NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – ตอนที่ 336

ตอนที่ 336

บทที่336 มู่เจิ้งถังมาแล้ว

โหจื่อหัวเราะเหอะๆ จุดบุหรี่ให้ตัวเอง พูดอย่างเนิบๆ:“เจ้านาย คุณไม่มีห้าร้อยล้านนี้เหรอไง?”

“ไม่ได้ขาด……”หลี่ฝางส่ายหน้า

เงินของตระกูลหลี่ ทั้งชีวิตนี้หลี่ฝางก็ใช้ไม่หมด ไม่ได้ขาดห้าร้อยล้านนี้จริงๆ

ถึงไม่ได้ขาดเงิน แต่ทิ้งไปฟรีๆ หลี่ฝางปวดใจหน่อยๆ

มีห้าร้อยล้านนี้ ซื้อเครื่องบินส่วนตัวสองลำไม่ดีกว่าเหรอ?

โหจื่อมองฉากที่ธนบัตรทีละใบๆลอยหล่นลงจากฟ้า ยิงฟันใส่:“เจ้านาย สบายใจไหม?”

“ฉากแบบนี้ เป็นร้อยปีก็ยากที่จะเห็น ดูสิ นี่เป็นผลงานชิ้นเอกของพวกเราเลย”โหจื่อหันหน้ามองหลี่ฝาง เผยให้เห็นฟันสีเหลืองเป็นแถว ความภูมิใจบนใบหน้าเหมือนกำลังบ่งบอกความเจ๋งของเขา

ฉากแบบนี้ มันน่าตื่นเต้นเกินไปแล้ว

แค่เวลาสองสามนาทีเท่านั้น ทั้งเมืองเอก ก็ปั่นป่วนไปหมด

คุณต้องเคยเห็นฝนตกจากฟ้า หิมะตกจากฟ้า ……

แต่ต้องไม่เคยเห็นเงินตกลงจากฟ้าแน่นอน……

ห้าร้อยล้านเลย!

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่เลิกงานพอดี ทุกคนต่างจ้องเงินกลางอากาศ ทั้งหมดต่างกระโดดโลดเต้น

เหมือนกับความฝัน

โหจื่อสูบบุหรี่ เหมือนกำลังชื่นชมสาวสวยที่สุดในโลกคนหนึ่ง เอาแต่ยิ้มอย่างนั้น

“ถึงแม้เงินก้อนนี้ไม่อะไรสำหรับพวกเรานัก แต่ถ้าคนทั่วไปเก็บได้ ก็เปลี่ยนโชคชะตาพวกเขาได้เลย คิดๆดูแล้ว น่าสนุกดี”

เวลานี้ โหจื่อรู้สึกว่าตัวเองคือพระเจ้า

เพราะว่ามีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาชีวิตคนอื่นได้ และก็มีเพียงพระเจ้า ที่มีเมตตาเห็นใจเช่นนี้

ห้าร้อยล้านนี้ ไม่ได้กระจัดกระจายไปหมด แต่เป็นมัดๆ ทุกๆมัดมีเป็นหมื่น แค่แย่งมาได้ อย่างน้อยก็แย่งมาได้หมื่นหยวนแล้ว

และมากกว่านั้น ก็ไม่สามารถพูดได้แล้ว

เป็นไปได้ที่จะมีอยู่หลายล้าน แล้วตกลงไปที่ลานในบ้านคนทันที ซึ่งมีความเป็นได้มาก

สำหรับคนธรรมดาแล้ว อย่าว่าแต่หลายล้านเลย หลายแสนก็เปลี่ยนชีวิตพวกเขาแล้ว

ตอนนั้นหลี่ฝางต้องการหมื่นสองหมื่น ก็ไม่ทุกข์ยากขนาดนั้น ซักเสื้อผ้า ซักถุงเท้า และยังต้องล้างเท้าให้เพื่อนตัวเองอีก ……

การกระทำพวกนั้น เดิมทีก็เท่ากับว่าเป็นคนใช้เพื่อนตัวเอง

ถ้าไม่ใช่ว่าถูกเงินทองบีบจนอยู่ปลายหน้าผา ใครจะยอมไปทำเรื่องต่ำต้อยเช่นนั้น?

คิดถึงตรงนี้ หลี่ฝางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม คิดว่าโหจื่อทำถูกต้อง

เมืองเอกใหญ่ขนาดนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนที่ตกต่ำที่นั่งอยู่ในมุมไหนสักแห่งเหมือนตัวเองในตอนนั้นก็ได้

หลี่ฝางหวังว่า คนตกต่ำคนนั้น จะเก็บเงินได้เป็นมัดๆ

หลี่ฝางเช็ดน้ำตาออก ออกมาจากรถ แล้วถอดถุงน่องที่หัวออก

“จุดบุหรี่ให้ผมหน่อย”หลี่ฝางยื่นมือไปที่โหจื่อ

“เกิดอะไรขึ้น เจ้านาย ทำไมยังร้องไห้อีก?เสียดายห้าร้อยล้านนี่?”โหจื่อมองขอบตาแดงๆของหลี่ฝาง อดไม่ได้ที่จะถามอย่างสนใจ

“แล้วไม่ใช่เหรอไง นี่มันห้าร้อยล้านเลยนะ ไปเล่นสนุกกับสาวฝรั่งได้ตั้งหลายคน ดูคุณสิ ทำไมเจ๋งขนาดนี้ พูดว่าทิ้งก็ทิ้งเลย?คุณไม่ปวดใจเลยเหรอ?”หลี่ฝางรับบุหรี่มาจากมือโหจื่อ ถามออกไป

“มีอะไรให้ปวดใจล่ะ เงินนี้เป็นของนอกกาย และก็อย่างที่มู่เจิ้งถังพูด ห้าร้อยล้านนี้ มากไปทำให้ลวกมือได้ มู่เจิ้งถังไม่ได้โง่ คนที่กล้าปล้นเงินนี้ไป ในเมืองเอกมีแค่ไม่กี่คนที่กล้า และผู้ต้องสงสัยที่อำคดีอาชญากรรมนี้ ก็เป็นพวกเราที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้น เงินนี้ถ้าอยู่ในมือพวกเรา ไอ้ตาแก่มู่เจิ้งถังนั่นจะต้องพยายามเอาคืนแน่นอน ตาแก่นั่นเป็นคนเจ้าเล่ห์ เอาคืนดีๆไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงสั่งสอนเขาหน่อย เอาเงินเขากระจายไป ให้เขาไม่ต้องกังวล”โหจื่อหัวเราะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

“ผมว่าคุณต่างหากที่เป็นคนเจ้าเล่ห์”หลี่ฝางมองโหจื่อแล้วส่ายหน้า

เวลานี้ ส้าวส้วยก็กลับมา

“มู่เจิ้งถังผู้ชายคนนั้น เดี๋ยวต้องกระอักเลือดแน่”ส้าวส้วยหัวเราะหึหึ เข้าไปในรถ

“ไปเถอะ พวกเรารีบกลับไปกันเถอะ”

“มู่เจิ้งถังก็น่าจะใกล้ถึงสถานตากอากาศแล้ว”

ส้าวส้วยนั่งที่นั่งคนขับ โหจื่อนั่งที่นั่งข้างคนขับ โหจื่อพูดกำชับ:“ท่าน ขับช้าๆหน่อยนะ พวกเราไม่มีภารกิจที่ต้องทำ คุณไม่ต้องรีบ”

“วางใจเถอะ เจ้านายยังอยู่ในรถ ผมจะขับเร็วได้เหรอไง?”

หลี่ฝางเพิ่งกลับเข้าไปในรถ รถก็สตาร์ทออก

ความเร็วของรถนั้น ใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว

ราชาแห่งรถของเขาหมาป่าคนใหม่ ไม่เสียชื่อจริงๆ

“ห่าเอ๊ย ท่าน ขับรถข้าหน่อยได้ไหม ผมยังไม่คาดเข็มขัดเลย”โหจื่อพูดอย่างตกใจ

สิบนาทีถัดมา ทั้งสามก็มาถึงสถานตากอากาศ

“ท่าน ทั้งสองรอผมก่อน ผมจะเอามู่เสี่ยวไป๋ออกมา”โหจื่อลงไปชั้นใต้ดิน ไปเอาตัวมู่เสี่ยวไป๋

หลี่ฝางถามส้าวส้วย:“คนบนรถบรรทุก จะจัดการอย่างไร?”

“ต่างถูกพวกเราพามาหมด ผมเอาบัตรประชาชนของพวกเขา บันทึกไว้หมดแล้ว จากนั้นก็ให้ทุกคนห้าแสน ให้พวกเขาเอาเงินไปใช้ อย่าเพิ่งใช้ภายในหนึ่งปี”

“ค่าปิดปากห้าแสน ก็เพียงพอให้พวกเขาหุบปาก”ส้าวส้วยพูด

“ข้างในจะต้องเป็นคนสนิทของตระกูลมู่แน่ ห้าแสนเกรงว่าจะปิดปากคนสนิทไม่อยู่”หลี่ฝางขมวดคิ้วพูด

ยังไง นี่ก็เป็นเงินก้อนใหญ่ห้าร้อยล้านเลย

มู่เจิ้งถังจะวางใจให้คนที่ไม่น่าเชื่อถือเอาเงินมาให้มากขนาดนี้เหรอ?ดังนั้น คนบนรถจะต้องมีคนสนิทของตระกูลมู่ไม่น้อยแน่

“งั้นก็ไม่เป็นไร ที่ก่อเรื่องครั้งนี้ ต่างเป็นคนหน้าไม่คุ้น ไม่มีทางเคยเจอแน่ พวกเขาสืบอะไรไม่ได้แน่”ส้าวส้วย พูดอย่างไม่แคร์

“ครั้งนี้ พวกเราจะทำให้ตระกูลมู่พูดไม่ออก รู้อยู่แล้วว่าพวกเราทำ มู่เจิ้งถังก็ไม่กล้าพลิกหน้ากับพวกเรา……ห้าร้อยล้าน สำหรับตระกูลมู่ ต้องหลั่งออกมาเป็นเลือดแน่”ส้าวส้วยหัวเราะหึๆ

“ใช่ ไม่มีหลักฐาน มู่เจิ้งถังทำอะไรพวกเราไม่ได้แน่!”

หลี่ฝางไม่ได้สืบเสาะหาต้นตอของเรื่อง ครั้งนี้ มีคนมาไม่น้อย

หลี่ฝางไม่ถามว่าคนพวกนี้คือใคร เพราะว่าหลี่ฝางรู้ ต่างเป็นมือที่อยู่เบื้องหลังของพ่อตัวเอง

ส้าวส้วย โหจื่อ ลุงเฉียน……และกลุ่มคนลึกลับพวกนี้ หลี่ฝางเชื่อว่า ครั้งนี้พ่อตัวเองกลับมา ไม่ได้ทำธุรกิจเล็กๆธรรมดาๆแน่นอน

“ปู่ผมล่ะ!”

มู่เสี่ยวไป๋ออกมา ก็รีบหาปู่ตัวเอง เขามองไปทั่วรอบๆ แต่ไม่เจอร่างของปู่ตัวเอง

มู่เสี่ยวไป๋ลากขาไป หน้าซีดเซียว ไร้เลือดฝาด

ในตอนนี้มู่เสี่ยวไป๋ เรียกได้ว่าอ่อนแอสุดๆ

หลี่ฝางไม่สนเขา แต่โบกมือให้โหจื่อพูดว่า:“โหจื่อ คุณจะทำยังไง คุณชายมู่เป็นแขกสำคัญของสถานตากอากาศเราเชียวนะ ทำไมคุณจับมัดเขาเช่นนั้น?ยังไม่รีบปล่อยคุณชายมู่อีก?”

“ครับ เจ้านาย”โหจื่อพยักหน้ารับ แล้วแก้มัดมู่เสี่ยวไป๋

“หลี่ฝาง เสแสร้งต่อหน้าผมให้มันน้อยๆหน่อย ผมถามคุณ ปู่ผมล่ะ”มู่เสี่ยวไป๋มองหลี่ฝางอย่างเย็นชา

“นี่ไม่ใช่เหรอ?”หลี่ฝางชี้ไปที่ตัวเอง:“ในเมื่อคุณหาปู่คุณไม่เจอ งั้นผมจะเป็นปู่ให้เอง”

“แม่เอ๊ย……”มู่เสี่ยวไป๋ด่าไปที่หลี่ฝาง

“เป็นห่าอะไร ปากคอเราะร้ายจริงๆเลยนะ ตบปากเลยนี่!”หลี่ฝางส่งสายตาให้โหจื่อ

เสียงดังขึ้นมา โหจื่อตบใส่หน้ามู่เสี่ยวไป๋:“เคารพเจ้านายผมหน่อย ไม่อย่างนั้น ผมเอาคุณตาย”

“ได้ยินชัดเจนดีนะ ผมเอาคุณตายจริงๆ”โหจื่อแนบไปตรงหน้ามู่เสี่ยวไป๋ พูดอย่างเยือกเย็น

มู่เสี่ยวไป๋กัดฟันแน่น พูดขอร้อง:“โทรศัพท์ผม เอาโทรศัพท์ผมคืน……”

“ให้เขาเถอะ”หลี่ฝางพยักหน้า

โหจื่อจึงเอาโทรศัพท์มู่เสี่ยวไป๋คืนเขา มู่เสี่ยวไป๋รับโทรศัพท์ตัวเองมา แล้วโทรหาปู่ตัวเอง

“ปู่ ปู่มาแล้ว”

โทรติด ใบหน้าของมู่เสี่ยวไป๋ ในที่สุดก็มีรอยยิ้ม

มู่เสี่ยวไป๋ลากขา ที่กะเผลกเดินไปที่หน้าประตูสถานตากอากาศ

ในตอนนี้มู่เสี่ยวไป๋ ในใจเต็มไปด้วยความโมโหสุดๆ

หน้าประตูสถานตากอากาศ จอดรถโรลส์รอยซ์หนึ่งคัน ออดี้หนึ่งคัน

บนออดี้มีชายชุดดำสี่คน ต่างเป็นบอดี้การ์ดของมู่เจิ้งถัง แต่ละคนฝีมือไม่ธรรมดา

แน่นอน อยู่ต่อหน้าส้าวส้วยกับโหจื่อที่ฝีมือดีพวกนี้ ไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึง

มู่เจิ้งถังถือไม้เท้า ลงมาจากรถโรลส์รอยซ์

ออกมาจากประตูรถ เขาก็มองเห็นมู่เสี่ยวไป๋หลานชายของตัวเอง เดินกะเผลกและวิ่งเข้ามาหาตัวเอง

“ปู่ครับ……”มู่เสี่ยวไป๋เห็นมู่เจิ้งถัง น้ำตาไหลทันที

“ปู่ครับ ในที่สุดปู่ก็มา ……”มู่เสี่ยวไป๋น้ำตาคลอเบ้า โผเข้าใส่อ้อมแขนมู่เจิ้งถัง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท