าเหลียงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆเพียงแค่จะพูดอะไรบางอย่าง ฉีเซียวฮั่นที่ขมวดคิ้วมาตลอดตั้งแต่เข้ามาในห้องก็เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมา ฉีเสี่ยวฮั่นนั้นลุกขึ้นเดินและไปหยุดอยู่ที่หน้าหลินเฉิง จากนั้นก็จ้องหน้าเขาเป็นเวลานานก่อนจะถามขึ้นมาทันที นายอยากจะไปจริงๆงั้นเหรอ?
หือ?มีอะไรรึไง?
นัยน์ตาสีดำคู่สวยของหญิงสาวส่องประกายแสงนิดหน่อยและจ้องมองไปยังเขาหลินเฉิงไม่รู้ว่าทำไม ในหัวใจของเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วแน่ๆ
ฟังคำยืนยันจากปากหลินเฉิงฉีเซียวฮั่นก็เยาะเย้ยเขาทันที นายมาแล้วก็ไปยังกับสายลมแบบนี้ ไม่มีใครช่วยนายได้หรอกนะ ต่อให้เป็นตัวนายเองก็เถอะ…
หลินเฉิงเข้าใจสิ่งที่เธอจะสื่อแล้วคิ้วของเขาย่นเข้าหากันก่อนจะโบกมือเหมือนทำท่าบินและพูดด้วยความใจร้อน ไปเลย เธอจะไปรู้อะไร หรือจะโกหกว่ารู้? อย่ามายุ่งเรื่องนี้เลยเธอน่ะ!
พูดเสร็จก็ยืนขึ้นและเตรียมที่จะกล่าวคำลา2 เฒ่าแล้ว
จะหนีอีกแล้วเหรอ?
เมื่อเห็นว่าหลินเฉิงกำลังไปแล้วฉีเซียวฮันก็ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ เธอไม่สนว่าปู่ของเธอจะห้ามเพียงใดและรีบวิ่งออกมาจากออฟฟิศเพื่อตามตัวหลินเฉิงทันที!
หยุดเดี๋ยวนี้นะ!
ทันทีที่วิ่งออกมาจากออฟฟิศของเฒ่าเหลียงฉีเซียวฮันก็มองไปยังหลินเฉิง และเห็นว่าเขากำลังตกตะลึงกับเสียงตะโกนของเธออยู่ตรงจุดที่อยู่ใกล้ๆกับบันได เธอรีบก้าวเท้าวิ่งไปไล่ล่าเขาพร้อมกับตะโกนเรียกในเวลาเดียวกันจนทำให้คนทีอยู่บริเวณทางเดินนั้นต้องหันมามองกันให้จ้าละหวั่น
ด้วยความที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับยัยบ้าคนนี้สายลมก็ค่อยๆพันผ่านใต้เท้าของหลินเฉิง มันทำให้เขาสามารถออกจากอาคารศูนย์บัญชาการได้อย่างรวดเร็ว เขาหยิบเอากุญแจออกมาและตรงดิ่งไปยังจุดที่ล็อคจักรยานไว้เพื่อจะกลับบ้าน ฟู่…ฟู่…ฟู่…
สำหรับหลินเฉิงที่จงใจที่จะสลัดเธอออกมันยิ่งทำให้ฉีเซียวฮันไม่สามารถยอมได้ที่มีใครมาเร็วเหนือกว่าเธอ เมื่อหลินเฉิงเตรียมที่จะออก เธอก็วิ่งออกมาจากศูนย์บัญชาการได้สำเร็จ หลังจากที่เห็ว่าหลินเฉิงนั้นขี่รถจักรยานออกไปได้กว่า 10 เมตรแล้ว สีหน้าของเธอก็ดูเครียดสุดๆ เธอไม่แคร์อะไรอีกแล้วทั้งสิ้น ในจังหวะที่เธอกำลังแปลงเป็นร่างพิเศษอยู่ หลังจากที่ปล่อยควันดำออกมาแล้ว เธอก็วิ่งไล่หลินเฉิงด้วยความเร็วสูงทันที! *โครม!*
ขณะที่กำลังปั่นจักรยานเพื่อเร่งรีบกลับไปยังบ้านหลินเฉิงก็เห็นอะไรบางอย่างสีดำเข้ามาดักหน้าเขาไว้ จากนั้นก็รู้สึกได้ว่าจักรยานนั้นชนเข้ากับอะไรบางอย่าง มันผิดปกติมากๆ เขารู้สึกว่าตัวเขานั้นกำลังกลิ้งไปมาอยู่บนอากาศและหมุนอยู่อย่างนั้นหลายครั้งก่อนที่จะพยายามควบคุมตัวเองและกลับลงมาบนพื้น
ยัยบ้าเอ้ย!เธออยากตายหรือไงน่ะ?
หลังจากที่ยืนบนพื้นได้หลินเฉิงก็เห็นว่ามันเป็นฝีมือของฉีเซียวฮันผู้ที่อยู่ในร่างของโลลิทมิฬ ซึ่งกำลังยืนขวางเขาอยู่ตรงหน้า เขามองสภาพตัวเองด้วยความหงุดหงิดก่อนจะตะโกนใส่เธอ
ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนายจะรีบหนีไปไหน? ฉันเป็นผีสำหรับนายหรือไงถึงได้กลัวซะขนาดนี้?
แรงปะทะที่เกิดขึ้นกับเธอจากการที่จักรยานพุ่งเข้าชนในร่างพิเศษนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมดที่เดินชนขาช้างที่ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยบาดเจ็บอะไรอยู่แล้ว ฉีเซียวฮันเผลอตบโดนเสื้อผ้าของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นก็ถามเขาด้วยสีหน้าเยาะเย้ยบนใบหน้า!