หาดเซียสตาคีย์ ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา
เก่งมาหาอชิล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนที่เขาจะพากุ๊กไก่มาพบ สภาพของอชิตอนนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังป่วยหนัก หรือใกล้ตาย เขายังคล้ายคนป่วยที่ดูปกติ แม้หน้าจะซีดไปบ้างแต่ก็ดูสดใส แต่ทว่าภายใต้เสื้อคลุมตัวโตที่กำลังคลุมร่างของเขาอยู่นั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง เก่งก็ไม่อยากคาดเดา
เพราะในเมื่อคนคนหนึ่งต้องการปกปิดความผิดปกติของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถเขาจึงทำเป็นมองไม่เห็น คนอย่างอชิ เขาเป็นอัจฉริยะและเย่อหยิ่ง ย่อมไม่ต้องการให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเขาแม้จะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต
สายลมทะเลพัดมาเอื่อยเฉื่อย เพราะเข้าสู่หน้าหนาวนักท่องเที่ยวจึงบางตา ชายหาดที่สวยงามแห่งนี้จึงโล่งและเงียบสงบ สายลมพัดผืนทรายสีขาวละเอียดให้ปลิวอย่างช้า ๆ เบื้องหน้าของคนทั้งคู่คือพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังค่อย ๆ จมหายลงไปในผืนน้ำ
หากเป็นในเวลาปกติบรรยากาศแบบนี้คงจะงดงามจนชวนให้ตกตะลึง
“คุณเก่ง ผมก็เป็นเหมือนพระอาทิตย์ดวงนั้นในเวลาอีกไม่ช้าก็จะจมและลับหายไปในท้องทะเลแล้วละ”
เป็นประโยคสนทนาประโยคแรกที่อชิพูดขึ้น หลังจากที่ทักทายกันแล้วต่างคนต่างนิ่งเงียบมองพระอาทิตย์อยู่นาน
“แต่คุณเป็นพระอาทิตย์ที่งดงามที่สุดที่ไม่สามารถจะลืมไปจากใจได้ไม่ว่าจะนานแค่ไหน”
อชิมองเขา
“อย่ามาล้อเล่นเลย”
ว่าแล้วก็ยกไวน์แดงขึ้นจิบ ทั้งยังมีไอศครีมที่วางอยู่ด้านข้าง อชิทำแบบนี้จริง ๆ ในวันที่เขาคิดว่าคงใกล้จะถึงคราวต้องไปแล้ว เขาทำตามใจทุกอย่าง จิบไวน์ดูพระอาทิตย์ กระทั่งกินไอศครีมเย็น ๆ
ตอนนี้ไอศครีมคือความสุขของเขาไปแล้ว เพราะอะไรนะเหรอ เพราะหลังจากทำคีโมเสร็จร่างกายของเขามักจะร้อนราวกับมีไฟอยู่ข้างใน ปากคอเหมือนกับโดนลวก เมื่อได้ไอศครีมเย็น ๆ จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
เขาไม่เคยคิดว่าสุดท้ายแล้วคนเราที่ดิ้นรนแสวงหาเงินทองมามากมายจะมามีความสุขเพราะถ้วยไอศครีมถ้วยเล็ก ๆ นี้ได้
“เควิลกำลังไปรับกุ๊กเพื่อมาพบกับคุณ แต่ผมอยากจะคุยกับคุณก่อนเลยล่วงหน้ามาก่อนครับ คุณอยากจะให้ผมทำอะไรคุณบอกได้เลยนะครับ คิดว่าผมเป็นเพื่อนของคุณคนหนึ่ง”
อชิยิ้มน้อย ๆ ในเวลาเช่นนี้เขากลับสามารถยิ้มออกได้ ทั้งที่ควรหลั่งน้ำตาให้กับความตายที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
“ผมไม่เคยมีเพื่อนจริง ๆ สักที เพื่อนคนเดียวที่ผมมีผมก็ทำเธอเสียใจแล้ว”
“เธอไม่เคยโกรธคุณจริง ๆ หรอกครับ เพียงแต่เธอไม่เข้าใจ”
อชิมองหน้าเก่ง
“คุณใจกว้างมากเลยนะครับ”
“ไม่มีเหตุผลที่ต้องกีดกันนี่ครับ ผมไม่เคยบังคับใคร อีกอย่างพวกคุณเป็นเพื่อนกันผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้ หากกุ๊กไก่เปลี่ยนใจผมก็ไม่สามารถบังคับเธอได้เช่นกัน”
อชิยิ้มให้เขา เป็นครั้งแรกที่เขาดึงมือผู้ชายมาจับแล้วลูบเบา ๆ
“ผมไม่อยากให้เธอรู้อาการป่วยของผม”
เก่งกลับบอกว่า
“เป็นสิทธิ์ของคุณครับ แต่คุณก็ต้องให้สิทธิ์ในการตัดสินใจกับกุ๊กไก่ด้วยเช่นกัน หากคุณคิดว่านี่คือการจากลาละก็ควรให้เธอรับรู้ เพื่อที่เธอจะได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงกับคุณมากกว่าที่จะปิดกั้นเอาไว้ด้วยทิฐิของเธอที่คุณทิ้งเธอไป และหากเธอรู้ทีหลังเธอจะยิ่งเสียใจที่ไม่ได้ทำดีกับคุณอย่างเต็มที่ เธอจะเสียใจที่ไม่ได้พูดในสิ่งที่เธออยากพูด คุณอชิเข้าใจใช่หรือเปล่าครับ กุ๊กไก่น่ะก็เป็นแบบนี้แหละครับ”
อชินิ่งเงียบ แผนของเขาคือไม่ต้องการให้กุ๊กไก่รู้ว่าเขาป่วย เขาเพียงอยากเห็นเธอก่อนจากก็เท่านั้น เขากลัวเธอเสียใจ แต่เขาไม่ได้คิดถึงเธออย่างจริงจัง จริง ๆ แล้วเขาไม่อยากดูแย่ในสายตาเธอ เขายังคงเห็นแก่ตัวกระทั่งเพราะอยากสร้างภาพให้เธอเห็น เขาจึงลืมความรู้สึกของเธอไปจริง ๆ ที่เขาต้องการพบเธอเพราะอะไรกัน
รัก หรือว่า เพราะเธอคือคนที่เขานับเป็นคนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่กันแน่
อชิวางมือลงบนตักตัวเอง ลมเย็นโชยมาเก่งขยับตัวแล้วข่มผ้าที่หลุดรุ่ยลงมาให้เขา
“ทำให้ร่างกายอุ่นหน่อยจะดีกว่าครับ”
อชิยิ้ม
“คุณเป็นคนอ่อนโยนนะครับ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมกุ๊กไก่ถึงชอบคุณ”
“สำหรับกุ๊กไก่คุณอชิก็สำคัญมากครับ”
“ความจริงกุ๊กไก่ไม่เคยรักผมในแบบคนรักหรอกครับ เพียงแต่เธอเข้าใจตัวเองผิด”
“ทำไมคุณพูดแบบนั้นละครับ”
เก่งสงสัย
“กุ๊กไก่เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับผม เพราะเธอเคยชินและสบายใจเธอไม่เคยคิดเปลี่ยนแปลงอะไรเลยสักอย่าง แต่แปลกมากนะครับ เมื่ออยู่กับคุณ กุ๊กไก่ที่เธอพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เธอไม่เคยพยายามเพื่อใครมาก่อน ตอนอยู่กับผมเธอไม่เคยพยายามอะไรเลยครับ มักจะเป็นคนอื่นที่พยายามเสมอ”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“เธอเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้นเพราะคุณครับ ผมเลยคิดว่าผมทำแบบคุณไม่ได้ ทำให้เธอรักผมแบบที่รักคุณไม่ได้ครับ ตอนนี้ผมเองก็ยังเห็นแก่ตัว แม้จะเป็นเพื่อนกันและคิดว่ารักเธอมากแค่ไหนแต่ในตอนนี้ผมไม่รู้จักเธอเลย ผมแค่รู้จักเด็กหญิงตัวน้อยจนกระทั่งเธออายุสิบห้าปี หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้จักเธอแล้ว ไม่รู้ความคิดเธอ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอสักอย่าง ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอชอบกินอะไร ชอบเที่ยวแบบไหน ตรงข้ามกับคุณครับ ตัวตนของกุ๊กไก่ตอนนี้เป็นคุณเก่งที่รู้ดีเกี่ยวกับเธอ ไม่ใช่ผม ช่างเวลาของผมหมดไปนานมากแล้วครับ และกำลังจะจบลงจริง ๆ แล้ว”
คงเป็นเพราะเขาพูดยาวเหยียดอชิจึงรู้สึกเหนื่อยหอบ แต่เขากลับโล่งใจ วันนี้ที่ได้พบเก่งเขาได้รู้ใจตัวเองแล้วว่า จริง ๆ แล้วในตอนนี้เขากับกุ๊กไก่ไม่ใช่เด็กที่จะอยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว
เก่งมองไปยังผืนน้ำ นกตัวเล็ก ๆ ที่มองเห็นไกล ๆ กำลังกระพือปีกบินอยู่เหนือน่านน้ำสีฟ้าใส เขาเข้าใจความหมายที่อชิพูด ไม่ใช่ว่าอชิพูดเอาใจเขา แต่ชายหนุ่มคนนี้คิดวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วต่างหาก ว่าจริง ๆ แล้วความรู้สึกของอชิและกุ๊กไก่ในตอนนี้อยู่ในระดับไหน
“แต่เธอรักคุณจริง ๆ นะครับ”
“ครับ ผมก็รักเธอจริง ๆ เหมือนกัน เพียงแต่ว่าช่วงเวลานั้นมันผ่านพ้นมาแล้ว และผมดีใจที่เป็นคุณ ดีใจและโล่งใจ ผมไม่ขอคำสัญญาจากคุณอะไรทั้งนั้น เพราะผมรู้ว่ามันไม่สำคัญและมีความหมาย เพียงแต่ว่าหากวันใดที่คุณหมดรักเธอแล้ว ขอให้บอกเธอตรง ๆ และจากไปอย่างกล้าหาญ อย่าหลอกเธอเลยนะครับ”
เก่งจับมือของอชิแล้วบีบเบา ๆ
“ผมไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปอย่างแน่นอนครับ”
อชิยิ้ม เขาอ่อนล้าจนแทบหมดแรงและรู้สึกเจ็บปวดที่ท้องลามไปจนถึงหน้าขา เขาเริ่มพูดช้าลงเพราะมะเร็งลามไปควบคุมอวัยวะส่วนการพูดแล้ว แต่เขายังคงยิ้มเย้ยหยันพระเจ้า
ท่านต้องการให้เขาเจ็บปวด แต่อชิจะยิ้มและน้อมรับความเจ็บปวดนี้ด้วยความเข้มแข็ง ใจของเขานั้นเฝ้ารอคอยด้วยใจระทึกที่จะเจอเธอ เขาจะทำหน้ายังไง เขาจะขอโทษเธอให้เธอด่าเขาอีกดีหรือเปล่า เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องทำยังไง
“ความจริงผมก็อยากพบคุณมากเหมือนกัน ผมอยากส่งเธอให้ถึงมือของคุณ ขอให้คุณเก่งคิดว่าผมเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเธอก็ได้ครับ ผมในตอนนี้แค่อยากเห็นกุ๊กไก่ยิ้มและมีความสุขจริง ๆ”
“ผมเข้าใจครับ คุณอชิสบายใจเถอะนะครับ ผมจะปล่อยให้เธออยู่กับคุณจนกว่าคุณจะ…”
แน่นอนว่าเก่งย่อมไม่สามารถพูดออกมาได้ จนกว่าอะไรนะหรือ แต่ก่อนคำว่า จนกว่าชีวิตจะหาไม่นั้น ช่างยาวนัก แต่ตอนนี้ มันกลับสั้นจนเขาตกใจ จะเป็นวัน เป็นชั่วโมง หรือเป็นนาทีกันนะ
อชิถอนหายใจและพูดขึ้น
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นนิรันดรจริง ๆ นะครับ”
เก่งพยักหน้า “แต่สิ่งที่เราทิ้งไว้หลังความตายยังคงอยู่นะครับ คุณทำอะไรไว้บ้างในตอนมีชีวิตก็นับว่าการได้เกิดมาไม่เสียเปล่าแล้ว ผมกับเควิลจะเข้าไปสนับสนุนมูลนิธิมะเร็งเพื่อเด็กยากไร้ของคุณที่คุณอชิได้สร้างขึ้นมานะครับ ผมจะไม่ก้าวก่ายภายในศูนย์แต่จะช่วยสนับสนุนเงินโดยไม่ออกนาม”
อชิชื่นชมเขา ย่อมไม่มีคำขัดแย้งของอชิ และแม่ของนางชาเองก็เสียด้วยโรคนี้ เพราะแบบนี้จึงทำให้นาชาเห็นใจอชิมากจนกระทั่งเธอเองก็เอาแต่ร้องไห้ด้วยความเศร้าใจ เมื่อหวนคิดถึงความลำบากตอนที่แม่ของเธอมีชีวิตอยู่ การเข้าไปสนับสนุนมูลนิธิครั้งนี้เควิลจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
“คุณเองก็เป็นคนดีจริง ๆ นะครับ พวกคุณทั้งหมด คนที่อยู่รอบตัวกุ๊กไก่ถ้าเป็นพวกคุณผมก็สบายใจและหมดห่วงจริง ๆ ครับ”
อชิมองไปตามทางเดินเล็ก ๆ อยู่แทบจะตลอดเวลา หวังว่ากุ๊กไก่จะมาถึงในไม่ช้า เขากลัวจริง ๆ ที่จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ทันได้เห็นใบหน้าที่สวยงามของเธอ เขาอยากเก็บรอยยิ้มของเธอเอาไว้แล้วฝังมันไปพร้อมกับร่างของเขา
กระทั่งเก่งเอ่ยขึ้นว่า
“เธอมาถึงแล้วครับ”
อชิหันไปมองทางเดินเล็ก ๆ นั่นอีกครั้ง กระทั่งเขาเห็นร่างเล็กบอบบางของใครบางคนที่เขาฝันหาแทบจะทุกลมหายใจ เธอกำลังเดินมาหาเขาอย่างช้า ๆ ด้วยท่าทางที่ปิดไม่มิด อชิยิ้มรับเธอด้วยใบหน้าที่คิดว่าอบอุ่นที่สุด
เขารอคอยเธอเงียบ ๆ ทั้ง ๆ ที่คิดถึงสุดหัวใจ อยากจะตะโกนร้องเรียกหาเธอใจแทบขาด ผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของเขาตั้งแต่เด็กจนใกล้ที่จะถึงวันตาย เขาอยากจะวิ่งไปกอดเธอแนบอก
แต่สภาพเขาตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดินอยู่แล้ว
“ผมจะออกไปก่อนให้คุณอชิคุยกับเธอนะครับ”
เก่งคิดปลีกตัวออกไป เขาจะเฝ้ามองคนสองคนเงียบ ๆ อยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง ถ้าหากคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ชายหาดตัวนี้เป็นเขา เขาจะมีแรงพอที่จะบอกลากุ๊กไก่หรือเปล่านะ เขาจะเข้มแข็งได้เท่าอชิหรือเปล่านะ
เป็นคำถามที่คาอยู่ในใจของเก่ง
เขาเดินเข้าไปหากุ๊กไก่ จับมือของเธอแล้วบีบเบา ๆ กุ๊กไก่มองเขาอย่างขอความช่วยเหลือ เธอรู้ทุกอย่างแล้ว แต่ว่า เธอในตอนนี้จะสามารถอยู่ต่อหน้าอชิโดยไม่ร้องไห้ได้ยังไง
“ไม่เป็นไรนะคะ พี่จะอยู่แถวนี้ สำหรับอชิในตอนนี้รอยยิ้มของกุ๊กไก่คนดีมีค่ามองแค่ไหนรู้หรือเปล่าคะ”
กุ๊กไก่พยักหน้า มือของเธอสั่นมากแต่เมื่อถูกเก่งกุมเอาไว้อย่างอบอุ่นเธอกลับรู้สึกดีขึ้น
“กุ๊กจะพยายามค่ะ”
เธอบอกเขาเบา ๆ เก่งเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วปล่อยให้เธอเดินไปหาอชิที่กำลังรอคอยด้วยใจที่ปวดร้าวแต่ยินดีเป็นอย่างยิ่ง อชิมองกุ๊กไก่ไม่ละสายตาย ได้แต่พูดซ้ำ ๆ คำเดิมกับตัวเอง
“นั่นเธอมาแล้ว กุ๊กไก่ของฉัน ยัยเด็กขี้แยของฉัน เธอมาแล้ว เธอมาหาฉันแล้ว”
