บทที่ 236 ของขวัญจากเสี่ยวเป่า
บทที่ 236 ของขวัญจากเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าที่อยู่ด้านล่างมองด้วยความสับสน ก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่ไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงทะเลาะกันเช่นนี้เสียแล้ว!
หนานกงฉีอวิ๋นลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง “อย่าได้กลัวไป พี่ใหญ่กับพี่รองเพียงแค่ตั้งใจทำให้คนอื่นเห็นเป็นเช่นนั้น”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างกึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ นั่นหมายความว่าพี่ใหญ่กับพี่รองไม่ได้ทะเลาะกันสินะ
หนานกงฉีอวิ๋นสามารถมองออกได้อย่างชัดเจน เขาไม่เชื่อว่าพี่ชายทั้งสองที่เมื่อครู่ยังดีต่อกันจะสามารถเปลี่ยนไปทะเลาะกันได้ภายในพริบตาเดียว หลังจากคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาน่าจะตั้งใจแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา
ทว่าน้องชายคนอื่นที่ไม่ชอบจะใคร่ครวญนักก็ตื่นตะลึงไม่ต่างอันใดกับเสี่ยวเป่า
องค์ชายสี่เกาศีรษะด้วยความกังวล “เหตุใดพี่ใหญ่กับพี่รอง…”
เขาต้องการจะไปยุติความขัดแย้ง แต่ในยามนี้ไม่เหมาะแก่การเข้าไปไกล่เกลี่ย
องค์ชายห้ามีสีหน้าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง “จะเป็นเหมือนที่คนภายนอกพูดว่าพี่ใหญ่และพี่รองมีความขัดแย้งกันจริงหรือ”
“ไม่มีทาง!”
ส่วนหนานกงฉีเฉินนั้น อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องร่วมมารดากับหนานกงฉีซิว หลายครั้งที่เขาไปยังจวนของพี่ใหญ่ก็มักได้พบกับพี่รอง ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือภายนอกแม้แต่น้อย!
“ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่กับพี่รองดีต่อกันมาโดยตลอด ดังนั้นย่อมไม่มีทางขัดแย้งกันด้วยเรื่องเพียงแค่นี้”
องค์ชายแปดโน้มตัวลง “เช่นนั้นทั้งคู่กำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ”
องค์ชายเจ็ดมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “สถานการณ์เช่นนี้ มีความเป็นไปได้อย่างเดียวเท่านั้น…”
หลายสายตาจับจ้องมาทางเขา
“พี่ใหญ่กับพี่รองกำลังแสดงละครอยู่!”
องค์ชายคนอื่น ๆ คล้ายจะเข้าใจขึ้นมาทันที
“น้องเจ็ดช่างเก่งกาจยิ่งนัก เจ้ามองออกได้อย่างไร”
องค์ชายแปดผู้ไม่เข้าใจ “แสดงละคร? เพื่อสิ่งใด? แล้วแสดงให้ผู้ใดดูกัน?”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของหนานกงฉีรุ่ยเต็มไปด้วยความล้ำลึกยากจะอธิบาย
เหตุใดเขาจึงมองออกน่ะหรือ เขาสามารถพูดออกไปได้หรือไม่ว่า ตนเห็นพี่รองแอบกะพริบตาให้กับพี่ใหญ่ตอนที่ไม่มีใครสนใจ นี่ดูเหมือนสถานการณ์ตึงเครียดที่ใดกัน
เมื่อมีองค์ชายสองพระองค์เป็นผู้นำแล้ว เหล่าองค์ชายที่เหลือก็พากันมอบของขวัญของตนออกมา
หนานกงฉีอวิ๋นไม่มีเงินจะซื้อของราคาแพง อีกทั้งนับตั้งแต่เสด็จพ่อรู้เรื่องงานฝีมือไม้ของเขา แทนที่จะดุด่ากลับมอบหน้าที่ความรับผิดชอบอันสำคัญ ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง ดังนั้นสิ่งที่เขามอบให้ก็คือสิ่งที่เขาคิดค้นและทำขึ้นมาด้วยตนเอง
สิ่งนี้ก็คือเครื่องมือทำนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสี่ยวเป่าให้ทดลองสร้างมันขึ้นมา
เดิมทีเมื่อทุกคนได้เห็นสิ่งที่เขานำออกมา ภายในดวงตาของคนจำนวนไม่น้อยก็ปรากฏความรังเกียจเหยียดหยามขึ้น
แต่ท่าทีก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังจากกรมโยธาได้สาธิตและอธิบาย เหล่าขุนนางแห่งอาณาจักรต้าเซี่ยไม่เพียงนั่งยืดหลังตรงขึ้น แต่ในดวงตายังเปล่งประกายขึ้นมา ส่วนราชทูตจากอาณาจักรอื่นเบิกตากว้าง พยายามจดจำลักษณะของคันไถ เพื่อรอกลับไปแล้วค่อยลองทำขึ้นมาบ้าง
เครื่องมือทำนาที่ช่วยประหยัดทั้งกำลังคนและเวลา สำหรับยุคเกษตรกรรมแล้ว นับว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกอาณาจักร
แม้ว่าหนานกงฉีอวิ๋นจะเป็นผู้ทำสิ่งนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง แต่เขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าตนเองจะพูดต่อหน้าคนจำนวนมากโดยไม่รู้สึกประหม่าได้ ดังนั้น…หน้าที่อธิบายจึงได้ฝากฝังไว้กับผู้อื่น ส่วนตัวเขากล่าวเพียงคำอวยพรในตอนท้ายสุด
ช่างมีความสามารถน่าทึ่ง แต่กลับทำตัวเรียบง่ายยิ่งนัก!
หลังจากนั้น บรรดาองค์ชายที่เหลือก็ได้มอบของขวัญที่เสด็จแม่ช่วยเตรียมการไว้ให้ แต่ละอย่างล้วนโดดเด่น ทว่าไม่มีผู้ใดทำให้เกิดความฮือฮาครึกโครมดั่งเช่นองค์ชายสามพระองค์แรก
สองคนแรกเป็นเพราะบรรยากาศอันตึงเครียด ส่วนคนหลังเป็นเพราะเครื่องมือสำหรับช่วยทำไร่นา
สุดท้าย เป็นเสี่ยวเป่าที่ห่อร่างด้วยขนปุกปุยเดินก้าวขาสั้น ๆ ออกมาท่ามกลางสายตาของผู้คน
“ท่าน…เสด็จพ่อ ขอให้ท่านมีโชคลาภวาสนาดุจทะเลบูรพา อายุยืนยาวประหนึ่งเขาทักษิณ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีความสุขในทุกวันเพคะ!”
พูดจบนางก็แย้มยิ้มนุ่มนวลและอ่อนหวานออกมา
มุมปากของหนานกงสือเยวียนยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
“เสด็จพ่อ เสี่ยวเป่าเองก็เตรียมของขวัญมามอบให้ท่านด้วย”
เมื่อได้ยินเสียงนุ่มนิ่มเอ่ยออกมาเช่นนั้น ทุกคนก็มองนางอย่างอดไม่ได้
นี่คือองค์หญิงของต้าเซี่ย อีกทั้งยังเป็นองค์หญิงเพียงหนึ่งเดียวในราชวงศ์ปัจจุบันนี้
การมีพระโอรสจำนวนมากไม่ได้ทำให้คุณค่าของนางน้อยลงไปเลย หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เกรงว่าเมื่อได้พระธิดาหลังจากให้กำเนิดพระโอรสติดต่อกันมาหลายคน พวกเขาก็คงเกิดความรักความเอ็นดูเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน
อีกทั้งองค์หญิงน้อยผู้นี้ก็ไม่ได้หยิ่งผยองหรือหุนหันพลันแล่นแต่อย่างใด เมื่ออยู่ต่อหน้าธารกำนัลก็หาได้มีความประหม่าแม้แต่น้อย พูดจาฉะฉานคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก เพียงแค่มองท่าทางตอนนี้ก็สามารถมองเห็นความโดดเด่นในอนาคตได้แล้ว
องค์หญิงหนึ่งเดียวของต้าเซี่ย จากข่าวคราวที่พวกเขาได้ยินมาล้วนบอกว่าทั้งราชวงศ์ต่างก็เอ็นดูองค์หญิงน้อย หากวันข้างหน้านางสามารถแต่งงานกับคนในอาณาจักรตนได้ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตเลย
ทว่าหากเรื่องจริงเป็นดั่งเช่นที่ได้ยินมา เกรงว่าอนาคตเด็กคนนี้จะไม่ได้รับความยินยอมให้แต่งออกไปอยู่แดนไกล
“เสด็จพ่อ นี่คือถุงมือและผ้าพันคอที่เสี่ยวเป่าทำให้ท่านเอง ยามหน้าหนาวสามารถช่วยปกป้องมือและคอของท่านให้อบอุ่นได้”
ผ้าพันคอเป็นสีเทาเข้ม ดูเรียบหรู แน่นอนว่าเสี่ยวเป่าไม่ได้ถักทั้งหมดขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ยังมีเหล่านางกำนัลเข้ามาช่วยเหลือบ้าง
ส่วนถุงมือนั้นเป็นสีดำ เพื่อให้ท่านพ่อที่ปกติมักจับพู่กันเขียนแล้ว จึงทำเป็นถุงมือครึ่งนิ้ว
หนานกงสือเยวียนหยิบถุงมือขึ้นมาสวม ขนแกะที่ใช้ได้รับการคัดสรรส่วนที่นุ่มที่สุดทำให้นุ่มสบายและอบอุ่น ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังพอดี ส่วนนิ้วที่เปิดออกช่วยให้เขียนหนังสือได้สะดวกแม้จะสวมถุงมือเอาไว้
สำหรับผ้าพันคอ แม้ยามนี้จะยังไม่เหมาะแก่การสวมใส่ แต่เวลาปกติก็สามารถพันเอาไว้รอบคอเพื่อมอบความอบอุ่นให้ได้
ถึงแม้จะเป็นเพียงของขวัญเล็ก ๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้ให้
ถุงมือไม่เคยปรากฏออกมาก่อน ยามออกไปด้านนอกพวกเขาล้วนพกเตาอุ่นมือไปด้วย
อย่างไรเสียเตาอุ่นมือก็สามารถมอบความอบอุ่นให้ได้ในระยะเวลาจำกัด อีกทั้งยังเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสามารถถือเตาอุ่นมือเอาไว้ได้ตลอดเวลา ดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงต่างจับจ้องมองพระหัตถ์ของฮ่องเต้ที่สวมถุงมืออันดูดีไว้อยู่ ก่อนจะคิดขึ้นมาในใจอย่างมิได้นัดหมาย
เมื่อกลับไปแล้วพวกเขาจะลองบอกให้ภรรยาตนลองทำออกมา ทว่าถุงมือที่อยู่บนพระหัตถ์ฮ่องเต้ดูนุ่มเป็นอย่างมาก มันทำมาจากสิ่งใดกันนะ
หนานกงสือเยวียนมองเสี่ยวเป่าด้วยแววตาที่มีรอยยิ้ม “ดีมาก”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้สงบนิ่งและไร้อารมณ์เหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรักเอ็นดูจนคนอื่นสามารถสัมผัสได้
พระโอรสและพระธิดาได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันเสียจริง ก่อนหน้านี้ไม่ว่าฝั่งพระโอรสจะให้ของขวัญล้ำค่ามีราคามากเพียงใดก็ล้วนบอกไม่เลว น้ำเสียงสงบนิ่งจนทำให้ผู้อื่นรู้สึกราวกับว่าเขาเพียงแค่พูดอย่างขอไปที
ตอนนี้เล่า? ‘ดีมาก’
การที่สองคำนี้จะหลุดออกจากปากของคนแสนเย็นชาได้ นับว่าไม่ง่ายเลยจริง ๆ
แต่เหล่าองค์ชายดูจะคุ้นเคยกับสิ่งนี้แล้ว หากเสด็จพ่อปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนที่ทำกับเสี่ยวเป่า เช่นนั้นคงน่าขนลุกทีเดียว!
เสี่ยวเป่าแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน ดูนุ่มนิ่มชวนให้คนอยากจะบู้บี้สักที
“ยังมีอีก ๆ เสี่ยวเป่ายังมีของขวัญที่จะมอบให้เสด็จพ่ออีก”
เรื่องนี้ถูกเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้าแล้ว มีทหารหลายนายเดินเข้ามาโดยที่แต่ละคนแบกถังไม้ขนาดใหญ่เอาไว้ ก่อนจะวางเรียงกันเป็นแถว
เมื่อเห็นภาพฉากแปลกพิกลเช่นนี้แล้ว คนจำนวนไม่น้อยก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
องค์หญิงน้อยยังจะเตรียมของขวัญอันใดได้อีก
“เปิดเร็วเข้า”
นางอดรนทนไม่ไหวเล็กน้อย สุราเหล่านี้ถูกกลั่นจนสมบูรณ์แล้ว นางมอบให้ท่านพ่อจำนวนมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้ว นางก็น่าจะสามารถแอบดื่มได้สักหน่อยใช่หรือไม่
เมื่อฝาถังถูกเปิดออก กลิ่นหอมก็ไม่อาจปิดซ่อนไว้ได้อีกต่อไป ลอยอบอวลไปทั่วทั้งงานเลี้ยง กลิ่นหอมของสุราประหนึ่งตะขอที่ดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที