ดาเรียสผู้ยิ่งใหญ่ Darius Supreme – ตอนที่ 78

ตอนที่ 78

ดาเรียสออกจากร้านหนังสือและเข้าไปในร้านของช่างตีเหล็ก ร้านค้าเล็กๆ มีอาวุธมากมายแขวนอยู่รอบๆ สถานที่ ตั้งแต่ขวานต่อสู้ไปจนถึงขวาน นากินาตะ ง้าว ดาบ ดาบฟันดาบ ธนู ธนูรีเคิร์ฟ แม้กระทั่งกริชและรองเท้าส้นเข็ม

ดาเรียสตรวจสอบพวกมันทีละอย่างและพบว่าไม่มีอะไรดีกว่าหอกเหล็กตัวปัจจุบันของเขาเลย เนื่องจากเป็นกรณีนี้ ดาเรียสหมดความสนใจในไอเท็มที่นี่และซื้อรองเท้าต่อสู้น้ำหนักเบาเพียงคู่เดียวและถุงมือโลหะหนัก

เขาใช้เงินเพียง 12 เหรียญทองแดง และเขาก็ใส่ไว้ในช่องเก็บของด้วย เขาวางแผนที่จะทำให้พวกเขาเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับกันเนอร์เนื่องจากเพื่อนดูเหมือนจะชอบการต่อสู้แบบไม่มีอาวุธ

หลังจากช่างตีเหล็ก ดาเรียสเข้าไปในร้านนักเล่นแร่แปรธาตุ เป็นร้านค้าเรียบง่ายที่มีตู้วางยาปรุงยาหลากสีและของใช้ต่างๆ เมื่อตรวจสอบดาเรียสพบว่าการใช้งานมีความหลากหลายอย่างแท้จริง!

บางคนสามารถเพิ่มความแข็งแกร่ง, ความแข็งแกร่งบางอย่าง, บางคนสามารถใช้เป็นยาแห่งความรัก, ในขณะที่บางตัวเพิ่มสถานะอื่น ๆ ราคาแพงที่สุดคือตัวที่สามารถให้ประกายไฟประดิษฐ์ได้

บางคนสามารถปลุกพรสวรรค์ด้านอวกาศเช่นใบมีดอวกาศ ในขณะที่บางคนสามารถควบคุมไฟฟ้าได้แม้กระทั่งผู้ใช้ เราควรสังเกตว่าสิ่งนี้ไม่เหมือนกับเวทมนตร์ แต่เป็นเพียงความสามารถในการต่อสู้ตามธาตุ

บางคนยังสร้างการกลายพันธุ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น ให้ผู้ใช้ใช้กระดูกในการต่อสู้ หรือให้ผู้ใช้สามารถสร้างใบมีดจากธาตุเหล็กในเลือดได้ เป็นต้น

ดาเรียสลูบคางและพบว่าสิ่งเหล่านี้น่าสนใจ เขาตัดสินใจซื้อเกือบทุกอย่างที่เขาเห็นว่ามีประโยชน์ที่นี่ ซึ่งทำให้เขาต้องเสียเหรียญทอง

หลงัจากที่ซื้อเสร็จเจ้าของร้านยังพาดาเรียสไปที่ประตูและโบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดบนใบหน้าของเขา ดาเรียสหัวเราะเยาะกับสิ่งนี้แต่ไม่ได้หยุดการช้อปปิ้งของเขา

เขาไปที่ร้านค้าต่าง ๆ ในเมืองและซื้อของที่เขาเห็นว่ามีประโยชน์ และเก็บสิ่งที่เขาสามารถทำได้ไว้ในคลังของเขา เขาใช้เงินไปเท่ากับ 43 เหรียญทองในวันเดียว ซึ่งได้สร้างความฮือฮาไปทั้งเมืองแล้ว

เมื่อเขากลับไปที่โรงแรม The Great Escape เขาเห็นแชงค์และเดเร็กรอพวกเขาอยู่ เมื่อเดินไปหาทั้งคู่ เขาเห็นแชงค์สทำหน้าแปลกๆ

“ท่านดาเรียส ท่านเพิ่งอยู่ในลิสโตเพียงวันเดียวและมีชื่อเสียงไปแล้ว ทุกคนพูดถึงทายาทผู้สูงศักดิ์ผู้มั่งคั่งที่ใช้จ่ายอย่างสนุกสนาน”

แชงค์สแสดงความเห็นพร้อมกับเลิกคิ้วสูง

ดาเรียสเพียงแค่หัวเราะ

“ฉันต้องการทุกสิ่งเหล่านี้เพื่อการวิจัย ฉันต้องเข้าใจมาตรฐานสินค้าในอันดาโตเมื่อเทียบกับ เวสเทอร์ริเออร์เผื่อว่าฉันจะไม่หักโหมจนเกินไปเมื่อเริ่มการผลิต”

แชงค์และเดเร็กรู้สึกเหมือนหลอดไฟที่จุดเหนือศีรษะของพวกเขา หากเป็นกรณีนี้ก็มีเหตุผลบางอย่าง

ท้ายที่สุดเวสเทอร์ริเออร์ เป็นอารยธรรมที่พัฒนาแล้วและมีคุณภาพสูงกว่า… ทุกอย่าง ดังนั้นหากดาเรียสยึดติดกับความคิดเก่า ๆ ของเขา เขาอาจสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่เกินระดับอันดาโตร

เมื่อถึงข้อสรุปนี้ แชงค์สหัวเราะและถาม

“แล้วคุณคิดจะทำอะไรต่อจากนี้ ท่านดาเรียส?”

ดาเรียสหันหน้าไปทางโรงเตี๊ยมและตอบช้าๆ

“ฉันวางแผนที่จะเช่าห้องชุดในโรงแรมนี้เป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนในขณะที่ที่อยู่อาศัยของขุนนางและทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ฉันได้รับการจัดสรรสร้างขึ้น”

ดาเรียสยิ้มอย่างแผ่วเบา

“จนกว่าพวกเขาจะทำเสร็จ ฉันจะใช้เวลาสำรวจดันเจี้ยนของเมืองนี้เช่นเดียวกับกิลด์ต่างๆ เพื่อฝึกฝนทักษะการต่อสู้ของผู้ติดตาม ในช่วงที่หยุดทำงาน ฉันจะสร้างคลังไอเท็มสำหรับร้านค้าของฉันเพื่อขาย!”

แชงค์สปรบมือด้วยท่าทางแสดงความเคารพ

“แผนเยี่ยมมาก ฉันกับเดเร็กวางแผนที่จะค้างคืนและกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นฉันจะเตรียมเอกสาร ตำแหน่งงาน และโฉนดของคุณให้พร้อม เพื่อที่คุณจะได้จัดการส่วนที่เหลือ”

ดารเรียสขอบคุณแชงค์สสำหรับความใจดีของเขาและเข้าไปในโรงแรมพร้อมกับชายชราและลูกชายของเขารวมถึงบริวารที่มีตราสินค้าของเขา พวกเขาไปที่แผนกต้อนรับของโรงเตี๊ยมและพบว่ามันเป็นเลานจ์ขนาดใหญ่ที่มีคนแต่งตัวดีหลายคนพูดคุยและรับประทานอาหารค่ำ

มันค่อนข้างดังและแออัด แต่สถานที่นี้มีกลิ่นหอมจริงๆ ต้องขอบคุณอาหาร น้ำหอม และน้ำหอมปรับอากาศ

ดาเรียสไม่แน่ใจว่าสถานประกอบการนี้มีระดับไฮเอนด์หรือไม่ เพราะเหตุใดจึงสะอาดมาก หรือสถานประกอบการทั้งหมดมีลักษณะเช่นนี้ และการพรรณนาสมัยใหม่ของยุคกลางบนแผ่นดินโลกมีความเบ้เล็กน้อย

อาจจะบิตของทั้งสอง?

อันที่จริง ดาเรียสคาดว่าสถานที่นั้นจะมีกลิ่นเหม็น เต็มไปด้วยผู้ชายที่หยาบคายและสาวใช้ที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลทั้งหมดที่เขาไม่เคยเช่าห้องมาก่อนและไปเดินเตร็ดเตร่ก็เพราะเขากลัวว่าจะมีใครบางคนเริ่มทะเลาะวิวาทกันในบาร์

ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น กันเนอร์อาจจะจัดการด้วยการฆ่าพวกเขาทั้งหมดอย่างไร้ความปราณีก่อนที่เขาจะหยุดเขาได้ ดาเรียสไม่อยากให้วันแรกของเขาจบลงด้วยปัญหา ดังนั้นเขาจึงดีใจที่ทัศนคติผิดในกรณีนี้

หลังจากพบกับบาร์เทนเดอร์ดาเรียสและกันเนอร์จ่ายเงิน 35 ซิลเวอร์สำหรับการเข้าพัก 1 เดือนในห้องสวีทระดับบนสุด มันมาพร้อมกับอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็นตลอดจนสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายเช่นความบันเทิงยามเย็นจากพนักงานเสิร์ฟที่ได้รับการคัดเลือก – หรือบริกรหากคุณต้องการ – โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย

ดาเรียสพบว่าตัวเองสนใจในเรื่องนี้และตระหนักว่าเขาลืมมองหาซ่องไปรอบ ๆ เมื่อตอนที่เขาสำรวจก่อนหน้านี้ในวันนั้น เพียงเพราะเขาปฏิเสธ พอร์เทียไม่ได้หมายความว่าเขาปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์

หลังจากทุกข์ทรมานจากโรคแอนโดรพอสมานานกว่า 10 ปีในช่วงหลังของชีวิตที่แล้วและถูกผลักเข้าสู่ร่างกายที่อุดมสมบูรณ์ ดาเรียสประสบปัญหาในการควบคุมตนเองที่บ้านไร่

ถ้าไม่ใช่เพราะวุฒิภาวะและคุณค่าของเขา เขาอาจจะยอมแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาเป็นชายหนุ่มเมื่อเขาตาย เมื่อเขามีทางเลือกแล้วดาเรียสได้ให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของเขาเพื่อที่เขาจะได้มีจิตใจที่ชัดเจนและแข็งแรง

หลังจากที่ดาเรียสและกันเนอร์ทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาออกจากร้านกาแฟด้วยท่าทางสยองที่ยังคงอยู่ในสายตาของพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาจ้องมองไปที่กันเนอร์

มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมฉากของเด็กตัวใหญ่ที่กินทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างง่ายดายในขณะที่ขออีก ดาเรียสลงเอยด้วยการจ่ายเงินทั้งหมด 300 เหรียญทองแดงสำหรับมื้ออาหารของกันเนอร์ ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้จ่าย 3,000 ดอลลาร์ในคราวเดียว

(หมายเหตุผู้เขียน: นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อย่านำตัวเลขเหล่านี้มาแทนค่าโดยตรง)

ดาเรียสเดินดูร้านค้าตามท้องถนนต่อไป หยุดเมื่อเขาพบร้านหนังสือ เขาเข้าไปในขณะที่บอกให้กันเนอร์รออยู่ข้างนอกเพราะเพื่อนไม่สนใจเรื่องพวกนี้

ดาเรียสเดินผ่านชั้นวางหนังสือและไปถึงเคาน์เตอร์ มีเด็กสาวที่เป็นสิวหนักและผิวเป็นด่างเล็กน้อยนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงหน้าเธออย่างเบื่อๆ

เมื่อเธอเห็นว่ามีลูกค้ารายหนึ่ง เธอเงยขึ้นและลุกขึ้นไปพบกับดาเรียส อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเธอดูงี่เง่าเล็กน้อยเมื่อเห็นดาเรียส และหน้าแดงของเธอก็ชัดเจน

เมื่อคุ้นเคยกับการตอบสนองแบบนี้ ดาเรียสยิ้มอย่างอ่อนโยนและทักทายเธอ

“สวัสดี ฉันอยากทราบว่าคุณขายหนังสือประเภทไหนที่นี่ และหรือคุณแค่ปล่อยให้เช่าหนังสือ

หญิงสาวยังคงตกตะลึงในเสน่ห์ของดาเรียสหญิงสาวจึงต้องใช้เวลาเล็กน้อยจึงจะตอบสนอง และเมื่อเธอทำเช่นนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตื่นตระหนก

“คะ ค่ะ ! เรามีชื่อเรื่องให้เลือกมากมายเพื่อกระตุ้นจินตนาการของคุณค่ะ…”

“ดาเรียส ดาเรียส สโตน”

จิตวิญญาญชายแก่กล่าวติดตลก

หญิงสาวรู้สึกเขินอายกับรอยยิ้มของดาเรียส เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขารู้เรื่องที่เธอกังวลใจ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะอดทนและพยายามที่จะได้รับความเป็นมืออาชีพในระดับหนึ่ง

“เอาล่ะ ท่านดาริอัส เรามีหนังสือหลายเล่มตั้งแต่นิยายไปจนถึงสารคดี ไปจนถึงสื่อที่นักเรียนหรือนักเรียนของโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ในลิสโต ถ้าคุณต้องการ!”

ดาเรียสลูบคางของเขา

“คุณมีหนังสือเวทย์มนตร์บ้างไหม? คู่มือการต่อสู้หรือหนังสือคู่มือทุกประเภท?”

เด็กสาวตกตะลึงกับคำขอของเขา จากนั้นเธอก็ตระหนักว่าในฐานะลูกหลานผู้สูงศักดิ์ ดาเรียสอาจตื่นขึ้นในฐานะผู้วิเศษ! เช่นนี้ ท่าทางของเธอก็น่านับถือมากขึ้นเมื่อเธอพยักหน้า

“ใช่ เราเข้าใจ แต่ฉันต้องเตือนคุณ ท่านดาเรียส หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่มีปัญหาในพวกเขา คาถาบางอันมีข้อบกพร่องหรือมีข้อบกพร่องตามที่เขียนโดยผู้วิเศษไม่เพียงพอและขายที่นี่”

ดาเรียสเข้าใจสิ่งที่เธอพยายามจะพูด ดูเหมือนว่าคาถาที่สมบูรณ์หรือถูกต้องน่าจะถูกสะสมโดยผู้วิเศษและแจกจ่ายให้กับสาวกอย่างเป็นทางการเท่านั้น

คาถาเหล่านี้น่าจะคล้ายกับที่โฟลโดมีหรือแย่กว่านั้น พวกมันถูกสร้างขึ้นโดยเฮดจ์เมจหรือผู้ฝึกหัดที่ไม่เป็นทางการในระดับต่างๆ ผ่านวิธีเวทย์มนตร์ และไม่มีประโยชน์ทั้งหมด

แต่ก็ยังมีคุณค่าในด้านการเรียนรู้ คนอื่นๆ สามารถใช้พวกมันเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของ Magical Method รวมถึงได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเวทมนตร์ธาตุต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างคาถาของตนเอง

สำหรับดาเรียส พวกมันมีมูลค่าที่แตกต่างกัน ประเภทที่จะทำให้ร้านค้าของเขาเป็นเค้กร้อนท่ามกลางคนอื่น ๆ ทั้งหมดถ้าเขาเล่นไพ่ของเขาถูกต้อง เขาเดินตามหญิงสาวไปที่ทางเดินเพื่ออ่านคู่มือคาถา และตรวจสอบหลายๆ อย่างทีละคน

พวกมันแย่กว่าของโฟลโดเสียอีก โดยบางอันมีเศษขยะเขียนอยู่ภายในซึ่งแทบจะหาทางกอบกู้ไม่ได้ ริมฝีปากของดาเรียสกระตุกเมื่อเห็นสิ่งนี้และตัดสินใจถามราคา

เขาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพบว่าแม้แต่หนังสือทักษะที่ถูกที่สุดของคาถาพื้นฐานก็ยังมีราคา 4 ซิลเวอร์ เมื่อเขาตรวจสอบพวกเขา เขาพบว่าคาถาพื้นฐานเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกต้องเพราะมันยากที่จะทำให้ยุ่งเหยิงกับบางสิ่งที่เรียบง่าย แต่มีอัตราการได้มาซึ่งต่ำสำหรับผู้ที่อ่านมันและแม้แต่อรรถประโยชน์ที่แย่กว่า

เช่นเดียวกับที่หนังสือ Transmuted ของดาเรียสให้โอกาสแก่บุคคลในการเรียนรู้คาถาภายใน 100% และตัวคาถานั้นแข็งแกร่งกว่าฐานของมัน 500% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาคู่มือคาถาพื้นฐานเหล่านี้ให้โอกาสในการเรียนรู้ 12% และทักษะมีเพียง 15% แข็งแรงพอๆ กับแคนทริปพื้นฐาน

ครั้งหนึ่งดาเรียสเคยตั้งทฤษฎีว่าพลังพื้นฐานของแต่ละคาถาพื้นฐานควรเป็น 1% ดาเมจ/การรักษา/อรรถประโยชน์ เนื่องจากเวอร์ชันของเขาเริ่มต้นที่ 5% ถึงแม้ว่าบางคนจะเรียนรู้จากหนังสือที่ซื้อจากร้านค้าเหล่านี้ แต่คาถาจะมีพลังน้อยกว่า 1% ซึ่งจัดการประมาณ 0.15% ของสติปัญญาของพวกเขา

ดาเรียสเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมผู้วิเศษจึงหายากและน่านับถือ การปีนขึ้นไปผ่านความยากลำบากนี้ยากเกินไป จากซ้าย ขวา และแม้แต่ตรงกลาง ผู้ฝึกหัดอย่างไม่เป็นทางการและนักป้องกันความเสี่ยงถูกระงับในทุกทิศทาง

เฉพาะผู้ที่สามารถเป็นศิษย์ฝึกหัดอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่จะทำได้ดี ถึงอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสามารถของอาจารย์ของพวกเขาที่จะตัดสินอนาคตของพวกเขา

ตอนนี้ดาเรียสเข้าใจแล้วว่าทำไมฟอลโดถึงกระโดดจากการเป็นมิตรไปสู่การเคารพโดยตรง หลังจากที่เขาทำเพียงเล็กน้อย ถ้าเขาอยู่ในสถานะแบบฟอลโด เขาก็คงจะบูชาตัวเองเช่นกันถ้ามีคนอย่างเขาเข้ามา

ดาเรียสยังเข้าใจด้วยว่าเมื่อเขาเปิดร้านและเริ่มประมูลหนังสือเวทมนตร์ที่สร้างจากการแปลงร่าง เขาจะสร้างศัตรูให้กับผู้วิเศษทุกคนในเมือง และอาจรวมถึงทั้งอาณาจักรขึ้นอยู่กับว่ามันไปได้ไกลแค่ไหน

ด้วยเหตุนี้ ดาเรียสจึงลดความทะเยอทะยานของเขาลงเล็กน้อย เขาสามารถท้าทายช่างตีเหล็ก นักเล่นแร่แปรธาตุ และสิ่งอื่นๆ ด้วยไอเท็มแปลงร่างของเขาโดยไม่ต้องกลัว แต่การท้าทายผู้วิเศษทุกคนที่นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีเลิศของความโง่เขลาและความบ้าคลั่ง

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าดาเรียสจะซื้อหนังสือเวทย์มนตร์ส่วนใหญ่ในร้าน แต่เขาเก็บไว้ในช่องเก็บของและวางแผนที่จะใช้เป็นชิปต่อรอง ของขวัญ หรือเริ่มต้นโรงเรียนฝึกนักเวทย์ของตัวเอง

รวมเป็น 2 เหรียญทอง ซึ่งทำให้มือของหญิงสาวสั่น แม้ว่าจะมีผู้วิเศษที่สิ้นหวังสองสามคนมาที่นี่เพื่อซื้อหนังสือเหล่านี้ แต่ก็มีไม่บ่อยนักเนื่องจากราคาและคุณภาพ

บ้าจริง หนังสือบางเล่มรอดชีวิตมาที่นี่ตั้งแต่สมัยคุณย่าของเธอ! ถึงกระนั้นดาเรียสก็ซื้อมันมาทั้งหมดอย่างหมดจด ทำให้หญิงสาวตกตะลึงและทำให้เธอสับสน

บุตรผู้สูงศักดิ์ที่หล่อเหลานั่นจะทำอะไรกับหนังสือไร้ค่าพวกนั้นได้?

ขุนนางที่โต๊ะพยักหน้าเห็นด้วยเกือบพร้อมกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลขุนนางที่รอดตายจะทำทุกวิถีทางเพื่อชุบชีวิตตระกูลของตน

แม้แต่แชงค์สก็รู้สึกว่าไม่แปลก

หากดาเรียสไม่ได้มอบคัมภีร์ปลุกพลังให้พอร์เทีย ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดว่าดาเรียสเป็นอัจฉริยะผู้วิเศษ แชงค์สคงจะชี้ให้เห็นว่าแขกของเขาได้ขอตัวไม่ให้ปรากฏตัวใกล้บ้านของพอร์เทีย เนื่องจากการทดลองเวทย์มนตร์บางอย่าง

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแสร้งทำเป็นเป็นขุนนางจากเมืองหลวงเมื่อเขาตั้งคำถามถึงที่มาของแชงค์สเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แชงค์สรู้สึกอบอุ่นกับเขาในตอนแรก!

ถ้าดาเรียสเปิดเผยว่าตนเป็นขุนนางต่างชาติ เขาคงไม่ต้อนรับเขาขนาดนี้! อันที่จริง แชงค์สเข้าใจดีว่าในระดับหนึ่ง เขาถูกดาเรียสหลอกเพื่อที่จะพักอาศัยอยู่กับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจที่จะทิ้งความคิดเหล่านั้นไว้ หลังจากที่ดาเรียสช่วยลูกชายของเขาและมอบอนาคตที่สดใสให้กับลูกสาวของเขา ช่างเป็นเรื่องที่น่าตลกเสียจริง ทั้งสองสิ่งนี้มีความสำคัญต่อแชงค์ส และคงเป็นไปไม่ได้หากไม่มีดาเรียสอยู่ด้วย

เขาจะรู้สึกไม่ดีที่จะจับผิดกับดาเรียสในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?

สำหรับเดเร็กที่เข้าร่วมการประชุมในขณะที่พ่อของเขากำลังอธิบายเรื่องการโจมตี ข้อมูลใหม่นี้ทำให้เขาสงสัยในตัวเอง มันไม่สมเหตุสมผล

นักเวทย์ผู้ชำนาญการอย่างดาเรียส ไม่จำเป็นต้องสร้างอุบายที่ซับซ้อนเช่นนั้นในหมู่บ้านเพียงเพื่อจะเข้าไปอยู่กับพวกเขา เขาสามารถเดินเข้าไปได้และผู้คนทั้งหมดก็จะมาหาดาเรียสเองหลังจากเห็นความสามารถของเขา!

ดาเรียสสังเกตเห็นความสงสัยที่แตกหน่อของเดเร็ก และในสายตาของเด็ก ดาเรียสเห็นการตอบรับอย่างช้าๆ ของเดเร็ก

‘ดูเหมือนคุณจะมีเทวดาผู้พิทักษ์ปกป้องคุณเดเร็ก บางทีคุณอาจจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกสักหน่อย’

ด้วยการสูญเสียสถานะที่คุกคามต่อดาเรียส ย่อมหมายความว่าชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเขาในการตายก่อนกำหนดก็จางหายไปเช่นกัน

“การมอบตำแหน่งให้คุณเป็นเรื่องง่าย นายน้อย เราสามารถมอบตำแหน่งขุนนางที่ต่ำที่สุดของบารอนให้คุณโดยไม่มีผลกระทบจากราชวงศ์ มันจะมาพร้อมกับที่ดินในเขตโนเบิลซึ่งคุณสามารถสร้างที่อยู่อาศัยของคุณและเราเสนอให้ สามแปลงการค้าที่สงวนไว้สำหรับขุนนาง”

สุภาพบุรุษที่มียอดและแว่นพูดอย่างเป็นกันเอง

“ หนึ่ง นั่นคือพื้นที่ในจตุรัสตลาดและเล็กที่สุด ฉันแน่ใจว่าคุณเข้าใจว่าทำไม

สองอยู่ใกล้ทางเข้าหลักของเมืองซึ่งใหญ่เป็นสองเท่า

สามอยู่ในเขตชานเมืองซึ่ง มักมีไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือเพื่อการเกษตร และเป็นแปลงที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาที่ดินทั้งหมด”

“อ่า โง่จริง ๆ ฉันชื่อ นิโคลลัส สเปนเซลีย์ ในฐานะผู้เยาว์ดยุคและเจ้าเมืองลิสโต ฉันมีสิทธิ์ที่จะจัดสสิ่งดังกล่าวทุกปี”

สุภาพบุรุษแนะนำตัวเองขณะลุกขึ้นจากที่นั่งและถอดหมวกด้วยธนูอันสง่างาม

ขุนนางคนอื่นๆ ก็แนะนำตัวเองทีละคน และดาเรียสก็รู้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่เป็นลูกคนที่สามหรือลูกคนที่สองของตระกูลขุนนางที่มีอำนาจในเมืองหลวงที่ถูกส่งมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของฝ่ายความเสมอภาคและสนับสนุนแชงค์

ดาเรียสจดบันทึกชื่อ อำนาจ และตำแหน่งทั้งหมดของพวกเขา เขายังโค้งคำนับต่อขุนนางของฝ่ายความเท่าเทียม โดยเฉพาะเจ้าเมืองและตอบ

“ความเมตตาของคุณมากเกินไปแล้ว ลอร์ดสเปนเซลีย์ และจะไม่เป็นอะไรที่ฉัน ดาเรียส สโตน จะไม่มีวันลืม!”

ดาเรียสลุกขึ้นเต็มความสูงและยิ้มเบา ๆ

“ตั้งแต่ที่ฉันวางแผนจะเปิดร้านในเร็วๆ นี้ ฉันขอขอบคุณสำหรับความเอื้ออาทรของคุณด้วยการมอบส่วนลด 30% ตลอดชีพสำหรับสินค้าทั้งหมดของฉันที่จะผลิตขึ้น”

พวกขุนนางขอบคุณดาเรียสสำหรับข้อเสนอของเขาแต่ไม่ได้จริงจังกับมันมากนัก พวกเขาทั้งหมดมีช่างฝีมือและร้านค้าเป็นของตัวเอง แล้วทำไมพวกเขาจะไปหาดาเรียสเพื่อซื้ออะไรซักอย่าง? ไม่ต้องพูดถึงว่าแม้ว่าเขาจะเป็นจอมเวทอัจฉริยะ แต่ฝีมือช่างเป็นสาขาที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงซึ่งแทบไม่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์แบบดั้งเดิมเลย

อย่างไรก็ตาม อย่างที่พวกเขาพูดเสมอว่า ความคิดนั้นสำคัญ

แชงค์สเมื่อเห็นว่าอารมณ์ดีและทุกอย่างที่เขากังวลก็คลี่คลายได้ง่ายแล้วจึงพยักหน้าให้ดาเรียส ดาเรียสจึงเข้าใจว่านี่คือสัญญาณที่จะจากไป เขาจึงโค้งคำนับอีกครั้งและออกจากห้องพร้อมกับกันเนอร์

เมื่อออกไปแล้ว ทั้งคู่ก็เดินผ่านเส้นทางเดิมที่พวกเขาเคยเข้ามาและออกจากโรงแรมจากด้านหลัง เด็กชายผู้รับผิดชอบประตูหายไป ดังนั้นดาเรียสและกันเนอร์ ก็แค่เปิดมันออกเองและจากไป เดินไปตามถนนของ ลิสโต หลังจากเดินไปได้ไม่กี่นาที

พวกเขายังยุ่งเหมือนเมื่อก่อน ทางเท้ายังคึกคักกว่าถนน มันทำให้ดาเรียสนึกถึงเมืองหลักๆ ของหลายรัฐบนโลกนี้ และยังมีอะไรให้ดูอีกมาก

ดาเรียสและกันเนอร์เดินไปตามทางเท้า ขณะที่คนข้างหน้าและข้างหลังหลีกทางเมื่อสังเกตเห็นเครื่องแต่งกายของดาเรียส เช่นเดียวกับขนาดของกันเนอร์

คนโง่คนใดสามารถบอกได้ว่าเขาต้องเป็นลูกหลานที่มีเกียรติในการเดินกับคนรับใช้ / คุ้มกันของเขา ทั้งคู่เดินผ่านร้านค้าสองสามร้านและในที่สุดก็หยุดที่ร้านอาหาร

เป็นคาเฟ่แบบเปิดโล่งที่มีกลิ่นยั่วเย้าของแป้งอบและขนมอบร้อนๆ ดึงดูดความสนใจของดาเรียสและกันเนอร์ในทันที ทั้งคู่เข้าไปในสถานประกอบการและพบว่าตัวเองมีที่นั่งที่เงียบเพียงพอ

ดาเรียสต้องยอมรับว่าการออกแบบค่อนข้างดี ภายในคาเฟ่ถูกทำเครื่องหมายด้วยไม้ขัดเงาสำหรับปูพื้นและผนัง ในขณะที่เพดานดูเหมือนทาสีด้วยอิฐอย่างดี

รั้วไม้เล็กๆ ที่สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้ผู้คนพลิกตัวไปมาได้ง่าย ถูกทำเครื่องหมายเป็นพื้นที่ที่กำหนด พื้นหินปูด้วยพรมหญ้าที่ตัดแต่งให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขากำลังรับประทานอาหารอยู่ในที่ราบอันเขียวชอุ่ม

ไม่นานพนักงานเสิร์ฟก็เข้ามารับคำสั่งของทั้งคู่ ดาเรียสได้สั่งชาและขนมอบที่เขารู้จักในรายการ เช่น พายเนื้อและมีทโลฟ สำหรับกันเนอร์นั้นดาเรียสสั่งทุกอย่างอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งขนมและเครื่องดื่ม

ในช่วงเวลาที่เขาใช้เวลากับผู้ประทับตราของเขา ดาเรียสได้เรียนรู้ว่าความอยากอาหารของกันเนอร์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด

“ใช่ มีคนจู่โจมหมู่บ้าน ๆ ที่มีเสน่ห์ของคุณ ไม่มีเหตุผลที่จะโทรหาเราที่นี่ถ้าคุณถามฉัน”

หญิงสูงศักดิ์วัยกลางคนที่มีผิวสีซีดและร่างกายที่บอบบางแสดงความคิดเห็นด้วยความรำคาญเล็กน้อย

แชงค์สเมินเธอและพูดต่อ

“ในขณะที่การโจมตีบุคคลหรือทรัพย์สินของฉันเป็นเรื่องผิดปกติ คุณอาจจะสนใจที่รู้ว่าฉันมีเหตุผลที่จะเชื่อว่ามันน่าจะถูกยุยงโดยฝ่ายที่เหนือกว่า”

เรื่องนี้ทำให้พวกเขาจริงจังในขณะที่ลุกขึ้นนั่ง ขุนนางวัยกลางคนอีกคน คราวนี้เป็นสุภาพบุรุษที่แต่งตัวดีสวมหมวกทรงสูงและแว่นเดียวถามอย่างจริงจัง

“แชงค์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่งเพื่อนรัก นี่เป็นเรื่องร้ายแรงที่จะกล่าวหาพวกเขา คุณมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมหรือไม่”

แชงค์สพยักหน้าไปทางขุนนางผู้นี้และอธิบายการโจมตีหมู่บ้านอย่างละเอียดอย่างชัดเจน เหล่าขุนนางต่างตกใจเมื่อรู้ว่าแม้แต่โจรกราเวนก็มีส่วนร่วม เพราะพวกนั้นเป็นตัวแทนเลือดของพวกเขาเอง!

โชคไม่ดีที่กลุ่มโจรกราเวนถูกบังคับให้ทำลายสถานะที่ไม่ระบุตัวตนเพื่อเตือน ซึ่งก็เหมาะสมแล้วเมื่อได้รับกำลังแบบที่พลเรือนต้องเผชิญ ดังนั้นพวกขุนนางจึงไม่ถูกรบกวนมากนัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รบกวนพวกเขาคือกระดาษที่แชงค์สส่งไปรอบๆ ซึ่งมีลายมือของกราเวนเอง ในนั้นเขาได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการของโจรและใครเป็นผู้ให้ทุนแก่พวกเขา

ตามที่เขาพูด สายลับแปลก ๆ จากฝ่ายอยู่เหนือกว่าได้เข้าหาไดอาโตและฟอลโด แม้กระทั่งให้ฟอลโดยังเป็นสายบังเหียนในการดำเนินการ เพื่อให้แน่ใจว่าการประหารชีวิตของพวกเขาได้รับการจัดการอย่างดี พวกเขาจึงส่งตัวแทนที่รู้จักซึ่งก็คือ ฮอร์เก้ เพื่อติดตามสถานการณ์

กราเวนยังระบุสิ่งที่กลุ่มโจรได้รับสัญญาไว้ รวมถึงรายการที่พวกเขาเคยล่อมอนสเตอร์ออกมา ซึ่งเป็นราคาที่สูงชันหากเปลี่ยนเป็นเหรียญทอง

คนส่วนใหญ่ที่โต๊ะกลมเชื่อเรื่องนี้เพียงครึ่งเดียวจนได้เห็นส่วนนี้ พวกเขารู้ว่าความมั่งคั่งดังกล่าวไม่สามารถหล่นลงมาจากฟากฟ้าได้ และมีเพียงกลุ่มใหญ่เท่าฝ่ายที่เหนือกว่าเท่านั้นที่จะสามารถจัดหาเงินทุนสำหรับการดำเนินการดังกล่าวได้

กันเนอร์มองมาที่ดาเรียสอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ลืมตาขึ้น สำหรับเรื่องนั้นดาเรียส ยิ้มเบา ๆ รักษาเรื่องตลกที่เขาคิดขึ้นมา มันจะไม่เป็นอันตรายเหมือนกระต่ายน้อยที่ไม่สามารถเคี้ยวหญ้าเพื่อมีชีวิตอยู่ได้

เกิดความเงียบที่โต๊ะกลมอยู่ครู่หนึ่งขณะที่เพื่อนที่นี่ได้ย่อยข้อมูลที่พวกเขาได้รับ ตรวจสอบมันในใจด้วยสิ่งที่พวกเขารู้เกี่ยวกับคู่ต่อสู้และวัตถุประสงค์ของพวกเขา รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากสิ่งต่าง ๆ กลายเป็น แตกต่างกัน

แชงค์สอนุญาตให้พวกเขาแยกแยะข้อมูลนี้อย่างเงียบๆ ประมาณ 5 นาที ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“อันที่จริง ทุกคนคงจะหลงทางถ้าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของลอร์ดดาเรียสที่อยู่ข้างหลังฉัน และผู้ติดตามที่ทรงพลังของเขา กันเนอร์”

แชงค์สแจ้งพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ดาเรียสได้ทำเพื่อหมู่บ้าน และการมาของเขา และการกระทำของเขาตั้งแต่นั้นมา เมื่อพวกเขาได้ยินว่าดาเรียสเป็นจอมเวทย์ที่สามารถสร้างม้วนคัมภีร์แห่งการตื่นขึ้นได้ พวกเขาก็ตกตะลึงอย่างงี่เง่า

นักเวทย์ผู้ชำนาญในวัยเพียง 13 ปี?! อัจฉริยะ นี่คืออัจฉริยะ! พรสวรรค์ดังกล่าวไม่เคยปรากฏในอาณาจักรที่เพิ่งสร้างขึ้นอย่างอันดราโต

มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะได้เห็นผู้มีพรสวรรค์อย่างดาเรียส ในอาณาจักรที่ใหญ่กว่าใกล้กับศูนย์กลางของทวีป ฟอลลอน และแม้กระทั่งที่นั่นคนอย่างดาเรียสก็ยังหายากพอสมควร!

ใช่ นี่คือสิ่งที่ดาเรียสตระหนักหลังจากอ่านและพูดกับฟอลโด อาณาจักรอันดราโตเป็นเหมือนที่ดาเรียสเคยกล่าวไว้ว่าเป็น ‘โซนเริ่มต้น’

อำนาจสูงสุดที่รู้จักคือนักเวท และส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับราชสำนักและฝ่ายที่เหนือกว่า

คลาสการต่อสู้อยู่ในเรือลำเดียวกัน ระดับสูงสุดคือระดับนักเวท และส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มใหญ่ เช่น หัวหน้าสมาคมทหารรับจ้าง ประธานกิลด์นักผจญภัย และอื่นๆ

ไม่มีปรมาจารย์ที่นี่ เนื่องจากพวกเขาจะไม่สนใจอาณาจักรเล็กๆ บางแห่งใกล้กับที่ราบแห่งความตายที่มีการทุจริตอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ ด้วยความเข้าใจผิดที่เกี่ยวกับระดับความแข็งแกร่งของนักเวทย์ ดาเรียสจึงสามารถเคลื่อนที่ไปรอบๆ ได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าเขาไม่มีความแข็งแกร่งระดับนักเวทย์ แท้จริงแล้ว ดาเรียสจึงเลือกที่จะยึดตามแผนและเสริมเอกลักษณ์ของเขา หลังจากนั้น เขายังสามารถสำรวจโลกของเฟาสต์และค้นพบเส้นทางสู่อำนาจสูงสุด

ดาเรียสก้าวไปข้างหน้าและพูดกับกลุ่มโดย ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน รักษาท่าทางที่สุภาพแต่ห่างเหิน

“อรุณสวัสดิ์ เพื่อนร่วมชาติ ฉันชื่อดาเรียส สโตน ฉันเป็นตระกูลสโตนคนสุดท้ายจากจักรวรรดิเวสเทอร์ลิเยร์ที่ดำรงอยู่จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ ฉันยินดีที่จะทำความรู้จักกับพวกคุณ”

เมื่อดาเรียสแนะนำตัวเองด้วยตัวตนชั่วคราวที่แต่งขึ้น ราวกับว่าหลอดไฟส่องประกายเหนือศีรษะของทุกคนที่จัดอยู่ที่นี่ แชงค์รวมอยู่ด้วย

จักรวรรดิเวสเทอร์ลิเยร์ เป็นหนึ่งในอาณาจักรที่ทรงพลังที่สุด 10 อันดับแรกในทวีปนี้ในอดีต แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามันก็เริ่มพังทลายลง เนื่องจากการต่อสู้ทางการเมืองภายในซึ่งถูกครอบงำโดยอาณาจักรชั้นนำอื่น ๆ

ในที่สุด จักรวรรดิก็ถูกทำลายลงเนื่องจากสงครามกลางเมือง และประเทศอื่นๆ ก็โฉบเข้ามาเหมือนเหยี่ยวเพื่อเอาทุกอย่างที่ทำได้ บ้านชั้นสูงส่วนใหญ่ในเวสเทอร์ลิเยร์ถูกทำลายหรือยึด ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่ดาเรียส จะเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว

มันจะอธิบายความสามารถของเขาด้านเวทมนตร์ตั้งแต่อายุยังน้อย เวสเทอร์ลิเยร์เป็นอาณาจักรที่เน้นเวทย์มนตร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้วิเศษที่มีพรสวรรค์มากมายที่ยังคงมีอยู่ในโลกในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทำลายล้างของจักรวรรดิได้ เนื่องจากการปรากฏตัวของพวกเขาจะทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลงไปอีก

เป็นเรื่องราวหน้าปกที่สมบูรณ์แบบสำหรับดาเรียสเพราะมันจะช่วยเติมเต็มช่องว่างของการดำรงอยู่ของเขาที่ดูเหมือนไร้สาระและไร้เหตุผล ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีเหตุมีผลจริงๆ

ขุนนางคนอื่นๆ คนหนึ่งที่นั่งอยู่รอบโต๊ะยิ้มอย่างประชดประชันไปทางดาเรียส ขณะที่ความรู้สึกต่ำต้อยห้อมล้อมพวกเขาทั้งหมด

“สวัสดีในนามของฝ่ายความเท่าเทียมของอาณาจักรอันดราโต นายน้อยดาเรียส! เราเป็นหนี้บุญคุณอะไรกันแน่?”

ดาเรียสยิ้ม

“ในฐานะสมาชิกคนสุดท้ายของครอบครัวที่รอดตาย หน้าที่ของฉันคือต้องหาที่ ที่จะตั้งรกรากและสร้างสายเลือดของตระกูลขุนนางของฉันขึ้นใหม่ ฉันมีวิธี แต่ไม่มีเครื่องมือ ดังนั้นฉันต้องการขอความช่วยเหลือจากฝ่ายความเท่าเทียมในเรื่องนี้ .”

ใช้เวลาประมาณหนึ่งวันกว่าจะถึงเมืองที่ใกล้ที่สุดเกวียน ห่างจากหมู่บ้านไร่ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 45 กิโลเมตร และเกวียนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 2 กม./ชม. ซึ่งเร็วเท่ากับแชงค์สเต็มใจที่จะไปบนถนนที่ขรุขระเหล่านี้

ดาเรียสไม่รังเกียจเพราะนั่นวยให้เขาเตรียมของบางอย่างสำหรับการจู่โจมเข้าไปในเมือง เมื่อวาน เขาซ่อมหนังสือโฟลโด้ไป 3 เล่ม ซึ่งทำให้เขาเสียไปทั้งหมด 6 CP

CP ที่เหลืออีก 4 CP ที่เขาใช้ไปกับการทำคัมภีร์ปลุกพลัง อีกอันซึ่งเขาได้มอบให้ Portia เป็นของขวัญจากลา เขาสามารถให้เธอได้หนึ่งอันจากที่ซ่อนไว้ 8 อัน และเขามีแผนสำหรับสิ่งเหล่านั้น

หญิงสาวทำท่าราวกับว่ามันเป็นสินสอดทองหมั้นและเบิกตากว้าง ซึ่งทำให้ดาเรียสรู้สึกอึดอัดใจที่เกือบจะเสียใจกับการกระทำของเขา

ถึงกระนั้น ในฐานะที่เป็นวิญญาณชรา เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมกับความตั้งใจของเธอที่จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเขาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเธอได้รับมัน

ที่สำคัญกว่านั้น มันมีผลในการยกระดับความคิดเห็นของแชงค์ที่มีต่อเขา และทำให้เดเร็กตั้งคำถามกับความสงสัยของเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงแม้เด็กคนนั้นจะสงสัยดาเรียส เขาก็ไม่ได้แสดงความเห็นออกมาดังๆ

คัมภีร์ปลุกพลังไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปที่คนจะให้กันได้ง่ายๆ แม้ว่าแชงค์จะเป็นอดีตราชองครักษ์และได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายความเท่าเทียม ลูกของเขาทั้งสองยังคงไม่ได้รับการปลุกพลัง ไม่ว่าจะในการต่อสู้หรือเวทมนตร์

การรายการต่างๆ ได้แสดงให้เห็นว่าดาเรียสนั่นร่ำรวยและมีอำนาจมากพอที่จะสร้างหอคอยเวทย์มนตร์ขนาดเล็ก ในกรณีนี้ทำไมเขาถึงต้องเตรียมบทละครที่วิจิตรบรรจงเพื่อที่จะได้อ่านหนังสือเล่มดีๆ ของพ่อเขา? มันไม่สมเหตุสมผลสำหรับความคิดของเดเร็กหนุ่ม

วันนี้ ขณะที่เขานั่งอยู่ในรถเข็น ดาเรียสได้สร้างม้วนคัมภีร์ปลุกพลังอีก 2 ม้วน และใช้ CP ที่เหลืออีก 2 อันเพื่อสร้างม้วนเทเลพอร์ตอีกสี่ม้วน ดาเรียสชอบประโยชน์ของไอเทมดังกล่าวมาก และพวกมันก็สะดวกมากในการข้ามระยะทาง เพราะเขาไม่สามารถพาคนอื่นไปพร้อมกับการบลิงค์ของเขา… ยัง

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงประตูปลายทางซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้สอบถามพวกเขาก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าไป

ลิสโตเป็นเมืองระดับสูงในบรรดา 20 เมืองที่อยู่ในอันดราโตเพราะดันเจี้ยนของมันค่อนข้างพิเศษ

จากสิ่งที่ดาเรียสได้ยินและเรียนรู้ ดันเจี้ยนที่นี่ประกอบด้วยมอนสเตอร์ประเภทไม้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งดรอปส่วนผสมที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุ รวมถึงวัสดุที่มีประโยชน์ในการก่อสร้างและงานช่างไม้

ในฟอลลอนดันเจี้ยนทุกแห่งมีองค์ประกอบที่มุ่งเน้นไปรอบ ๆ เท่าที่ดาเรียสรู้และยูทิลิตี้ของพวกเขาก็หลากหลาย ดันเจี้ยนไฟเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการค้นหาวัสดุและทักษะที่เหมาะสำหรับช่างเหล็ก เช่นเดียวกับไฟที่ให้ความรู้สึกสำหรับโรงตีเหล็ก

ดันเจี้ยนน้ำเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการฝึกนักผจญภัยมือใหม่เพราะมอนสเตอร์นั้นช้าและอ่อนแอกว่าที่อื่น แต่การดรอปนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ดีและของกึ่งหายาก

ดันเจี้ยนบนดินนั้นค่อนข้างหายาก อันที่จริงมีเพียงเมืองอันโตเท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นรอบ ๆ แห่ง แต่พวกมันมีแร่ธาตุมากมายหากใครสามารถหาความสงบสุขให้กับพวกมันได้ แร่ส่วนใหญ่ที่หมุนเวียนอยู่รอบ ๆ ถูกขุดจากสถานที่ดังกล่าวและขายในตลาด

นั่นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็งเช่นกัน มีเรื่องแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับดันเจี้ยนและไม่มีใครรู้ว่าใครสร้างมันขึ้นมาหรือทำไมพวกมันถึงมีตัวตน พวกมันก่อตัวขึ้นโดยธรรมชาติจากโลก และเมื่อใดก็ตามที่พบคนใดคนหนึ่ง เมืองก็จะก่อตัวขึ้นรอบๆ อย่างรวดเร็ว

มีแม้กระทั่งอาชีพที่เน้นไปที่การค้นหาดันเจี้ยนและอ้างสิทธิ์ในดันเจี้ยน เพราะมันเป็นหนทางที่เร็วที่สุดสู่ความร่ำรวยและกลายเป็นเจ้าของเมืองของคุณเอง

ดาเรียสและกันเนอร์สังเกตลิสโตอย่างเงียบๆ เมืองนี้มีสิ่งต่างๆ มากกว่าที่ดาเรียสคาดไว้ มีถนนลาดยางและถนนจริง ใช่ บ้านสร้างด้วยหินเจียระไนและบางหลังสร้างด้วยอิฐ ดังนั้นจึงมีความทันสมัยเพียงเล็กน้อยในการออกแบบ

จากทางเข้าถนนมุ่งตรงไปยังจตุรัสตลาดมีร้านค้ามากมายตั้งเรียงรายอยู่ทุกข้างทาง พวกเขาทั้งหมดมีไม้กระโจมเหมือนป้ายที่มีโลโก้และชื่อร้านที่เป็นปัญหา

มันค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับดาเรียส เขาสังเกตเห็นว่ามีเกวียนและรถม้าหลายคันที่วิ่งขึ้นและลงถนนอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ต่างกัน

ในที่สุดแชงค์สก็หยุดอยู่ใกล้โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งมีขนาดประมาณห้าเท่าของอาคารใดๆ ที่เขาเคยเห็นมาจนถึงขณะนี้ ด้วยฝูงชนและกิจกรรมที่มากพอที่จะเทียบเคียงกับขนาดของอาคารได้

เขานำทางเกวียนเข้าไปในสนามหลังบ้านของโรงเตี๊ยมอย่างช่ำชอง ที่ซึ่งมีเด็กหนุ่มสวมหมวกและชุดเอี๊ยมกำลังรอพวกเขาอยู่ เขาเปิดประตูให้คนกลุ่มนี้จอดรถได้ใกล้ๆ กับอีกสองสามคันที่บรรทุกธัญพืช เนื้อ และเครื่องเทศประเภทต่างๆ

ดาเรียสและกันเนอร์ลงจากหลังม้า การลงจอดครั้งก่อนมีเสียงสะอื้นเบาๆ และคนหลังมีเสียงกระหน่ำอย่างแรงจนเด็กปิดประตูเกือบตกลงไป

แชงค์สและเดเร็กก็ลงไปด้วย อย่างแรกดาเรียสและกันเนอร์ได้ถูกพาเข้าไปด้านใน ขณะที่คนหลังเดินไปคุยกับเด็กหนุ่มและเตรียมการต่างๆ

ดาเรียสและกันเนอร์เข้าสู่ The Great Escape มันคือชื่อเรียกโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ ชื่อที่น่าขบขันอย่างแน่นอน แต่ดาเรียสจะไม่ทำลายวัฒนธรรมโดยไม่มีเหตุผล

แชงค์พาพวกเขาเดินผ่านห้องครัวที่พลุกพล่านไปยังห้องเตรียมอาหาร ดาเรียสเดาว่าน่าจะเป็นห้องเตรียมอาหารเนื่องจากอยู่ใกล้กับห้องครัวและห้องอื่นๆ ที่เก็บส่วนผสมไว้ แต่ถึงแม้ห้องนี้มีการออกแบบเหมือนกับห้องอื่นๆ แต่ก็ไม่มีอะไรในนี้

แชงค์สเดินไปที่กำแพงด้านหลังห้องอย่างมั่นใจ ทำให้ดาเรียสและกันเนอร์ประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินผ่านไปราวกับไม่มีกำแพงจริงๆ

คู่เจ้านายและคนใช้มองดูและเดินตามหลังแชงค์ส ผ่านเมมเบรนที่โปร่งสบายอย่างน่าประหลาดเพื่อไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่แปลกตา

มีโต๊ะกลมซึ่งมีสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีหลายคนนั่งอยู่แล้ว บาร์ที่ด้านหลังซึ่งเป็นที่ทำงานของคนงาน และเลานจ์ที่ด้านข้างซึ่งประกอบเป็นส่วนใหญ่ของห้อง

เมื่อแชงค์เข้ามา เขาก็นั่งลงที่ที่นั่งสุดท้ายและพยักหน้าให้เพื่อนร่วมชาติของเขา

“ฉันเชื่อว่าเราทุกคนรู้ดีว่าทำไมฉันถึงเรียกคุณมาที่นี่”

หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ค่อนข้างอึดอัด ดาเรียสและกันเนอร์ไปกับแชงค์สและเดเร็ก ขณะที่ทั้งสี่กำลังนั่งเกวียนม้าซึ่งดูเหมือนเป็นพาหนะสำหรับขนพืชผลไป ไม่ใช่สำหรับให้คนนั่ง

ตัวเกวียนนั้นค่อนข้างใหญ่และกว้างขวาง และค่อนข้างสะอาดด้วยความพยายามของชาวนาในไร่ ด้วยเหตุนี้ ดาเรียสและกันเนอร์จึงนั่งข้างในได้ไม่มีปัญหา แม้ว่าแชงค์จะเชิญให้มานั่งร่วมกับเขาที่ด้านหน้า

เนื่องจาดาเรียสไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์ในยุคนี้และไม่สนใจเรื่องดังกล่าว เขาจึงปฏิเสธโดยระบุว่าเขาไม่ต้องการรบกวนพ่อและลูก พวกเขาอาจมีสิ่งที่พวกเขาต้องการจะพูดคุยที่นั่น ในขณะที่ดาเรียสเองก็สนใจที่จะอ่านวิธีการมหัศจรรย์ขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหว

เมื่อเกวียนเคลื่อนที่ ดาเรียสรู้สึกเสียใจกับความใจกว้างของเขาอย่างรวดเร็ว ถนนไม่เรียบแต่เต็มไปด้วยหินและกระแทก เนื่องจากเกวียนไม่เหมือนรถที่มีโช้คอัพ ดาเรียสและกันเนอร์รู้สึกถึงสิ่งกีดขวางทุกอย่าง

เด็กตัวโตดูไม่ใส่ใจกับสิ่งนี้ เขานั่งสมาธิอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เขาพยายามเชื่อมต่อกับสายเลือดของเขาให้ลึกยิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างการเชื่อมต่อของเขากับโลก

แม้ว่าดาเรียสแทบจะไม่สามารถจดจ่อกับความฟุ้งซ่านทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้และตัดสินใจที่จะยอมแพ้ เนื่องจากเขาเบื่ออย่างรวดเร็ว เขาจึงหยิบแท็บเล็ตออกมาและเริ่มเล่นเกมเริ่มต้นกับสิ่งนั้น เช่น Cookie Crush, Cut the String และ Android Run

แน่นอนว่าความคล้ายคลึงกันกับเกมมือถือที่มีชื่อเสียงในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 นั้นไม่ได้หายไป และดาเรียสพบว่าความคิดนี้น่าขบขันที่แม้แต่เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่เช่น เวน่าก็อาจกลัวการละเมิดลิขสิทธิ์

แชงค์สและเดเร็กคุยกันเงียบๆ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยุ่งกับดาเรียสหรือกันเนอร์ในตอนแรก เป็นที่แน่ชัดว่าอดีตราชองครักษ์นั่นถูกเขย่าขวัญอย่างมากจากการที่เขาขะเสียลูกชายไป และเขาสาบานว่าจะให้ความสำคัญกับเขามากขึ้น

สำหรับเรื่องนั้น หลังจากที่หายดีแล้วเดเร็กก็ดูมีความสุขขึ้นมาก ก่อนหน้านี้เขาเงียบ สงวนตัว และเป็นทางการ แต่ตอนนี้เขาพูดตรงไปตรงมาและเป็นมิตรกับทุกคนมากขึ้น ยกเว้นกับดาเรียส

แต่ดาเรียส เขาก็ทำแบบเดียวกัน ซึ่งทำให้แชงค์ พอร์เชีย และกันเนอร์งง แชงค์ส มองว่าเป็นพี่น้องกันเพราะเขารู้ว่าลูกสาวของเขาถูกดาเรียสทำร้ายจิตใจ

ท้ายที่สุด แม้ว่าเขาจะไม่รู้ข้อเท็จจริงนี้ ความสับสนวุ่นวายที่ลูกสาวของเขาก่อขึ้น เมื่อดาเรียสประกาศว่าเขาจะจากไปพร้อมกับแชงค์สและเดเร็กเพื่อรายงานการจู่โจมบนหมู่บ้าน ไปยังเมืองใกล้เคียงระหว่างมื้ออาหารก็เพียงพอแล้ว เบาะแสในแม้กระทั่งเพื่อนที่หนาแน่นที่สุด

ดาเรียสนั่นอ่อนโยนและมั่นใจมาก แต่หญิงสาวไม่ยอมปล่อยมือ จนกระทั่งแชงค์และเดเร็กก้าวเข้ามาเพื่อให้แขกของพวกเขาได้หายอึดอัดใจ

แชงค์และเดเร็กทราบดีว่าดาเรียสไม่สนใจลูกสาว/น้องสาวของตน และพวกเขาทั้งสองก็พบว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากการแต่งงานกับขุนนางต้องนำไปสู่ปัญหาเมื่อสถานะของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่สอดคล้องกัน

แชงค์สคิดว่าดีเร็กรู้สึกอึดอัดกับการปรากฏตัวของดาเรียสและการได้หัวใจของน้องสาวคนเล็กของพวกเขาไป ดังนั้นเขาจึงไม่ตำหนิเด็กคนนี้เพราะเขาเข้าใจความรู้สึกนั้น

กันเนอร์ยังอนุมานสิ่งที่คล้ายกันและทิ้งมันไว้ แต่บางครั้งดาเรียสก็เหลือบมองดูทั้งคู่และแน่ใจว่าได้ฟังการสนทนาของพวกเขาบางส่วน สำหรับดาเรียสเขาเข้าใจเดเร็กกำลังคิดอะไรอยู่

มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอเมื่อใดก็ตามที่เขาใช้กลอุบายแบบนี้บนโลก เขาได้เสียชีวิตจากชายที่น่าเคารพนับถือเพราะไม่มีใครสามารถรู้ความจริงในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

ถ้าเขาพบการแข่งขันที่ไม่ต้องการ เขาจะไม่มีวันโจมตีพวกเขาโดยตรง แต่ดาเรียสจะสนับสนุนความคิดริเริ่มของพวกเขาเสมอในระหว่างการสัมภาษณ์โดยไม่มีข้อผูกมัด ซึ่งทำให้สาธารณชนคิดว่าเขาเป็นคนใจกว้าง

แต่ในเงามืด มีหลายสิ่งหลายอย่างกำลังเล่นอยู่ บริษัทในเครือหลายแห่งจะแตกหน่อออกมาจากที่ไหนสักแห่งและรุกล้ำธุรกิจ ขโมยความลับขององค์กร และทำร้ายพนักงานอย่างลับๆ

เมื่อบริษัทอยู่ในตำแหน่งที่แย่ ดาเรียสก็จะเข้ามาช่วยเหลือและกอบกู้โลก เขาจะไม่รับหุ้นที่มีอำนาจควบคุมด้วยซ้ำ แค่ประมาณ 10% แต่เขาก็ยังจะพัฒนาบริษัทอย่างมาก ทำให้ทุกคนมองว่าเขาเป็นคนดี

บริษัทในเครือเหล่านั้นจะถูกจับกุมและปิดตัวลงอย่างรุนแรง ปล่อยให้นิยายเรื่องนี้จบลง

ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านเหยื่อจะรู้สึกซาบซึ้ง สะเทือนใจ และประทับใจ แม้ว่าพวกเขาจะพบสิ่งที่น่าสงสัย พวกเขาจะตัดมันทิ้งหรือแก้ตัวในนามของดาเรียส เช่น ‘เขาสนับสนุนเรามานานก่อนที่เราจะกลายเป็นปัญหา’ หรือ ‘เขารวยเกินกว่าจะสนใจคู่แข่งรายเล็กอย่างเรา’

แต่โดยธรรมชาติแล้ว ย่อมมีคนที่ไม่อยากจะเชื่อคำโกหกที่ปลอบโยนเช่นนั้นอยู่เสมอ มักจะมีผู้ชาย/สาวอย่างน้อยหนึ่งคนที่จะหยุดและสงสัยว่า ‘สะดวกเกินไปหรือเปล่า’

ดาเรียสคุ้นเคยกับคนประเภทนี้มากขึ้น หลังจากที่ความพยายามครั้งแรกของเขาเกือบล้มเหลวโดยผู้หญิงที่ไปสำนักงานสอบสวนส่วนตัวเมื่อเธอรู้สึกว่ามีการเล่นตุกติกบางอย่าง

เธอค้นพบอะไรมากมาย แต่เธอทำผิดพลาดร้ายแรงในการเผชิญหน้ากับดาเรียสเป็นการส่วนตัว ในที่สุดเธอก็ยอมให้ความโลภของเธอกินเธอและพยายามแบล็กเมล์เขาเพราะเธอคิดว่าดาเรียสเป็นเจ้าของตำรวจ… ซึ่งเป็นความจริงในแง่หนึ่ง

ดาเรียสเหงื่อออกและกลัว สัญญากับเธอทุกอย่างและปล่อยให้เธอเดินผ่านเขาเพื่อสร้างอัตตาของเธอ เธอเชื่อว่าดาเรียสนั่นอยู่ในกำมือหลังจากที่เขาเซ็นเช็คเปล่าให้เธอถอนตัวเมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกเช่นนั้น

หลังจากที่เธอออกจากอพาร์ตเมนต์ของเขา ดาเรียสก็โทรออกเพียงครั้งเดียว

ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยกลับบ้าน

เดเร็กรู้สึกถึงสายตาของ ดาเรียสที่เขามองมาที่เขาและหันไปมองคนที่กำลังยิ้มให้เขา อย่างไรก็ตาม เดเร็กรู้สึกระวังรอยยิ้มนั้น เพราะมันทำให้เขาขนลุก

เมื่อเดเร็กหันศีรษะไป รอยยิ้มของดาเรียสก็เข้มขึ้น ดูเหมือนว่าในกรณีนี้ของบ้านไร่ ไดนามิกแบบเก่ายังคงเป็นจริง แม้ว่าคนอื่น ๆ รวมทั้งแชงก์จะคิดว่าเขาเป็นวีรบุรุษ แต่ก็มีคนที่มองผ่านส่วนหน้า

และเช่นเดียวกับในชีวิตก่อนของดาเรียส เขาจะต้องถูกกำจัดก่อนที่เขาจะเติบโตกลายเป็นปัญหาได้

ด้วยการพัฒนาใหม่นี้ เขายังมีเส้นทางอื่น ๆ มันขึ้นอยู่กับความสำเร็จของช่วงแรกๆ ของเฟส 5 ของแผนที่จะออกมา แต่ดาเรียสจะไม่คิดอะไรไปก่อนที่ ผลลัพธ์มันจะออกมา

ในที่สุดดาเรียสก็ออกไปพร้อมกับกันเนอร์และฟอลโด ซึ่งพาพวกเขาไปที่ห้องหรูหราที่จิ้งจอกเฒ่าเตรียมไว้สำหรับทั้งคู่ เมื่อดาเรียสพักผ่อนและกันเนอร์ออกกำลังกาย วันนั้นก็ได้สิ้นสุดลงและวันใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น

……………….

ในคืนเดียวกันนั้น ดาเรียสใช้เวลาอยู่ที่บ้านของโฟลโด สัตว์ประหลาดสองตัวกำลังสนุกสนานกันทั่วบริเวณที่ราบกรีน เงาที่ดูดุร้ายของพวกมันจะทำให้ใจของผู้พบเห็นหวบลง แต่เมื่อรูปร่างของพวกเขาถูกแสงส่องเข้ามา พวกเขาก็ดูไม่น่าประทับใจนัก

มันเป็นเพียงโครงกระดูกอันเดดสองชิ้นที่มีอาวุธขึ้นสนิมและโล่ไม้ที่ได้รับการดูแลไม่ดี ซึ่งวิ่งพล่านไปทั่วป่าและทุ่งหญ้าอย่างกระฉับกระเฉง

ที่น่าสนใจคือ ทั้งสองไม่ได้มีจุดประสงค์ ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันจะพาพวกเขาไปยังตำแหน่งต่างๆ ที่มีสัตว์ร้ายหรือสัตว์ประหลาดนอนอยู่ และทั้งคู่ก็จะเข้าปะทะกับสัตว์ประหลาดดังกล่าวทันที มักจะซุ่มโจมตีพวกมันในยามหลับใหล บังคับให้พวกเขาเข้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดก่อนที่จะกำจัดพวกมันในที่สุด

หากมีใครติดตามความคืบหน้าของโครงกระดูกทั้งสองนี้ พวกเขาจะตกใจเมื่อพบว่าทุกครั้งที่ต่อสู้ ทั้งคู่มีฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าพวกเขากำลังปรับตัวให้เข้ากับการต่อสู้และกฎของมัน

ในเวลาเดียวกัน รูปร่างของพวกมันก็เหี่ยวแห้งไปอย่างมากจากความเสียหายที่สะสมจากการโจมตีของศัตรูทั้งหมดที่พวกมันได้เข้าต่อสู้ระหว่างการเดินทาง

เหตุผลเดียวที่ทั้งคู่ยังคงยืนหยัดจนถึงตอนนี้ก็คือความเสียหายของพวกเขาจะหายเป็นปกติบางส่วนหลังจากการฆ่าแต่ละครั้ง ซึ่ง ณ จุดนั้นพลังงานสีดำแปลก ๆ จะออกจากศพของเหยื่อและเชื่อมโยงกับกระดูกที่ร้าวหรือแตกเป็นชิ้น ๆ เพื่อซ่อมแซมพวกเขา

เมื่อทักษะของพวกเขาดีขึ้น ความสามารถในการต้านทานและหลีกเลี่ยงความเสียหายก็เช่นกัน มีการโกนอย่างใกล้ชิดหลายครั้ง เช่น เมื่อพวกเขาพบถ้ำของ Nightwolves ที่ดุร้ายหรือ Goblin den ที่ซ่อนเร้นซึ่งมีกลุ่มมอนสเตอร์สีเขียวขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม ยังไงก็ตาม โครงกระดูกอันเดดคู่แฝดจะสามารถเอาชนะมอนเตอร์เหล่านี้ได้และมีการพัฒนาที่ดีขึ้นมากด้วยเหตุนี้ วิธีนี้ดำเนินต่อไปจนถึงเช้า หลังจากที่พวกมันก็ได้เคลียร์ทุกอย่างที่อาศัยอยู่ภายในรัศมี 10 กม. ของหมู่บ้านได้

หลังจากการสังหารครั้งล่าสุดของพวกมัน ซึ่งเป็นฝูงไฮยีน่าที่กระหายกระดูกของพวกมัน เหล่าโครงกระดูกอันเดดทั้งสองได้จ้องหน้ากับเหล่าไฮยีน่า

ในเบ้าตาที่ว่างเปล่าก่อนหน้านี้ ลำแสงสีเขียวขนาดเล็กเริ่มปรากฏขึ้นและรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นจุดเล็กๆ

โครงกระดูกทั้งสองขยับกรามของพวกเขาด้วยการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดและน่าขนลุก มรกตที่ก่อตัวขึ้นใหม่ภายในเบ้าไฟจะส่องประกายทุกครั้งที่ทำเช่นนั้น

หลังจากทำเช่นนี้เป็นเวลาเกือบ 3 นาที โครงกระดูกอันเดดทางด้านซ้ายก็สามารถสร้างเสียงได้

“ต้อง…”

ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้เหมือนกับเสียงเล็ก ๆ นั้นทำให้พลังงานหมดลง โชคดีที่เพื่อนของมันก็มีความคิดเดียวกันและจบคำพูดในลักษณะเดียวกัน

“กลับ…”

โครงกระดูกทั้งสองพยักหน้าและหันหลังออกจากสนามรบ พวกมันรีบกลับไปที่ตำแหน่งของซัมมอนเนอร์ ซึ่งตอนนี้เข้าใจได้ไม่ชัดเจนว่าได้สร้าง จิตวิญญาณไฟ ขึ้นแล้ว

มันคือไฟชนิดเดียวกันที่ให้ความรู้สึกและการปรากฏตัวของมันในสายตาของพวกมัน เป็นสิ่งที่ดาเรียสยังไม่เคยเข้าใจ

………….

เช้าวันรุ่งขึ้นดาเรียสได้ทำการเปลี่ยนแปลงสำหรับหนังสือทั้งสามเล่มและเฝ้าดูหนังสือที่ไม่สมบูรณ์ได้กลายเป็นคู่มือคาถาที่เหมาะสม

เขาพยายามที่จะเรียนรู้พวกเขา แต่ได้รับแจ้งจากระบบว่าเขาต้องก้าวไปสู่ระดับนักผจญภัยเพื่อเรียนรู้ทักษะและคาถาของขั้นตอนนั้น

ดาเรียสเรียกโฟลโดมาด้วยความรำคาญใจ

เมื่อส่งมอบหนังสือทักษะคาถาให้โฟลโด จิ้งจอกเฒ่าก็คุกเข่าขอบคุณดาริอุสหลายครั้งสำหรับความเมตตาของเขา

ดาเรียสโบกมือลาขณะที่เขาและโฟลโดรู้ว่ามันไม่ใช่ความกรุณา แต่เป็นธุรกรรมที่เปิดกว้าง ด้วยการให้คาถาทั้งสามนี้แก่เขา ดาเรียสได้เปิดทางให้ฟอลโดกลายเป็นผู้วิเศษของระดับนักผจญภัย

อย่างน้อยเขาก็ต้องการพลังมากขนาดนั้น ถ้าเขาต้องการบรรลุวัตถุประสงค์ของดาเรียสในการสร้างพลังที่นี่ ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงเรื่องของหลักสูตรและเป็นแรงจูงใจเพื่อให้ทำงานหนักขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดาเรียสออกจากนิคมของกลุ่มโจรฟอลโดด้วย เทลเลพอร์ตกลับจุดเซฟ และพบว่าพอร์เทียกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงของเขา ดาเรียสตบหน้าผากของเขาหวนคิดถึงการมีอยู่ของนางซึ่งเขาลืมไปโดยสมบูรณ์ เมื่อเขากำลังดำเนินการแผนต่างๆ

ดาเรียสถอนหายใจและเขย่าพอร์เทียให้ตื่นอย่างนุ่มนวล เธอยกร่างกายส่วนบนของเธอขึ้นและขยี้ตาอย่างมึนงง เพียงตระหนักว่าดาเรียสและกันเนอร์กำลังมองมาที่เธอหลังจากนั้นไม่กี่วินาที

“อ๊ะ! ท่านดาเรียส!”

พอร์เทียอุทานด้วยความตกใจและดีใจเมื่อเห็นคนที่เธอชอบ

ดาเรียสยิ้มอย่างมีเมตตา

“ขอโทษที่ให้รอนะพอร์เทีย ฉันต้องจัดการหลายอย่างหลังจากการต่อสู้เมื่อวาน ดังนั้นฉันไม่สามารถช่วยบรรเทาความกังวลของเธอได้”

พอร์เทียรู้สึกกังวลและส่ายหัว

“ไม่ ไม่เป็นไร อาจฟังดูแปลก แต่ฉันไม่เคยรู้สึกสงบสุขระหว่างความขัดแย้งอย่างเมื่อวาน ยังไงก็ตาม… ฉันเพิ่งรู้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเมื่อท่านได้มีส่วนร่วม”

กันเนอร์พยักหน้าเห็นด้วยเพราะในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับดาเรียส เขาได้มาแบ่งปันความเชื่อนี้ เขาได้เห็นพลังและความเฉลียวฉลาดของเจ้านายของเขา ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าอีกไม่นานโลกนี้จะก้มลงต่อหน้าเจ้านายของเขา

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่สนใจอะไรมาก ตราบใดที่เขาทำตามคำสั่งของดาเรียส ทุกอย่างก็จะออกมาสมบูรณ์แบบ

สำหรับดาเรียสเขาเกาแก้มด้วยรอยยิ้มแปลกๆ เขารู้ว่าเขาค่อนข้างฉลาดแต่ไม่ถึงขนาดนั้น โอเค? เขาไม่ใช่อัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ แค่เป็นนักธุรกิจที่สกปรกมากในเรื่องที่ได้รับเครื่องมือดีๆ ในการทำตามแผนของเขา

“อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าเธอควรตรวจสอบกับแชงค์สและเดเร็กหน่อยดีกว่า เกรงว่าพวกเขาจะคิดว่าฉันลักพาตัวเธอไปโดยมีจุดประสงค์ที่ชั่วร้าย”

ดาเรียสพูดติดตลกเบาๆ

พอร์เทียหน้าแดงลึกและรีบออกจากผ้าปูที่นอน ก่อนที่เธอจะออกจากห้อง เธอโค้งคำนับให้ดาเรียสเบาๆ และขอบคุณเขา

“ขอบคุณที่ทำให้ครอบครัวของฉันปลอดภัย ท่านดาเรียส”

หลังจากพูดในสิ่งที่เธอคิดแล้ว หญิงสาวก็รีบปิดประตูและออกไปดาเรียสและกันเนอร์มองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะคิกคักแล้วพึมพำกับตัวเอง

“ดูแลครอบครัวของเธอให้ปลอดภัยใช่มั้ย โฮะโฮะโฮะโฮะ”

ดาเรียสนำฮอร์เก้ไปที่นิคมของฟอลโดและแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ โฟลโดรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่าดาเรียสสร้างสัมพันธ์กับตัวแทนของฝ่ายที่เหนือกว่า แต่เขาก็ยอมรับเมื่อเขาจำได้ว่าอาจารย์ของเขาแข็งแกร่งเพียงใด

สำหรับฮอร์เก้เธอรู้สึกสะเทือนใจกับโฟลโด เธอรู้เพียงว่าเขาเป็นบารอนที่ถูกเนรเทศและกลายเป็นหัวหน้าโจรที่ฉลาดแกมโกงที่เลือกเป้าหมายอย่างระมัดระวังเพื่อให้อยู่ภายใต้การควบคุม

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่เธอจะพลิกกลับบันทึกทั้งหมดที่ครอบครัวของเธอได้เตรียมตัวไว้เกี่ยวกับหัวหน้ากลุ่มโจรฟอลโด และ ‘ข้อเท็จจริง’ ที่เธอคิดว่าจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเขา

ความเคารพเพิ่มขึ้นในหัวใจของเธอสำหรับโฟลโดหลังจากได้เห็นวิธีการของเขาเช่นเดียวกับดาเรียส ใครก็ตามที่ติดต่อกับเขาสามารถเคารพความพิถีพิถันของฟอลโดได้

ตลกดี ความประทับใจของฮอร์เก้ที่มีต่อดาเรียส เพิ่มขึ้นควบคู่กันไป มันเหมือนกับแผนการปิรามิด เมื่อคนระดับล่าง ‘ได้กำไร’ คนที่สูงกว่าก็จะได้กำไรเช่นกัน ในกรณีนี้ สกุลเงินเป็นความเคารพที่แท้จริงของเด็กสาว

ตาของฟอลโดหรี่ลงเมื่อได้ยินเกี่ยวกับแผนการของดาเรียสในการสร้างกำลัง เขาคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วและสัญญาว่าจะสร้างมันขึ้นมาภายในเวลาไม่กี่เดือน เพื่อให้เจ้านายของเขาดำเนินการระยะที่ 5 ได้โดยไม่ต้องกังวล

ไม่สงสัยในความสามารถของโฟลโดเลยแม้แต่น้อย ดาเรียสหันไปหาฮอร์เก้

“คุณได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่แล้ว จอร์จิน่า ทำตามคำสั่งและการสอนของโฟลโด้ทุกคำสั่งในขณะที่ฉันไม่อยู่ และหมั่นฝึกทักษะของคุณ เช่นเดียวกับความสามารถของคุณ เพิ่มมันขึ้นไป เขาเป็นลูกศิษย์ที่ไม่เป็นทางการคนแรกของฉัน ดังนั้นฉันหวังว่าคุณจะให้เวลากับเขา ในทุกเรื่อง จนกว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญฝีมือคุณ”

ฮอร์เก้รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่ต้องอยู่ภายใต้คนอื่นอีกครั้ง แต่เธอเข้าใจว่าเธอต้องพิสูจน์ความสามารถของเธอก่อน ตราบใดที่เพื่อนฟอลโดคนนี้ไม่ได้ทำให้เรื่องยากสำหรับเธอ เธอมั่นใจว่าเธอสามารถแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม

ถึงกระนั้น เธอยอมรับเพราะนั่นเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดของที่นี่

“ฉันเข้าใจ มาสเตอร์ดาเรียส”

ดาเรียสพยักหน้าและหันไปหาโฟลโด

“ฉันเชื่อว่าฉันสามารถทิ้งแผนการทั้งหมดไว้ให้คุณ สำหรับตอนนี้ นำหนังสือที่ดีที่สุดของคุณมาให้ฉันสามเล่มเพื่อที่ฉันจะได้แก้ไขให้คุณ ฉันสังเกตเห็นว่าหนังสือในห้องสมุดของคุณส่วนใหญ่เต็มไปด้วยข้อบกพร่องและปัญหา”

โฟลโดรู้สึกตื่นเต้นพองโตในหัวใจขณะที่เขารีบเร่งทำตามคำขอของดาเรียส ฮอร์เก้รู้สึกประหลาดใจที่พบว่าโฟลโดเป็นลูกศิษย์ของดาเรียส ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์แบบนี้มีอะไรผิดปกติ แต่เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าโฟลโดเป็นจอมเวทย์มือสมัครเล่น

จิ้งจอกเฒ่าถูกซ่อนไว้เบื้องหลังม่านควันที่จัดวางอย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกขมขื่นเมื่อตระหนักว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ความลับของเธอเองก็ถูกเปิดเผยต่อฝ่ายความเท่าเทียมกันมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของเธอเฉียบแหลมขึ้นและเธอเริ่มตั้งตารอเวลาของเธอกับโฟลโด ถ้าเธอรวบรวมได้ถึง 30% ของทักษะและความฉลาดแกมโกงของจิ้งจอกเฒ่า เธอก็คงจะดีกว่าตอนนี้มาก!

ดาเรียสสังเกตเห็นความกระตือรือร้นที่เพิ่มขึ้นของฮอร์เก้และพยักหน้า คนที่ไม่มีความทะเยอทะยานหรือความปรารถนาที่จะเติบโตคืออะไร? ไม่มีอะไรนอกจากผักเน่าเสียในสวนที่รกร้าง

โฟลโดกลับมาพร้อมกับคู่มือสามเล่มที่ดาริอุสหยิบไป ตรวจสอบเนื้อหาทีละเล่มรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

คาถาอัญเชิญโกเลม – ด้วยตนเอง

ความทนทาน: 4/5

คำอธิบาย: คู่มือนี้เขียนขึ้นโดยผู้วิเศษระดับนักผจญภัยที่มีประสบการณ์จำกัดแต่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ มันเป็นคาถาที่ออกแบบมาเพื่อเรียกโกเลมขององค์ประกอบใด ๆ แต่มากกว่า 94% ของสิ่งที่เขียนอยู่ภายในนั้นไม่สมบูรณ์หรือไม่ตรงกันเนื่องจากความรู้ครึ่งทางของผู้สร้างและข้อสรุปที่ไม่ถูกต้องทำให้คาถาอันตรายต่อการใช้

คาถาเคียวลม – คู่มือ

ความทนทาน: 5/5

คำอธิบาย: คู่มือนี้เขียนขึ้นโดยผู้วิเศษระดับนักผจญภัยที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาเวทมนตร์แห่งธาตุลม มันเป็นคาถาที่ออกแบบมาเพื่อสร้างเคียวขนาดใหญ่ของพลังงานลมที่ถูกบีบอัดซึ่งสามารถตัดผ่านอะไรก็ได้ในทางทฤษฎี แต่ 10% ของสิ่งที่เขียนอยู่ข้างในนั้นมีปัญหา ทำให้คาถาล้มเหลวในการร่ายทุกครั้ง

คาถาตรึง – ด้วยตนเอง

ความทนทาน: 5/5

คำอธิบาย: คู่มือนี้เขียนขึ้นโดยนักเวทย์ผู้เปี่ยมด้วยหัวใจสำหรับศิษย์ที่ไม่เป็นทางการที่ร่ำรวยของเขา เป็นคาถาที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพลังงานน้ำแข็งจำนวนมากเพื่อแช่แข็งพื้นที่รอบๆ ผู้ใช้สามารถสร้างโดเมนน้ำแข็งเทียม แต่มีข้อบกพร่องโดยเจตนาเหลืออยู่ภายในที่ป้องกันไม่ให้คาถาถูกร่าย

คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่มีข้อบกพร่องเป็นคู่มือคาถาที่สมบูรณ์หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 2 CP

คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่มีข้อบกพร่องเป็นคู่มือคาถาที่สมบูรณ์หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 2 CP

คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่มีข้อบกพร่องเป็นคู่มือคาถาที่สมบูรณ์หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 2 CP

ดวงตาของดาเรียสหรี่ลง

“โฟลโด นายไปเอาหนังสือสามเล่มนี้มาจากไหน”

โฟลโด้ดูแปลกใจกับคำถามแต่ตอบทันที

“สองเล่มแรกถูกขายที่ตลาดมืดของฉัน และฉันซื้อมันมาจากนักเวทย์ เล่มสุดท้ายเขียนโดยอาจารย์คนก่อนของฉันเพื่อเป็นของขวัญจากลาก่อนที่ฉันจะต้องออกจากเมืองหลวง “

ดาเรียสหัวเราะอย่างสนุกสนาน

“ดูเหมือนว่าวงเวทย์จะโหดร้ายกว่าที่ฉันคิดไว้มาก พรุ่งนี้มารับหนังสือทั้งสามเล่ม ในระหว่างนี้ เตรียมที่สำหรับกันเนอร์และฉันเพื่อการพักผ่อน”

โฟลโดยังคงสับสนในปาร์ตี้ แต่เขาก็เข้าใจบางส่วนเมื่อดาเรียสพูด แววตาเย็นเยียบปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาขณะที่เขาสาปแช่งอดีตอาจารย์ของเขาของเขา และโค้งคำนับดาเรียส

“เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์”

ดาเรียสพยักหน้าและครุ่นคิดถึงข้อเท็จจริงที่น่าสนใจที่เขาค้นพบ ดูเหมือนว่าค่าใช้จ่ายในการ ‘ซ่อมแซม’ เวทมนตร์ของเหล่านักผจญภัยที่บกพร่องใช้ CP เพียง 2 CP

นี่หมายความว่าในหนึ่งวันเขาสามารถสร้างความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ได้ถึง 5 สกิล! ฮา ด้วยผลงานที่สูงมากดาเรียสสามารถเปิดหอคอยเวทย์มนตร์ของตัวเองได้เมื่อเขาไปถึงเมืองหลักของอันดราโต

ความคิดอยู่ในใจของเขาเกี่ยวกับช่วงท้ายๆ ของแผน 5 แต่เขาตัดสินใจเลือกบริษัทอเนกประสงค์แทนในตอนนั้น

ด้วยวิธีนี้ เขาสามารถมีส่วนร่วมในการผจญภัย งานรับจ้าง การค้าขาย และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายในขณะที่รวมพลังของเขาไว้ที่ศูนย์กลาง

ดาเรียสปรบมือเบาๆ

“พวกเขาจะปล่อยแชงค์สไปได้อย่างไร ถ้าเขาบกพร่อง จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาจงใจส่งรายงานปลอมกลับไป เกิดอะไรขึ้นถ้าเขาเพียงแค่ขี้เกียจ?”

จากนั้นดาเรียสก็ไขว้มือไปไว้ด้านหลัง

“คุณต้องเข้าใจว่าฝ่ายความเท่าเทียมนั่นไม่สามารถเล่นได้ เช่นเดียวกับเฟตเทอร์ริน่า เมื่อพวกเขาส่งจูเลียตมาที่นี่เพื่อสร้างอาณาจักรนี้ มีบางสิ่งที่ตั้งอยู่ในที่ราบแห่งความตายที่พวกเขาต้องการ… และที่ทุกคนต้องการ”

“ถ้าอย่างนั้นจอร์จิน่า แสดงความฉลาดของคุณออกมา คุณคิดว่าใครถูกส่งมาเฝ้าบ้านไร่เหมือนที่คุณถูกส่งมาจากฝ่ายของคุณ?”

ดาเรียสถามเธออย่างใจเย็น

ฮอร์เก้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรู้ตัวอีกครั้ง

“การ์เวน! และพวกโจรของเขา! พวกเขาล้วนแต่เป็นแนวหน้า!”

ดาเรียสพยักหน้า

“ตอนนี้ฉันเพิ่งชัดเจนเช่นกันเมื่อฉันพูดคุยกับคุณ เบาะแสแรกสำหรับฉันคือความจริงที่ว่าในแง่ของการโจรกรรม มีเพียงจอมโจรไดอาโตเท่านั้นที่ทำในสิ่งที่เราคาดหวังจากโจร”

“กลุ่มโจรฟอลโดแทบไม่สมควรได้รับชื่อของพวกเขา เนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่เป็นพวกลักลอบค้าของเถื่อนและทาส พวกเขาแทบไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการค้นหาสินค้าของพวกเขา น่าสนใจจากสิ่งที่ฉันรวบรวมกลุ่มโจรกราเวนก็จู่โจมน้อยมาก เฉพาะเมื่อกลุ่มพ่อค้าบางกลุ่มผ่านไป .”

ดาเรียสทิ้งบางสิ่งไว้ที่นี่โดยตั้งใจเพื่อให้จอร์จิน่าได้ข้อสรุปนั้น

ในห้องสมุดพอร์เทียบอกว่าเป้าหมายของกลุ่มโจรกราเวนมักเป็นกลุ่มพ่อค้าที่นำวัสดุสำหรับขุนนางที่รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายที่เหนือกว่า

ดาเรียสยังคงไม่มีทางรู้เรื่องนี้ได้ หากไม่ใช่เพราะผู้อยู่อาศัยในพื้นที่นี้อย่างพอร์เทียชี้ให้เห็น

“เงื่อนงำใหญ่ต่อไปของการมีส่วนร่วมของพวกเขา…คือการโจมตีบ้านไร่ครั้งนี้ ตรงไปตรงมา ควรจะจับพวกเขาโดยไม่รู้ตัว เฮค นักสู้ของบ้านไร่น่าจะยังรัดกางเกงอยู่ ขณะที่สัตว์ประหลาดบุกเข้ามา”

“ในทางกลับกัน พวกเขาสามารถยึดแนวป้องกันที่น่านับถือและรวบรวมทหารมากกว่า 50 คนที่ติดอาวุธเพียงพอที่จะจัดการกับศัตรูนอกบ้านทั้งหมด”

ดาเรียสยักไหล่

“แน่นอน นี่อาจหมายความว่าชาวไร่อาจพร้อมรบตลอดเวลา แต่ในฐานะคนที่อาศัยอยู่กับพวกเขามาระยะหนึ่งแล้ว ฉันสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าไม่เป็นเช่นนั้น”

เขาหันไปทางฮอร์เก้ที่กำลังฟังอยู่อย่างครุ่นคิด

“อีกครั้ง จอร์จิน่า คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้”

คำตอบของฮอร์เก้มาค่อนข้างเร็วในครั้งนี้ เนื่องจากคำตอบนั้นชัดเจน

“ตั้งแต่แผนของคุณจะเป็นฮีโร่ ก็ต้องหมายความว่ากลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งได้แจ้งพวกเขาล่วงหน้า”

ดาเรียสเห็นด้วย

“ถูกต้อง เมื่อคุณอยู่กับไดอาโต คุณก็รู้ว่าพวกเขาไม่มีความสามารถในการใช้อุบายเช่นนี้ โจรฟอลโดอาจเป็นผู้กระทำผิดก็ได้ แต่สมมุติว่าฉันมีวิธีที่จะรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนเหล่านั้นอย่างแน่นอน”

“สัตว์ประหลาดไม่สามารถคิดไปไกลได้ไกล เพียงพิจารณาเรื่องสัตว์ป่า เช่น อาหาร น้ำ และเรื่องเพศในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้ร้ายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่…คือ กลุ่มโจรกราเวน”

ดาเรียสยกนิ้วขึ้น

“มีหลายสิ่งที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับกลุ่มของพวกเขา แต่ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติมใช่ไหม กลุ่มนักธนูออกจากที่นี่เมื่อพวกเขาสามารถบุกเข้าไปใกล้เมืองและยังคงปลอดภัยไว้ได้ ในระหว่างการจู่โจม พวกเขาแทบจะไม่ โจมตีชาวบ้านที่รู้จักในไร่นา ลูกธนูของพวกเขาแทบจะหายไป หรือบางครั้งก็ ‘บังเอิญ’ ฆ่ามอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ ๆ และถึงกระนั้นในขณะที่คนใช้ของฉันเข้าไปในการต่อสู้พวกเขาก็ตั้งสมาธิกับเขาซึ่งดูเหมือนเป็นคนนอกที่เหมาะสำหรับเป็นเป้าโจมตี ?”

เกิดความเงียบขึ้นเมื่อดาเรียสพูดจบ ในที่สุดจอร์จินาก็รวบรวมความคิดและการพิจารณาของเธอก่อนที่จะถามอย่างระมัดระวัง:

“แล้วคุณต้องการให้ฉันทำอะไร”

“ตอนนี้? ฉันต้องการให้คุณดำเนินการต่อตามที่เป็นอยู่ กลุ่มเดิมของคุณคือกลุ่มไดอาโต ที่จะถูกทำลายและจะไม่มีอีกต่อไปนับจากนี้ สำหรับพวกกราเวน พวกเขาถูกคนใช้ของฉันจัดการ ดังนั้นฉันจะแนะนำคุณให้รู้จักกับโฟลโด้ และคุณสองคนจะสร้างพลังให้ฉันในพื้นที่นี้”

ดาเรียสตอบอย่างสง่างาม

จอร์จินารู้สึกหัวใจเต้นแรง พลังในพื้นที่นี้? เขาต้องการให้เธอและจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์สร้างมันขึ้นมา?

แม้จะมีความวิตกต่างๆ นานา แต่ก็มีด้ายแห่งความตื่นเต้นและความคาดหมายอยู่ในใจของเธอ เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับความรับผิดชอบเล็กน้อย โอกาสที่จะพิสูจน์คุณค่าของเธอโดยไม่ต้องมีสิ่งที่เป็นอันตรายหรือการบังคับ

ดาเรียสสังเกตท่าทางของเธอและพบสิ่งที่เขาต้องการที่จะห็น จอร์จินาเป็นเหยื่อประเภทโปรดของเขา เป็นคนที่ฉลาดและมีความสามารถเหนือค่าเฉลี่ย ซึ่งถูกเพื่อนหรือญาติของเธอข่มเหงหรือกดขี่ข่มเหงอย่างโง่เขลา

เมื่อคุณเน้นย้ำว่าคุณเคารพและหวงแหนพรสวรรค์ของพวกเขาแล้ว คุณต้องนำเสนอให้พวกเขาได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น และพวกเขาจะพบว่าตัวเองถูกดึงดูดเข้าหาคุณอย่างน่าอัศจรรย์

แน่นอน คุณต้องสร้างสองสิ่งก่อน

อย่างแรกคือการโน้มน้าวพวกเขาว่าพรสวรรค์ที่พวกเขามีนั้นด้อยกว่าของคุณเอง ตัวอย่างเช่น จอร์จินาเชื่อว่าดาเรียสฉลาดกว่าเธอมากเนื่องจากแผนการและความสามารถในการอนุมานที่มีอย่างมาก นอกจากนี้ เธอเชื่อว่าพลังของดาเรียสจะไม่มีที่สิ้นสุดเนื่องจากตัวตนของเขาในฐานะผู้วิเศษที่สามารถร่ายคาถาต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

ประการที่สองคือการประณามคนพาลของพวกเขา ทุกครั้งที่ดาเรียสพูดถึงฝ่ายที่เหนือกว่าหรือครอบครัวของเธอ เขาเคยใช้คำคุณศัพท์เช่น ‘โง่เขลา’, ‘ในความสามารถ’ และอื่นๆ นี่คือการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายในขณะที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว

และผลตอบแทนที่จะมาถึง ดาเรียสพยักหน้าไปที่ป่าข้างๆ จอร์จิน่าซึ่งหันไปมองด้วย เธอตื่นตระหนกในความเงียบเมื่อจู่ๆ กันเนอร์ปรากฏตัวขึ้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เลือดของกันเนอร์ ในตอนนั้นเองที่ฮอร์เก้อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่ากันเนอร์นั่นได้ถือหัวมนุษย์ไว้ในมือซ้ายของเขา เมื่อดาเรียสพยักหน้าให้เขา กันเนอร์หยิบมันขึ้นมาเพื่อให้เด็กสาวคนนั้นเห็น

มันคือการ์เวน!

หัวหน้าได้ถูกจัดการไปตลอดกาลด้วยความสยดสยองและความเจ็บปวด ประจักษ์พยานว่าการตายของเขาด้วยน้ำมือของกันเนอร์นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากกันเนอร์ไม่มีมีดฟาดฟันศัตรู ใครจะจินตนาการได้ว่าเป้าหมายทั้งหมดของเขาเสียชีวิตลงได้อย่างไร

ดาเรียสกระซิบกับฮอร์เก้อย่างเย้ายวน

“และนั่นทำให้นิยายเรื่องนี้จบลง ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว คุณต้องการกลับไปหาครอบครัวของคุณและถูกกดขี่ข่มเหงอย่างเดิม เช่นเดียวกับฝ่ายที่เหนือกว่า หรือคุณต้องการเข้าร่วมกับฉันและสุดท้ายประสบการณ์จะเป็นอย่างไร ใครที่จะเป็นฝ่ายชนะมากกว่าแค่เบี้ยสังเวย?”

“เอาล่ะ จอร์จิน่า เอสตา เดอ โลเรียน ช่วยบอกฉันทีว่าคนอย่างคุณมาทำอะไรที่นี่ ในที่ราบกรีน ไกลจากเมืองอันโด หืม?”

ดาเรียสถามเธออย่างสนุกสนาน

ทันทีที่เอ่ยชื่อเต็มของเธอ หญิงสาวตัวสั่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อความกลัวของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อมองไปที่ดาเรียสที่สงบ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และถอดฮู้ดออก

ดาเรียสสังเกตว่าจอร์จิน่าไม่ได้ดูแย่ ดีกว่าพอร์เทียแน่นอน ด้วยผมสั้นสีแดงทองที่ถูกมัดด้วยผ้าโพกหัวสีดำ ดวงตาสีฟ้าไพลิน และจมูกเล็กๆ จอร์จินาคงจะดึงดูดความสนใจจากเพื่อนร่วมชาติของเธอได้อย่างแน่นอนถ้าหากเธอเคยแสดงใบหน้าที่แท้จริงของเธอ

ที่น่าสนใจคือ ดูเหมือนว่าเธอจะอายุประมาณ 16 หรือ 17 ปี และด้วยคางที่อ่อนนุ่มของเธอและริมฝีปากสีแดง เธอจึงดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยสำหรับอายุของเธอ ดาเรียสสังเกตเห็นทั้งหมดนี้ แต่เขาสนใจคำตอบของเธอมากกว่า

“ครอบครัวของฉันส่งฉันมาที่นี่เพื่อสังเกตการณ์และรายงานกิจกรรมของหมู่บ้านโพเลเรีย ฉันเลือกทำงานกับ จอมโจรไดอาโต เท่านั้นเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มโจรที่อ่อนแอที่สุดและเป็นมืออาชีพน้อยที่สุดในกลุ่มนี้”

“โอ้ แต่ทำไมต้องส่งหญิงสาวสวยเช่นคุณไปยังสถานที่ที่เลวร้ายนี้ในเมื่อเห็นได้ชัดว่าคุณมีความหมายสำหรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า”

ดาเรียสถามโดยเอามือแตะคาง เกิดทฤษฎีต่างๆ มากมายขึ้นในใจ

ใบหน้าของจอร์จินาแสดงออกถึงความคับข้องใจและความโกรธ ก่อนที่เธอจะพยายามซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่พลาด เขาหัวเราะคิกคักภายใน เขาฟังคำตอบของเธออย่างอดทน

“นั่น… คือ ฉันถูกส่งมาที่นี่เพราะ… เหตุผลส่วนตัว”

เธอตอบโดยพยายามดิ้นรนหาคำพูดที่เหมาะสม

“ได้โปรด อย่าดูถูกสติปัญญาของฉัน ถ้าจะโง่พอที่จะส่งผู้หญิงที่ฉลาดและมีทักษะเช่นคุณออกไปที่นี่ ครอบครัวของคุณต้องเป็นคนไร้ความสามารถ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้หรือต้องมีการแกล้งกันแน่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงขุนนาง และจากเสรีภาพของคุณ ดังนั้นจอร์จินาจริงๆ แล้วอะไรทำให้คุณมาทำงานนี่ละ”

ดาเรียสถามอย่างอ่อนโยน

หญิงสาวตอบสนองต่อคำชมอย่างผ่อนคลายของดาเรียสและพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว

“นั่นคือคือ… พี่สาวของฉัน”

เธอถอนใจลึก ราวกับยกของหนักออกจากบ่าของเธอ

“ในฐานะที่อายุน้อยที่สุดและน่ารักที่สุดในพวกเราสามคน พวกเขาอิจฉาฉันและผลักดันให้ฉันทำงานที่ ‘ง่าย’ นี้”

“บนกระดาษ รางวัลดูมีกำไรมาก และงานก็ควรจะง่ายพอสมควร แต่การต่อสู้ที่ฉันดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งฐานที่เลวร้ายนี้อาจเห็นฉันตายไปหลายครั้งแล้ว ร่างกายของฉันก็ถูกใช้โดยสัตว์เดรัจฉานเพื่อสร้างความสุขให้ตัวเอง! ”

“โชคไม่ดีที่ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้เนื่องจากท่าทางของพวกเขาและพาดพิงถึงผู้อาวุโสในครอบครัวของฉัน ฉันต้องยอมรับ! ฉันไม่มีทางเลือก! ตอนนี้ฉันกำลังจะตายในป่านิรนาม”

จอร์จินาระบายความคับข้องใจของเธอออกไปเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ปะปนกัน ความเครียดที่เดือดพล่านของเธอ และการเยาะเย้ยง่ายๆ ของดาเรียสดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อเขารวบรวมเรื่องราวของเธอเข้าด้วยกัน และเขาตระหนักดีว่านี่เป็นโอกาสที่น่าสนใจ

ดาเรียสกระโดดไปที่กิ่งไม้ของจอร์จินาอย่างช้าๆ และไม่คุกคาม สั่นศีรษะขณะทำเช่นนั้น

“ในขณะที่เราทุกคนจะต้องตายในที่สุด คุณจะไม่ตายที่นี่วันนี้ จอร์จินา เว้นแต่ฉันจะพูดอย่างนั้น”

ฮอร์เก้มองดูดาริอัสด้วยความโล่งใจ ความระแวดระวัง และความสับสน โล่งใจเนื่องจากมีการยืนยันด้วยวาจาว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ ความระแวดระวังเพราะเธอฉลาดพอที่จะรู้ว่าการยืนยันด้วยวาจาสามารถเพิกถอนได้ทุกเมื่อ และสับสนเพราะคำพูดสุดท้ายของดาเรียส

“สิ่งที่ฉันหมายถึงนั้นเรียบง่าย ฉันต้องการคุณ จอร์จินา ทักษะของคุณในการลักลอบสังหาร ความสามารถในการอนุมานและหาเหตุผล รวมถึงการเชื่อมต่อของคุณ ฉันต้องการพวกเขาทั้งหมด ฉันต้องการให้คุณเข้าร่วมกับฉัน”

ดาเรียสอธิบายอย่างละเอียด

ไหล่ที่โค้งของจอร์จินาและมือที่ยกขึ้นเล็กน้อยก็สงบลงเมื่อเธอได้ยินคำพูดของเขา และความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัวขึ้นในตัวเธอ เช่นเดียวกับความสนใจเชิงบวกบางอย่าง

“เพื่ออะไรกันแน่”

ดาเรียสยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ฉันอยากให้คนที่มีความสามารถอย่างคุณทำหน้าที่เป็นเงาของฉัน ในขณะที่คุณอาจอนุมานตัวเอง แผนของฉันคือการสร้างสถานการณ์ที่จะเห็นฉันกลายเป็นฮีโร่และใช้มันเพื่อผสมกับฝ่ายของความเท่าเทียม”

ดวงตาของดาเรียสหรี่ลงและแสงสีน้ำตาลแดงของพวกมันก็ทำให้ ฮอร์เก้หวาดกลัวอีกครั้งได้อย่างง่ายดาย

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉันรู้สถานการณ์ของคุณแล้ว ฉันสามารถใช้คุณเพื่อเชื่อมต่อกับฝ่ายที่เหนือกว่าได้”

ฮอร์เก้ตัวสั่น แต่ถอนหายใจหลังจากนั้นหนึ่งหรือสองวินาที ในใจของเธอคิดว่าหากดาเรียสสามารถวางแผนอุบายนี้ได้ เขาต้องมีความสามารถนิรนัยมากพอที่จะยืนยันว่าเธอและครอบครัวของเธอทำงานให้กับฝ่ายตรงกันข้าม

มันชัดเจนพอถ้าใครคิดเกี่ยวกับมันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีเหตุผลใดที่สตรีผู้สูงศักดิ์อย่างเธอต้องอยู่ที่นี่ในถิ่นทุรกันดาร ไปสอดแนมในบ้านหลังหนึ่ง เว้นแต่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

เนื่องจากแชงค์เป็นตัวแทนของกลุ่มความเท่าเทียม จึงมีเหตุผลที่จอร์จินาซึ่งแต่งตัวเป็นฮอร์เก้จะเป็นตัวแทนของฝ่ายเหนือกว่าที่ต้องการเลียนแบบเฟเทอร์ริน่าและเปลี่ยนอาณาจักรอันดราโตให้กลายเป็นรัฐที่มีการปกครองแบบผู้หญิง

ดาเรียสตบไหล่จอร์จินาและชี้ไปที่พื้น

“ลงไปคุยกันหน่อยดีกว่า มีบางอย่างที่ฉันต้องบอกคุณและสอนคุณ”

ฮอร์เก้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เธอมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว จึงไม่มีประโยชน์ที่จะแสร้งทำเป็นว่าแข็งแกร่งหรือกล้าหาญ และเธอก็ไม่ใช่คนหัวร้อนอยู่ดี

ทั้งสองฝ่ายตกลงบนพื้นและดาเรียสเป็นผู้นำในขณะที่เขาพูดกับฮอร์เก้อย่างใจเย็น

“อย่างแรกเลย เราต้องทำให้ฝ่ายเท่าเทียมของแชงค์สคิดว่าคุณหายตัวไป นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันไล่ตามคุณเป็นพิเศษ เพราะคุณต้องการความช่วยเหลือจากฉันในเรื่องนี้”

ฮอร์เก้ชะงักและถามด้วยความไม่เชื่อ:

“พวกเขารู้ถึงการมีอยู่ของฉันไหม”

ดาเรียสพยักหน้าด้วยรอยยิ้มขบขัน

“แน่นอน อาจจะนานมาแล้ว”

ฮอร์เก้ส่ายหัว เชื่อเพียงบางส่วนจากดาเรียส

“ยังไง คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

ดาเรียสหัวเราะอย่างสนุกสนาน

“โอ้ จอร์จิน่า ลองคิดดูสิ พวกเขาได้ส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งไปยังชายแดนนี้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและดูว่ามีอะไรน่าสนใจที่พวกเขาสามารถพัฒนาได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าเราอยู่ใกล้กับที่ราบแห่งความตายด้วย ”

“แต่ท้ายที่สุดแล้ว แชงค์สเป็นเพียงตัวแทน และเป้าหมายหลักของเขาในการมาที่นี่คือใช้ชีวิตวัยเกษียณกับครอบครัว พวกเขาไม่สามารถบังคับให้แชงค์สทำตามวัตถุประสงค์ได้ แต่พวกนั่นก็ไม่สามารถทิ้งเขาได้”

“ถ้าอย่างนั้นจอร์จิน่า คุณจะทำอย่างไรถ้าคุณเป็นฝ่ายที่เท่าเทียมกัน”

เธอตอบด้วยสายตาที่จ้องมองด้วยความตระหนัก

“ฉันจะส่งสายลับไปตรวจสอบกิจกรรมของเขาและใช้มันต่อต้านเขา”

เกิดความเงียบขึ้นเป็นเวลานานเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างเฝ้ามองการดำเนินการด้วยความคิดต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในจิตใจของพวกเขา ฝั่งของของบ้านไร่มีความโล่งใจและความคารวะ ในขณะที่ด้านข้างของโจรมีความสยดสยองและความโกรธ

สำหรับเรื่องนั้น แชงค์ส ค่อย ๆ เข้าหาดาไรอัส เขาคุกเข่าลงและตรวจสอบสภาพของเดเร็ก ด้วยรอยยิ้มที่แข็งทื่อของเขาสว่างขึ้นเมื่อเขาพบว่าลูกชายของเขาดีขึ้นอย่างมาก

เมื่อเขาลุกขึ้นยืนและจ้องเขม็งกับดาเรียส รอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้นอีกในขณะที่เขาพยักหน้าไปทางเด็กหนุ่ม

“ต้องขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ลอร์ดดาเรียส ฉันจะไม่มีวันลืมสิ่งนี้”

แชงค์สกล่าวอย่างมีความสุข

ดาริอุสตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนน้อมถ่อมตน

“หลังจากให้ที่พักพิงแก่ฉันในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่น้อยที่สุดที่ฉันสามารถทำได้”

ดวงตาของดาเรียสมีเลห์กลขึ้นทันใดในขณะที่เขาเผยรอยยิ้มแปลก ๆ ให้กับแชงค์ส

“อย่างไรก็ตาม ฉันตั้งใจจะขอบคุณสำหรับความกรุณาของคุณ และคุณละต้องการที่จะกำจัดพวกหนูสกปรกไหม”

ตาของแชงค์สเป็นประกายคล้ายกับดาเรียสมากเมื่อเขาได้ยินคำแนะนำของเด็กหนุ่ม

“ท่านดาเรียสไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากข้าเพื่อทำความดี ทุกคนจากบ้านไร่ยินดีที่จะได้รับความช่วยเหลือจากท่าน”

ทั้งคู่หันไปเผชิญหน้ากับพวกโจรที่เริ่มหลบหนีอย่างลับๆ ท้ายที่สุดสถานการณ์ก็พังทลาย พวกเขาสูญเสียข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวและการพยายามต่อสู้ต่อไปจะเป็นความโง่เขลาอย่างยิ่ง

ดาเรียสสังเกตว่าฮอร์เก้และโจรการ์เวนบางคนได้หลบหนีไปแล้ว ในขณะที่น้องชายของไดอาโตและฟอลโด ยังคงพยายามแก้ไขปัญหาตัวเองด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

ด้วยความสนใจของแชงค์สในพวกเขา พวกเขาจึงแตกตำแหน่งในทันทีและเริ่มหลบหนีอย่างตื่นตระหนก ความโกลาหลจากโจรนับร้อยที่พยายามวิ่งหนีนั้นช่างเป็นภาพที่น่าขบขัน

แชงค์สชูขวานขึ้นและพุ่งไปข้างหน้า ความเร็วของเขาเหนือกว่าคนอื่นๆ อย่างมาก ขณะที่เขาฟันมันทีละตัว ด้วยวิธีการผ่าตัดและเป็นระเบียบ การโจมตีของเขาไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่มีอะไรนอกจากเสียงของเนื้อที่แตกหรือแตกเป็นเสี่ยงๆ

เป้าหมายของเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้องก่อนที่พวกเขาจะตาย

ดาเรียสพยักหน้าให้กันเนอร์

“ไล่ตาม กลุ่มโจรการ์เวน ที่หนีไป ฉันจะจัดการโจรไดอาโตเอง”

กันเนอร์ปรบมือของเขาและทุบพื้นดินในขณะที่เขาใช้แรงนั้นเพื่อขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าเหมือนกระสุน ด้วยพลังงานสีเขียวรอบๆ รูปร่างของเขา และรอยยิ้มที่บ้าคลั่งบนใบหน้าของเขา เขาดูอันตรายจริงๆ

ดาเรียสเปิดใช้งานเวทย์มนตร์ Blink และหายตัวไปจากพื้นที่

* * *

ฮอร์ก้กำลังโบยบินผ่านป่าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อขณะที่เธอรู้สึกว่าความตื่นตระหนกของเธอบรรเทาลงเพียงเล็กน้อยเมื่ออยู่ไกลออกไป

ทันทีที่ดวงตาของเธอจับจ้องที่ดาเรียส ในขณะที่เด็กหนุ่มก้าวออกไปช่วยเดเร็ก ฮอร์เก้มีพลังพิเศษ ทำให้เธอมองเห็นทุกสิ่ง

ความสูงนั้น เสียงนั้น และความจริงที่ว่าเขาได้หายตัวไปและปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนหน้านี้… ทำไมเธอถึงเพิ่งจะนึกออก

เด็กคนนั้นคือผู้วิเศษลึกลับคนเดียวกับที่จ่ายเงินให้พวกเขาโจมตีบ้านไร่!

ในไม่กี่วินาทีนั้นฮอร์เก้ราวกับเวลาได้หยุดลงเมื่อหน้าที่ด้านความรู้ความเข้าใจของเธอเพิ่มขึ้น

โฟลโดเองไม่ได้อยู่ด้วยและได้ส่งน้องชายที่ดื้อรั้นออกไปแทน มันเป็นความลับแบบเปิดที่คนโง่ต้องการแย่งชิงตำแหน่งของพี่ชายของเขา

การ์เวนและลูกทีมของเขายังคงซ่อนอยู่ที่ด้านหลัง ในขณะที่ยังมีสัตว์ประหลาดที่ระบาดอย่างประหลาดตามจังหวะการโจมตีของฟอลโด

จะเกิดอะไรขึ้นหากหลังจากไปพบพวกเขาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารู้จักจิ้งจอกเฒ่าตัวนั้นและเด็กชายคนนั้นทำข้อตกลงบางอย่างเพื่อกำจัดพวกเขาทั้งหมด?

อนิจจาเช่นเดียวกับผึ้งต่อน้ำผึ้งพวกเขาตกหลุมพราง วันนี้ไม่มีใครควรจะรอด พวกเขาทั้งหมดถูกคาดหมายว่าจะถูกฆ่าโดยผู้วิเศษนั้นด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่ฮอร์เก้ยังไม่สามารถเข้าใจได้

กระนั้น สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอรวบรวมได้จากภาพทั้งหมดก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอสยดสยอง ในการเล่นของทั้งสองฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ผู้วิเศษนั้นจะ… ทำไมถึงร้ายกาจ

เขาได้มอบเหรียญทองให้กับพวกเขา ทั้งหมดเพื่อจุดประกายความโลภของพวกเขา!

สำหรับดาเรียสเหรียญทองนี้เป็นเพียงเศษโลหะเพราะเขาสามารถแปลงร่างได้ง่ายกว่า แต่สำหรับพลเมือง อันดราโตเหรียญทองมีความหมายมาก

สำหรับฮอร์เก้ ดาเรียสเป็นสัตว์ประหลาดที่สามารถเสียสละเหรียญอันทรงพลังเพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการประสานทั้งสองฝ่าย เขาเป็นปรมาจารย์ผู้หลอกลวงและนักวางกลยุทธ์ที่ไม่มีใครข้ามได้

และถึงกระนั้น นี่เป็นเพียงโครงร่างพื้นฐานที่สวยงามในหนังสือของดาเรียส ใครก็ตามจากโลกที่มีไอคิวสูงกว่าปกติในห้องสามารถคิดได้ถึงระดับนี้ กระนั้น การจะผ่านมันไปได้จริงจะต้องมีคนมีความคิดที่แน่นอน

สำหรับเขา นี่เป็นเพียงระยะที่ 4 แม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนจุดสุดยอด แต่จุดสุดยอดที่แท้จริงนั้นอยู่ในระยะที่ 5 ซึ่งเป็นผลพวงของเหตุการณ์ที่ประสานกันทั้งหมด

ที่นั่นดาเรียสจะโจมตีเพื่อเป้าหมายของเขาและบรรลุเป้าหมายที่เขาตั้งไว้สำหรับตัวเขาเอง

ฮอร์เก้กระโดดจากกิ่งหนึ่งไปอีกกิ่งหนึ่ง พยายามไปยังจุดนัดพบของเธอกับผู้ดูแลที่ชายแดน เมื่อเธอพบว่าเธอตกใจที่ดาเรียสนั่งอยู่บนกิ่งไม้ตรงหน้าเธอ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขายิ้มอย่างใจดีไปทางเธอ

อย่างไรก็ตาม สำหรับฮอร์เก้รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มของจอมปีศาจ การเคลื่อนไหวของเธอช้าลงเมื่อร่างกายของเธอสูญเสียน้ำ มาหยุดบนต้นไม้ตรงข้ามกับดาเรียส

“ฉันชื่อดาเรียส สโตน และฉันอยากรู้จักคุณ”

ดาริอุสทักทายอย่างเป็นสุขก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นรอยกรีดที่คดเคี้ยวในขณะที่เขากล่าวเสริม

“ฉันรู้จักที่แท้จริงของคุณ จอร์จิน่า”

จอร์จินาตัวสั่นแล้วก็ตัวสั่นอย่างแรง เธอไม่เคยรู้สึกเปลือยเปล่าเหมือนตอนนี้ มันเหมือนกับเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงตานั่น ความลับของเธอทั้งหมดก็ถูกเปิดโปง

จอร์จิน่ายอมแพ้ เธอยอมจำนนต่อความกลัวและความสิ้นหวัง จิตใจของเธอบอกเธอว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนี เขาสามารถใช้เวทย์มนตร์เพื่อไล่ตามเธอและตัวตนของเธอก็ถูกมองเห็นแล้ว

แทนที่จะต่อสู้กลับอย่างไร้ประโยชน์ ทำไมไม่ยอมแพ้ล่ะ? อะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่เขาสามารถทำได้นอกเหนือจากการฆ่าเธอ? ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็ยังดีกว่าตายตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ใช่ตอนที่เธอไม่บรรลุเป้าหมายส่วนตัวของเธอเลย

ดาเรียสเพิ่งมองดูหญิงที่ปลอมตัวมีความผิดปกติตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มขบขัน เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะเฉียบแหลมพอที่จะรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แต่มันทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นจากนี้ไป

ดาเรียสตบหน้า ทำไมคนถึงได้โง่อย่างนี้ตั้งแต่แรก โฟลโด้ส่งไอ้โง่คนนี้มาเป็นผู้นำกลุ่มจริง ๆ เหรอ เดี๋ยวก่อนเขาส่งเฉพาะพวกลูกมือที่ฉันจะต้องจำกัดออกไปมานิ

ดาเรียสตกใจจนพูดไม่ออก ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินความโหดเหี้ยมของโฟลโดต่ำไป ฟอลโดเพียงแค่มอบเสื้อคลุมของเขา ให้พี่น้องของเขาเองเพื่อที่พยายามให้ดูเหมือนร่ำรวย

สงสารพี่น้องที่มีความทะเยอทะยานของเขา ซึ่งไม่รู้ว่ามีเพียงความตายที่กำลังรอพวกเขาอยู่ที่ปลายทานี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหายังคงอยู่ว่าพวกโจรจะเอาชนะแชงค์สได้อย่างไร แม้ว่าดาเรียสและกันเนอร์จะยืนหยัด ทั้งสามกลุ่มก็จะสูญเสียคนไปทีละคนและแทบไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับแชงค์ส

ท้ายที่สุด มีเหตุผลที่พวกเขาปฏิเสธที่จะแตะต้องแชงค์ตั้งแต่เขาสร้างหมู่บ้าน มีเพียงข้อเสนอเย้ายวนใจของดาเรียสเท่านั้นที่ขจัดความเครียดทางตรรกะในหัวของพวกเขาขณะที่มันถูกระงับด้วยความโลภ

ตอนนี้พวกเขาอยู่ต่อหน้าแชงค์สและได้เห็นความไม่สามารถจัดการเขาได้ เช่นเดียวกับความคงกระพันของเขาในการต่อสู้ พวกเขากำลังมีความคิดที่สอง

ในขณะที่ดาเรียสและกันเนอร์จัดการกับมอนสเตอร์ แชงค์ก็ยุ่งกับการฆ่าพวกโจรโดยปล่อยให้ ‘มือพิเศษ’ ของโจรไดอาโตและฟอลโดอยู่ในพื้นที่ในขณะที่สมาชิกหลักยังคงมีชีวิตอยู่

มีเพียงโจรการ์เวนเท่านั้นที่ยังคงไม่ถูกจัดการ เพราะพวกเขาเป็นนักสู้ระยะไกล อย่างไรก็ตาม ถ้าแชงค์สรีบไปหาพวกเขา พวกมันก็จะถูกจัดการเหมือนกัน

ทว่าภัยคุกคามที่พวกเขาตั้งขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นกับแชงค์ในฐานะบุคคล แต่กับประชาชนของเขา เขาไม่กล้าเสี่ยงกับโจรพวกนี้ที่จะฆ่าชาวบ้านจากหมู่บ้านอีกต่อไป เนื่องจากหลายครอบครัวถูกทำลายลงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

ที่แย่ไปกว่านั้น ถ้ามีใครคนหนึ่งแอบผ่านเขาไปเพื่อลักพาตัวหรือทำร้ายพอร์เทีย… แชงค์ไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไร นั่นคือเหตุผลที่เขาเตือนพวกโจรถึงฐานะของเขา

เขาต้องการทำให้พวกโจรกลัวเสียก่อนแล้วค่อยจัดการกับพวกมันในภายหลังเมื่อเขาจัดการทุกอย่างที่นี่แล้ว

ในขณะเดียวกัน พวกโจรก็ต้องการให้แชงค์สยอมแพ้และจะปล่อยให้พวกเขานั้นหนีออกไปจากหมู่บ้านนี้

เมื่อเขาจากไป พวกเขาสามารถแยกพืชผลจำนวนมหาศาลออกจากกัน เอาของมีค่า และที่สำคัญที่สุดพวกเขาจะพาชาวนาที่เหลือมาที่นี่เพื่อสร้างความสนุกสนานตามที่เขาต้องการ

ต่างฝ่ายต่างจ้องไปที่อีกฝ่าย และเชื่อว่าฝ่ายตนเป็นนั่นแข็งแกร่งกว่า สิ่งนี้ทำให้เกิดการชะงักงันที่ทำให้ดาเรียสขมวดคิ้ว เนื่องจากสิ่งต่างๆ ดำเนินไปช้าเกินไปสำหรับความชอบของเขา โชคดีที่เขาไม่ต้องรอนานเกินไป

“อา!”

หัวของทุกคนหันไปที่ต้นเหตุของเสียงร้อง ซึ่งบังเอิญเป็นเดเร็กข้างหลังแชงค์ส จะเห็นรูปร่างของฮอร์เก้ ปรากฏขึ้นกริชของเธอเจาะไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา

แชงค์สคำรามด้วยความโกรธและพุ่งเข้าใส่ฮอร์เก้ เธอหนีไปอย่างน่าสมเพชโดยใช้ทักษะการเดินเท้าพิเศษและระเบิดควันเพื่อปกปิดตัวเองต่อไป แชงค์สกังวลเรื่องลูกชายของเขามากขึ้น แชงค์สถอยกลับจากพวกโจรและดูเดเร็กที่กำลังหายใจรวยริน

เมื่อสังเกตเห็นสีซีดของลูกชายและหายใจถี่ แชงค์สจึงตรวจดูบาดแผลอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่ามีของเหลวสีม่วงดำหยดออกมาจากบาดแผล

เขาลุกขึ้นยืนและจ้องไปที่น้องชายของโฟลโดด้วยท่าทางที่โกรธ

“ใช้ยาพิษกับลูกของข้างั้นหรือ ให้ข้าอธิบายให้กระจ่างแจ้งแก่เจ้า ถ้าลูกของข้าต้องตายในวันนี้ พวกเจ้าทุกคนจะตามเขาไปสู่ภพหน้า เจ้า ครอบครัวของเจ้า และญาติพี่น้องใด ๆ ในโลกนี้ ข้าจะตามหาเจ้าให้พบ และจะฆ่าเจ้า แม้ว่าเจ้าจะซ่อนตัวอยู่ในหลุมที่ลึกที่สุดของอาร์มานดอน ข้าสาบานด้วยจิตวิญญาณของข้า!”

คำสาบานอันเคร่งขรึมของแชงค์สทำให้ทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้หวาดกลัว รวมทั้งดาเรียสและกันเนอร์ ความรุนแรงที่แท้จริงของมันตอกย้ำว่าเขาไม่ได้โกหก หากเดเร็กตายในวันนี้ แชงค์สจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้สัญญาสำเร็จ

สิ่งนี้ทำให้พวกโจรท้อถอยโดยธรรมชาติเมื่อความกลัวแทรกซึม แม้กระทั่งน้องชายของโฟลโด อย่างไรก็ตามไม่นานเขาก็ตั้งสติกลับมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพวกเขานั้นเหนือกว่าในตอนนี้

“แน่นอน พวกเราไม่มีใครอยากให้ เดเร็กตายในวันนี้หรอก แชงค์ส เพียงแค่ทิ้งบ้านไร่กับครอบครัวของคุณและมุ่งหน้ากลับไปที่ อันโด เราจะให้ยาแก้พิษแก่คุณเมื่อคุณอยู่ไกลพอ”

น้องชายของโฟลโดเริ่มด้วยความรักที่อ่อนโยน

“เราจะส่งยาแก้พิษไปซึ่งจะให้คุณเมื่อถึงเวลา อย่างไรก็ตาม หากคุณปฏิเสธที่จะจากไป จะเป็นหน้าที่ของคุณที่จะคอยดูลูกชายของคุณตายเหมือนหมา! คุณสามารถตัดสินใจสู้ต่อได้ ถ้าคุณต้องการ แต่นั่นจะไม่ทำให้เด็กที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ ”

จบสิ้นด้วยท่าทีสุดหวาดหวั่น

นักสู้ที่เหลือของบ้านไร่หน้าซีดกับการพัฒนานี้ ในขณะที่ดาเรียสพยักหน้าภายใน สิ่งต่างๆ กำลังดำเนินไปอย่างที่ควรเป็น การคุกคามของแชงค์สไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถเอาชนะได้ในระดับทักษะและจำนวนของพวกเขา

ดาเรียสเองก็ไม่ต้องการเสี่ยงชีวิตของตัวเองเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาจะไม่ใช้กริซแห่งความตาย หรือไอเทมหายากอื่น ๆ มาสังหารชายคนนั้น และมันเป็นเรื่องยากที่จะใช้มัน

แม้ว่ามันจะเป็นที่ชื่นชอบของวีน่าและซีซ่าร์

แชงค์สยืนตรแรมโรดจ้องไปที่โจรที่อยู่ข้างหน้าเขาด้วยความอาฆาตแค้นและเกลียดชังในสายตาของเขา ที่จู่ ๆ ก็โจมตีประชาชนของเขา ฆ่าพวกเขาอย่างเย็นชา และวางยาพิษลูกชายของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจง ซึ่งเขาต้องเลือกโดยที่ไม่มีทางเลือกใดที่คุ้มค่าที่จะพิจารณา แชงค์สรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก ราวกับว่าเขาถูกขังอยู่ในกล่องสุญญากาศที่ไม่มีอากาศที่กดทับเขาทุกวินาที

เขาสามารถเห็นลูกชายของเขาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดในทุกช่วงเวลาที่ผ่านไป และยิ่งเขาเสียเวลามากเท่าไร โอกาสที่เดเร็กจะฟื้นตัวหลังจากกินยาแก้พิษก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดมากที่สุด เมื่อแชงค์สกำลังจะเสียสติและยอมรับ เขาได้ยินเสียงเด็กพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“แล้วอะไรที่ทำให้พวกโง่ ที่คิดว่าข้าที่อยู่ที่นี่จะยอมปล่อยให้เดเร็กต้องตายละ?”

ทุกสายตาหันไปมองที่ดาเรียสและกำลังเดินไปยังจุดปะทะของทั้งสองฝ่ายโดยมีกันเนอร์เดินตามหลังเขา การเข้าใกล้ของทั้งคู่นั้นน่าทึ่งมากจนทั้งสองฝ่ายหยุดชั่วครู่หนึ่ง

สำหรับแชงค์ส มันเหมือนกับการได้เห็นเทพ ในขณะที่สำหรับพวกโจร พวกเขาก็ทำหน้าบูดบึ้งเมื่อตัวแปรที่ไม่รู้จักปรากฏขึ้น

ดาเรียสจ้องมองไปที่เดเร็ก ซึ่งร่างกายและพลังชีวิตของเขาลดลงเร็วขึ้นและเร็วขึ้น จากนั้นจึงหยิบยาถอนพิษที่เขาแปลงร่างไว้ในช่วงเวลาที่เขาวางแผนกับฟอลโดในวันต่อมา

มันทำให้เขาต้องเสีย 0.3 CP เนื่องจากยาที่เขาครอบครองในคลังของเขาแตกต่างไปจากนี้มากเกินไป แต่ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะใช้มัน

เมื่อเทยาถอนพิษลงในปากของเด็กหนุ่ม ทุกคนต่างเฝ้ามองด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ขณะที่ผิวของเดเร็กเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีดอกกุหลาบในไม่กี่วินาที

ดาเรียสหัวเราะคิกคัก ฟอลโดคนนี้แก้ไม่ได้จริงๆ หลังจากได้รับการอภัยโทษแล้วครั้งหนึ่ง เขายังคงอุตส่าห์หาอุบายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองโดยส่งกลุ่มโจรจากกลุ่มของเขาให้ให้จัดการหมู่บ้านแทนดาเรียส

อย่างไรก็ตาม วิธีการขอฟอลโดนั้นสะอาดและไร้ที่ติ เขาทำงานให้สำเร็จในลักษณะที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเด็กฝึกงานและเจ้านายของเขา เพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง

ก่อนเข้าสู่การต่อสู้ ดาเรียสตัดสินใจวิเคราะห์ แซงค์สเพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่นับตั้งแต่ที่เขาทำอย่างลับๆ

เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเกี่ยวข้องเป็นกลาง แสดงรายละเอียดตามนั้น

ชื่อ: แชงค์ ทอร์เรียม

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: อัศวินขวานผู้ยิ่งใหญ่

คลาสย่อย: ราชองครักษ์

HP: 992/992

MP: 816/816

ระดับ: 34

ความแข็งแกร่ง: 31

ความว่องไว: 29

ความอดทน: 32

สติปัญญา: 24

ความสามารถพิเศษ: 14

โชค: 13

ดาเรียสตกตะลึงกับสถานะของแซงค์ส เขาได้ตรวจสอบแซงค์สไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อเขาแนะนำกันเนอะให้กับแชงค์สและเดเร็ก

การเปิดเผยนี้เพียงพอแล้วที่จะทำให้ดาเรียสหยุดนิ่งชั่ววินาทีด้วยความตกใจ

จนถึงตอนนี้ แชงค์สเป็นคนเดียวที่มีคลาสย่อยเหมือนกัน คลาส อัศวินขวานผู้ยิ่งใหญ่ของเขาอธิบายตัวเองได้ชัดเจน แต่ ดาเรียสสงสัยว่าอาชีพรององค์รักษ์ของเขามีประโยชน์อย่างไร

เนื่องจากแชงค์เป็นเหมือนเดเร็กในแง่ที่ว่าเขาไม่ได้เปิดใจรับดาเรียสมากนัก วิญญาณเฒ่าจึงมองไม่เห็นสถานะของเขามากนัก

ถึงกระนั้น ดาเรียสก็ไม่ท้อใจกับเรื่องนี้ หลังจากวันนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป

เขาร่ายคาถาพื้นฐานขององค์ประกอบความตายที่เขาเพิ่มมาเมื่อวานนี้ Spawn

Spawn – เวทย์ระดับ 1

ราคา: 1 MP

คำอธิบาย: ปลดปล่อยพลังงานแห่งความตายที่บริสุทธิ์ที่สุดผ่านร่างกายของคุณเพื่อสร้างผู้รับใช้อันเดดที่ทำตามคำสั่งของคุณ ระดับนี้เรียกโครงกระดูกอันเดดเพียงสองตัวเท่านั้น

แสงสีดำปกคลุดาเรียสในเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะผ่านร่างของเขา ลงไปที่เท้าของเขา และสุดท้ายก็ตกลงสู่พื้นโลก วินาทีถัดมา พื้นดินตรงหน้าเขาแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยขณะที่โครงกระดูกสองตัวดึงตัวเองออกมา

พวกเขาทั้งคู่ถือดาบขึ้นสนิมซึ่งดูพร้อมที่จะพังในทันที เช่นเดียวกับโล่ไม้สองอันที่ส่วนใหญ่หักและเน่าเสีย ถึงกระนั้นก็ตาม พวกเขาก็รีบเร่งเข้าสู่การต่อสู้ก่อนที่ดาเรียสจะสั่งได้

ดาเรียสขมวดคิ้วกับสิ่งนี้ แต่ตัดสินใจเลิกคิดถึงเรื่องนั้นก่อน บางทีเขาอาจจะควบคุมพวกมันได้มากขึ้นในระดับที่สูงขึ้น แต่นั่นทำให้เขาต้องใช้ SP ของเขา

เขาใช้คะแนนทักษะทั้งหมดจากการเพิ่มระดับทั้งสามของเขาเพื่ออัปเกรดบลิงค์ เป็นระดับ 10 ตอนนี้ ดาเรียส สามารถเดินทางไปที่ใดก็ได้ภายใน 100 เมตร

ประสิทธิภาพของสกิลที่ได้รับการปรับปรุงแสดงให้เห็นในทันทีในสนามรบ เมื่อดาเรียสปรากฏตัวอย่างกะทันหันหลังนักรบก็อบลิน

พวกชาวบ้านพยายามดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตรอดภายใต้การโจมตีของสัตว์ประหลาดอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ดาเรียสก็โฉบเข้ามาอย่างรวดเร็วและวางมือบนหัวของสัตว์ประหลาดสีเขียวตัวสั้น

ก่อนที่มันจะร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ ดาเรียสก็ร่าย Sparks ไปที่ระยะที่ว่างเปล่า นักสู้ที่ดิ้นรนก่อนหน้านี้ต้องเฝ้าดูศัตรูของเขาถูกไฟฟ้าดูดตายในการโจมตีครั้งเดียว ก่อนที่ ดาเรียสจะยิ้มและ บลิงค์หายไป

และดาเรียสยังคงบลิงไปที่ด้านหลังสัตว์ประหลาดจำนวนมากที่กระจายออกไปในสนามรบ ร่าย Sparks เพียงครั้งเดียวของเขา เขาสร้างความเสียหายและสังหารพวกมันอย่างไม่หยุดหย่อน

ที่น่าสนใจคือดาเรียสหลีกเลี่ยงการกำหนดเป้าหมายกลุ่มโจรในตอนนี้ ท้ายที่สุด เขารู้ดีว่าต้องใช้พลังยิงมากขึ้นในการฆ่า ดาเรียสที่เป็นมนุษย์ไม่ใช่สัตว์ประหลาด/สัตว์อสูร ซึ่งคำนวณ HP ต่างกันเล็กน้อยภายใต้ระบบซูพรีม

เมื่อทั้งกันเนอร์และดาเรียสบุกเข้าไปในสนามรบ สัตว์ประหลาดที่มีมากกว่าหลายร้อยตัวก็ถูกปราบปรามและจัดการอย่างรวดเร็ว เมื่อกันเนอร์จับก็อบลินตัวสุดท้าย เขาก็ยกเขาขึ้นเหนือศีรษะและฉีกเขาออกเป็นสองส่วน

ในขณะนั้นการต่อสู้หยุดชะงักลง เมื่อทั้งสองฝ่ายถอยกลับไปประเมินความเสียหาย

ฝ่ายของหมู่บ้านได้ถูกทำลาย

ในบรรดาชายฉกรรจ์ 50 คนหรือมากกว่านั้นที่ออกไปปกป้องภรรยา แม่ ลูกสาว หรือพี่สาวน้องสาว ตอนนี้เหลือเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น เป็นการยากที่จะสังเกตได้ท่ามกลางความร้อนระอุของการต่อสู้ แต่เมื่อพวกเขาแยกตัวออกไป ขอบเขตทั้งหมดของภัยพิบัติก็เปิดเผยตัวมันเอง

ส่วนที่เหลือจ้องมองด้วยความตกใจและหดหู่ที่ซากศพส่วนใหญ่ของผู้ที่ก้าวออกมาต่อสู้เคียงข้างพวกเขา แม้จะเห็นภาพนี้ ลึกลงไปในหัวใจของแต่ละคนแล้ว พวกเขาก็โล่งใจที่พวกเขาเป็นผู้รอดชีวิต

ส่วนโจรนั้นส่วนใหญ่เอียงเต็มที่ โจร ไดอาโต, กราเวน และ ฟอลโด จ้องมองที่แซงค์สและที่อยู่อาศัยของเขาด้วยสายตาที่หิวโหย ความมั่งคั่ง ผู้หญิง และอาหารมากมาย! ที่พวกเขาเล็งไว้นานแล้ว

ดิอาโต กราเวน และชายแปลกหน้าที่ดูคล้ายกับโฟลโดอย่างน่าขนลุกก้าวไปข้างหน้า แชงค์และเดเร็กทำเช่นเดียวกัน ขณะที่ดาเรียสและกันเนอร์ยืนดูอย่างสงบ

“เจ้าโง่ยังมีความคิดถึงสิ่งที่เจ้าเพิ่งทำไปหรือว่าเจ้ากำลังจะทำอะไร? หากข้าไม่ได้ชี้แจงให้กระจ่างมาก่อน ข้าคือ แซงค์ส ทอร์เรียม อดีตราชองครักษ์ ปลดประจำการแล้ว ด้วยเกียรติหลังจากใช้ร่างกายของตัวเองปกป้องเจ้าหญิงและได้รับบาดเจ็บ”

แชงค์สเริ่มต้นขึ้น

รอยยิ้มของดาเรียสแข็งทื่อ ‘แชงค์สบาดเจ็บ? นั่นจะอธิบายได้อย่างแน่นอนว่าทำไมถึงแม้จะยังเด็กและฟิตพอที่จะทำงานเป็นองค์รักษ์ แต่เขาเลือกที่จะเกษียณอายุ … แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสถิติของเขาที่เลเวล 34 นั้นต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างนั้นเหรอ!’

ในขณะที่ดาเรียเป็นนักผจญภัยเพียงคนเดียวหลังจากที่ไม่ได้พบมานาน แต่ช่องว่างในสถิติไม่น่าจะสูงขนาดนั้นในขั้นนั้น… มันเป็นไปได้หรอ

ในขณะที่ดาเรียสคิดขัดแย้งและกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเขา ผู้นำของหมู่บ้านยังคงตำหนิพวกโจรด้วยแสงสะท้อนที่เย็นชา

“ยิ่งไปกว่านั้น ฉันเป็นตัวแทนของฝ่ายความเท่าเทียมของราชสำนัก และด้วยการสนับสนุนจากพวกเขา ฉันจึงได้สร้างบ้านไร่ที่นี่ อย่างไรก็ตาม พวกคุณทุกคนน่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว ความโง่เขลาอะไรที่ทำให้สมองของคุณนั่นคิดไม่ออก ที่จะลองทำลายที่นี่?”

แชงค์สปิดท้ายด้วยการจ้องมองด้วยความเย็นช้า

ชายผู้ตัดสินจากอายุที่ต่างกันต้องเป็นน้องชายของโฟลโด ก้าวออกไปและจ้องมองที่แชงค์สอย่างเย่อหยิ่ง ซึ่งทำให้ดาริอัสขมวดคิ้ว

“เพราะว่าเจ้าคนขี้ขลาด เราจะฆ่าเจ้า จับภรรยาและลูกสาวของเจ้า และกดขี่บุตรชายของเจ้า กว่าเรื่องจากตายของเจ้าจะไปถึงหูของพวกราชวงศ์ พวกเราก็คงไปไกลแล้ว !”

ดาเรียสออกจากห้องไปพร้อมกับกันเนอร์ และพาพอร์เทียมานั่งบนเตียงด้วยท่าทางที่ชวนให้หลงใหล ไม่ว่าความหลงใหลที่เธอมีกับเขาก่อนหน้านี้จะมาขนาดไหน แต่มันก็ได้พัฒนาเป็นอย่างอื่นแล้ว และดาเรียสไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงนั้นสักนิด

ถึงกระนั้น เขาจำความปรารถนาดีของเธอได้และแก้ไขแผนเล็กน้อยเพื่อเห็นแก่เธอ สำหรับความรู้สึกของเธอ เธอจะต้องจัดการกับมันด้วยตัวของเธอเอง เพราะไม่มีอะไรที่ดาเรียสจะต้องมอบให้เธอ

ดาเรียสหันไปหากันเนอร์และเห็นเด็กตัวใหญ่ยิ้ม เขาถามด้วยความขบขันว่า:

“เอาละ กันเนอร์ ดูท่านายจะเบื่อมาทั้งวันแล้ว และตอนนี้นายก็ว่างอยู่ พร้อมหรือยัง”

กันเนอร์ยิ้มเยาะขณะที่เขาปรบมือเข้าหากัน

“พร้อมมากมาสเตอร์ ผมตั้งหน้าตั้งตารอการต่อสู้!”

ดาริอัสพยักหน้า

“ดี! เป็นผู้นำและมีส่วนร่วมกับพวกเขา นายไม่จำเป็นต้องให้ฉันรั้งคุณไว้”

กันเนอร์ตะโกนด้วยเสียงหัวเราะขณะที่เขากระโดดขึ้นไปและทะลุเพดานของบ้านไร่ ร่างกายของเขาพุ่งขึ้นไปในอากาศขณะที่เขาไปถึงชานเมืองด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียว

เราสามารถเห็นออร่าสีเขียวล้อมรอบร่างกายของเขาที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวของเขา ทันทีที่เขาลงจอด เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กในพื้นที่ขณะที่เด็กตัวใหญ่ล้มลงพร้อมกับร่างของก็อบลิน

พื้นที่นั้นเสียหายและเกิดแรงสั่นสะเทือนในบริเวณสั้นๆ เหล่าสัตว์ประหลาดและโจรที่กำลังต่อสู้กับชายฉกรรจ์เพียงไม่กี่คนจากบ้านไร่หยุดชั่วคราวและมอกันเนอร์ด้วยความตกใจ

พวกเขาไม่สามารถหยั่งรู้ถึงความแข็งแกร่งและพลังดังกล่าวได้ แต่กันเนอร์เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เขายกขาขึ้นและร่ายหนึ่งในทักษะใหม่ของเขาที่ได้รับจากดาเรียส, Earthen Stomp!

Earthen Stomp – ทักษะระดับ 1

ราคา: 20 MP

คำอธิบาย: มีความสัมพันธ์กับธาตุดิน กระจายพลังของมันไปที่ขาของคุณในขณะที่คุณทำลายพื้นที่รอบตัวคุณด้วยการสั่นสะเทือนเล็กน้อย สิ่งนี้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ 20 เมตรรอบตัวผู้ใช้

จังหวะที่เท้าของกันเนอร์ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานสีเขียวชนกับพื้น ราวกับมีอุกกาบาตพุ่งชนโลก พื้นดินรอบๆ เด็กครึ่งยักษ์แตกและเคลื่อนตัว ผู้ที่ยืนอยู่เหนือมันล้มทับตัวเองและถูกกระทบกระแทกอย่างน้อยที่สุด

กันหัวเราะเสียงดังและพุ่งเข้าใส่โอเกอร์ที่มีสองหัวซึ่งใช้ไม้กระบองและกระบองคู่ และสวมชุดเกราะที่ถูกขโมยมาซึ่งแทบจะไม่พอดีกับร่างกายของมัน

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกันเนอร์ นั้นเร็วเกินไปสำหรับโอเกอร์ที่จะตามทันการคเลื่อนไหวของกันเนอร์ ดังนั้นมันจึงถูกซัดปลิวไปและกระเด็นออกไปกระแทกกับเพื่อนๆ ของมัน กันเนอร์ใช้ทักษะอื่นที่ดาเรียสมอบให้เขา

Earthen Punch – ทักษะระดับ 1

ราคา: 15 MP

คำอธิบาย: มีความเกี่ยวพันกับธาตุดิน กระจายพลังของมันไปที่หมัดของคุณในขณะที่คุณสร้างความเสียหายมากขึ้นให้กับชุดเกราะหรือศัตรูที่ใหญ่กว่า สกิลนี้สร้างความเสียหายแบบทรูดาเมจ 10%

หมัดของกันเนอร์ส่องแสงสีเขียวในขณะที่เขาต่อยหมัดของเขากับโอเกอร์ ทำให้สัตว์ประหลาดพ่นเลือดสีน้ำเงินอมดำที่มีกลิ่นน่าขยะแขยงออกมา

ท่าทีของกันเนอร์ในสนามรบนั้น ทำให้เขาได้รับความสนใจทั้งหมด ประโยชน์ของสิ่งนี้คือการที่การต่อสู้เพื่อหมู่บ้านมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ข้อเสียคือความสนใจของศัตรูทั้งหมดมุ่งมาที่เขา มอนสเตอร์หลายตัวพุ่งเข้าใส่เขาในขณะที่พวกโจรที่มีอาวุธโจมตีระยะไกลมุ่งมาที่ตัวเขา

ก่อนที่เขาจะเคลื่อนไหวต่อไป ลูกศรนับร้อยและการโจมตีแบบระยะไกลต่างๆ ก็พุ่งเข้าหากันเนอร์

กันเนอร์ถือเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงในพื้นที่นี่ นอกเหนือจากแซงค์สผู้ซึ่งกำลังฉีกสนามรบ

มือปืนสังเกตเห็นศัตรูและการโจมตีทั้งหมดที่เข้ามาหา กันเนอร์ได้หัวเราะ เขาเปิดใช้งานทักษะสายเลือดของเขา Earthen Guardian ที่เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 9!

ในระดับนี้ มันเพิ่ม Strength, Endurance, Damage และ Defense ของเขา 50%!

ตอนนี้กันเนอร์ได้เพิ่มทั้งค่า Strength และ Endurance ของเขาเป็น 20 แต้ม นั่นหมายความว่าเขาได้คะแนนเพิ่ม 10 แต้มฟรี!

อย่างไรก็ตาม MP ที่ต้องใช้ในการใช้ทักษะก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากตอนนี้ต้องใช้ค่า MP 10 ต่อวินาที จำนวน MP ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ เขาสามารถใช้งานได้เพียง 7 วินาทีเท่านั้น

ถึงกระนั้น เด็กครึ่งยักษ์ก็ไม่ได้กังวลถึงสิ่งนี้ เนื่องจากดาเรียสได้ให้ยามานาจำนวนมากแก่เขา กันเนอร์สามารถฟื้นฟู MP ของเขาได้อย่างง่ายดายตลอดการต่อสู้

เด็กครึ่งยักษ์รับกระสุนทั้งหมดบนร่างกายของเขา กล้ามเนื้อที่แข็งของเขาและชุดโพลีเมอร์ที่ป้องกันทุกสิ่งราวกับเป็นเพียงเหล็กไนเล็กๆ ของยุง กันเนอร์ไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่นิดเดียว และเขาพุ่งเข้าโจมตีศัตรูที่พุ่งเข้าใส่

ด้วยดาเมจและการป้องกันที่ได้รับบัฟ 50% เขาไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองหรือทำท่าพิเศษใด ๆ หรือเปิดใช้งานทักษะอื่น ๆ ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือต่อย ทุบ และทำลาย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

ไม่น่าแปลกใจเลยที่กันเนอร์ทำได้ดีมาก เขาไม่เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ และจากสิ่งที่ดาเรียสได้อ่านเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ยักษ์ พวกเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ใช้อาวุธ

ขณะที่กันเนอร์ค่อยๆ ฉีกศัตรูในสนามรบ ในที่สุดดาเรียสก็บลิงค์เข้าไปในพื้นที่พร้อมกับเลิกคิ้วสูง พอร์เทียเตือนพวกเขาว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ในฝูงโจร แต่ดูเหมือนมันจะมีมากกว่าที่เขาคาดไว้จากกลุ่มโจร

โฟลโดทำงานหนักมากจริง ๆ วางแผน แต่ดาเรียสต้องยอมรับ เขาทำได้มันน่าทึ่งในระดับหนึ่ง

เขาสามารถเห็นกลุ่มโจรดิอาโต นำโดยดิอาโต ฮอร์เก้ และเควินต่อสู้กับแชงค์ ในขณะที่กลุ่มโจรการ์เวนเป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักธนูที่ทิ้งระเบิดมือปืน

สำหรับโฟลโดและทีมของเขา พวกเขาอยู่ที่นี่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ลงมืออะไรมากนัก มีทหารเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำอะไรบางอย่างในสนามรบ และเขาได้ส่งคนที่รู้จักตัวก่อปัญหารวมถึงพวกที่เป็นวัชพืชในกลุ่มของเขามาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มของเขา… และพังพินาศ

ในใจกลางของถ้ำมีโลงศพขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้มะฮอกกานี เพียงแต่ทาสีดำ สิ่งที่ทำให้กันเนอร์และดาเรียสตกตะลึงคือ โลงศพที่ถูกล่ามโซ่อย่างหนาแน่นและโซ่เงินและกุญแจที่ล็อคขนาดใหญ่

เมื่อมองดู ดาเรียสและกันเนอร์ก็เดินเข้าไปใกล้กับโลงศพ พวกเขามองละสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะสำรวจถ้ำเล็กๆ ที่แตกแยกออกไป แต่ก่อนที่จะไปสำรวจถ้ำเล็กๆ ดาเรียสก็ได้ตรวจสอบโลงศพนั้นก่อน

โลงศพแปลก – เบ็ดเตล็ด

ความทนทาน: ?/?

คำอธิบาย : โลงศพที่แผ่พลังแห่งความชั่วร้ายและความตายออกมาอย่างน่าตกใจ ไม่แนะนำให้เข้าใกล้

ดาเรียสรู้สึกเย้ยหยันกับการวิเคราะห์ด้วยทักษะปกติ ที่เขาไม่ค่อยพอ ดาเรียสจึงเปิดใช้การวิเคราะห์ของคลาสไอเท็มแมนเซอร์ของเขา และเขาตัดสินใจว่าเขาจะไม่ใช่ยุ่งกับทักษะการวิเคราะห์จากอินสเป็ท อีกเลย

โลงศพของลอร์ดดาร์ม – เหตุการณ์

ความทนทาน: 1,000,000/1,000,000

คำอธิบาย : พื้นที่ผนึกของลอร์ดดาร์มแวมไพร์ผู้ชั่วร้าย ถ้ำแห่งนี้ถูกทิ้งร้างโดยมนุษย์และสัตว์ประหลาดมานานหลายทศวรรษ อย่าอยู่ใกล้ๆ โลงศพนานเกินไป ไม่เช่นนั้นวิญญาณที่หลงเหลือของเจ้าของอาจชักจูงให้คุณเปิดผนึกเขาด้วยวิธีการใดๆ ก็ตามที่จำเป็น

รายละเอียดกิจกรรม: การเปิดผนึกโลงศพจะเปิดใช้งานการอัพเกรดครั้งแรกของระบบซูพรีม (จะเปลี่ยนจากระบบพิเศษเป็นชื่อนี้แทนนะครับ ) และ ‘เควส’ รวมถึงเมนู ‘อีเว้นต์’ จะพร้อมใช้งาน จนกว่าการอัพเกรดนี้จะเสร็จสิ้น รายละเอียดของกิจกรรมจะไม่สามารถแสดงได้

ดาเรียสได้บอกกล่าวรายละเอียดนี้ให้กับกันเนอร์ได้รู้ เมื่อสำรวจถ้ำเรียบร้อย ทั้งสองก็ออกจากถ้ำ เมื่ออกไปด้านนอกทั้งคู่ก็ใช้ท่อนไม้มาปิดทางเข้าถ้ำเอาไว้ จากนั้นพวกเขาก็เดินจากไป

*
*
*

ดาเรียสกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องนอนของเขา และอ่านหนังสือเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองในอาณาจักรอันดราโต ในขณะที่กันเนอร์ฝึกยิดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการซิทอัพและวิดพื้น

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเพิ่มกล้ามเนื้อได้ด้วยวิธีนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขากระฉับกระเฉงเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อกันเนอร์กำลังออกกำลังอย่างสบายๆ ดาเรียสก็ได้มองดูเขา

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่ดาเรียสได้ผู้ติดตามคนแรกของเขามา และทั้งคู่ก็แข็แกงร่งแกร่งขึ้นอย่างมาก ดาเรียสได้สร้างคู่มือทักษะมากมายสำหรับกันเนอร์ เพื่อที่เขาจะได้ใช้ประโยชน์จากันเนอร์ ในขณะที่ดาเรียสได้เพิ่มรายการเพลงลงในแท็ปเล็ต

ดาเรียสได้สร้างคัมภีร์ปลุกพลังขึ้นมา 8 ม้วน ซึ่งทำให้เขาไม่มี CP เหลือที่จะสร้างม้วนเทเลพอร์ตเพิ่มหรือสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากทักษะ 2-3 อย่าง

บ้าจริง ถ้าไม่มีคู่มือเปล่าของฟอลโด ดาเรียสคงไม่สามารถสร้างสกิลให้ตัวเองได้ด้วยซ้ำ ดาเรียสแม้จะได้อัพเลเวลเพิ่มขึ้นมาถึง 3 เลเวล และกันเนอร์ได้มา 5 เลเวล แต่นั้นก็ยากเกินที่จะหาศัตรูที่แข็งแกร่งที่จะให้ค่า EXP มาพอสำหรับการแบ่งกัน

ในขณะที่เลเวลของกันเนอร์และดาเรียสก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ราบสีเขียวก็ไม่ได้เป็นถิ่นที่อยู่ของมอนเตรอ์ที่มีระดับสูงๆ

ดาเรียสตั้งหน้าตั้งตารอที่จะโตมตีเมืองและเข้าดันเจี้ยน ความสามารถในการต่อสู้ของเขาและกันเนอร์จะสามารถผ่านมันไปได้

ดาเรียสถอนหายใจและปิดหนังสือลง อารมณ์ที่จะอ่านหนังสือของเขาหายไป ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากร่างกายเด็กๆ หรือสิ่งต่างๆ ที่เขาจะร่วมรวมความรู้ได้ในอนาคต เขาเริ่มกระสับกระส่ายในขณะที่รอฟอลโดที่กำลังจะดำเนินตามแผน

ดาเรียสเลือกที่จะดูกันเนอร์ที่กำลังออกกำลังกาย จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าถี่ๆ และประตูห้องของพวกเขาก็เปิดออก เผยให้เห็นพอร์เทียก็เหงื่อซกและหวาดกลัว ซึ่งตื่นตระหนกเกินกว่าจะสังเกตว่าดาเรียสและกันเนอร์นั้นสวมใส่เพียงแค่กางเกง

“ท่านดาเรียส ท่านต้องหลบหนี กลุ่มโจรทั้ง 3 กำลังโจมตีหมู่บ้าน พร้อมกับพวกสัตว์ประหลาด ” พอร์เทียกล่าวอย่างตื่นตระหนก

ดาเรียสและกันเนอร์มองดูก่นอที่จะแต่งตัวให้เหมาะสม พอร์เทียเพิ่งจะสังเกตเห็นในสิ่งนี้และทำให้เธอหน้าแดงแล้วหันหลังหนี

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินเสียงของความโกลาหลจากภายนอก ทำให้เธอนึกถึงเหตุผลที่เธอเข้ามาและความหวาดกลัวก็ก่อขึ้นใหม่อีกครั้ง

“ท่านดาเรียส รีบหน่อยเถอะค่ะ มีทางหนีลับที่พ่อของฉันได้สร้างเอาไว้ ฉันจะพาท่านไปที่นั้น”

ดาเรียสหยุด คิ้วของเขาขมวดขณะที่เขาหันไปหาพอร์เทีย และดวงตาของเขาได้เป็นประกายในแบบที่พอร์เทียไม่เคยเห็นมาก่อน

“เธอพูดจริงงั้นหรอ เธอจะพาฉันไปที่เส้นทางหลบหนีที่พ่อเธอสร้างขึ้นาสำหรับครอบครัวเธอโดยเฉพาะ?”

พอร์เทียหยุดชั่วครู่และพยักหน้า และสับสนว่าทำไมดาเรียสถึงไม่พอใจที่เธอจะหาทางหนีให้เขา

“เอ่อ… ใช่ค่ะ ?”

ดาเรียสแต่งตัวเสร็จและกอดอกด้วยสีหน้าที่ดูสนุกสนาน

“และพ่อกับพี่ชายเธอละ”

พอร์เทียชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นดังนั้นดาเรียสก็ถอนหายใจและถามเธออีกครั้ง

“อื้ม ความคิดแรกของเธอในเหตุการณ์แบบนี้เธอกลับไม่ได้คิดถึงพ่อกับพี่ชายของเธอ แต่กลับคิดถึงแต่คนแปลกหน้าอย่างฉันยังหรอ ทำไมกัน ?”

พอร์เทียเงียบ เธอรู้ดีว่าทำไมเธอถึงคิดถึงดาเรียสก่อน แต่เธออายเกินกว่าจะพูดออกมาแะลเกรงว่าขุนนางหนุ่มผู้นี้จะผลักไสไล่ส่งเธอ และสิ่งที่ดาเรียสถามก็เป็นคำถามที่น่าอึดอัดใจ

ในขณะเดียวกันดาเรียสก้ได้ดึงสติเธอให้เธอได้นึกถึงครอบครัวของเธอก่อน แทนที่จะเป็นคนแปลกหน้าและเธอควรคิดให้มากกว่านี้เกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเขา พอร์เทียนั้นรู้ดีว่าถ้าเธอพูดเหตุผลออกไปว่าทำไมถึงนึกถึงดาเรียสเป็นคนแรก เธอก็จะไม่เหลือศักดิ์ศรีเลย

ดาเรียสและกันเนอร์มองหน้ากันและยิ้ม และดาเรียสได้เดินไปจับไหล่พอร์เทีย

“พอร์เทีย เธอเข้ามานั่งที่โซฟาภายในห้องนี้ก่อน รอฉันที่นี่ และหากมีอะไรเดียวฉันจะพาเธอหนีเอง”

ดวงตาของดาเรียสเป็นประกาย และพอร์เทียก็พบว่าตัวเองถูกดูดเข้าไปในลูกแก้วคริสตัล

“รอฉันก่อนนะ ฉันจะจัดการพวกที่คุกคามหมู่บ้านของเธอและฉันจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ”

ดาเรียสมองดูกันเนอร์ และเดินเข้าไปหาในขณะที่กันเนอร์กำลังหอบๆ เมื่อเดินมาถึง กันเนอร์ได้คุกเข่าลงต่อหน้าดาเรียสและรายงานว่า

“ภัยคุกคามต่อมาสเตอร์ ผมได้จัดการกับมันเรียบร้อยแล้วครับ”

ดาเรียสพยักหน้าและฮีลให้กับกันเนอร์ เนื่องจากเด็กหนุ่มได้เสีย HP ไปบางส่วนหลังจากที่ถูกโอเกอร์โจมตีไปก่อนหน้านี้ กันเนอร์ถอนหายใจด้วยความยินดีเมื่อได้เห็นแสงสีขาวอมฟ้าที่กำลังฟื้นฟูร่างกายของเขา

ดาเรียสสังเกตผลกระทบนี้และตรวจดูสถานะของกันเนอร์หลังจากการต่อสู้ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

[คุณได้รับ 640 EXP.]

[กันเนอร์ ได้รับ 640 EXP, อินเทลลิเจน บูสต์ โพชั่น 1 ชิ้น และ และไฟบอลล์สโคร์ล 2 ชิ้น ]

ตามที่ดาเรียสได้คาดไว้ พวกเขาทั้งสองแบ่งค่า EXP 1,280 กันคนละครึ่งหากพวกเขาเอาชนะมอนเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า 4 เลเวลได้
นอกจากนี้ดาเรียสได้สังเกตอีกวา่เขานั้นไมไ่ด้รับไอเท็มใดๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยในการต่อสู้ ในขณะที่กันเนอร์ได้ไอเท็มดีๆ สำหรับความพยายามของเขา

กันเนอร์กำลังยุ่งอยู่กับเมนูระบบของเขา ในขณะที่ดาเรียสกำลังตรวจสอบว่ากันเนอร์นั้นเลเวลเพิ่มไปกี่เลเวล

ชื่อ:กันเนอร์

เผ่าพันธุ์ : ครึ่งมนุษย์ ครึ่งยักษ์ (รอยัล บลัด)

คลาส: กองหน้า

คลาสย่อย: Open

HP: 180/180

MP: 52/52

เลเวล : 4

ประสบการณ์: 40/400

ความแข็งแกร่ง: 12

ความว่องไว: 6

ความอดทน: 15

สติปัญญา: 13

ความสามารถพิเศษ: 16

โชค: 9

สถานะทางกายภาพ: สุขภาพดี

สถานะทางจิต: ทึ่ง

ความเสน่หา: เลเวลที่เป็นมิตรสูงสุด

AP: 9

SP: 3

ทักษะ: เอ็นเกจ – Lv.1, เอิร์ธกาเดี้ยน – Lv.1

สกิล: ไม่มี

ดาเรียสขมวดคิ้วและตระหนักว่า กันเนอร์นั้นได้รับเพียง 3 AP และ 1SP ต่อ 1 เลเวลที่เพิ่มขึ้น นี้หมายความว่าอัตราการเติบโตของเหล่าผู้ถูกประทับตรานั้นจะไม่เท่าหรือเหนือกว่าดาเรียส

กันเนอร์หันไปหาดาเรียสและกล่าวว่า

“มาสเตอรื ท่านช่วยจัดสรรสถิติให้ผมได้ไหม”

ดาเรียสพยักหน้าและจัดการตามที่สมควร เขาเข้าใจดีว่ากันเนอร์นั้นฝากการเติบโตของเขาไว้ในมือของดาเรียส และดาเรียสก็จะได้มั่นใจว่า ลูกครึ่งยักษย์คนนี้จะพัฒนาไปในทางที่เขานั้นต้องการได้

เนื่องจากความคล่องแคล่วนั้นเป็นจุดอ่อนของกันเนอร์ ดังนั้นดาเรียสจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงมัน เขาใส่แต้ม AP ทั้ง 9 แต้ง ลงไป และสถานะความคล่องแคล่วก็เพิ่มขึ้น 15 แต้ม

นี้เป็นเพียงกลไกการเติบโตแบบเทียมของระบบพิเศษ และดาเรียสก็ชอบมันตรงนี้ กันเนอร์สั่นสะท้านราวกับว่ามีคนเทน้ำเย็นจัดใส่เขา

เขาหยุดและูผ่อนคลายและสงบมากขึ้น ไหล่ของกันเนอรืหย่อนคล้อยลงเล็กน้อยและ่ทาทางของเขาก็สดใสขึ้น

ดาเรียสพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและวางแต้ม SP ลงในทักษะ เอิร์ธกาเดี้ยน ซึ่งมันดูมีประโยชน์มากกว่าเอ็นเกจของกันเนอร์

เอิร์ธกาเดี้ยน – ทักษะระดับ 4

ราคา: 3 MP ต่อวินาที

คำอธิบาย : ทักษะการเกิดของยักษ์เลือดทั้งหมด ทักษะนี้เป็นพรของไกอาต่อผู้พิทักษ์ของเธอ ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถยืมพลังบางส่วนของพื้นโลกในการต่อสู้ได้ ผู้ใช้ทักษะนี้จะได้รับ +25% พละกำลัง, ต้านทานเวทย์, ดาเมจ และ พลังป้องกัน ตลอดระยะเวลาการเปิดใช้งาน

เมื่อดาเรียสได้เห็นค่าที่เพิ่มขึ้นของทักษะนี้ เขาจึงคิดว่าเขานั้นเลือกถูกต้องแล้ว มันเป็นทักษะที่ไม่สามารถเทียบกับสปาร์กได้ และทักษะนี้ก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้กันเนอร์นั้นมีชีวิตรอดจากการต่อสู้ และทำให้ค่าสถานะของเขานั้นมีความยืดหยุ่นพอ

ดาเรียสได้หันไปถามกันเนอร์

“รู้สึกอย่างไรบ้าง”

“มาสเตอร์ ผมรู้สึกเบาขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมือนผมกำลังแบกใครอยู่ และคนคนนั้นก็ออกไป ตอนนี้ผมเบาขึ้นอย่างมาก”

กันเนอร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา

ดาเรียสหัวเราะคิกคัก

“ดีแล้ว ด้วยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น นายจะกลายเป็นแนวหน้าที่สมบูรณ์และสามารถดูดซับพลังและจัดการกับความสเสียหายที่ได้รับทุกประเภท”

กันเนอร์ตกลง

“นั้นคือสิ่งที่ผมต้องการ มาสเตอร์”

จากนั้นดาเรียสก็หันไปมองที่ถ้ำที่โอเกอร์พยายามที่จะพังเข้าไปและพบว่าภายในนั้นมันเงียบอย่างไร้เหตุผล เขาหัวเราะและสั่งผู้ติดตามของเขา

“เอาละ กันเนอร์ เรามาสำรวจถ้ำเล็กๆ นี้กันและดูว่ามันมีอะไรในถ้ำที่ทำให้โอเกอร์นั้นอยากจะเข้าไปด้านใน”

กันเนอร์ยอมรับและฟังคำสั่งของดาเรียส เขาเดินตรงไปที่ถ้ำอย่างไม่เกรงกลัว แต่เขายังระแวดระวังสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน หรือมอนเตอร์ที่โจมตีอย่างกระทันหัน

ดาเรียสเดินตามหลังไปด้วย ดาเรียสได้ลืมความคิดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความลับที่วีน่าและซีซ่าร์หลุดออกมาและทำให้เขารู้ ซึ่งมันคือการที่ไม่สนใจข้อบกพร่องต่างๆ ของระบบพิเศษ

‘The Supreme System บอกฉันว่ามันเป็นเพียงเวอร์ชัน 1.0 และเตือนฉันว่าจะมีข้อบกพร่อง อย่างไรก็ตาม ยังระบุด้วยว่าจะมีการอัปเดตระบบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น’

‘นั่นจะเป็นสิ่งที่คู่หูของวีน่าและซีซ่าร์ ที่พึ่งพาได้หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น ดูเหมือนจะเป็นการวางแผนที่ไม่ดีจริงๆ ในส่วนของพวกเขา ไม่ต้องพูดถึงความเกียจคร้านเลย…’

ดาเรียสถอนหายใจเมื่อเขาคิดถึงจุดนั้น เขาไม่พอใจกับคำอธิบายนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ดาเรียสก็สงสัยว่าเขาควรจะคาดหวังกับอะไรซักอย่างที่สามารถต่อกรกับเทพได้ และนั่นมันคงทำให้เธอหายเบื่อย่างแน่นอน

หลังจากที่เดินไปได้สักพัก กันเนอร์ก็หยุดและดาเรียสก็เดินมาข้างๆ กันเนอร์เพื่อดูว่าทำไมเขาถึงหยุดเดิน

กันเนอร์กระโดดพุ่งไปหาโอเกอร์และต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของโอเกอร์ด้วยความแรงที่น่าตกใจ

ดาเรียสเลือกที่จะมองดูกันเนอร์ที่กำลังต่อสู้ และสิ่งหนึ่งที่ดาเรียสไม่อยากจะเชื่อเลย แต่ดูเหมือนว่ากันเนอร์จะสามารถจัดการมอนเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าถึง 7 เลเวล

ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถ หล่อเหลา หรือมีไหวพริบเพียงได้ ท้ายที่สุด พรสวรรค์ของเขาก็จะเชื่อมโยงกับการค้าขาย อัจฉริยภาพของเขาที่มีเกี่ยวกับการค้าขายและความสามารถในการเจรจา

โดยเฉพาะการต่อสู้ ซีซาร์ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าเหล่าผู้ที่ว่าเขานั้นจะต้องดิ้นรนเพื่อให้มีความสามารถก่อนที่จะเข้าขั้นผู้ผจญภัย ซึ่งคงจะเป็นคาวมจริงถ้าหากเขาไม่ได้รับทักษะการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่ช่วยให้เขานั้นใช้ชีวิตในโลกนี้ได้ง่ายขึ้น

ดาเรียสนั้นเรียนรู้ทักษะและสกิลต่างๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านหนังสือและคัมภีร์เวทย์ และถ้าหากไม่มีแต้มทักษะที่จะช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ของเขา ทักษะและสกิลเหล่านั้นคงต้องอยู่ในระดับต่ำไปตลอด และไม่ต้องพูดถึงแต้ม CP ที่มีอันน้อยนิดในแต่ละวัน

ในทางตรงข้ามกันเนอร์นั้นเป็นลูกครึ่งยักษ์ที่เกิดมาพร้อมกับค่าสถานะที่ดีกว่าดาเรียส ซึ่งมีความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่าเขาเนื่องจากสายเลือดของยักษ์ จากระบบ สายเลือดนั้นยังเป็นสายเลือดราชวงศ์

โอเกอร์หัวเดียว – มอนสเตอร์ระดับ 7

HP: 98/125

MP: 14/14

กันเนอร์โจมตีอย่างรุนแรงให้กับมอนเตอร์ด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ดาเรียสยังตกตะลึงกับความสามารถของกันเนอร์ และลองคิดดูว่าถ้าเขานั้นติดอยู่กับเด็กครึ่งยักษ์ที่กำลังอาละวาดจะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม โอเกอร์ยังคงเป็นมอนเตอร์เลเวล 8 แม้มันจะมึน แต่มันก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วมันจับกันเนอร์เหวี่ยงออกไปและทำให้กันเนอร์นั้นกลิ้งและทรุดลง สีหน้าของกันเนอร์นั้นดุร้ายขึ้น นัยต์ตาสีเขียวถูกกระตุ้นราวกับฉลามได้กลิ่นเลือด

กันเนอร์ไม่ปล่อยให้โอเกอร์ไว้ ในขณะที่เขาพุ่งเข้าหามัน และดันพุ่งตัวมันไปด้านหน้า โอเกอร์หัวเดียวคำรามด้วยความโกรธเมื่อเห็นการจู่โจมของกันเนอร์ จากนั้นมันก็เหวี่ยงกระบองโจมตีใส่กันเนอร์ และเห็นได้ชัดว่ากันเนอร์นั้นมีความคล่องตัวที่ต่ำ

เขาไม่สามารถหลบกระบอกได้และกันเนอร์เองก็ใช้พลังมากเกินไปจากการพุ่งใส่โอเกอร์หัวเดียว เขาจึงถูกกระบอกโจมตี ทำให้เด็กครึ่งยักษ์กระเด็นออกไปกระทบกับต้นไม้ใกล้ๆ

ดาเรียสกำลังวางแผนที่จะเข้ารักษากันเนอร์อย่างรวดถ้าเขาได้รับบาดเจ็บมากเกินไป แต่ดาเรียสก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงคำราม กันเนอร์ลุกขึ้นและจ้องมองไปที่โอเกอร์ด้วยแสงแห่งความบ้าคลั่งในดวงตา

ยิ่งคำราม พลังงานสีเขียวแปลกๆ ก็เกิดขึ้นรอบตัวของกันเนอร์ แม้แต่ดาเรียสยังรู้สึกกดดันจากพลังที่กันเนอร์สร้างขึ้น ดาเรียสสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น และตรวจสอบสถานะของกันเนอร์

ดวงตาของดาเรียสเบิกกว้างเมื่อได้เห็นว่าเด็กครึ่งยักษ์ได้ทักษะใหม่ ‘เอิร์ธ กาเดี้ยน’ เมื่อตรวจสอบทักษะดาเรียสก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

จากคำอธิบายของ ‘เอิร์ธ กาเดี้ยน’ เป็นทักษะเฉพาะสำหรับสายเลือดราชวงศ์ของเผ่ายักษ์ซึ่งได้รับพรจากเทพไกอาในฐานะผู้พิทักษ์ของเธอ พวกเขาได้รับที่ช่วยเพิ่ม พลังป้องกัน โจมตี และต้านทานเวทย์ แต่ก็ยังมีความคล่องตัวที่ต่ำ

ดังนั้นมันจึงอธิบายได้ว่า ทำไมค่าเริ่มต้นของกันเนอร์ถึงได้สูงมาก เนื่องจากมันเป็นความสามารถทางสายเลือด

อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่ว่าผู้ถูกประทับตาสามารถที่จะเรียนรู้และรักษาทักษะทางสายเลือดได้ แม้จะถูกเขียนทับจากระบบพิเศษใหม่ก็ตาม ทำให้ดาเรียสนั้นมีความคิดมากมายเกิดขึ้น

กันเนอร์พุ่งไปที่โอเกอร์อีกครั้ง ซึ่งมันคำรามกลับมาอย่างท้าทาย มันเปิดใช้งานทักษะของมัน ‘แกรบเปิ้ล’ มันวิ่งมุ่งไปที่กันเนอร์ และทั่งสองก็ปะทะกันอย฿่ตรงกลางของลานว่าง

ทั้งคู่พยายามที่จะเอาชนะกันและกัน แต่สุดท้ายกันเนอร์ก็เสียเปรียบเนื่องจากเขามีพละกำลังเพียง 12 แต้ม ในขณะที่โอเกอร์นั้นมี 13 แต้ม ซึ่งทำให้มันได้เปรียบมากกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม พลังงานสีเขียวรอบๆ ตัวของกันเนอร์ก็เริ่มข้มข้นขึ้นและมันก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆ และทำให้ร่างกายส่องออร่าเล็กน้อย

ยิ่งมีพลังเข้าไปในตัวมากเท่าไหร่ กันเนอร์ก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้น ตอนนี้กันเนอร์มีพละกำลังมากกว่าและกำลังได้เปรียบโอเกอร์ ในขณะที่มันร้องคำรามออกมาเพื่อเสริมสร้างพลังใจให้กับตัวมันเอง

กันเนอร์รวบรวมพลังงานสีเขียวเข้าร่างกายและลำเลียงพลังนั้นไปที่ส่วนแขน สำหรับความน่ากลัวที่ดาเรียสกำลังได้มองดูอยู่นั่น กันเนอร์ยิ้มอย่างน่ากลัวและคำรามอย่างมีอำนาจ ก่อนที่กันเนอร์จะยกโอเกอร์ขึ้น และฉีกร่างของมันออก

ไม่เพียงเท่านั้น กันเนอร์ยังคงทุบตีโอเกอร์ที่ขาขาดแลละทรุดลงกับพื้นอยางโหดเหี้ยม ดาเรียสได้มองดูด้วยความตกละลึงและน่าสะพรึงกลัว เมื่อผู้ติดตามของเขาได้จัดการมอนเตอร์ได้อย่างโหดเหี้ยม ร่างของมันเละจนจำไม่ได้

กันเนอร์หยุด เขาหอบเหมือนสัตว์ร้ายและหันกลับมาจ้องมองที่ดาเรียส

ดาเรียสและกันเนอร์เดินผ่านทางเดินที่สร้างขึ้นระหว่างป่าขนาดใหญ่ทางนั้นนำไปสู่สะพานของแม่น้ำที่สูญหาย ระหว่างทางกันเนอร์ได้เฝ้าสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความสงสัยและความระแวดระวัง

และเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินอย่างเต็มที่ ดาเรียสพอใจกับพฤติกรรมของกันเนอร์เพราะเขาไม่จำเป็นต้องสั่งอะไร กันเนอร์ก็สามารถทำหน้าที่ตัวเองได้ดี

และมันอาจจะเป็นปกติของคนที่เคยเป็นทาสมาก่อนที่จะคอยระแวดระวังตัวเสมอ ดาเรียสเองก็สงบนิ่งในขณะที่เดินทาง ดาเรียสมั่นใจในพลังจิตและสกิลต่างๆ ที่เขามี

หากมีสิ่งใดพุ่งโจมตี ดาเรียสก็พร้อมที่จะบลิงค์หายไป ก่อนที่จะถูกโจมตี และพวกมันก็จะได้รับการโจมตีจากกันเนอร์ ในขณะที่ดาเรียสจะใช้เวทย์มนต์จัดการพวกมันอีกที

ดาเรียสเดินทาเข้าไปในป่าเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดเมื่อพวกเขาอยู่ใต้กิ่งไม้ ดาเรียสได้ยินเสียงบางสิ่งกำลังกระทืบเท้า

ดวงตาของกันเนอ์หรี่ลงและเพ่งมอง จากนั้นกันเนอร์ก็ก้มตัวลงและแนบหูไปกับพื้นดินเพื่อระบุที่มาของเสียงที่เกิดขึ้น ดาเรียสนิ่งสงบและปล่อยให้ผู้ติดตามของเขาได้ทำในสิ่งต่างๆ

และไม่นานนักกันเนอร์ก็ลุกขึ้นและหันไปหาดาเรียส

“นี้น่าจะเป็นอาณาเขตของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไร แต่พวกเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครับ มาสเตอร์”

ดาเรียสพยักหน้าและโบกมือไปข้างหน้า

“นำไปก่อนเลยกันเนอร์ ฉันจะคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง”

กันเนอร์พยักหน้าและพุ่งตัวราวกับยักษ์ และทั่งคู่ก็ไปพบกับพื้นที่โล่งเล็กๆ ด้านหน้าของถ้ำ โอเกรอืตัวใหญ่กำลังพยายามทุบเพื่อเข้าไปด้านใน โดยใช้กระบองยักษ์

ดาเรียสบลิงค์ไปที่ด้านหลังของกันเนอร์และมองดูยักษ์ใหญ่ ดาเรียสวิเคราะห์มอนเตอร์ที่อยู่ด้านหน้า

[เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเกี่ยวข้องกับศัตรู แสดงรายละเอียดตามนั้น]

ชื่อ: โอเกอร์หัวเดียว

เผ่าพันธุ์: โอเกอร์

คลาส: นักรบ

คลาสย่อย: ไม่มี

HP: 121/125

MP: 14/14

ระดับ: 8

ความแข็งแกร่ง: 13

ความว่องไว: 6

ความอดทน: 10

สติปัญญา: 1

ความสามารถพิเศษ: 1

โชค: 1

ความสามารถ: กระทืบ, กิน, ต่อสู้ G

อาวุธ: กระบองไม้

ดาเรียสเห็นว่าเจ้าตัวนี้ดูคล้ายกับบลูโทรลล์ แต่ก็ไม่แปลกเพราะโทรลล์และโอเกอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายกัน แต่โอเกอร์นั้นดูท่าทางจะแข็งแกร่งกว่าโทรลล์ แต่ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ดาเรียสผิดหวังคือ มอนเตอร์นั้นมีเลเวลที่ต่ำกว่าเลเวลของเขา นั้นหมายความว่าดาเรียจะได้ EXP จากการต่อสู้ในครั้งนี้เพียงแค่ 1 แต้ม

แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ดาเรียสจะได้ใช้สกิล เสียงของซีซ่าร์ก็ดังขึ้นในหัวของดาเรียส

{สวัสดี ดาเรียส สโตน! ฉันคือซีซาร์ ผู้ช่วยที่เป็นมิตรของคุณระหว่างการเดินทางในโลกมหัศจรรย์ของเฟาสท์!}

{ตามที่คุณได้รับแจ้งในช่วงระยะเวลาผ่อนผันของคุณ มีบางช่วงเวลาที่คุณจะได้รับโอกาสในการพูดคุยกับฉันหรือฉันจะลงไปติดต่อคุณ}

{อดีตอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากสิ่งที่คุณทำสำเร็จซึ่งทำให้นายหญิงของฉันพอใจ ในขณะที่อย่างหลังมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ฉันจะต้องให้ความรู้คุณเกี่ยวกับคุณลักษณะที่สำคัญในอนาคต}

{วันนี้ ฉันมาที่นี่เพื่ออธิบายกลไกการแบ่งปันประสบการณ์ของระบบพิเศษ!}

{การได้มาซึ่งทักษะแบรนด์ของคุณไม่ควรเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าโชคของคุณจะไม่เลวร้ายจริงๆ ดาเรียส สโตน ! ถ้ามันขึ้นอยู่กับฉัน เธอก็ควรจะจบลงด้วยกล้วยเน่าแทน !}

{นั่นมันอยู่นอกประเด็นทักษะแบรนด์ ให้คุณสร้างแบรนด์ให้กับเป้าหมายที่เข้ากันได้เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้รับใช้ของคุณในการต่อสู้ แม้ว่าคุณจะสามารถใช้พวกมันนอกเป้าหมายได้เช่นกัน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะภักดีต่อคุณโดยสมบูรณ์ และจะมีวิธีการเติบโตแบบเดียวกับคุณ แม้ว่าจะมีข้อเสียอยู่บ้าง}

{เทพธิดาที่นับถือตั้งหน้าตั้งตารอดูว่าแผนการของคุณจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ เธอจึงได้แนะนำให้ฉันแบ่งปันเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับไอเท็มพิเศษนี้ที่คุณได้รับ}

{คุณอาจสนใจที่จะรู้ว่าคุณสามารถสร้างแบรนด์ให้กับเป้าหมายได้จริงไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม อย่างไรก็ตาม คุณควรได้รับการเตือนว่าเมื่อตราสินค้าแล้ว จะถูกรีเซ็ตเป็นระดับ 1 ในทุกกรณี ถึงกระนั้น พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากสถานะเริ่มต้นที่สูงขึ้นตามระดับก่อนหน้าที่สูงขึ้น}

{ตามที่คุณได้เรียนรู้แล้ว คุณสามารถมีผู้รับใช้เพียงคนเดียวในด่านปัจจุบันของคุณ คุณสามารถปล่อยผู้ที่ถูกประทับตราของคุณเมื่อใดก็ได้ แม้ว่าจะส่งผลให้พวกเขาเสียชีวิต ในฐานะผู้ผจญภัย ขีดจำกัดของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่าเป็นสอง และจะมีมากขึ้นเมื่อคุณไต่ระดับ!}

{ตอนนี้ฉันได้แบ่งปันข้อมูลนั้นแล้ว ฉันจะกล่าวถึงวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการมาที่นี่ ว่ามีประสบการณ์ในการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างปรมาจารย์และบริวารอย่างไร!}

{ความสัมพันธ์ของคุณกับผู้ติดตามของคุณเมื่ออยู่ในการต่อสู้คือความสัมพันธ์ของสมาชิกในปาร์ตี้ เช่นเดียวกับเกมของคุณบนโลก ดังนั้น คุณจะแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงสำหรับทุก ๆ การฆ่า แบ่งเท่า ๆ กันโดยไม่คำนึงถึงความปรารถนาของคุณ! เย้!}

{อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ควรทราบ ในกรณีที่มีความคลาดเคลื่อนของระดับ ตัวปรับแต่งประสบการณ์จะถูกคำนวณโดยใช้ความแตกต่างในระดับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สูตรที่ใช้จะเป็นความแตกต่างระหว่างคุณกับศัตรู เทียบกับความแตกต่างในระดับเฉลี่ยของผู้ติดตามของคุณและศัตรู)

{ยกตัวอย่างที่ใช้ได้จริง ทำการต่อสู้ปัจจุบันของคุณ! โอเกอร์ อยู่ที่ระดับ 8 ขณะที่คุณอยู่ที่ระดับ 11 ซึ่งสร้างความแตกต่างได้ 3 ระดับ เนื่องจากนี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของผู้ติดตามของคุณ เขาจึงอยู่ที่ระดับ 1 ซึ่งต่ำกว่าศัตรู 7 ระดับ}

{ความแตกต่างระหว่างความแตกต่าง 3 ระดับของคุณกับความแตกต่าง 7 ระดับของเขา ส่งผลให้ตัวปรับแต่งประสบการณ์ขั้นสุดท้ายมีค่า XP 4 ระดับ!}

ดาเรียสเงียบไปสักพักขณะที่ฟังซีซ่าร์ และยิ่งซีซ่าร์พูดมากเท่าไหร่ รอยยิ้มของดาเรียสก็กว้างขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ดาเรียสอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ

ช่องโหว่ชัดๆ นี้คือสิ่งที่จะทำให้ดาเรียสได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ความคิดชั่วร้ายมากมายแล่นเข้ามาในหัวของดาเรียส หากเขาทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ เส้นทางการเข้าสูงจุดสูงสุดของดาเรียสก็จะราบรื่น

อย่างไรก็ตาม ความปิติยินดีของดาเรียส ได้หลั่งไหลออกมา เมื่อจิตใจที่เฉียบแหลมของเขาสังเกตเห็นข้อบกพร่องครั้งนี้ ด้วยกลไกแบบเปิดกว้างแม้แต่เด็กหัดเดินยังเข้าใจได้ ด้วยวิธีที่จะมีอำนาจสูงกว่า เวน่า เทพีแห่งสันธนาการ และซีซ่าร์จะไม่เห็นสิ่งนี้ได้อย่างไร

ดาเรียสพลาดอะไรไปในระหว่างการคำนวณของเขา ซึ่งทำให้คนที่เฝ้าดูเขานั้นต่างตกตะลึง

ดาเรียสไปนั่งที่โซฟาในขณะที่เขาบอกให้กันเนอร์นั่นผ่อนคลายลง เด็กหนุ่มตัวใหญ่ดูกระสับกระส่ายกับสภาพแวดล้อมใหม่ และเขาก็เดินดูทั่วทั้งห้อง

ดาเรียสปล่อยให้กันเนอร์ได้คุ้นชินกับพื้นที่ และเขานำแท็ปเล็ตออกมาและเปิดเคลื่อง ดาเรียสก้เข้าใจในทันที่ว่า เจ้าของเก่าของสิ่งต้องเป็นเด็กผู้หญิง

เพราะเนื่องจากวอลเปเปอร์และธีมนั้นเป็นสีชมพู และโชคดีที่มันไม่มีรหัสล็อค ดาเรียสกดไปทีเมนูต่างๆ และรีเซ็ตอุปกรณ์ทั้งหมดให้เป็นค่าเริ่มต้นแรก เพื่อที่ดาเรียสได้ดูข้อมูลต่างๆ บางอย่างทีมีในเครื่องของทวีปกราวิตัส

หลังจากที่รอให้แท็บเล็ตรีเซ็ตใหม่ ดาเรียสก็ดำเนินการตั้งค่าเริ่มต้นและลงทะเบียนภายในชื่อของตัวเอง จากนั้นดาเรียสก็ได้ตรวจสอบห้นาเกี่ยวกับการตั้งค่าเพื่อดูข้อกำหนดต่างๆ และรู้ว่ามันมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 400TB แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก

ดาเรียสยิ้มกรุ่ม ในขณะที่คิดว่าแท็บเล็ตของกราวิตัสนั้นดูคล้ายกับของบนโลก และจากดูคุณสมบุติบางอย่าง ดาเรียสก็ปิดแท็บเล็ตและเปิดคลังของเขาและดึงหอกเหล็กออกมา

หอกเหล็ก – อาวุธ

ความทนทาน: 100/100

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ความเสียหาย: 12-17

คำอธิบาย: หอกที่แหลมและสมดุลทำจากเหล็กคุณภาพสูงและงานฝีมือที่ดีที่สุด

เมื่อเห็นว่าเวลานั้นยังเหลืออีกมากกว่าจะค่ำ ดาเรียสจึงตัดสินใจพากันเนอร์ออกไปกับเขา เพื่อดูการทำงานเป็นทีมระหว่างเขาและกันเนอร์ แต่ก่อนอื่นดาเรียสได้วิเคราะห์ทักษะที่กันเนอร์มีในตอนนี้

เอ็นเกจ – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: ไม่มี

คำอธิบาย: ในฐานะกองหน้า คุณต้องสามารถยืนอยู่แถวหน้าของการต่อสู้และปูทางให้พันธมิตรของคุณ สกิลนี้จะโจมตีศัตรูทั้งหมดในระยะ 5 เมตรจากผู้ใช้

ดาเรียสพยักหน้า นี้คือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แทงค์ที่สามารถดึงดูดมอนเตอร์ไปในขณะที่เขาจะเป็นตัวหลักในการทำดาเมจให้แก่มอนเตอร์เหล่านั้น

เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างนั้นเรียบร้อยดีแล้ว ดาเรียสได้ออกจากห้องพร้อมกับกันเนอร์และระหว่างที่เดินออกเขาได้เห็นแซงค์สกำลังพูดคุยกับเดเร็ก

ทั้งสองพ่อลูกเมื่อเห็นดาเรียสก็ตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กชายแปลกหน้าที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดาเรียสจึงเข้าหาทั้งคู่และทักทายพวกเขา

“สวัสดี เวอร์แซงค์สและเดเร็ก เป็นยังไงบ้าง”

แชงค์สตอบกลับ
“สบายดี ท่านดาเรียส ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีในหมู่บ้านนี้ และเราขอบคุณพระเจ้าาำหรับเรื่องนี้”

สายตาแชงค์สจับจ้องไปที่กันเนอร์ ราวกับว่าเขาต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้จะพูดยังไง เมื่อดาเรียสเห็นดังนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ และกล่าวแนะนำ

“นี้คือกันเนอร์ เขาเป็นนักรบครึ่งยักษ์ที่ทรงพลัง เขาเป็นผู้ติดตามฉัน ในตอนที่ฉันออกไปทำอะไรบางอย่าง เขาได้ให้ทีพักและอาหารกับฉัน ฉันต้องขอโทษที่ฉันไปไหนโดยไม่ได้บอก”

ดาเรียสแนะนำพลางกล่าวขอโทษ

เมื่อพวกเขาทั้งคู่ได้ยินดังนั้นก็ผ่อนคลายขึ้น และเข้าใจวิธีการของพวกขุนนาง พวกเขาคิดว่าดาเรียสนั้นเป็นทายาทที่หลบหนีออกมาเพื่อผจญภัยสำรวจโลกและฝึกฝนเวทย์มนต์

และตอนนี้พวกเขาก็โล่งใจเพราะคิดดาเรีสคงอยู่กับพวกเขาอีกไม่นาน เพราะว่าหากดาเรียสอยู่ต่อและเกิดอะไรขึ้นกับดาเรียส หมู่บ้านพวกเขาอาจจะถูกจัดการได้จากพวกเหล่าขุนนาง

แชงค์สยิ้ม

“ไม่ต้องห่วง ท่านดาเรียส คุณกับกันเนอร์สามารถอยู่ได้นานเท่าที่อยาก เราไม่มีปัญหา”

ดาเรียสหยักหน้ายิ้มและบ่นออกมา

“ไม่อยากอยู่นานกว่านี้แล้วแหละ”

การบ่นของเขาเป็นเสียงพึมพัมแต่เขาก็ตั้งใจให้แชงค์สและเดเร็กได้ยิน ในขณะที่ดาเรียสเดินออกไปในขณะที่พวกเขาบอกลาดาเรียส ดาเรียสได้หันกลับไปมองด้วยดวงตาที่ชั่วร้าย

กันเนอร์ที่มองดาเรียสอยู่ตลอด ก็สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก้ไม่ได้พูดอะไร กันเนอรืไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้มาก่อนในชีวิต และสัญชาตญาณของเขาก็บอกได้วา ดาเรียสนั้นเป็นแหล่งที่มาของความชั่วร้ายและความมุ่งร้ายที่คู่ควรกับปีศาจจากอะมานดอน

ชื่อ:กันเนอร์

เผ่าพันธุ์ : ครึ่งมนุษย์ ครึ่งยักษ์ (รอยัล บลัด)

คลาส: แนวหน้า (สร้างอัตโนมัติ)
คลาสย่อย: เปิด

HP: 180/180

ส.ส.: 13/13

ระดับ 1

ประสบการณ์: 0/100

ความแข็งแกร่ง: 12

ความว่องไว: 6

ความอดทน: 15

สติปัญญา: 13

ความสามารถพิเศษ: 16

โชค: 9

สถานะทางกายภาพ: สุขภาพดี

สถานะทางจิต: สงบ

ความเสน่หา: เลเวลที่เป็นมิตรสูงสุด

AP: 0

SP: 0

ทักษะ: มีส่วนร่วม – เลเวล 1

สกิล: ไม่มี.

ดาเรียสรู้สึกประหลาดที่เห็นวา กันเนอร์นั้นมีสถิติเริ่มต้นที่ดีกว่าที่เขาคิด แต่นั้นก้เพราะกันเนอร์เป็นลูกครึ่งยักษ์

และสิ่งที่น่าตกใจคือ กันเนอร์นั้นมีระดับสติปัญญาที่เท่ากับพอร์เทีย และไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการจ้องมองของเขาที่ราวกับว่ากำลังข่มขู่ ในขณะที่ดาเรียสกำลังมองดูรายละเอียดต่างๆ กันเนอร์จ้องมองดาเรียสและพยักหน้า

สิ่งที่น่าสนใจคือคลาสย่อยของกันเนอร์ ที่มีการตั้งค่าว่า เปิด ซึ่งบ่งชี้ว่าเขาสามารถรับมันได้ในภายหลัง และเนื่องจากค่าสติปัญญาของกันเนอร์นั้นสูงพอสมควร ดาเรียสจึงคิดว่าควรให้คลาสย่อยของเขานั้นเป็นผู้วิเศษหรือไม่

ดาเรียสมี CP เหลืออยู่ 4.5 และเขากำลังคิดว่าควรใช้มันไปกับอะไรดี ระหว่างการเสริมพลังให้กับกันเนอร์หรือใช้มันกับแผนของเขา แต่เมื่อคิดไปมาดาเรียสจึงคิดว่ายังมีเวลาอีกมาก และฟอลโดยังต้องใช้เวลาราว 1 อาทิตย์ในการจัดการแผนการของเขา

ดาเรียสจึงค่อยรอจนกว่าจะถึงตอนนั้น

“เรากลับกันเถอะ กันเนอร์ “

ดาเรียสกล่าวและหยิบม้วนแผนวาร์ปออกมา และทั้งคู่ก็วาร์ปกลับไปที่บ้านของแชงค์ส กันเนอร์ประหลาดใจที่อยู่ๆ เขาก็มาโผล่ในห้องนอนของขุนนางที่ตกแต่งอย่างดี

ดาเรียสหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของกันเนอร์และตระหนักว่าเด็กชายนั้นยังคงเปลือยท่อนบนอยู่ ดาเรียสจึงคิดจะหาเสื้อผ้าให้กันเนอร์ได้สวมใส่

ทันใดนั้นดาเรียสก็มีความคิดบางอยา่งฉุดเข้ามาในหัว ดาเรียสเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบมันออกมาแบบสุ่ม จากนั้นเขาก็จดจ่ออยู่กับเสื้อผ้านั้น

[คุณต้องการเปลี่ยนลานผ้าเป็นชุดโพลีเมอร์แบบรัดรูปหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 4 CP ]

ดาเรียสรู้สึกดีใจและเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้านั้น กันเนอร์ตกใจมากที่เห็นดาเรียสได้เปลี่ยนเสื้อผ้าธรรมดามาเป็นชุดสีดำที่มีลวดลายแปลกๆ

ดาเรียสมอบมันให้กันเนอร์และบอกให้เด็กชายสวมมัน เมื่อสวมใส่เสร็จ ดาเรียสก็ตรวจสอบดูและประทับใจแต่ก็ไม่ได้พอใจมากนัก เนื่องจากชุดนี้เข้ากันได้พอดีกับกันเนอร์ แต่มันรัดรูปเกินไป

ดาเรียสหยิบผ้ามาม้วนหนึ่งและให้กันเนอร์กันรอบเอว และคลุมไหล่ และดาเรียสก็พบว่าแบบนี้เหมาะสมกว่ามาก

ดาเรียสหัวเราะคิกคัก และตรวจสอบข้อมูลของชุดพอลิเมอร์

ชุดโพลีเมอร์สังเคราะห์ เวอร์ชั่น 3.0 – เกราะ

ความทนทาน: 1000/1000

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

การป้องกัน: 30

ความต้านทาน: 30

คำอธิบาย: ชุดที่ทำขึ้นจากลำดับโมเลกุลอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทนทานต่อความเสียหายทุกรูปแบบ ทั้งเวทย์มนตร์หรือกายภาพอย่างมาก เพราะสร้างขึ้นผ่านการเปลี่ยนแปลงสิ่งของ

ดาเรียสตกตะลึงกับขอมูลของมันอย่างมาก และไม่คิดว่ามันจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ มันมีความทนทานและความยืดหยุ่นที่สูงมาก อีกทั้งยังป้องกันได้ทั้งเวทย์มนต์และกายภาย

ตอนที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชุดเก่าให้กลายเป็นชุดโพลิเมอร์ ดาเรียสได้คิดว่ามันจมีจริงไหม เพราะชุดโพลิเมอร์ดาเรียสจำมาจากโลกเก่าของเขา และเขาได้ทดลองดุว่าที่นี่นั้นมีไหม แต่มันก็มีจริงๆ

อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะเฟาสต์นั้นมีทวีปของกราวิตัสที่เป็นทวีปเทคโนโลยีเขาจึงสันนิษฐานว่าต้องมีชุดโพลิเมอร์อย่างแน่อน

ก่อนหน้านี้ดาเรียสไม่เคยใช้ CP ในการแปลงแบบนี้มาก่อนเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าความรู้คือพลัง ยิ่งรู้มาก ยิ่งสร้างได้มาก และนั้นคือวิธีเอาชนะกฏข้อแรกของความสามารถในการเปลี่ยนแปลงของเขา !

ดาเรียสออกจากหมู่บ้านเล็กๆ ของฟอลโด พร้อมกับผู้ติดตามคนใหม่ของเขา เมื่อดาเรียสหันไปมองเด็กใหม่ เขาก็จ้องกลับมาที่ดาเรียสเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร ซึ่งทำให้ดาเรียสรู้สึกขำในใจ

“เจ้าชื่ออะไร”

ดาเรียสถามอย่างใจดี

เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงหยาบๆ

“กันเนอร์”

ดาเรียสพยักหน้า

“ฉันชื่อ ดาเรียส สโตน เหตุผลที่ฉันเลือกเจ้า กันเนอร์ ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์แต่เป็นเพราะระดับสติปัญญาของเจ้า”

“ฉันชอบผู้ติดตามที่ที่ฉลาดและคิดถึงสิ่งจำเป็นก่อน”

กันเนอร์มองดูดาเรียสอย่างเงียบๆ ดวงตาสีเขียมเข้มของเขาจับจ้องไปที่ดาเรียส ราวกับว่าเป็นสิ่งเดียวที่ที่เด็กน้อยมองเห็น

อย่างไรก็ตามดาเรียสจึงกล่าวว่า

“สิ่งที่ฉันต้องการจากเจ้า กันเนอร์ นั้นคือให้เจ้ามาเป็นแนวหน้าในการต่อสู้ ”

ดาเรียสโบกมือขึ้นอย่างเกียจคร้าน

“คุณสามารถเลือกและความสามารถเชิงรุกและเป็นแนวหน้าได้ และเจ้าต้องดึงดูดศัตรูให้ทั้งหมดมุ่งความสนใจมาที่เจ้าในการต่อสู้ และจัดการพวกมันในขณะที่ฉันร่ายเวทย์สนับสนุนให้”

“เจ้าเข้าใจไหม”

ดาเรียสถาม

“ผมทำได้ แต่ผมไม่มีพลังที่จะทำเช่นนั้น”

กันเนอร์กล่าวเปิดเผยแบบตรงไปตรงมา

ดาเรียสยิ้มและตรวจดูให้แน่ใจว่าพวกเขานั้นอยู่ห่างจากฟอลโดเพียงพอและมองไปรอบๆ จากนั้นดาเรียสก็หันกลับมาและพูดกับกันเนอร์

“นั่นไม่เป็นไร”

“คุกเข่าลงกันเนอร์ และจูบไปที่แหวนของฉัน ถ้าเจ้าเต็มใจฉันจะทำให้เจ้ามีพลัง และจะมีพลังมากกว่าการพึ่งการกระตุ้นสำหรับการตื่นของพลัง”

ดาเรียสยื่นมือให้กันเนอร์ในขณะที่ยิ้มให้ กันเนอร์ได้มองไปที่แหวนและมองไปกลับที่ดาเรียส หลังจากนิ่งสงบครู่หนึ่ง กันเนอร์ได้คุกเข่าลงและจูบลงที่แหวนเบาๆ ในทันทีที่ทำเช่นนั้น ดาเรียสก็ได้รับแจ้งเตือน

[ตรวจพบเป้าหมายการสร้างพันธะด้วยแบรนด์ จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดาเรียสตกลงและมองเห็นว่ามีแสงแปลกๆ เปล่งออกมาจากแหวนและปกคลุมร่างของกันเนอร์ และก็มีข้อความมากมาย

[เป้าหมายได้รับการประเมินว่าเป็นผู้สมัครที่เต็มใจ ผู้สมัครมีสุขภาพแข็งแรงและมีระดับต่ำกว่ามือใหม่ ตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด]

ชื่อผู้สมัคร: กันเนอร์
เผ่าพันธุ์ที่สมัคร: ครึ่งมนุษย์ ครึ่งยักษ์ (สายเลือดหลวง)
ระดับผู้สมัคร: ไม่มี.

การมีอยู่ของการเขียนทับ… การให้ความรู้อัตโนมัติด้วย แพคข้อมูล ที่ให้มา… สถิติเชิงปริมาณ… สร้างความภักดี…

ยินดีด้วย ผู้สมัคร กันเนอร์ ประสบความสำเร็จในการเป็น ผู้รับใช้ที่มีตราประทับ ของคุณ!
หมายเหตุ: ในขั้นมือใหม่ คุณสามารถมีบริวารที่มีการประทับตราได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น

แสงลดลงและกันเนอร์ก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีตกใจ ดวงตาของเขาที่จ้องมองมาที่ดาเรียสในตอนนี้ มีแต่ความเคารพ

“ผม กันเนอร์ คือผู้ติดตามและรับใช้ท่าน มาสเตอร์ ศัตรูของท่านจะเป็นศัตรูของผม และการจัดการอุปสรรคที่ขัดขวางเป้าเหม้าของท่าน คืองานของผม”

กันเนอร์ให้คำมั่นอย่างจริงใจทำให้ดาเรียสพยักหน้าอย่างพอใจ

“บอกฉันหน่อยว่าต่อจากนี้หน้าที่ของเจ้าคืออะไร”

ตาของกันเนอร์เป็นประกายเหมือนตกอยู่ในภวังค์สองสามวิ ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ

“มาสเตอร์ หน้าที่ของผมคือการเป็นแนวหน้า”

ดาเรียสพยักหน้าและตัดสินใจทดสอบอีกนิดหน่อย

“เจ้ามีอะไรอยู่ในคลัง”

กันเนอร์ตรวจสอบและส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน”

ดาเรียสรู้สึกประหลาดใจที่ทักษะนี้สามารถมอบคลังเก็บของให้กับผู้ติดตามที่มีตราประทับ และดาเรียสคาดหวังว่ากันเนอร์จะมีระบบเมนูตั้งค่าที่ดี

“มีอะไรอยู่ในเมนูระบบของเจ้า”

ดาเรียสถามเพื่อความแน่ใจ

กันเนอร์ส่ายหัวอีกครั้ง

“ไม่มีอะไรครับ “

ดาเรียสเงียบและไตร่ตรองถึงการพัฒนาที่น่าสนใจ และตอนนี้ดาเรียสต้องทำอย่างไรกับข้อมูลที่เขาได้มาจากการทดสอบนี้

อย่างแรกเขาพบว่าเกณฑ์ที่จะได้รับตราประทับ นอกเหนือจากการจัดปาร์ตี้ ระบบได้แจ้งว่าเป้าหมายนั้นมีความแข็งแรงและมีระดับต่ำกว่ามือใหม่

เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับผู้ผจญภัยจะถูกตีตราประทับได้ไหม โดยไม่คำนึงถึงระดับต่างๆ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาสามารถตีตราประทับให้ได้เพียง 1 คนเท่านั้น ในปัจจุบัน เขาจึงไม่สามารถทดสอบต่อได้จนกว่าเขาจะอัพเลเวลจนไปถึงผู้ผจญภัย

ดาเรียสตระหนักว่าการที่ไม่ตีตราประทับที่เดเร็กหรือพอร์เทียเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และสิ่งที่เขาได้รู้จากกันเนอร์คือ ตั้งแต่เดิมกันเนอร์นั้นไม่มีคลาส แต่เมื่อถูกตีตราประทับเขาก็ได้รับมัน

และสุดท้ายเขาได้เรียนรู้ว่าชาวเมืองในโลกนี้มีระบบพลังเป็นของตัวเองซึ่งแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้รังแจ้งเตือน การดำรงอยู่ของกันเนอร์ถูกเขียนทับโดยระบบพิเศษ ดังนั้นเขาจึงถูกผูกมัดใหม่เหมือนกับดาเรียส

กันเนอร์ไม่สามารถเติบโตได้แบบธรรมชาติได้อีกแล้ว เขาต้องการค่าประสบการณ์และคะแนนทักษะเพื่อใช้ในการเติบโตเท่านั้น

และแน่นอนเพื่อให้แน่ใจ ว่าสิ่งที่คิดนั้นเป็นจริง ดาเรียสจึงตรวจสอบและวิเคราะห์กันเนอร์อีกครั้ง

ดาเรียสเอื้อมมือไปหยิบไอเท็มต่างๆ และวางลงช่องเก็บของของเขา ไอเท็มเหล่านี้จะมีประโยชน์ในสถานการณ์ต่างๆ

ทักษะการเปลี่ยนแปลงสิ่งของ ของเขานั้นมีกกที่สำคัญและจำกัดการใช้งาน และเขาสามารถที่จะสร้างสิ่งของที่มีอยู่ในเฟาสต์เท่านั้น

ด้วยการวิเคราะห์และระบุขอมูลต่างๆ เขาจะได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่เขาสร้างขึ้นจากทักษะการเปลี่ยนแปลง

แน่นอนว่าดาเรียสไม่ได้สนใจที่จะวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ที่เขาสร้างไว้แล้ว การสร้างสกิลพื้นฐาน

ถึงอย่างนั้นดาเรียสก็ตัดสินใจที่ร้างอารมณ์ขันให้กับตัวเองด้วยการหยิบเอ็นทรายโทเคน ออกมา และหยิบเหรียญเงินออกมาหนึ่งเหรียญ วัสดุของตัวเอ็นทรายโทเคนนั้นมีลักษณะที่คล้ายกับเหรียญ ดังนั้นดาเรียสจึงคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่เขาจะสามารถสร้างมันได้อีกอัน

คุณต้องการเปลี่ยนเหรียญเงิน เป็น เอ็นทรายโทเคน หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการแปลง 245 CP

ดาเรียสตกตะลึง และเขารู้สึกผิดหวังทันที ดาเรียสคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเพื่อค้นหาการทำงานของทักษะนี้ มันช่วยให้เขาสามารถสร้างสมมติฐานที่ดีเกี่ยวกับการทำงานของมัน และทำให้ดาเรียสสามารถที่จะประเมินคร่าวๆ ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะใช้แต้มเท่าใด

ดาเรียสเก็บของ และให้ฟอลโดพาเขาไปดูพวกทาส ฟอลโดพยักหน้าและลุกขึ้นเดินนำดาเรียสออกไป ผ่านทางเดินด้านล่างของคฤหาสน์ ในที่สุดเขาทั้งสองก็มาถึงประตูกลที่ซ่อนอยู่ ฟอลโดเข้าไปก่อนที่จะกวักมือเรียกดาเรียสให้ตามไป

ไอเท็มแมนเซอร์เดินตามฟอลโดเข้าไป พวกเขาทั้งสองเดินลงบันไดไปอีก จนถึงห้องเล็กๆ ที่มีอากาศถ่ายเทและได้รับการคุ้มกันอย่างดี ดาเรียสเห็นอุปกรณ์ที่คล้ายช่องระบะอากาศจำนวนมาก

ตัวห้องได้รับการตกแต่งอย่างดีและปูพรมขนาดใหญ่ พวกคนใช้จะลงมาทำความสะอาดที่นี้เป็นประจำและคอยตรวจสอบทาสที่อยู่ในตู้กระจก

ห้องนี้เปรียบเสมือนพื้นที่เรือนจำขนาดใหญ่ ฟอลโดพาดาเรียสลงเข้าไปและเดินไปตามทางจนไปถึงกำแพงด้านตะวันออกและปล่อยให้ดาเรียสได้ดูเหล่าทาส

ดาเรียสประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น เขาสังเกตเห็นว่ามันคือห้องเล็กๆ แต่ก็สะอาดมากและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีห้องน้ำขนาดเล็ก ตู้เสื้อผ้าและกระจก โต๊ะหนังสือ และเตียงนอนที่ดูนุ่มสบาย มันเหมือนห้องขังสุดหรูที่มีไว้สำหรับนักโทษ VIP

ฟอลโดรู้สึกประหลาดใจกับความประหลาดใจของดาเรียส และอธิบาย

“อาจารย์ ท่านต้องเข้าใจสิ่งหนึ่ง ไม่มีลูกค้าคนไหนที่อยากเข้ามาในห้องที่เหม็นอับ เหล่าทาสเป็นโรคซึมเศร้าและสิ้นหวัง”

“ผมไม่เคนเข้าใจเพื่อของผมเลยที่เขาเก็บทาสของเขาไว้ในกรงสกปรก อดอยากและก็ทุบตีเหล่าทาสแต่ยังคาดหวังให้มีคนมาซื้อทาสเหล่านั้น”

ฟอลโดยิ้ม

“เจ้าฉลาดมากในการดูแลเหล่าสินค้าให้สะอาด มีสุขภาพดี และมีความสุขถึงแม้จะเป็นทาส”

ดาเรียสรู้สึกอีกครั้งว่าการเลือกฟอลโดมาเป็นศิษย์นั้นเขาคิถูกต้องแล้ว และความคิดของฟอลโดก็เหมือนพ่อค้าสมัยใหม่จากโลก

ดาเรียสวิเคราะห์เหล่าทาสเพื่อดูว่าสิ่งที่ฟอลโดพูดนั้นเป็นความจริง และเขาก็ได้รู้ว่าฟอลโดนั้นไม่ได้โกหก เหล่าทาสไม่มีสัญญาณของความสิ้นหวัง แต่ก้ไม่ได้มีความสุข ทักคนอยู่ในสถานะที่สบายๆ เป็นกลาง

ฟอลโดหันไปหาดาเรียส

“อาจารย์ ท่ากำลังมองหาสิ่งใดในตัวทาส ท่าปรารถนาทาสหญิงสาว เพื่อเป็นทาสทางเพศหรือสำหรับต่อสู้ ผู้ท่านต้องการชายหนุ่ม “

ดาเรียสบูบคางและกล่าว

“ฉันต้องการผู้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กๆ แต่ผู้ใหญ่ก็ได้ และต้องเป็นยมนุษย์ไม่สำคัญว่าจะธรรมดาหรือมีความสามารถ”

ดวงตาของฟอลโดเป็นประกาย

“งั้นผมรู้แล้วครับ”

เขาพาดาเรียสไปที่กลางห้อง และเดินไปยังห้องเล็กๆ ทางด้านทิศตะวันตก ที่นั้นดาเรียสจะได้เห็นเหล่าเด็กจนไปถึงเด็กหนุ่มตั้แต่อายุ 5 – 15 ปี ซึ่งกำลังเล่นของเล่นและอ่านหนังสือต่างๆ ที่ฟอลโดหามาให้

เมื่อพวกเขาได้เห็นดาเรียส พวกเขาต่างสงสัยและมาเกาะที่ขอบกระจกเพื่อมองดูดาเรียส ในขณะเดียวกัน ดาเรียสเริ่มตรวจสอบพวกเขาทีละคนเกือบทั้งหมดนั้นไร้ความสามารถและยังไม่ได้รับการปลุกพลัง

ดาเรียสลูบคางและหยิบแหวนออกมาซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้ดาเรียสสามารถใช้ทักษะแบรนด์ได้ ดาเรียสเดินไปที่ห้องขังของเด็กชายที่ดูแข็งแรงและมีอายุ และเขาวิเคราะห์ทำให้รู้่วาเด็กคนนั้นเป็นลูกครึ่งยักษ์ และเขามีแผงคอที่มีสีดำที่อยู่ต่ำกว่าสะบัก

ดวงตาสีเขียวสดใส เด็กคนนี้มีหน้าตาที่ดีเลยทีเดียว จมูกโด่ง ริมผีปากบาง และโครงหน้าที่ชัดเจน

ร่างกายส่วนบนของเขาเปลือยเปล่าในขณะที่ด้านล่างสวมกางเกงขาสั้นสีดำ ผิวสีน้ำตาลเรียบเนียน ดาเรียสมองไปที่เด็กคนนั้นทั้งสองสบตากันและจากจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง เด็กชายก็พยักหน้า

ดาเรียสโบกมือเรียกฟอลโด

“ฉันเลือกเขา”

ฟอลโดยิ้มและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และกล่าวว่า

“คุณได้เลือกเด็กที่ดีที่สุดแล้ว อาจารย์”

ฟอลโดกลืนน้ำลายและรู้สึกตื่นเต้น เมื่อได้ยินเรื่องนี้ เขาพยักหน้าและรอให้ดาเรียสวิเคราะหืไอเท็มทั้งหมด

ไข่ของเฮลฮาวด์ – เบ็ดเตล็ด

ความทนทาน: 2/2

คำอธิบาย: ไข่นี้มีลูกหลานของเผ่าพันธุ์พิเศษจากอาร์มานดอน เฮลฮาวด์เป็นสัตว์ที่เพาะพันธุ์ได้ยาก แต่มีความต้องการสูงเนื่องจากมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวในการติดตามกลิ่นของวิญญาณ

แท็บเล็ตดิจิตอล – เทคโนโลยี

ความทนทาน: 10/10

คุณภาพ: เฉลี่ย

ใช้: ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่มีมานาให้

คำอธิบาย: การสร้างเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ทำหน้าที่เหมือนกับ PDA สำหรับเจ้าของ น่าเสียดายที่หากไม่มีการเชื่อมต่อกับ Continental Network of Gravitas ผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าถึง Appstore เล่นออนไลน์กับเพื่อน ๆ หรือดาวน์โหลดเพลงได้

กริชแห่งความตาย – อาวุธ

ความทนทาน: 40/40

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ใช้: 3

คำอธิบาย : ไอเทมที่เทพเฮเฟสตัสหลอมเป็นของขวัญให้แอสโมเดอุส กริชมีความสามารถที่จะจบชีวิตของใครก็ตามที่โจมตีด้วยการโจมตีเดียว ไม่ว่าเหยื่อจะแข็งแกร่งหรือเป็นอมตะอย่างไรก็ตาม มันจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ หลังจากใช้ซ้ำๆ หากไม่ถือโดยแอสโมเดอุส เอง

สัญญารีปเปอร์ – ม้วนคัมภีร์

ความทนทาน: 1/1

คุณภาพ: แย่

ใช้: 1

คำอธิบาย : เอกสารโบราณที่เดม่อนลอร์ดมอบให้กับเนโครแมนเซอร์ที่ทำสัญญากับเธอระหว่างสงครามศักดิ์สิทธิ์ ต้องใช้ผู้วิเศษที่กล้าหาญและมั่นใจในการพยายามสร้างความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขากับรีปเปอร์

ฟินิกซ์ควิล – เบ็ดเตล็ด

ความทนทาน: MAX

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ใช้: ไม่จำกัด

คำอธิบาย: ไอเท็มที่ทำจากขนหางของฟีนิกซ์ ปากกาขนนกนี้มีคุณสมบัติอมตะ ข้อความหรือกระดาษที่เขียนด้วยปากกาขนนกนี้จะได้รับประโยชน์จากคุณลักษณะนี้ด้วย สร้างเอกสารที่ไม่สามารถถูกทำลายโดยสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้า

หัวใจกามเทพ – อาวุธ

ความทนทาน: 100/100

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ใช้: 2

คำอธิบาย : ลูกศรที่ชื่นชอบของการแข่งขันกามเทพ มันให้ความรู้สึกของความรักแบบออร์แกนิกที่จะงอกขึ้นระหว่างคนสองคนที่โดนศีรษะควบคู่กันไป ในมือของผู้ที่ไม่ใช่กามเทพ มันสามารถแสดงความสามารถนี้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

คัมภีร์ปีศาจ – แรร์ไอเทม

ความทนทาน: MAX

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ใช้: ไม่จำกัด

คำอธิบาย: รายการที่สร้างขึ้นจากกฎหมายที่ควบคุมทวีปอาร์มานดอน อนุญาตให้ผู้ใช้เรียกปีศาจตนใด ๆ เพื่อต่อสู้ในนามของพวกเขาหรือทำงานอื่น ๆ ตราบใดที่จ่ายราคาที่เหมาะสม

เอ็นทรานโทเคน – เบ็ดเตล็ด

ความทนทาน: 50/50

คุณภาพ: เฉลี่ย

ใช้: 1

คำอธิบาย: บัตรผ่านพิเศษสำหรับบุคคลภายนอกทวีปกราวิตัส อนุญาตให้เจ้าของเทเลพอร์ตไปยังศูนย์กลางผู้มาเยือนของกราวิตัส ได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกส่งกลับ

มณีวิญญาณ – แรร์ไอเท็ม

ความทนทาน: ?

คุณภาพ: ?

คำอธิบาย: ไอเทมยูนิคที่สามารถสร้างได้ก็ต่อเมื่อร่างกายของริซ ถูกทำลายและหลอมใหม่ด้วยฝีมืออันล้ำเลิศเท่านั้น บุคคลสามารถใช้มันเพื่อเก็บวิญญาณที่แท้จริงไว้ภายในเพื่อให้พวกเขาฟื้นคืนชีพหลังความตาย ค่าใช้จ่ายสำหรับร่างกายของพวกเขาที่เสื่อมลงทุกครั้งที่กลับมาหลังจากความตาย

ดาเรียสอธิบายไอเท็มแต่ละอย่างให้ฟอลโดได้ฟังทีละอย่าง และเน้นไปที่ข้อดีและข้อเสียที่เป็นไปได้ของไอเท็มแต่ละอย่าง อย่างช้าๆ ในขณะที่ฟอลโดรู้สึกสับสนและตกตะลึง

ไอเท็มที่เขาครอบครองมาตลอดเหล่านี้ มันพิเศษอย่างมาก แต่ตอนนี้เขารู้ว่าสิ่งของที่เขาครอบครองนี้มันอาจจะล่อใจแม้แต่พวกเหล่าเทพ หากพวกนั้นรู้เรื่องเหล่านี้

โดยเฉพาะ นาฬิกาย้อนเวลา กริชแห่งความตาย และคัมภีร์เรียกปีศาจ ฟอลโดไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะมีระเบิดเวลาอยู่ในมือ

ฟอลโดยังคงสั่นเทากับความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะตั้งสติและก้มลงต่อหน้าดาเรียสและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านอาจารย์ ผมไม่สามารถรักษาหรือใช้สิ่งของเหล่านี้ได้ ดังนั้นผมอยากจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้ท่าน เป็นของขวัญสำหรับผู้ปกครองและยิ่งใหญ่”

ดาเรียสยิ้ม

“ฟอลโด นายฉลาดจริงๆ ที่สามารถชั่งน้ำหนังข้อดีและข้อเสียของมันได้ และตระหนักได้ว่าตัวเองนั้นไม่มีอำนาจพอที่จะครอบครองและควบคุมสิ่งของเหล่านี้”

ดาเรียสไขว้ขาและหรี่ตาลงอย่างสนุกสนาน

“ดังนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มอบให้กับฉัน ฉันมั่นใจว่าฉันสามารถรักษาและควบคุมการใช้งานของพวกมันได้”

ฟอลโดตัวแข็งและก้มหัวลงกับพื้น หัวใจเต้นตุบๆ อยากรวดเร็ว ในขณะที่เขากำลังเข้าสู่โหมดฉลาดแกมโกง แต่เขาลืมไปว่าดาเรียสนั้นชั่วร้ายกว่าเขาเสียอีก

เขาทำแบบนี้ได้อย่างไร เขาสาบานกับดาเรียสแล้วว่าจะไม่ต่อต้านเขา ในขณะที่ฟอลโดกำลังตื่นตระหนกและพยายามหาเหตุผลดีๆ มาใช้เพื่อที่ดาเรียสจะได้ไม่มองเขาในทางร้าย ในตอนนี้ฟอลโดนรู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างมาก

โฟลโดตกหลุมพรางนี้ ในขณะที่เขากำลังพูดบางสิ่งบางอย่างเพื่อทำให้ดูเองหลุดออกจากความผิดพลาดนี้ ดาเรียสก็หัวเราะและพูดอย่างใจเย็น

“ยืนขึ้น ฟอลโด นี้ถือเป็นความผิดพลาดแรก และฉันชอบลูกศิษย์ที่ฉลาดแกมโกง เพราะคนโง่และงี่เง่าจะทำลายแผนของฉัน แต่ฉันขอบอกไว้เลย ว่านี้ควรจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย”

ดาเรียสพูดพลายปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมา ทำให้บรรยากาศรอบๆ นั้นมีความกดดันเป็นอย่างมาก

กระเป๋าใส่ของ – เก็บของ

ความทนทาน: 10/10

คุณภาพ: ปกติ
คำอธิบาย: การสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครซึ่งสร้างขึ้นโดยการร่ายมนตร์กระเป๋าด้วยเวทมนตร์เชิงพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บสิ่งของในพื้นที่ย่อยที่มีแรงดัน ไอเทมนี้สามารถเก็บของได้มากถึง 50 อย่างและลดน้ำหนักลงเหลือ 1% ของทั้งหมด

ดาเรียสเลิกคิ้ว มันคือกระเป๋าวิเศษในตำนานใช่ไหม เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับไอเทมนี้ มันเป็นไอเท็มวิเศษสำหรับโลก เพราะมันทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

ดาเรียสรู้ว่าสิ่งนี้มีค่ามาก ซึ่งัมนพิสูจน์ให้เห็นว่าฟอลโดนั้นมีประโยชน์ และเขาเริ่มตั้งตารอสิ่งต่างๆ ที่ฟอลโดจะนำออกมา

ฟอลโดหยิบของออกมา 10 ชิ้นอย่างระมัดระวังและวางมันบนโต๊ะต่อหน้าดาเรียสทีละชิ้น

ดาเรียสไม่เร่งรีบที่จะวิเคราะห์สิ่งของเหล่านั้น ของรอให้ฟอลโดเลือกสิ่งของที่เขายอกให้วิเคราะห์ ฟอลโดชี้ไปที่นาฬืกาพกแปลกๆ ที่เรืองแสง

“ผมได้ไอเท็มชิ้นนี้มาจากตระกูลเอลฟ์ที่หนีจากศัตรู เพื่อแลกกับการพาพวกเขาหนี พวกเขาได้จ่ายเงินก้อนโตและสิ่งนี้”

ฟอลโดยิ้นอย่างกระทันหัน

“แน่นอน ผมให้ยาและผูกมัดพวกเขาเป็นทาส ผมไม่เคยได้กำไรมากเท่าตอนั้นเลย ฮ่าๆ “

ฟอลโดถือหินรูปไข่ที่ดูคล้ายหินอ่อน

“มีคนขายให้ผมในราคา 300 เหรียญทองแดง พวกเขาพบมันในรังร้าง”

รายการต่อไปคืออุปกรณ์สีเหลี่ยนแปลกๆ ซึ่งดาเรียสสามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไรโดยไม่ต้อง

“นี้คืออุปกรณ์แปลกๆ ที่ลักลอบเข้ามาจากทวีป กราวิตัส ของต้องห้ามจาที่นั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่จะรับมือได้ เนื่องจากคนที่นั้นไม่ต้อนรับชาวต่างเมือง”

ฟอลโดวางรายการลงและหยิบอีกชิ้นออกมา ซึ่งเป็นกริชขนาดเล็กประดับประดาไปด้วยทับทิมที่ด้ามและขอบใบมีดเป็นสีดำ

“สำหรับเรื่องนี้ ผมรู้ว่ามันมาจากไหนและรู้ประวัติของมัน แต่ยังไงก็ตาม ผมไม่รู้วิธีใช้งานมันและไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้”

จากนั้นฟอลโดก็เปลี่ยนไปใช้ม้วนกระดาษขาดซึ่งดูเหมือนมันกำลังจะพังเป็นเถ้า หากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม

“ชิ้นนี้ผมได้รับมาจากบริเวณชานเมืองอันดราโต มีการระบาดของพวกอันเดธ ที่แปลกประหลาด”

ถัดมาคือปากกาขนนกขนาดเล็กที่มีขนเรืองแสง ขนนกดูเหมือนจะแผ่ความอบอุ่นบางอย่างออกมา ทำให้ห้องมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

“ผมรู้ว่านี้คือปากกาที่ทำจากขนนกฟินิกซ์ในตำนาน และไม่มีทางที่ผมจะสามารถซื้อมันได้ ผมจึงขโมยมันมาจากลูกค้าที่ประมูลมันได้ที่ตลาดมืด และก็ฆ่าพวกเขา”

ฟอลโดถือลูกธนูที่มีรูปหัวใจประหลาดๆ และด้ามเป็นสีชมพูสดใส ขนอ่อนของมันดูหยาบและดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงมันจากธนูทั่วไป มันเหมือนเป็นของโชว์มากกว่า

“ผมคิดว่ามันคือของเล่นเด็ก แต่มันก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นรอบตัว ซึ่งมันทำให้ผมเชื่อว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น”

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่หนังสือที่วางบนโต๊ะ หนังสือเล่มนี้มีรังสีของความชั่วร้ายอยู่รอบๆ และมันพยายามทำลายพันธะที่ผูกมัดมัดมัน

“สิ่งนี้เป็นหนังสือของปีศาจบางอย่าง เท่าที่ผมรู้ อย่างไรก็ตาม ท่านจะน่าจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงไม่กล้าที่จะเปิดมันและหาวิธีที่ใช้งานมัน มันน่ากลัวเกินกว่าจะทำสิ่งเหล่านั้น”

ฟอลโดถอนหายใจและมองไปที่ของชิ้นรองสุดท้าย มันเป็นเหรียญโครเมียน

“นี้คือของหายากอีกชิ้นจากทวีป กราวิตัส”

และของชิ้นสุดท้าย ทัมทิมประหลาดและดูเหมือนกบลวงอยู่ตรงกลาง

“อันนี้เชื่อกันว่าเป็นสิ่งของของริช หลังจากที่มันถูกทำให้บริสุทธิ์แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไรไหม”

ดาเรียสฟหังรายละเอียดย่อยๆ ของสิ่งของต่างๆ อย่างเงียบๆ เขายิ้มและหยักหน้าเมื่อฟอลโดพูดจบ

“ไม่ต้องกังวล ฉันสามารถตรวจดูได้ว่าพวกมันคืออะไรและใช้อย่างไร “

ฟอลโดโล่งอกและรู้สึกผ่อนคลายบนโซฟา ขณะที่เขารอให้ดาเรียสเริ่มวิเคราะห์ จากนั้นดาเรียสเริ่มวิเคราะห์จากของชิ้นแรก นั้นคือนาฬิกาพกที่เรืองแสงสีรุ้งออกมา

รอยต่อแห่งกาลเวลา – แรร์ไอเท็ม

ความทนทาน: 300/300

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ใช้: 9

คำอธิบาย: การสร้างตำนานของการเล่นแร่แปรธาตุ, เวทย์มนตร์, และความลุ่มหลง นาฬิกาพกเรือนนี้กล่าวกันว่าสามารถย้อนเวลาได้ช่วงหนึ่ง ทำให้ผู้ใช้กลับไปยังจุดในอดีตที่พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

ดาเรียสที่กำลังมองอย่างน่าเบื่อ เมื่อได้เห็นคุณค่าของมันทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกาย ฟอลโดสังเกตเห็นใบหน้าของดาเรียสทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง อาจารย์ของเขาค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของไอเท็มนี้แล้วหรอ

“ฟอลโด”

ดาเรียสเรียก

“ครับ อาจารย์”

ฟอลโดตอบทันที

“ไปตรวจดูว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ และไม่มีใครแอบฟัง เพราะสิ่งที่พวกเราเจอนั้นมันสำคัญมาก”

“เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์”

โฟลโด้ตอบขณะกดกริ่ง

เห็นได้ชัดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเขาทำเช่นนี้ แต่ดาเรียสรู้สึกว่าพื้นที่นั้นเงียบลงและเงียบมากขึ้น

“อย่างแรกเลย ฉันจะวิเคราะห์สิ่งของทั้งหมดและบอกคุณสมบัติของมัน หลังจากที่บอกแล้ว ฉันจะไม่พูดซ้ำเพราะหากมีใครได้ยิน มันจะต้องเป็นปัญหาแน่ๆ “

จากหนังสือที่ดาเรียสได้ทำให้สมบูรณ์ เมื่อฟอลโดอ่านเพียงครั้งเดียว มันเพิ่มระดับสติปัญญาของเขาถึง 2 แต้ม ทำให้ฟอลโดมีระดับสติปัญญา 19 แต้ม

ดาเรียสกำลังคิดว่าเมื่อลูกศิษย์คนแรกของเขามีระดับสติปัญญาถึง 20 เขาอาจจะสามารถเพิ่มระดับเป็นผู้ผจญภัยได้และแน่นอนว่าฟอลโดไม่สามารถตรวจสอบะดับสติปัญญาของดาเรียสได้ เนื่องจากเป็นทักษะพิเศษเฉพาะดาเรียส

อย่างไรก็ตาม ดาเรียสยังคงรู้สึกอิจฉาฟอลโดและชาวเฟาสต์คนอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มระดับสติปัญญาของตนเองได้ด้วยการอ่านหนังสือ เรียนรู้ และฝึกฝน

ในทางกลับกัน ไม่สำคัญว่าดาเรียสจะมีพรสวรรค์ขนาดไหนหรือจะสามารถเพิ่มระดับสติปัญญาของตัวเองได้เร็วขนาดไหน แต่ซีซ่าร์ได้กล่าวว่าเขาจะทิ้งกาเติบโตอย่างธรรมชาติออกไปและแทนที่ด้วยการเติมโตด้วยการใช้แต้มค่าประสบการณ์

ดาเรียสผูกติดอยู่กับระบบและกฏเกณฑ์ทั้งดีและไม่ดี แน่นอนว่าเขาไม่สามารถบ่นได้เพราะนี้มันเป็นระบบที่ทำให้เขามีระดับสติปัญญาถึง 50 แต้ม ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่การเติบโตแบบธรรมชาตินั้นไม่สามารถทำได้

ในกรณีนี้ดาเรียสเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากเพียงคนเดียวจากหลายสหัสวรรษ ดาเรียนยังต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์และหลายเดือนกว่าจะพัฒนาให้สูงขึ้นกว่านี้ และอาจจะตองใช้เวลาหลายที่จะไปให้ถึงระดับปานกลาง

“ยืนขึ้น ฟอลโด และฟังชื่อของฉัน ฉันชื่อดาเรียส สโตน และฉันจะเป็นอาจารย?ของนายไปตั้งแต่จากนี้และตลอดไป ดูสิว่าสิ่งที่ฉันหวังฉันจะสามารถทำสำเร็จได้ไหม”

ดาเรียสพูดขณะที่เปิดผ้าคลุมหน้าออกเพื่อให้ศิษย์คนแรกของเขาได้เห็นใบหน้าของตนเอง

ใบหน้าของฟอลโดเริ่มสับสนและประหลาดใจ เขาตกใจมากขณะที่เหงื่อไหลซก

“เด็กมาก !!! ไม่น่าเชื่อ”

ดาเรียสเห็นระดับมิตรภาพของฟอลโดเพิ่มขึ้น มันกลายเป็นบูชาระดับ 2 ฟอลโดรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่เห็นว่าดาเรียสนั้นมีอายุน้อย และใบหน้าของดาเรียสก็ดูอ่อนโยน ไม่เหมือนกับความคิดที่ชั่วร้ายของเขา ทำให้ฟอลโดเบาใจลง

เขามีอาจารย์ที่มีอายุ 13 ปี แต่มีพลังจิตที่เพียงพอที่จะต่อกรกับเหล่าผู้วิเศษ และในตอนนี้เขาอายุเพียงเท่านี้ยังมีพลังและความสามารถขนาดนี้ และถ้าเขาโตไปเขาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปขนาดไหน

และฟอลโดเองก็ยังเป็นศิษย์คนแรกของดาเรียส ฟอลโดระงับความตื่นของเขา ขณะที่จำได้ว่า ดาเรียสเป็นคนที่ค่อนข้างโหดร้าย ทำให้ฟอลโดยิ่งไม่ยากเป็นศัตรูกับดาเรียส

ฟอลโดจดจำสิ่งที่ดาเรียสได้บอกเอาไว้ เขาลุกขึ้นยืนและกล่าว

“ท่านอาจารย์ มีอะไรที่ท่านต้องการเป็นพิเศษไหม หนังสือ บริการ และสิ่งอื่นๆ ที่ท่านสนใจ”

ดาเรียสจำได้ว่าฟอลโดเป็นคนลักลอบค้าของเถื่อนและเคยจัดตลาดมืด ดังนั้นเขาจะต้องได้ของดีๆ จากฟอลโดอย่างแน่นอน

“อื้ม ให้ฉันดูคลังของนาย อ่าแล้วนายมีทาสหรือเปลาส”

ดาเรียสถามด้วยรอยยื้ม

ฟอลโดพยักหน้า

“มีครับ อาจจารย์ เราจับผู้คุ้มกันและสตรีจากการปล้นในครั้งต่างๆ และไปขายในตลาดค้าทาสในเมืองอันโด ท่านต้องการพวกมันเลยไหม”

ดาเรียสส่ายหัว

“ไม่ต้องรีบ เดียวฉันจะเลือกสิ่งต่างๆ ก่อน และสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องทำให้มันชัดเจน คือการเป็นไอเทมแมนเซอร์”

ฟอลโดทำหน้าสงสัย

“เอ่อออ … อะไรคือ ไอเทอมแมนเซอร์”

ดาเรียสยิ้มและหันกลับไปหาฟอลโดที่กำลังเดินตามหลังเขาช้าๆ

“มันคือความสามารถในการประเมินค่าสิ่งต่างๆ อย่างถูกต้อง การวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งต่างๆ ทำให้ฉันได้เห็นคุ้นค่าที่แท้จริงของสิ่งเหล่านั้น อย่างแท้จริง ดังนั้นฉันจึงขอดูสิ่งของต่างๆ ของนายเพื่อตรวจสอบคุ้นค่าของสิ่งต่างๆ “

ฟอลโดรู้ทันที และเขาก็สั่นด้วยความตื่นเต้น ที่ดาเรียสนั้นเป็นไอเท็มแมนเซอร์ ทั้งทีมีอายุเพียง 13 ปี ขีดจำกัดของดาเรียสนั้นมีขนาดไหนกันแน่ ฟอลโดสงสัย

ไอเทมแมนเซอร์เป็นทักษะที่หาได้ยากมาก และยากที่จะหลอกเหล่าไอเทมแมนเซอร์ในการทำสัญญาและขายสินค้าให้กับพวกเขา

นี่เป็นความจริง ไอเทมแมนเซอร์เป็นคลาสจากระบบพิเศษ ไม่ใช่เพราะความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งของหรือการลงพันธะสัญญากับสิ่งของ แต่มันเป็นสิ่งที่วีน่ามอบให้กับดาเรียส เพื่อให้เขาได้ผจญภัย

ไอเทมแมนเซอรืมีคุณสมบัติอะไรถึงได้เป็นระบบพิเศษ นั้นก็คือทักษะการวิเคราะห์ที่สุดยอด แม้ว่าดาเรียสจะยังใช้มันได้ไม่คล่อง แต่เขาสามารถมุ่งตรงไปยังเมืองหลวงและตีราคาสิ้นค่าต่างๆ ได้อย่างแท้จริง

จากความสามารถของดาเรียส ภายในเดือนเดียวเขาจะสามารถไต่ได้ไปถึงระดับขุนนางและอาจจะร่ำรวยกว่า เมื่อถึงจัดนี้ ดาเรียสสามารถเลือกที่จะปลุกพลัง

เฟาสต์เป็นโลกแห่งเวทย์มนต์ ซึ่งประกอบด้วยทวีปต่างๆ ที่มีภูมิอากาศ ประเพณี และการสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งพิเศษหลายอย่างหมุนเวียนไป

จานธรรมที่หญิงชราเก็บไว้ในชุดถ้วยน้ำชา อาจจะเป็นจานสร้างมิติ ที่สามารถพาผู้ใช้ไปได้ทุกที่บนโลก

ขวานที่ขึ้นสนิมของพ่อค้าอาวุธอาจจะซ่อนความลับของศิลปะอาวุธระดับสูง

มีสิ่งต่างๆ ที่มีความลับที่บางคนไม่รู้ซ่อนอยู่ในสิ่งของต่างๆ

นี่คือเหตุผลที่ฟอลโดรู้สึกตื่นเต้น เพราะเขามีสิ่งของที่ไม่รู้จักมากมายที่ลูกค้าเขาไม่ซื้อ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร แต่ดาเรียสจะสามารถตรวจสอบและรู้ว่าสิ่งของนั้นคืออะไร และมีค่าแค่ไหน !!

ทั่งสองเดินมาที่ตู้ใบหนึ่งและปีนขึ้นไปด้านบนและไปยังห้องทำงานของฟอลโด เมื่อขึ้นมาถึงดาเรียสก็นั่งลงบนโซฟา ในขณะที่ฟอลโดเรียกคนใช้มาเสิฟน้ำและของกินเล่น

“แจ้งทุกคนว่า นี้คืออาจารย์ของฉัน เขาเป็นผู้วิเศษระดับสูง และหากใครที่พบเจอเขา ต้องให้ความเคารพและทำตามในสิ่งที่เขาสั่ง”

ฟอลโดกล่าวกับคนใช้

ฟอลโดวางกระเป๋าบางอย่างลงบนโต๊ะ ขณะที่ดาเรียสมองและค่อยๆ ตรวจสอบมัน

วันนี้ดาเรียสไม่ได้ใช้แต้ม CP เลย เขาจึงตัดสินใจที่จะทดสอบอะไรนิดหน่อยเมื่อดาเรียสังเกตเห็นว่าคู่มือเวทย์มนต์ของฟอลโดนั้นยังไม่สมบูรณ์

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่มีข้อบกพร่องเป็นคู่มือคาถาที่สมบูรณ์หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 2 CP]

ตาของดาเรียสเป็นประกาย เมื่อการเปลี่ยนคู่มือเวทย์มนต์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นใช้เพียงแค่ 2 CP

ตอนนี้ดาเรียสพบว่าตราบดที่เขามีหนังสือเวทย์มนต์เปล่าๆ หือ หนังสือที่ไม่สมบูรณ์ เขาสามารถลดการใช้ CP ลงได้เพื่อให้ได้หนังสือเวทย์มนต์ที่สมบูรณ์

ดาเรียสหันไปที่ฟอลโดและถามว่า

“นายมีหนังสือเวทย์ที่ยังไม่สมบูรณ์เล่มอื่น อยู่ที่นี่หรือเปล่า”

ฟอลโดสะดุ้งเพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ของแผนดาเรียส และเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็พยักหน้า

“ผมมีอยู่ทั้งหมด 6 เล่ม ในตอนนี้ซึ่งมีคุณภาพแตกต่างกัน”

ดาเรียสหยักหน้า

“โอเค ดีมาก เอามันมาทีฉันจะเขียนเวทย์มนต์เอาไว้ให้ 1 เล่ม แต่ฉันขออีก 5 เล่มที่เหลือ ถือว่าเป็นค่าตอบแทน”

ฟอลโดเดินไปหยิบหนังสือเวทย์เหล่านั้นมา มันถูกเก็บอยู่ในหีบที่ถูกล็อคอยู่ในตู้นิรภัย และต้องใช้สกิลบางอย่างในการเปิด

หลังจากนั้นฟอลโดก็นำหนังสือทั้ง 6 เล่ม มอบให้ดาเรียส ดาเรียสพูดไม่ออกและส่ายหัวไปมา อย่างไรก็ตาม ดาเรียสได้เรียนรู้บางอย่างที่สำคัญจากฟอลโด และนั้นก็คือเรื่องที่พิถีพิถันของฟอลโด

การพบนี้ทำให้ดาเรียสคิดว่าเขาตัดสินใจผิดไปหรือเปล่าที่ให้ฟอลโดมาเป็นลูกศิษย์ ดาเรียสถือหนังสือเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์และเต็มไปด้วยฝุ่น ดาเรียสค่อยๆตรวจดู หนังสือเวทย์เหล่านี้ แต่มันก็มีสภาพดีพอและฟอลโดก็มีมันถึง 6 เล่ม

ส่วนมากลูกศิษย์นั้นจะมีอยู่สองประเภท โดยเป็นแบบทางการและไม่เป็นทางการ ศิษย์ที่เป็นทางการก็เหมือนนักศึกษาที่มีสัญญาจ้างและเป็นศิษย์ส่วนตัวและไม่ต้องเสียเงินเพื่อให้ได้รับความรู้และการปกป้องจากอาจารย์ตัวเอง และส่วนใหญ่ศิษย์ที่เป็นทางการมักถูกเลือกด้วยตัวผู้สอนเองเพื่อให้มาสืบทอดพลังและเวทย์มนต์ต่างๆ

ส่วนลูกศิษย์แบบไ่เป็นทางการ จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนต่างๆ เพื่อแลกกับความรู้ด้านเวทย์มนต์

“นายมีธาตุอะไรตอนที่ถูกปลุกพลังขึ้นมา”

ดาเรียสถามฟอลโด

“ตอนที่ผมปลุกพลังขึ้นมา ผมมีพลังเกี่ยวกับเวทย์มนต์น้ำแข็ง ในขณะที่อาจารย์คนเก่าเชี่ยวชาญเวทย์ดิน ผมเลยไม่ได้เรียนรู้ต่อ”

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาเปล่าเป็นคู่มือคาถาไอซ์แลนซ์ หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 5.5 CP ]

ดาเรียสได้เปลี่ยนแปลงหนังสือเวทย์มนต์ให้กลายเป็นหนังสือเวทย์ไอซ์แลนว์ หนังสือในมือของดาเรียสเปล่างแสงเป็นประกาย

ดาเรียสได้ตรวจสอบหนังสือเวทย์ไอซแลนซ์นี้

สกิลไอซ์แลนซ์ – คู่มือ

ความทนทาน: 10/10

คำอธิบาย: สิ่งที่อยู่ภายในคือความรู้ที่จำเป็นในการร่ายคาถาที่ง่ายที่สุดของธาตุน้ำแข็ง ไอซ์แลนซ์ เนื่องจากวัสดุคุณภาพสูงและการคัดลายมือ โอกาสสำเร็จในการเรียนรู้คาถาเพิ่มขึ้น 100% ในขณะที่ประสิทธิภาพของคาถาเพิ่มขึ้น 500%

ดาเรียสได้มอบหนังสือเวทย์นี้ให้กับฟอลโด ฟอลโดรับไว้และตกตะลึงกับความสามารถของดาเรียส เมื่อได้รับหนังสือมาฟอลโดก็เปิดมันอย่างรวดเร็วและเมื่อเปิดและอ่านไป 2-3 หน้า สีหน้าของฟอลโดก็เปลี่ยนไป

ใบหน้าของฟอลโดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เหลือเชื่อ และตกตะลึง เมื่ออ่านหนังสือเวทย์ที่ได้รับมาไปหน่อยหนึ่ง เขาก็ปิดหนังสือลงและวางมันลงบนโต๊ะหนังสือ

ฟอลโดคุกเข่าต่อหน้าดาเรียสและมองด้วยความเคารพนับถือและเกรงกลัว ฟอลโดก้มหัวให้ดาเรียส และกล่าวว่า

“ท่านอาจารย์ ขอขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้ ท่มอบให้ผม ไว้วางใจได้ ผมจะช่วยเหลือท่าอย่างเต็มที่”

ดาเรียสรู้สึกกดดันต่อคำสัญญาที่จริงจังของฟอลโด และดาเรียสเริ่มเห็นค่าของ ‘ความรัก’ ของฟอลลโดได้เปลี่ยนจากมิตร เป็นการเคารพ

ฟอลโดหัวเราะขึ้น ดาเรียสจำได้ว่าภายในห้องสมุดของแชงค์ส เขาได้เรียนรู้ว่าสัญญาณที่ชัดเจนในตัวบุคลในแต่ละด่านนั้นจะแสดงออกอย่างไร ซึ่งจะทำให้ผู้อื่นสามารถยืนยันความแข็งแกร่งของคนคนนั้นจากระดับพลังได้

ผู้ที่เป็นมือใหม่นั้นล้วนเป็นผู้ที่ฝึกหัดที่ฝึกทักพลังต่างๆ ในระดับพื้นฐาน และผู้วิเศษในระดับผู้ผจญภัยจะสามารถใช้สกิลต่างในระดับที่มากกว่าพื้นฐานแต่ก็ยังอ่อนแอในแง่ของพลังจิต

อันที่จริงม้วนคัมภีร์การปลุกพลังต้องใช้พลังจิตในการเขียน ซึ่งเป็นเหตผลว่าทำไมผู้วิเศษระดับสูงขึ้นไปเท่านั้น จึงเขียนได้ และผู้วิเศษระดับมาสเตอร์ที่มีพลังจิตเต็มรูปแบบ สามารถเชื่อมต่อกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ สามารถลอยตัว เทเลพอร์ต และความสามารถอื่นๆ ทางจิตอื่นๆ

เดเมียนที่มีระดับสติปัญญาถึง 50 ทำให้เดเมียนสามารถปลดล็อคพลังจิตได้ในขั้นเริ่มต้น

“ฉันไม่เคยรับใครเป็นศิษย์มาก่อน มันต้องมีพิธีอะไรหรือเปล่าระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ที่ไม่มีทางการของเราสองคน”

ดาเรียสถามอย่างตื่นเต้น

ฟอลโดถอนหายใจด้วยความโล่งอกและยิ้มขึ้น

“ไม่มีอะไรที่คุณต้องกังวล อาจารย์ ต่อจากนี้ฉัน ฟอลโด การิสัน และคนที่อยู่ใต้อาณัติของฉันก็จะให้การสนับสนุนอาจารย์อย่างเต็มในทุกๆ เรื่อง”

ฟอลโดที่กำลังทำธนู ดาเรียสยอมรับในข้อต่างๆ หลังจากนั้นดาเรียสก็เริ่มอธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับแผนที่ 3 และ 4 ของเขา ที่จะเริ่ม

ฟอลโดที่กำลังยิ้ม เมื่อได้ยินแผนคร่าวๆ ของดาเรียส ใบหน้าของฟอลโดก็เคร่งขรึม ยิ่งฟัง ฟอลโลยิ่งสั่นเมื่อตระหนักว่าเขาเพิ่งได้ให้คำมั่นสัญญาณกับบุคคลที่อันตรายอย่างมาก

หลังจากที่ดาเรียสพูดจบ เขาก็จบการสนทนาว่า

“ดูก่อนว่าแผนจะสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้แสดงคลังไอเท็มให้ฉันดูด้วย ว่านายนั้นมาไกลขนาดไหนแล้ว”

ฟอลโดลุกขั้นและพยักหน้าอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน และหวั่นไหวกับความคิดของดาเรียส

อันที่จริงดาเรียสยังคงหาทางที่จะครอบครองเฟาสต์ และไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับลูกศิษย์ ดาเรียสจะต้องจัดการด้วยการรับผ่านสกิลแบรนด์ แต่ดาเรียสไม่คิดจะทำกับฟอลโด เพราะไม่ต้องการให้เขาทำงานภายใต้เงามืด และคิดว่าจะให้ฟอลโดนั้นเป็นเสมือนมือขวา

ด้วยเหตุนี้ ดาเรียสจึงคิดว่าเขาต้องได้เห็นสิ่งที่ฟอลโดมีอยู่ ว่าเขานั้นจะสามารถสอนหรือทำอะไรกับฟอลโดได้บ้าง เนื่องจากความสามารถของการวิเคราะห์ของดาเรียส ไม่สามารถมองเห็นสกิลของฝ่ายที่เป็นมิตรหรือเป็นกลางได้

เพราะเมื่อมาถึง ฟอลโดก็มีสถานะเป็นกลาง และตอนนี้เขาก็มีสถานะเป็นมิตรแล้ว ถ้าเขามีสถานะเป็นศัตรูมาก่อนสิ่งต่างๆ ก็จะง่ายขึ้น

ดาเรียสและฟอลโดเดินผ่านทางเข้าลับที่ด้านหลังของตู้และมุ่งหน้าลงไปยั้นด้านล่าง ในห้องลับนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับชั้นแรกของคฤหาสน์ทั้งหลัง

ดาเรียสเห็นหนังสือมากมาย และพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ และมีแม้แต่อุปกรณืเล่นแร่แปรธาตุและอุปกรณืสำหรับการทดลองทางแป้นพิมพ์

ฟอลโดจะเป็นศิษย์ระดับสูง เขามีเงินมากพอที่จะสามารถมีทุกอย่างเป็นของตัวเอง ในขณะคนอื่นๆ ต้องดิ้นรน ด้วยเหตุนี้พรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์ของเขาจึงอยู่ในระดับรองกว่าระดับสติปัญญาที่มีค่าสูงสุดของเขา

แต่การที่จะมาเป็นศิษย์อย่างไม่เป็นทางการของดาเรียส นั้นไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกสบายมากนัก

ดาเรียสมองไปรอบๆ และเดินหาสกิลที่ฟอลโดได้รวบรวมไว้ ดาเรียสสุ่มหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งและตรวจสอบ

คาถาชำระล้าง – เรียนรู้ด้วยตัวเอง

ความทนทาน: 2/5

คำอธิบาย: เป็นการชำระรูปลักษณ์ภายนอกของเป้าหมาย ไม่วา่จะเป็นร่างกายหรือเสื้อผ้า

ใบหน้าของดาเรียสรู้สึกตกตะลึงและสับสน เขาได้เรียนรู้เวทย์มนต์ระดับพื้นฐานที่มือใหม่ทุกคนควรจะมี แต่เขาไม่คิดว่ามันจะมีสกิลอะไรแบบนี้

ไม่น่าแปลกใจที่การพัฒนาเลเวลของมอใหม่หลายคนนั้นเป็นเรื่องยาก หากไม่มีอาจารย์หรือคนคอยดูแล หากไม่มีนักเวทย์ที่ชำนาญคอยชี้แนะเหล่ามือใหม่เกี่ยวกับวิธีการใช้เวทย์มนต์และสกิลต่างๆ อย่างเช่นฟอลโดที่ต้องพึ่งพาหนังสือเวทย์มนต์เหล่านี้ เพื่อที่จะอัพเลเวล นั้นคือสิ่งที่ยากลำบาก

27 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านโพเลเรีย

มีหมู่บ้านเล็กๆ ชีวิตที่นี่ดูงดงามและสงบสุขเมื่อเด็กๆ เล่นในขณะที่แม่ของพวกเขาดูแลบ้านและพ่อของพวกเขาออกไปล่าสัตว์หรือหาอาหาร

หมู่บ้านธรรมดาๆ ที่แทบไม่มีคำอธิบายแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทั้งหมดในหมู่บ้านนี้หยุดชั่วคราวเมื่อจู่ๆ มีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมแปลกๆ ปรากฏตัวขึ้นที่ใจกลางถนนสายหลักของหมู่บ้าน

เขายืนนิ่งเงียบๆ ก่อนที่จะมองไปทางซ้ายขวาและแสกนดูชาวบ้านที่กำลังตกใจกับชาวคนนี้ จากนายชายลึกลับก็ค่อยๆ เดินไปทางคฤหาสน์หลังที่ใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน

เมื่อเดินผ่านบ้านมา 2-3หลัง ชาวบ้านก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านของพวกเขาด้วยความกลัว และเด็กบางคนก็ล้มและร้องไห้

เมื่อดาเรียสเดินมาถึงคฤหาสน์ ทั้งหมู่บ้านก็เงียบสงบราวกับว่าเป็นเมืองร้าง ซึ่งก่อนหน้าที่ประมาณ 5 นาที ยังครึกครื้นอยู่ ดาเรียสหันกลับไปมองที่หมู่บ้านและยิ้มออกมาใต้เสื้อคลุมก่อนที่จะเดินเข้าไปในคฤหาสน์

เมื่อเข้าไป เขาก็สังเกตว่าคฤหาสน์นั้นว่างเปล่าไม่มีใคร แต่ก็มีสัญญาญบ่งบอกว่าคนแม่บ้านและคนงานคนอื่นๆ เพิ่งทำงานที่นี่เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ดาเรียสยังได้กลิ่นซุปที่เพิ่มทำเสร็จใหม่ๆ ในห้องครัวทางด้านขวามือ ดาเรียสตรวจสอบห้องโถงและเดินไปทางซ้ายของเขาขณะที่สังเกตเห็นใครบางคนกำลังอยู่ในห้องนั่งเล่น

เขาเป็นผู้ชายแต่งตัวดีที่มีผิวเข้มและมีหนวดเรานิดหน่อย ดวงตาสีน้ำตาลและริมฝีปากหนา ชายคนนั้นสวมหมวกสีเขียว แต่งกายด้วยเครื่องแต่งการสุภาพบุรุษ เสื้อเชิ้ตขาวพร้อมเนคไท แจ็กเก็ตลายทางสีเขียวและเทา และกางเกงที่รัดรูป

ชายคนนั้นกำลังดื่มน้ำชาจากชุดถ้วยเซรามิกสวยงาม ดาเรียสนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับชายคนนั้น อย่างที่เขาเคยทำมาก่อน และเริ่มพูดขึ้น

“ฟอลโด แกริสัน บารอนที่ถูกเนรเทศจสกอาณาจักรอันดราโต เพราะถูกจัดได้ว่าลักลอบของเถื่อนเข้าสู่ตลาดมืด จึงถูกเนรเทศและถูกยึดทรพย์สิน”

“แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ประสบความสำเร็จในการสร้างกลุ่มโจรในเขตชานเมืองของอาณาจักรและได้ดึงสินค้าที่ถูกยึดกลับมาได้บางส่วน และกลุ่มของคุณก็ทำงานกึ่งถูกกฏหมายและมีกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุด”

เมื่อดาเรียสพูดเสร็จ ฟอลโดก็เงียบและไม่มีท่าทีจะแสดงอารมณ์ใดๆ

“นายต้องการอะไร ฉันไปทำอะไรให้นาย”

ฟอลโดถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

ฟอลโดไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่ดาเรียสกล่าวออกมาในขณะที่ดาเรียสกำลังยิ้ม ดาเรียสได้น้ำความรู้จากห้องสมุดและเรื่องราวของกลุ่มโจรที่เดเร็กเล่าให้เขาฟังมาผสมผสานกัน

ดาเรียสเงียบไป และระวังฟอลโดเล็กน้อยแต่ฟอลโดก็แตกต่างกับไดอาโต ไม่ใช่ในแง่อันตรายต่อชีวิต แต่เป็นอันตรายต่อแผนของดาเรียส

ฟอลโดนั้นมีค่าสติปัญญามากถึง 17 หน่วย และฉลาดพอที่จะรู้ว่าดาเรียสนั้นจะทำอะไรและเขาอาจจะขัดขวางแผนของดาเรียส

ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่า ดาเรียสจะสามารถดึงความสนใจของเขาได้หรือเปล่า แต่ก่อนที่ดาเรียสจะคิดอะไร ฟอลโดก็กล่าวขึ้นมา

“ฉันเดาว่าคุณคงได้ไปเจอกลุ่มโจรอื่นๆ มาบ้างแล้ว ใช่ไหม”

ดาเรียสเอนหลังและพัยกหน้า

“ฉันแค่ไปเจอกลุ่มโจรไดอาโตมา และฉันก็มีแผนจะไปเจอกับพวกโจรการ์เวนหลังจากนี้”

โฟลโดพยักหน้า

“คุณดูเหมือนพวกขุนนางและฉันก็รู้ว่าคุณต้องเป็นผู้วิเศษและระดับพลังของคุณก็มีมากพอที่จะจัดการทุกคนในหมู่บ้านนี้”

นี้เป็นครั้งแรกที่ดาเรียสได้ยินคนพูดถึงระดับพลัง เนื่องจากแม้แต่ไดอาโตและกลุ่มของเขาก็ไม่สามารถมองทะลุความคิดและตัวตนของดาเรียสได้ พวกเขาทำได้เพียงคิดว่าดาเรียสนั้นเป็นตัวอันตราย ดาเรียสยกย่องฟอลโดที่สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ได้

ฟอลโดพูดต่อ

“ฉันรู้เรื่องนี้ เพราะฉันเองก็เป็นผู้วิเศษ ถึงจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าคุณ ฉันจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อม้วนคัมภีร์ปลุกพลังมากกว่า 1 ม้วนและในที่สุดฉันก็สามารถกระตุ้นและปลุกพลังขึ้นมาได้ แต่ฉันก็มีเลเวลแค่ 3 “

ฟอลโดจิบน้ำชาต่อและมองไปที่ดาเรียส

“ดังนั้น ฉันไม่ต้องการเหรียญทอง ฉันมีมันมากมาย ฉันไม่ต้องการสิ่งใดๆ และไม่สนใจคำพูดของคุณ “

“แต่ให้ฉันได้เรียนรู้เวทย์มนต์จากคุณอย่างไม่เป็นทางการ ถ้าทำอย่างนั้นฉันจะเป็นคนของคุณภายในเงามืด และแผนการใดๆ ของคุณที่คุณจะทำ ฉันจะช่วยอย่างเต็มที่”

“สนใจคำเสนอนี้ไหม ท่านอาจารย์”

ฟอลโดกล่าว

ดาเรียสหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบ

“นั้นเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างมาก ฮ่าๆๆๆๆๆ”

คำพูดของดาเรียส ทำให้พวกโจรนั้นมึนงงและสับสน และในที่สุดพวกโจรก็ถูกคำของดาเรียสเข้าครอบงำ

โจรคนแรกที่ออกจากความสับสนได้ก็คือไดอาโต เขามีลักษณะที่ตัวใหญ่ คล้ายหมี มีร่างกายที่แข็งแกรงกำยำและเหมือนเขาจะเป็นลูกผสมของสัตว์อสูร เขามีขนดกและมีใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัว

ไดอาโตเป็นสมาชิกคนเดียวในกลุ่มที่มีชุดเกาะหนังครุมร่างของเขาทั้งหมด และมีมีดหลายเล่มติดอยู่ที่เอว ขา และลำตัว ดาเรียสไม่แปลกใจที่เขานั้นเป็นจะมาเป็นโจร

ข้างๆ ไดอาโตคือเควิน เขาสูงและค่อนข้างถ่อมตัว มีผมสีน้ำตาล จมูกโด่งและตวงตากลมโตและมีริมฝีปากบาง เขาส่วมเกาะที่มีโลหะปนอยู่ซึ่งน่าจะปล้นมาจากกองทัพเพราะมันมีตราสัญลักษณ์อยู่

คนต่อไปคือฮอร์กเก้ที่สวมเสื้อคลุมปิดร่างกายส่วนใหญ่แบบดาเรียส ดาเรียสมองไม่เห็นตัวของเขามากนัก แต่ดาเรียสรู้สึกทึ่งที่พบว่า ฮอร์เก้นั้นเป็นผู้หญิง

ถึงแม้เธอจะแต่งกายเพื่อให้ดูเป็นผู้ชาย ด้วยการตรวจสอบดาเรียสสามารถรู้ถึงชื่อจริงของเธอนั้นก็คือ จอร์จีน่า เอสต้า เดอ โอเรี่ยน และมันต้องเป็นชื่อของขุนนางชั้นสูงอย่างแน่นอน แต่คำถามคือ ทำไมเธอถึงมาอยู่กับกลุ่มโจรได้

ด้วยเหตุนี้ ดาเรียจึงมองที่ฮอร์เก้มากกว่าใครๆ แต่ยังคงเจรจากับไดอาโตเกี่ยวกับงานที่เขาได้มอบหมายให้พวกโจรจัดการ ซึ่งไดอาโตดูไม่ค่อยเต็มใจ

“พวกเราสบายใจ ขอบใจ การโจมตีหมู่บ้านของแชงค์สนั้นดูไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดมากเท่าไหร่ เขาเป็นถึงอดีตอัศวินถึงจะปลดประจำการแล้ว หากพวกเราไปบุกรุกหมู่บ้านนั้น กองหทารทั้งหมดของอาณาจักรจะมาที่นี่ในไม่กี่สัปดาห์”

ไดอาโตกล่าวแก้ตัว

“และอย่าลืมว่าแชงค์สนั้นเป็นที่ชื่นชอบของพวกขุนนางและราชวงศ์ มีขุนนางและราชวงศ์หลายคนที่สนับสนุนหมู่บ้านนั้นภายในเงามืดที่ไม่มีใครรู้ และยังใช้หมู่บ้านนั้นเป็นฐานทัพเพื่อการขยายอาณาจักร”

เควินกล่าวเสริมขณะที่กำลังกินเนื้อชิ้นใหญ่

“และสิ่งหนึ่งที่โจรฉลาดๆ จะไม่ทำก็คือการทำลายหรือขัดขวางผลประโยชน์ของพวกขุนนางและราชวงศ์ ถ้าคุณเข้าใจแล้วก็เชิญไปได้ ก่อนที่คนบางคนจะเริ่มคันไม้คันมือและใช้คุณเป็นที่ระบาย”

ฮอร์เก้กล่าวเสริม

‘ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมถึงไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง’

ดาเรียสหมุนเหรียญทองในเมื่ออย่างน่าเบื่อหน่ายและเห็นทุกสายตารอบกองไฟ ที่มองเหรียญทองราวกับงูที่หลงเสน่ห์ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะเอาสิ่งนี้ไปเดิมพันกับสิ่งที่จะตามมาเมื่อทำลายหมู่บ้าน

ประการแรก พวกโจรนั้นคิดว่าดาเรียสจะต้องเป็นพวกขุนนาง เพราะมีเพียงเหล่าขุนนางเท่านั้นที่จะมีเหรียญทองแบบนี้

ประการที่สองดาเรียสต้องได้รับการสนับสนุนจากใครบางคนที่จะยอมจ่ายเหรียญทองให้กลุ่มโจรเช่นนี้

ประกาศที่สามคือดาเรียสกำลังจะเตือนพวกเขาเกี่ยวกับการขัดขวางผลประโยชน์ของขุนนาง เนื่องจากตอนนี้ใครๆก็คิดว่าดาเรียสนั้นเป็นขุนนาง การที่จะไม่ทำตามคำสั่งของดาเรียสพวกเขาเองก็อาจจะโดนจัดการได้

ประการที่สี่ แชงค์สไม่ได้เป็นที่รักใคร่ของใครๆ อย่างคิด และอาจจะมีตระกูลขุนนางบางตระกูลที่ต้องการที่จะเห็นแชงค์สตาย ถึงกับยอมใช้เหรียญทองจ่ายเพื่องานนี้

ดังนั้นทั้งหลุ่มจึงนิ่งเงียบขณะที่มองไปที่เหรียญทอง แม้จะปฏิเสธในตอนแรก ดาเรียสยังคงไม่พูดและหมุนเหรียญต่อไป ผู้นำทั้ง 3 แสดงท่าทีลังเลก่อนที่จะกระซิบพูดคุยกัน

พวกเขาทั้งหมดต้องตัดสินใจ การตัดสินผิดเพียงครั้งเดียวนั้นคือความตายที่พวกเขาจะต้องเผชิญ

ไม่ว่าจะทำลายหมู่บ้านหรือปฏิเสธดาเรียสพวกเขาก็อยู่ในอันตราย แต่เหรียญทองที่ดาเรียสเอาออกมานั้น สามารถนิรโทษกรรมให้แก่พวกขเาได้หากพวกเขาเล่นไปตามเกมได้อย่างถูกต้อง

และจัดการทุกอย่างด้วยความรอบคอบมากกว่าการโจมตีซึ่งๆ หน้าที่หมู่บ้าน

ดาเรียสยิ้มเมื่อเห็นแสงวาบในดวงตาของผู้นำทั้งสาม และเขาก็โยนเหรียญทองไปที่ไดอาโต ชายร่างกำยำคว้าเหรียญได้อย่างแม่นยำและมองไปที่ดาเรียสอย่งเงียบเชียบ ก่อนพยักหน้า ซึ่งเควินและฮอร์เก้เองก็พยักหน้าเช่นกัน

ดาเรียสมองไปที่เชลยข้างๆ อย่างเบื่อหน่าย เชลยคืดว่าดาเรียสอาจจะเจรจาเพื่อให้พวกเขานั้นถูกปลดปล่อย

เมื่อเห็นเช่นนี้เควินก็หันไปหาไดอาโต

“เราจะทำอย่างไรกับเชลยพวกนี้ละ เจ้านาย พวกมันได้ยินทุกอย่างแล้ว”

ไดอาโตหันกลับมามองพวกเชลยก่อนที่จะพูดว่า

“ทำอะไรกับพวกมันก็ได้ และฆ่าพวกมันให้หมด เราจะออกเดินทางในอีก 3 วัน ฮอร์เก้ไปส่งข่าวว่าพวกเรากำลังรับสมัครกองกำลัง ในครั้งนี้ไม่มีกำการกำหนดความสามารถ ใครอยากเข้าร่วมก็ยินดี”

คนอื่นๆ ในกลุ่มหัวเราะกันอย่างมืดมนในขณะที่พวกเขาลุก และเดินไปหาเชลยทั้ง 7 คน แต่ละคนเลือกเหยื่อของตัวเองที่ตรงกับความต้องการของตน…..และไม่ใช่เพศตรงข้ามเสมอ…..

ดาเรียสได้ถอนหายใจ และคิดว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้ว เพราะดาเรียสมาที่นี่ในตอนแรกเพียงเพื่อหาประสบการณ์และต้องการที่พัก แต่หลังจากพบว่าที่นี่ไม่มีมอนเตอร์หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะเพิ่มเลเวลให้กับดาเรียสแล้วเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อไป

ตอนนี่ดาเรียสได้เอาม้วนเทเลพอร์ตเพื่อวาร์ปกลับไปที่บ้านของแชงค์ส ดาเรียสเปิดตู้เสื้อผ้าดูและพบเสื้อคลุมสีฟ้าที่มีขนาดพอดีกับร่างกายของเขา

ดาเรียสสวมมันทันทีและเพื่อให้มันคลุมใบหน้าของเขาและเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนจำได้ แต่ถึงอย่างอย่างดาเรียสก็ทำได้เพียงแค่นี้ และดาเรียสตัดสินใจว่ามันคงไม่เป็นอะไรมากนั้นสำหรับสิ่งต่อไปที่เขาจะทำ

ดาเรียสยิ้มกว้างและบลิงค์หายไป ได้เวลาเริ่มแผนที่ 3 แล้ว

**

***

***

**

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 35 กิโลเมตร มีสันเขาที่สามารถมองเห็นหุบเขาเล็กๆ และหุบเขานี้เป็นเส้นทางการเดินทางของพ่อค้าและบางครั้งก็ถูกใช้เพื่อลักลอบขนของเข้า-ออกจากเมืองที่อยู่ใกล้ๆ

เหนือหุบเขามีชาย 21 คน แต่งกายด้วยหนังสัตว์และมันมีกลิ่นเหม็นยิ่งกว่าสัตว์ที่ตายแล้ว พวกเขาใช้ดาบ จวานสนิม และกำลังหัวเราะและกินอะไรบางอย่างอยู่รอบกองไฟ

ถัดจากพวกเขาคือกองสมบัติ ของรถบรรทุก 7 คัน ที่มีตั้งแต่เครื่องประดับ อัญมณีไปจนถึงอาหาร นอกจากกองสมบัติแล้วยังมีคนอีก 7 คน ทั้งชายและหญิง ถูกมัดรวมกัน พวกเขาได้แต่นั่งมองกลุ่มชายที่กำลังนั่งรอบกองไฟและกินอย่างเต็มที่ ในขณะที่พวกเขาถูกมัดและอดอาหาร แต่ก็ยังโชคดีที่ยังไม่ตาย

คนที่อยู่รอบกองไฟคือ กลุ่มโจรไดอาโต หนึ่งใน 3 กลุ่มโจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่อยู่รอบๆ หมู่บ้านโพเรเลีย กลุ่มโจรกำลังนั่งกินอาหารและปล้นของจากพ่อค้าที่ผ่านมาทางนี้

พวกเขาจะได้พบกับพวกพ่อค้าที่มีสมบัติดีๆ ในทุกๆ เดือน และเนื่องจากสมบัติบางอย่างก็ได้รับการป้องกันอย่างดี ทำให้โจรที่มีอยู่ 50 กว่าคน ตอนนี้เหลือเพียง 21 คน

ในขณะที่พวกโจรกำลังมีความสุข พวกเขาก็ไม่ได้สังเกตร่างที่คลุมเคลือที่ปรากฏขึ้นข้างๆ ค่ายพักของพวกเขา ร่างที่คลุมเครือนั่งลงและฟื้นฟูมานาในขณะที่ฟังบทสนทนาของพวกโจร

เขาใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์ที่มีคนอยู่ 28 คน และไม่สนใจพวกตัวประกัน การนำพวกตัวประกันมาอยู่ภายใต้การปกครองของเขา นั้นดูเหมือนจะเป็นปัญหามากกว่าชาวบ้านในหมู่บ้านโพเรเลีย เนื่องจากความอ่อนแอ

เมื่อมานาของดาเรียสเพิ่มถึง 250 MP ดาเรียสก็บลิงค์ไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มโจร โจรทั้งกลุ่มต้องใช้เวลากว่า 10 วินาที ถึงจะรู้ถึงตัวตนของดาเรียส และทั้งหมดก็เงียบลงอย่างกระทันหัน และแทนที่ด้วยความตกใจและความหวาดกลัว

ดาเรียสนั่งลงอย่างเงียบๆ ในร่างที่สวมเสื้อคลุมที่ไม่สามารถมองเห็นตัวตนของดาเรียสได้

“กลุ่มโจรไดอาโต นำโดยไดอาโตอดีตทหารรับจ้างภายใต้สังกัดกิลด์ และร่วมด้วยอีก 2 คนก็คือ เควิน ทหารที่ปลดประจำการมาอย่างไร้เกียรติและศักดิ์ศรี และฮอร์เก้”

ดาเรียสมองไปรอบๆ ขณะที่พูด

“ตอนแรกกลุ่มโจรมีมากกว่า 50 นี่หน่า แต่ดูเหมือนตอนนี้จำนวนจะลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยนะ คงเจอการต่อสู้หนักๆ มาละสิ คงจะเจอกับผู้คุ้มกันอย่างน้อยน่าจะซัก 20 คนใช่ไหม ?”

ดวงตาของดาเรียสจับจ้องไปที่คนทั้ง 3 ที่เป็นผู้นำของกลุ่มโจร

“ด้วยผู้นำทั้ง 3 คุณคือผู้อยู่สูงสุดของกลุ่ม ไดอาโต”

ตาของดาเรียสจับจ้องไปที่กริชทับทิมที่อยู่ด้านหข้าของไดอาโต

ยิ่งดาเรียสพูดมาก โจรที่อยู่รอบกองไฟยิ่งรู้สึกหวั่นกลัวจากการพูดของดาเรียสที่เหมือนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกขเา ในที่สุดไดอาโตก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและพยายามปกปิดความหวาดกลัวของเขา

“แกเป็นใคร ต้องการอะไร”

ดาเรียสยิ้มแต่ไม่มีใครมองเห็นใบหน้าของดาเรียส แต่ดาเดรียสได้ยกนิ้วชี้ขึ้นแสดงถึง หนึ่ง และพูดว่า

“สำหรับฉัน ฉันไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ แต่ฉันต้องการให้พวกนายทำบางสิ่งบางอย่าง “

ดาเรียสเสกเหรียญทองขึ้นมา มันส่องแสงประกายจากกองไฟ

“ทำลายหมู่บ้านโพเรเลีย และสังหารทุกคนที่นั่นซะ”

ก่อนที่ดาเรียสจะจัดการกับพวกมัน ดาเรียสได้ตรวจสอบสิงโตตัวผู้

ราชสีห์ธรรมดา – มอนเตอร์เลเวล 5

HP: 40/40 MP: 10/10

เป้าหมายที่ตรวจพบคือสังกัดของฝ่ายศัตรู แสดงรายละเอียดตามนั้น]

ชื่อ: เพลนไลออน

เผ่าพันธุ์: สิงโต

คลาส: นักล่า

คลาสย่อย: ไม่มี

HP: 40/40

MP: 10/10

เลเวล: 5

ความแข็งแกร่ง: 8

ความว่องไว: 9

ความอดทน: 8

สติปัญญา: 3

ความสามารถพิเศษ: 5

โชค: 1

ความสามารถ: ขย้ำ, ฉีก, ครอบงำ, คำราม

อาวุธ: ฟัน & กรงเล็บ

ดาเรียสพยักหน้าอย่างไม่แปลกใจ เพลนไลออนแม้ว่าจะอยู่ในเลเวล 5 แต่มันก็มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับบลูโทรลล์ เลเวล 8

มันสมเหตุสมผลที่โทรลล์และสิงโตไม่ค่อยต่อสู้กัน เพราะทั้ง 2 มีพลังที่พอๆ กัน ยกเว้น HP ที่ไม่มีใครอยากจะเสี่ยงตัวเข้าไปในการต่อสู้

ดาเรียสไม่สงสัยเลยว่าทำไมบลูโทรลล์ถึงฆ่าแค่สิงโตตัวเมียตัวเดียว แทนที่จะจัดการทั้งฝูง และเพลนไลออนน่าจะเป็นศัตรูที่น่าเกรงขาม ด้วยค่าคาวมคล่องตัว 9 แต้ม มันน่าจะหลบการโจมตีของดาเรียสได้

น่าเสียดายที่มันไม่มีโอกาสนั้น เพราะดาเรียสได้ใช้สกิลสปาร์คภายในเสี้ยววินาที ขณะที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว

[คุณได้รับ 0 EXP.]

ดาเรียสรู้สึกประหลาดใจกับการแจ้งเตือนในขณะที่ดาเรียสได้จัดการมอนเตอร์ที่เป็นจ่าฝูงได้ ตัวอื่นๆ ได้คำรามและพุ่งเข้าใส่ดาเรียส

ดาเรียสใช่สกิลเอ็มเบอใส่พวกมันและเปลวไฟได้ฆ่าลูกสิงโตตัวเล็กๆ ที่กำลังวิ่งหนี

[คุณได้รับ 0 EXP.]

ดาเรียสยิ่งงเข้าไปอีก ในขณะที่สิงโตตัวที่เหลือกำลังโกรธมาก เนื่องจากจ่าฝูกที่ตายไป และลูกๆของมันก็ด้วย

ดาเรียสหันไปทางเพลนไลออนตัวเมีย และใช้สกิลสปาร์ใส่มันและบลิงค์ไปอีกทีเพื่อโจมตีใส่มันแต่ละตัว ความสามารถนี้ทำให้เพลนไลออนไม่สามารถหลบหนีการโจมตีของดาเรียสได้

แม้ว่าตอนนี้ดาเรียสดูจะมีความทสามารถในการต่อสู้ แต่ดาเรียสก็ยังได้รับการแจ้งเตือนของค่า EXP ที่ได้ ยังคงเป็น 0 แต้ม ดาเรียสับสนว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ และดาเรียสพยายามนึกเหตุผลของมันถึง 2 – 3 ประการ

จากนั้นดาเรียสก็พิจารณาว่า เพลนไลออนตัวผู้ที่มีเลเวล 5 ในขณะที่ตัวเมียมีเลเวล 4 และลูกๆ ของมันน่าจะอยู่ในเลเวล 1-2 และดาเรียสที่เป็นไอเท็มแแมนเซอร์เลเวล 11 ดังนั้นเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ดาเรียสก็เข้าใจว่าทำไมดาเรียสจึงได้รับค่า EXP เป็น 0

ในวันที่ 2 ของดาเรียสในเฟาสต์ ดาเรียสได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำในการจัดการมอนเตอร์อ่อนแอจำนวนมากทำให้ดาเรียสเข้าใจว่าการจัดการมอนเตอร์ที่มีเลเวลน้อยกว่าตัวเอง จะทำให้ได้รับค่า EXP 1 แต่ดาเรียสคิดผิด

เพราะเมื่อมีเลเวลมากขึ้นการที่จัดการมอนเตอร์ที่มีเลเวลห่างกันเกินไปจะทำให้ไม่สามารถได้รับค่า EXP ได้และนี้เป็นสิ่งที่ยุติธรรม ด้วยสิ่งนี้ทำให้ดาเรียสไม่สามารถจัดการเผ่าพันธุ์พันธุ์ที่อ่อนแอเพื่อที่จะอัพเลเวลของตัวเองได้

ในตอนนี้ดาเรียสเลเวล 11 ยังไม่เป็นอะไรมาก แต่เมื่อดาเรียสถึงเลเวล 89 ศัตรเลเวล 89 ตามธรรมชาติในโลกนี้จะสามารถจัดการพวกมันได้ไหม และหากดาเรียสเลเวล 89 ตัวเขากับมอนเตอร์ที่อยู่ในระดับเดียวกันจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน

สมมุติว่าดาเรียสพบมอนเตอร์เลเวล 89 และหากดาเรียสสามารถจัดการได้ นั้นก็จะทำให้ดาเรียสได้รับค่า EXP 5 แต้ม และดาเรียสต้องใช้ EXP 8,900 แต้ม เพื่อที่จะอัพเลเวลต่อไป ดังนั้นดาเรียสจะต้องหามอนเตอร์กว่าพันตัวที่จะจัดการ

ตามที่ซีซ่าร์พูด ระะบบพิเศษไม่สนใจว่าดาเรียสจะฆ่ามอนเตอร์ไปมากแค่นั้น แต่สิ่งที่สนใจคือความแตกต่างระหว่างเลเวลของมอนเตอร์กับตัวดาเรียส

ดาเรียสรู้สึกถึงความห่างไกลในการที่จะเป็นผู้อยู่จุดสูงสุดในโลกนี้ เขาจะใช้เวลานาขนาดไหน ปี ทศวรรษ ศตวรรษ ? ดาเรียสต้องทำฟาร์มมอนเตอร์และจัดการพวกมันเพื่อเป็นการปั้มเลเวล ?หรือเปล่า นั้นอาจจะเป็นไปได้ เพราะดาเรียสที่ทักษะแบรนด์

ความคิดของดาเรียสวุ่นวายอยู่ในหัว ดาเรียสได้พยายามที่จะสงบสติลงและตอนนี้ดาเรียสสังเกตว่ามอนเตอร์ตัวอื่นๆ ได้วิ่งหนีไปหมดแล้วทำให้บริเวณรอบๆ ตัวดาเรียสนั้นปลอดมอนเตอร์

หลังจากที่ดูดซับความรู้ทั้งหมดที่ต้องการแล้ว ดาเรียสก็จบสิ่งที่เขาต้องทำแล้ว ต่อจากนี้ดาเรียสก็จะไปทดลองสิ่งต่างๆ ที่เขาสงสัยต่อ พอร์เทียดูเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสิ้นใจที่จะไม่พูด

เดเร็กได้ตำหนิเธอเพราะเธอ และพอร์เทียก็รู้ว่าดาเรียสนั้นไม่ได้ต้องการให้เธอไปยุ่งวุ่นวายกับเขามากนัก และเธอก็ไม่อยากทำให้ดาเรียสไม่พอใจในตัวเธอ

ดาเรียสยังสังเกตเห็นการกระทำของพอร์เทีย แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนักเพราะไม่ต้องการให้พอร์เทียคิดไปเองอีก ดาเรียวกลับมาที่ห้องหลังจากที่กินอาหารเย็น และนอนพัก

เมื่ออยู่คนเดียวเช่นนี้ ดาเรียสก็มักจะคิดถึงโลกเก่า ดาเรียสรักครอบครัวของเขาอย่างสุดซึ้งและอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

จากนั้นดาเรียสก็ได้คิดเกี่ยวกับ CP มีหลายครั้งในอดีตที่ดาเรียสสามารถใช้คะแนนพวกนี้ในการทำความสะอาดเสื้อผ้า หรือลับคมอาวุธ แต่ถึงอย่างนั้น CP ก็ไม่ใช่ของเล่นและมันยังเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่ดาเรียสสามารถใช้ได้

ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ดาเรียสได้ใช้ CP นี้อย่างเคร่งครัดเนื่องจากอยู่ในบ้านและไม่ได้พบกับสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ ดาเรียสจึงสามารถใช้มันได้อย่างละเอียดรอบคอบ

ความคิดของดาเรียสที่มีต่อ CP นั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และพวกมันจะใช้ในกลยุทธ์และการพัฒนาศักยภาพของดาเรียสเพิ่มขึ้นเท่านั้น ดาเรียสจะไม่ใช่มันอย่างไร้ค่าแน่นอน

และดาเรียสได้ใช้ CP ที่เหลืออยู่ ในการอัพหอกเหล็กให้กลายเป็นหอกเหล็กกล้า โดยใช้ 3 CP

ในที่สุด Darius ก็ผล็อยหลับไปอย่างสบายใจ

……

ในเช้าถัดมาดาเรียสได้อาบน้ำและกินอาหารเช้าตามปกติ ครั้งนี้ดาเรียสไม่รีบใช้ CP เพราะเขาเตรียมตัวที่จะออกไปข้างนอก ดาเรียสออกจากบ้านด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นดาเรียสก็บลิงค์หายไปจากจุดเดิมและไปโผล่อีกจุดหนึ่งในระยะ 10 เมตร

ดาเรียสระงับความตื่นเต้นนี้ ในขณะที่ใช้มันอีกรอบ และดาเรียสลองใช้ 2 ครั้งติดต่อกัน เมื่อใช้ติดต่อกันดาเรียสแทบจะไม่ปรากฏร่างกายตอนที่จะใช้สกิลอีกครั้ง

ดาเรียสตื่นเต้นอีกกว่าเดิม เขาได้ใช้สกิลติดต่อกัน 5 ครั้ง มันใช้เวลา 3 วินาทีในการไปถึงจุดหมาย จะนั้นดาเรียสก็ได้หยุดเพิ่มพักฟื้นมานาและคำนวณระยะทางและการใช้สกิลในใจ

จากที่นี่ไปยังแม่น้ำคือ 23 กิโลเมตร แต่เนื่องจากบลิงค์ไปได้สูงสุดเพียงแค่ 10 เมตรและมันต้องใช้ 1 MP ดาเรียสสามารถใช้มันได้ 550 ครั้ง ดังนั้นดาเรียสจะสามารถบลิงค์ได้ไกลสุด 5.5 กิโลเมตร

และแน่นอนดาเรียสสามารถทำให้มันง่ายขึ้นด้วยการใช้ม้วนวาร์ป แต่นั้นจะทำให้เสีย 3 CP และดาเรียสยังค้นหาวิธีอื่นและตอนนี้ดาเรียสก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ดาเรียสได้ตรวจสอบแผนที่และหาพื้นที่ก่อนที่จะบลิงค์ไปในจุดนั้น

ทันใดนั้น ร่างเลือนๆ ของดาเรียสก็กระจายไปทั่วทาง ทำให้มอนเตอร์ต่างๆ ตกใจและไล่ตามแต่มันก็ไม่สามารถไล่ตามได้

ในที่สุดดาเรียสก็หยุดหลังจากผ่านไป 5.2กิโลเมตร ดาเรียสหยุดไว้เพียงเท่านี้เพราะต้องการเหลือ MP ไว้ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน การที่มานามีไม่เพียงพอและอยู่ในป่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร แม้ว่าดาเรียสจะมีสกิลแลนเซอร์อาร์ตก็ตาม

ดาเรียสนั่งพักใต้ต้นไม้และกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับการบิลงค์เมื่อสักครู่ เช่นเดียวกับสกิลอื่นๆ ของดาเรียสที่สามารถใช้มันได้ทันที ทำให้ดาเรียสไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร

ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของการ MP มาก คือดาเรียสยิ่งต้องใช้เวลานานในการที่จะฟื้นฟูมัน ในเวลาที่กำลังฟื้นฟู MP อาจจะมีมอนเตอร์เข้ามาโจมตี แต่ดาเรียสก็ต้องประหลาดใจที่ไม่มีสิ่งใดเข้ามาก่อกวนหรือโจมตีดาเรียสเลย อาจจะเป็นเพราะสถานะโชคที่มีสูงของดาเรียส

ที่ทำให้มอนเตอร์ต่างๆ รับรู้ถึงระดับของดาเรียสและทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาโจมตี

ไม่ว่ากรณีใดๆ มันก็เป็นสิ่งที่ดี ดาเรียสลุกขึ้นยืนและบลิงค์ต่อเมื่อดาเรียสข้ามไปอีก 5.2 กิโลเมตรในเวลา 30 วินาที ดาเรียสก็ต้องหยุดเพื่อฟื้นฟูมานาอีกรอบ

ในที่สุดไม่ถึง 10 นาที ดาเรียสก็มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำ เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ที่ราบสีเขียว ดาเรียสหยุดและมองดูที่น้ำและมอนเตอร์ต่างๆ เมื่อมองข้ามฝั่งไปดาเรียสก็ได้พบสิงโตที่ราบที่เขาได้พบตอนแรก แต่ครั้งนี้มันหายไปตัวหนึ่งเนื่องจากถูกโทรล์จัดการ

ดาเรียสยิ้มและเดินตรงไปที่พวกมัน

ในขณะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่กับพอร์เทีย ดาเรียสก็มีความคิดผุดเข้ามาในหัวของเขา

“พอร์เทีย ฉันได้อ่านเกี่ยวกับระบบพลังแล้ว ทำยังไงคนที่เป็นผู้วิเศษและไม่ใช่ผู้วิเศษถึงจะได้รับสกิลสปาร์ค”

ดาเรียสถาม

พอร์เทียทำสีหน้าที่ประหลาดใจและสับสน

“สิ่งที่ท่านพูด หมายถึงทำอย่างไรถึงจะได้รับปลุกพลังใช่ไหมค่ะ”

ดาเรียสพยักหน้า

“ใช่อย่างนั้นแหละ อย่างที่เธอเห็นว่าฉันมีพลังมากมาย และกับคนอื่นๆ ละจะสามารถเป็นแบบนี้ได้ไหม”

พอร์เทียจ้องมองที่ดาเรียสด้วยความเคารพขณะที่กล่า

“ได้ค่ะ อย่างพี่ชายฉัน เดเร็ก พวกเขาต้องกินยาหรือผลไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่มีความสามารถในการมอบพลังสปาร์คได้ และกับบางคนก็มีความสามารถเฉพาะตัวที่สร้างพลังจากตัวเองได้”

“และสำหรับพวกเราผู้วิเศษหายากมาก นอกเหนือจากผู้ที่ถูกปลุกพลังโดยธรรมชาติแอย่างท่านแล้ว มีทางเดียวเท่านั้นคือการใช้คัมภีร์ปลุกพลังที่เขียนโดยจอมเวทย์ที่เชี่ยวชาญ”

ดาเรียสหยิบกระดาษเปล่าออกมาและจดจ่อ ในขณะที่พอร์เทียยังคงพููดเกี่ยวกับการสร้างคัมภีร์แห่งการปลุกพลัง

[คุณต้องการเปลี่ยนกระดาษเปล่าเป็นม้วนคัมภีร์แห่งการปลุกพลังหรือไม่ ต้องใช้คะแนน 4 CP]

ดาเรียสตกตะลึง จากนั้นดาเรียสก็หยิบหนังสือเปล่าออกมาและได้ตั้งสมาธิที่มัน

[คุณต้องการเปลี่ยนหนังสือเปล่าเป็นคัมภีร์แห่งการฟื้นฟูหรือไม่ ต้องใช้คะแนน 7 CP]

ดาเรียสถอนหายใจ ถ้าเขาสามารถสร้างม้วนคัมภีร์แห่งการปลุกพลังได้ด้วยตัวเอง เขาก็สามารถที่จะสร้างกลุ่มผู้วิเศษได้และจะมีผู้ติดตามที่คอยปกป้อง

สกิลฮีล – คู่มือ

ความทนทาน: 10/10

คำอธิบาย: สิ่งที่อยู่ภายในคือความรู้ที่จำเป็นในการร่ายคาถาที่ง่ายที่สุดขององค์ประกอบการรักษา การรักษา โอกาสสำเร็จในการเรียนรู้คาถาเพิ่มขึ้น 100% ในขณะที่ประสิทธิภาพของคาถาเพิ่มขึ้น 500%

สำหรับตอนนี้ดาเรียสได้สร้างคัมภีร์แห่งการฟื้นฟู ดาเรียสได้จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ก่อนที่จะทำอะไรเสมอ ดาเรียสได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจขณะที่อ่านคู่มือเวทย์มนต์

ความจริงที่ว่าผู้วิเศษไม่สามารถร่ายสกิลของธาตุต่างๆ ได้ตามต้องการ ผู้วิเศษแต่ละคนจะมีธาตุประจำตัวเมื่อถูกปลุกพลังขึ้น และพลังธาตุที่ตรงกับธาตุของตัวเองนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเพิ่มเลเวลขึ้นไป

เห็นได้ชัดว่าคลาสผู้วิเศษของดาเรียส ดาเรียสสามารถเรียนรู้พลังธาตุต่างได้ทั้งหมด แม้ว่าจะไม่แน่ใจจะสามารถเรียนรู้เวทย์มนต์ระดับสูงได้หรือไม่

ความจริงอีกอย่างคือ ผู้วิเศษต้องร่ายเวทย์เพื่อใช้สกิล อันที่จริงมันซับซ้อนกว่านั้น มีวิธีการเลือก 3 ประเภทที่เสนอโดยแกรนมาสเตอร์ที่มีชื่อเสียง อย่างแรกง่ายที่สุดคือการวิงวอน ด้วยการใช้คำพูดที่มีพลังเพื่อช่วยในการสร้างสกิล และยังทำให้สกิลมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อย่างที่สองคือการทำเครื่องหมายและสัญญาลักษณ์ โดยการใช้มือเคลื่อนไหวในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยทำท่าทางเพื่อร่ายเวทย์มนต์ ด้วยวิธีนี้จะสามารถร่ายสกิลได้เร็วกว่าและทรงพลังกว่า แต่ก็ยากที่จะจำได้

อย่างที่สามคือการใช้พลังผ่านวัสดุต่างๆ ด้วยการปรับแต่งด้วยมานาและใช้พวกมันเพื่อสร้างสกิลและช่วยในการร่ายสกิล อย่างเช่นกำขี้เถาของนกฟีนิกซ์และโยนออกไปในขณะร่ายคาถาไฟล์บอลใส่เอาไว้ เมื่อโยนออกไปมันจะกลายเป็นลูกไฟออกมา

วิธีนี้ค่อยข้างใหม่และยังไมไ่ด้รับการทดสอบมากนัก และอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านความเสถียรได้หลายอย่างแต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนเวทย์มนต์ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ในการสอนเด็กนักเรียน เนื่องจากเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากที่สุด

แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ ดาเรียสตัดสินใจที่เรียนรู้สกิลการฟื้นฟูเพื่อทำให้ความมั่งคงในสิ่งจำเป็นครบบถ้วน

ตรวจพบหนังสือคาถา คุณต้องการเรียนรู้เนื้อหาหรือไม่

คำเตือน: หนังสือคาถาจะถูกทำลายเมื่อใช้วิธีนี้! ต่อ?

หนังสือละลายกลายเป็นโคลนสีขาวและไหลเข้าไปในหูของดาเรียสและหลอมรวมเข้าสมอง พอร์เทียกำลังมองดูอย่างตกตะลึง

ฮีล – สกิลระดับ 1

ราคา: 10 MP

คำอธิบาย: นำมานาเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตใดๆ เพื่อเติมเต็มพลังชีวิตของพวกเขา ฟื้นฟู 5% ของ HP ทั้งหมดของเป้าหมาย

ดาเรียสเห็นว่าสกิลนี้ใช้มานามากกว่าสกิลอื่นๆ อย่างไรก็ตามดาเรียสสงสัยว่าถ้ามันรักษา HP ของเป้าหมายได้ 5% จากพลังชีวิตสูงสุด นั้นหมายความว่ามันจะฟื้นฟู HP ได้ 100% เมื่อมันมีระดับ 20 เหมือนกับสกลิสปาร์คใช่ไหม

ที่น่าสนใจคือถ้าดาเรียสมองหาผู้วิเศษคนใหม่ที่เขาจะสร้างขึ้นจากการให้คัมภีร์พลุกพลัง และเพิ่มระดับตัวเองจนสปาร์คมีดาเมจ 500% มันอาจจะต้องใช้ 50 MP ต่อการใช้ 1 ครั้ง แต่การที่มีพันธมิตรนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องนั้นจะทำเมื่อไหร่ก็ได้

ดาเรียสตื่นเต้นกับการเพิ่มข้อมูลในส่วนที่ขาดหายไปและเพิ่มเติมฐานข้อมูลของเขา สำหรับคนอื่นอาจจะเห็นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ แต่นี้เป็นการกระจำที่แยกคนที่เป็นอัจฉริยะออกจากคนปกติ

นอกจากนี้ดาเรียสยังผ่านวัยหนุ่มของเขาไปแล้ว ซึ่งเขาจะใจเย็นและค่อยพัฒนาสิ่งต่างๆ ในตอนนี้ได้

วันรุ่งขึ้นดาเรียสพูดกับพอร์เทียอย่างช้าๆ

“วันนี้ฉันจะไปที่ท้องสมุดวันสุดท้าย หลังจากนี้ฉันต้องกลับไปทำการทดลองของฉันต่อแล้ว”

ท่าทางที่ตื่นเต้นของพอร์เทียได้หดลง และเธอก็ยิ้มขึ้นอีกครั้งและพยักหน้า

“ถ้านั้นเป็นสิ่งที่ท่าต้องทำ ฉันก็จะสนับสนุน”

ดาเรียสหัวเราะขอเอามือตบไปที่หัวของเด็กสาวอย่างเบามือ มันค่อนข้างแปลกเพราะทั้งคู่มีส่วนสูงและอายุเท่ากัน และเข้าใจผิดว่านี่คือการแสดงความรักที่ต่างออกไป

ดาเรียสเข้าไปในห้องสมุดและอ่าทฤษฎีเกี่ยวกับเวทย์มนต์ซึ่งจริงๆ และแล้วมันเป็นหนังสือประเภทที่แพร่หลายที่สุดในที่นี่ และดูเหมือนว่าแชงค์สเองก็คาดหวังให้ลูกสาวได้ถูกกระตุ้นและกลายเป็นผู้วิเศษ

ไม่ว่ากรณีใดๆ ดาเรียสพบว่าตัวเองยังคงหมกหมุ่นอยู่กับหนังสืออีกหลายเล่มที่เกี่ยวกับทฤษฎีเวท์มนต์ เรียนรู้วิธีการทำงานของอาชีพจอมเวทย์ การจัดอันดับของพลัง และการพัฒนาความสามารถ

แต่น่าแปลกที่ดาเรียสได้รู้เรื่องพวกนี่แล้วตั้งแต่การเป็นผู้วิเศษและเริ่มใช้สกิลแรก

อย่างแรก สกิลถูกแยกออกเป็นระดับ พื้นฐาน กลาง ขั้นสูง มาสเตอร์ และแกรนด์มาสเตอร์ เมื่อเห็นว่าสกิลศิลปะหอกของตัวเองนั้นอยู่ในขั้นพื้นฐาน ดูเหมือนว่าเกณฑ์วัดระดับจะเหมือนกันหมด

ในรายการเวทย์มนต์ยังกล่าวถึงสกิลสปาร์คแล้วเอ็มเบอร์อีกด้วย นอกจากนี้ดาเรียสยังเห็นสกิลอื่นๆ เช่น ไอซแลนซ์ วอเตอร์ช็อต วินส์เบรด และ เอิร์ธสไปค์

ดูเหมือนว่าในแต่สกิลจะมีธาตุที่แตกต่างกันไป และหนังสือนี้ไม่ได้มีการสอนการเรียนรู้สกิลต่างๆ เนื่องจากการเรียนรู้การใช้สกิลต้องใช้คัมภีร์สำหรับการเรียนรู้ หนังสือนี้เพียงบอกแค่ข้อมูลต่างๆ ของสกิล

ทั้งสองเพิ่มมีความรู้เกี่ยวกับการทำงานของเวทย์มนต์ ผู้วิเศษจะสร้างคาถาสกิลผ่านกระบวนการที่ที่เรียกว่าวิธีการเวทย์มนต์ และสกิลส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รับมาจากเทพหรือมรดกจากยุคโบราณ

ทุกสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นโดยผู้วิเศษต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและยิ่งระดับของสกิลต่ำยิ่งสร้างได้ง่ายขึ้น แต่ยังต้องมีความสามารถที่สามารถใช้งานได้จริง

ดาเรียสได้สนใจในเรื่องนี้ แต่เขาต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาถาพื้นฐานในขณะที่ดาเรียสเริ่มขมวดคิ้ว มีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของดาเรียสตั้งแต่ที่ได้รับสกิลสปาร์คมา และมันยิ่งทำให้ดาเรียสสงสัยขึ้นอีกเมื่อได้รับเอ็มเบอร์มา

นีคือพลังและการพัฒนาของสกิลพื้นฐานหรือสกิลทั่วไป เท่าที่ดาเรียสได้ทราบ สกิลบางอย่างยังถูกเก็บไว้โดยผู้วิเศษบางคน นักเวทย์ที่เชี่ยวชาญจะไม่สามารถร่ายสกิลระดับแกรนมาสเตอร์ได้ และนักเวทย์มือใหม่ก็ไม่สามารถร่ายเวทย์ระดับกลางได้

สกิลพื้นฐารใช้เพื่อแฝึกมือใหม่เท่านั้นและช่วยให้พวกเขาสามารถเพิ่มพลังเวทย์และพัฒนาขึ้นไปได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามียูทิลิตี้ที่น่ากลัว โดยเฉพาะการต่อสู้ด้วยเอ็มเบอร์ที่สามารถขับเสียงกรีดร้องของศัตรูได้ ในขณะที่สปาร์คนั้นมีความทรมาณน้อยกว่า

ทั้งหมดเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของเวทย์มนต์ธรรมดา ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าทำไมสกิล สปาร์คและเอ็มเบอร์ของดาเรียสจึงแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกัน

ดาเรียสได้กำหนดคำตอบต่อไปได้ 3 ข้อ

อย่างแรกคือคาลสผู้วิเศษและในฐานะซูพรีมจะได้รับการเพิ่มพลังของสกิลทั้งหมด

อย่างที่สอง สปาร์ค ได้เพิ่มระดับเป็นซูพรีม จากระบบเนื่องจากเป็นสกิลติดตัวตั้งแต่แรก และเอ็มเบอร์เป็นสกิลที่สร้างขึ้นมาภายหลัง

อย่างที่สามคือระบบเพิ่มทักษะและสกิลทั้งอยู่ในระดับเลเวลของตัวเขาเอง

แม้ว่าคำตอบแรกจะดูสมเหตุสมผลที่สุด แต่ดาเรียสก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อในอย่างที่ 2 เพราะสิ่งที่ทำให้ดาเรียสสงสัยคือการสร้างเอ็มเบอร์

คัมภีร์ที่สร้างขึ้นการใช้แต้มการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ธรรมดา ภายใต้ความสามารถนี้ มันจะได้รับการยกระดับให้มีคุณภาพสูง และเมื่อตรวจดูมีโอกาสพิเศษ 100% ที่จะสามารถเพิ่มพลังของมันได้ถึง 500%

แล้วเมื่อดาเรียสเรียนรู้สกิล มันมีคำอธบายว่าสร้างความเสียหายไฟ 5% และบูสต์ของสกิลหายไปไหนถึง 500% ละ?

ทฤษฎีของดาเรียส คือเอ็มเบอร์และสปาร์คแบบดั้งเดิมจะสร้างความเสียหาย 1% เมื่ออยู่ในระดับปกติ แต่การที่สกิลเอ็มเบอณืได้เพิ่มมาเป็น 5% อาจจะเป็นเพราะคิดว่าปาร์คและเอ็มเบอร์นั้นเริ่มต้นด้วยดาเมจที่เท่ากัน แต่นั้นไม่จริง

และที่สำคัญสกิลพื้นฐานอยางสปาร์คที่เมื่อเพิ่มไปถึงระดับที่ 20 จะสามารถสร้างดาเมจได้ถึง 100% ถ้าสกิลพื้นฐานยังมีพลังมากขนาดนี้ ผู้วิเศษคนอื่นๆ คงต้องแข็งแกร่งกันอย่างมาก การสร้าง 50 ดาเมจต่อการโจมตี 1 ครั้ง

ถ้าดาเรียสใช้ตัวเองเป็นตัววัดซึ่งปัจจุบันเขามี HP150 แม้จะมีความแข็งแกร่ง 15 และความทนทาน 10 ดาเรียสจะตายจากการโจมตี 3 ครั้ง

ดาเรียสตื่นขึ้นในวันรุ่งขึ้นและไปที่ห้องหนังสืออีกครั้ง การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกสิ่งเพราะคนที่มีการศึกษาจะเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในโลก

ระหว่างทางดาเรียสได้พบกับพอร์เทียระหว่างทาง พอร์เทียที่มีอยากอื่นต้องดูแล ทำให้เวลาในการดูแลดาเรียสนั้นลดน้อยลง

สิ่งนี้ทำให้ดาเรียสสบายใจในขณะที่พอร์เทียหดหู่ แต่พอร์เทียก็ชอบที่จะใช้เวลากับดาเรียสในห้องหนังสือในการพูดคุยหัวข้อต่างๆ มากมาย ทำให้พอร์เทียเห็นว่าดาเรียสนั้นเป็นผู้ใหญ่มากกว่าใครๆ ที่เธอรู้จัก

วันนี้มีแต้มการเปลี่ยนแปลงมาใหม่ และดาเรียสได้ใช้มัน

[คุณต้องการเปลี่ยนกระดาษเปล่าเป็นประตูบ้านหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้ 0.5 คะแนนการแปลง]

ดาเรียสได้สร้างมันขึ้น 8 ชิ้น และเสียไป 4CP และยังเปลี่ยนหนังสือเปล่าให้กลายเป็นคัมภีร์อีกเล่ม ซึ่งใช้ 5.9 CP ตอนนี้ดาเรียสเหลือ 0.1 CP

จากนั้นดาเรียสก็นั่งลงและไม่เร่งรีบที่จะดำเนินแผนที่ 3 ต่อ ขณะที่วันนี้ดาเรียสจะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่เหลืออยู่และเชื่อมข้อมุลเข้ากับภูมิศาสตร์เพื่อเต็มเต็มข้อมูลบางอย่าง

ดาเรียสตกตะลึงเมื่อพบว่าเผ่าพันธุ์วัลคีรี่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเอลิเซียม แต่เป็นทหารของโอดินผู้ก่อตั้งคนแรกของฟราเทรินา ซึ่งเป็นนักรบระดับสูงที่มีความสาสารถที่เมื่อสู้รบเสร็จแล้วก็ได้รับอนุญาตให้ออกไปสำรวจโลก

ดาเรียสฟังดูเหมือนเจ้าของที่ปลดปล่อยทาสเป็นรางวัลสำหรับความทุกข์ยากของพวกเขา พอร์เทียทำให้ดุเหมือนว่าวัลคีรี่มีความหมายบางอย่างกับโอดิน แต่นั้นคือสิ่งที่หนังสือประวัติศาสตร์ต้องการให้คิดเช่นนั้น

ดาเรียสพบว่าตัวเองรู้สึกทึ่งเล็กน้อย ตอนนี้เขาสามารถทราบประวัติของอันดราโตและทวีปอื่นๆ ทั่วโลกได้แล้ว ต่อไปคือการค้นหาระบบอำนาจบนโลกนี้

มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับดาเรียสที่จะทำ ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงอ่านทฤษฏีการต่อสู้ก่อน ตลอดจนสามารถยืนยันสิ่งที่ค้นพบ

เห็นได้ชัดว่าซีซ่าร์ไม่ได้ปิดตาของดาเรียส ในโลกเฟาสต์ ไม่ใช่แค่ฟอลคอลหรือทวีปใดๆ แต่มีสิ่งเดียวกันที่กล่าวถึงคือปัญญาประดิษฐ์

มือใหม่ นักผจญภัย ผู้เชี่ยวชาญ ปรมาจารย์และและปรมาจารย์ระดับสูง และยังมีระดับที่สูงกว่าขึ้นไปอีก แต่ผู้คนในเฟาสต์ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร มีเพียงดาเรียสเท่านั้นที่จะเกี่ยวกับระบบพิเศษ

โดยเลเวล 1-20 เป็นระดับมือใหม่ 21-40 เป็นนักผจญภัย และอื่นๆ วิธีที่พวกเขาได้สร้างคือระดับความแตกต่างของเป้าหมาย

ดาเรียสขมวดคิ้ว มันแปลกๆ ไปหน่อยสำหรับโลกแบบนี้ แต่ดาเรียสยังคงอ่านต่อไปเรื่องๆ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ระดับพลังนั้นหมายถึงคุณภาพของพลัง พลังชีวิต เรื่องนี้ทำให้ดาเรียสพอเข้าใจ เพราะดูเหมือนพวกเขาจะมีวิธีการสัมผัส วัดความแข็งแกร่งแข็ง ความอดทน และสติปัญญาของบุคลลใดๆ จะใช้เกณฑ์นั้นในการวัดพลัง

ดูเหมือนว่า ขาวเฟาสต์ไม่สามารถเพิ่มความสามารถหรือเพิ่มความแข็งแกร่ง ยกเว้นต้องถูกการกระตุ้น

เมื่อการกระตุ้นเกิดขึ้น พวกเขาจะสามารถก้าวไปสู้มือใหม่และกลายเป็นสิ่งีชีวิตที่แตกต่างกับคนอื่นๆ พวกขเาจะสามารถสำรวจดันเจี้ยน ฆ่ามอนเตอร์เพื่อเพิ่มเลเวลให้กับตัวเองได้

ชาวเฟาสต์ใช้ระบบนี้เหมือนกันทั่วโลก อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีการกล่าวถึงการที่คนๆ ได้กลายเป็นเทพ เพราะเทพและปีศาจมีตัวตนอยู่นานก่อนจะเกิดพวกมนุษย์ขึ้น

และไม่เคยมีพระเจ้าตนใหม่ที่เกิดขึ้นมา เทพและปีศาจมีการขยายเผ่าพันธุ์ที่แปลก เนื่องจากลูกเทพหรือปีศาจจะมีสายเลือดที่บางลง

สิ่งนี้กึกก้องในใจของดาเรียส เนื่องจากในที่สุดข้อมูลที่ดาเรียสได้ซึมซับก็สมเหตุสมผล เหตุใดเทพและปีศาจจึงใช้ลูกหลานตัวเองในการทำสงคราม

แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะพวกเขากลัวการต่อสู้ เพราะต้องการที่จะลดจำนวนคนที่มีสายเลือดเทพหรือปีศาจ และยสิ่งนี้ยังได้ให้คำตอบกับดาเรียส สิ่งที่อยู่จุดสูงสุดคือเทพหรือเปล่า

คำตอบ – เท่าที่ดาเรียสได้ตรวจสอบ นั้นไม่ใช่ เทพเกิดที่จุดสูงสุดของปรมาจารย์ขั้นสูงสุดและดำรงอยู่ในระหว่างปรมาจารย์และการตัดสิน

หนังสือเล่มนี้ไม่รู้เกี่ยวกับบุคคลที่อยู่ในจุดสูงงสุด แต่มีบางเล่มที่เขียนว่า ผู้ที่อยู่สูงสุดของจุดสูงสุด, เทพแห่งทวยเทพ,เทพเจ้าของเหล่าปีศาจ

การดำรงอยู่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ดาเรียสตื่นเต้น ถ้าดาเรียสกลายซูพรีมแล้วโลกใบนี้ก็จะเป็นของเขา

แต่การที่จะได้เป็นซูพรีม นั้นยากกว่าที่ซีซ่าร์พูดไว้

หลังจากที่ดาเรียสได้ขนเนื้อสัตว์จำนวนมากเก็บไว้ที่ห้องเก็บของ เขาก็แยกตัวออกมาจากเดเร็กและกลับไปที่ห้องสมุด คราวนี้ดาเรียสได้พูดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอันดราโตกับพอร์เทียและเธอก้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย

เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่พอร์เทียเคยได้รู้ก็คือผู้ก่อตั้งไม่สนับสนุนสิทธิของผู้ชาย แต่เป็นผู้แพ้ต่อการชิงบังลังค์ของฟราเทริน่าทำให้เธอถูกเนรเทศ

สำหรับการถูกเนรเทศมาที่นี่เพื่อพิชิตที่ราบแห่งความตาย มันเป็นข้ออ้างที่พวกเขาจะได้ส่งเธอออกไปตาย อย่างไรก็ตามที่ราบแห่งความตายก้ไม่ได้เป็นเหมือนดังชื่อ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเข้าไปได้ง่าย

ดาเรียสรู้สึกสับสนและครุ่นคิดขณะที่ฟังพอร์เทีย และพบว่าเบื้องหลังของการก่อตัวในอาณาจักรนี้น่าสนใจ และมีอะไรที่แตกต่างไปจากปกติ ทำให้ดาเรียสเกิดสงสัย

ดาเรียสได้ย้ายไปเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ และเรียนรู้ลักษณะทั่วไปของเฟาสต์และเติมเต็มส่วนเล็กๆ ในแผนที่ของเขา ด้วยวิธีนี้ดาเรียสเห็นว่าโลกนี้แบ่งออกเป็น 10 ทวีปหลัก และแต่ละทวีปนั้นห่างไกลจากที่อื่น

ซึ่งผู้อยู่อาศัยจำเป็นต้องใช้ประตูวาร์ปเพื่อเดินทาง

ดาเรียสรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าแต่ละทวีปไม่เหมือนกันในแง่ยุคสมัย มีทวีปหนึ่งเรียกว่า กราวิตัส ซึ่งได้มีคำอธิบายว่ามีนักรับโลหะและชาวพื้นเมืองก็ใช่กล่องโลหะเป็นพาหนะ

นั้นฟังดูเหมือนอาณาจักรของหุ่นยนต์ ซึ่งหมายความว่าทวีปกราวิตัสนั้นมีความล้ำสมัยหรืออยู่ในยุคใหม่ ทำให้ดาเรียสสับสน

เฟาสต์เป็นยังไงกันแน่ ดาเรียสเข้าจากสิ่งที่ซีซ่าร์กล่าวว่า วีน่า สร้างเฟาสต์เพื่อที่จะให้ดาเรียสได้แสดงความบันเทิง แต่ตอนนี้มันกลับดูวุ่นวายมากเกินไป

สิ่งที่ดาเรียสสับสนมากยิ่งขึ้นก็คือมีทวีปที่เรียกว่า อูนีริส ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว จากคำอธิบายมันเป็นดินแดนที่อยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์และมีกิ่งก่ายักษ์ ไดโนเสาร์ทีเร็ก และสัตว์ป่าที่แปลกประหลาด

และ 10 ทวีปที่มีบนโลกนี้ก้ได้แก่ ฟอลลอน อูนีริส กราวิตัส เฮาโต แพน พอกติเรอ ลูโด เอลิเซียม อาร์มาดอน กิเอล

และตอนนี้พวกเขาอยู่ในทวีปฟอลลอน ซึ่งจากคำอะิบายมันเป็นดินแดนในยุคกลางที่มีเวทย์มนต์และอาวุธเหล็ก

อูนีริสเป็นทวีปดึกดำบรรพ์ที่มีสิ่งมีชีวิตน้อยและมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่ต้องการของทวีปอื่นๆ แต่มอนเตอร์และสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในนั้นก็แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ใน 10 ทวีป

กราวิตัส ดินแดนแห่งอนาคตที่เหมือนจะมีข้อมูลน้อยที่สุดและเป็นประเทศที่ไม่ตอนรับคนนอกและยังดูถูกเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในเฟาสต์

เฮาโต ทวีปที่เป็นเกาะขนาดใหญ่ มันเหมือนญี่ปุ่นโบราณมีการกล่าวถึงสามเผ่าพันธุ์ที่อาศัย ก็คือ มนุษย์ ยักษา และภูติโยไก

แพน เป็นทวีปที่เข้าใจยาก ละดาเรียสไม่สามารถเข้าใจในสิ่งต่างๆ ของทวีปนี้ มันคล้ายๆ กับจีนโบราณและมีเผ่า 4 เผ่า สัตว์อสูร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มอร์ทอลและอิมมอร์ทอล ดาเรียสคิดว่า มอร์ทอลและอิมมอร์ทอลเป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่ใช่ในทวีปแพน

พอกติเรอทวีปใต้ดินที่หาได้ยาก และไม่สามารถไปได้หากไม่ใช้ประตูวาร์ป ส่วนใหญ่มีแมลงและตัวตุ่น และราวกับมันไม่ได้มีความพิเศษอะไร

เห็นได้ชัดว่าการที่จะเข้าออกพอกติเรอนั้นถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเนื่องจากเผ่าแมลงเป็นตัวการบุกรุกเฟสาต์ที่น่ากลัว ซึ่งเกือบจะทำลายโลกนี้ หากไม่ใช่เพราะเผ่าพันธ์ตัวตุ่นช่วยโลกไว้ ทวีปนี้คงถูกปิดตายไปชั่วนิรันด์

ลูโด เป็นทวีปทะเลทราย มีอารยธรรมมนุษย์กระจัดกระจาย และยังขาดทรัพพยากรธรรมชาติสำหรับการอาศัย แต่ความมั่งคั่งของแร่โลหะ แร่ธาตุนั้นมากมาย ซึ่งมีถึง 70% จากทั่วโลก

เอลิเซียมทวีปแห่งเทพเจ้าของเฟาสต์ที่ตั้งลัทธิ เท่าที่ดาเรียสรู้การที่จะเข้าทวีปนี้เป็นไปไม่ได้เลย

อาร์มาดอนทวีปที่ตรงข้ามกับเอลิเซียม เพราะเป็นทวีปแห่งปีศาจของเฟาสต์ ดินแดนแห่งเปลวเพลิงและกำมะถันความชั่วร้ายและโหดร้าย ที่นั้นไม่มีอะไรนอกจากปีศาจที่โหดร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุด สัตว์ประหลาดและที่แย่กว่นั้นคือปีศาจการเข้าออกอาร์มาดอนไม่ได้ถูกควบคุมเพราะไม่มีใครรู้ว่าจะไปที่นั้นได้ยังไง

คิเอลทวีปทางดินแดนเหนือ เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็งและมีชนเผ่าแปลกๆ ที่ผสมรวมกัน แต่ตามที่ดาเรียสได้อ่านก้รู้ว่า แก่นของเฟาสต์อาจจะอยู่ที่นั้น

ดาเรียสค่อยๆ เรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน และมีเรื่องให้อ่านอีกมากมาย แต่ตอนนี้ดาเรียสอ่านเรื่องนี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะตอนนี้ก็ดึกมาก

พอร์เทียได้หลับไปสักพักแล้วบนตักของดาเรียส ใน๘ระที่ดาเรียสได้อ่านหนังสือและผมของพอร์เทียอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ดารียสยิ้มและนึกถึงมิแรนด้าภรรยาที่รักของเขา

ดาเรียสตื่นเช้าอย่างสดใสแลละกระปรี้กระเปร่า และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ในวันนี้ดาเรียสก้ตัดสินใจไปที่ห้องหนังสือเช่นเดิม

และแน่นอนว่าดาเรียสไม่ลืมแต้มสำหรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งของ ที่เพิ่มได้รับมาใหม่

[คุณต้องการเปลี่ยนหนังสือว่างเปล่าเป็นคัมภีร์การบลิงค์หรือไม่ ต้องใช้ 9 คะแนนในการเปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสตกตะลึงกับการใช้แต้มที่มากขนาดนั้น ดาเรียสจึงลองดูสกิลการรักษา

[คุณต้องการเปลี่ยนหนังสือว่างเปล่าเป็นคัมภีร์การรักษาหรือไม่ ต้องใช้ 7 คะแนน ในการเปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสยังคงประหลาดใจ ทั้งสองมีต้องใช้แต้มที่มากกว่าสกิลเปลวไฟ ดาเรียสวางแผนที่จะสร้างแผนวาร์ปเพิ่มเติมในวันนี้ แต่แผนนั้นดุท่าจะไม่เป็นไปตามที่ดาเรียสวางไว้ ถ้าดาเรียสมีสกิลกาารบลิงค์ ดาเรียสก็ไม่จำเป็นต้องมีแผนวาร์ป ด้วยมานาที่มีมากมายกว่าบลิงค์ในระยะสั้นๆ หลายๆ รอบก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วในขณะที่สกิลต่างๆ ไม่มีคูลดาวน์

ดาเรียสจึงฮึดใจและเลือกสกิลการบลิงค์ และแต้ม 9 แต้มในวันนี้ก็หายไปพริบตา

สกิลการบิลงค์ระยะสั้น – คู่มือ

ความทนทาน: 10/10

คำอธิบาย: สามารถที่จะเคลื่อนวาร์ไปในระยะสั้นๆ ภายในพริบตา

ดาเรียสเรียนรู้ทสกิลทันที โดยไม่อยากให้เสียเวลา

ตรวจพบคัมถีร์เวทย์มนต์ คุณต้องการเรียนรู้เนื้อหาหรือไม่

คำเตือน: คัมภีร์เวทย์มนต์จะถูกทำลายเมื่อใช้วิธีนี้! ต่อ?

ดาเรียสยอมรับ และคัมภีรืกลายเป็นโคลนสีม่วงแล้วไหลเข้าสมองผ่านรูหูของดาเรียส หลังจากนั้นภายในหัวของดาเรียสก็มีสกิลการใช้ การบลิงค์ระยะสั้น ดาเรียสได้ตรวจสอบสกิลนี้

การบลิงค์ – สกิลระดับ 1

ราคา: 1 MP

คำอธิบาย: เลื่อนผ่านช่องว่างเพื่อข้ามระยะห่างระหว่างสถานที่สองแห่งทันที ระยะสูงสุดคือ 10 เมตร

ดาเรียสพยักหน้า 10 เมตรนั้นค่อนข้างที่จะสั้น เพราะดาเรียสสามารถวิ่ง 10 เมตรได้ในเวลาไม่ถึง 2 นาที อย่างไรก็ตาม 1 เมตร ถ้าอยู่ในขณะที่ต่อสาู้มันก็มีประโยชน์ ดังนั้น 10 เมตรคงต้องเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อใช้ในการต่อสู้

สกิลนี้ก็ไม่ได้มีไว้สำหรับการเดินทาง แต่มีไว้สำหรับการต่อสู้ ดาเรียสก็เข้าใจดี ขณะที่ดาเรียสกำลังไปที่ห้องหนังสือกับพอร์เทีย ที่ได้เห็นดาเรียสซึมซัมตำราเวทย์มนต์ก็ตกตะลึง

เดเร็กที่กำลังเดินผ่านมา เมื่อดาเรียสเห็นจึงเดินเข้าไปหาเดเร็ก

“เฮ้ เดเร็ก ฉันมีของบางอย่างที่จะให้กับพวกนาย”

ดาเรียสกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เดเร็กพยักหน้าและถามกลับ

“มันคืออะไรหรอ ?”

ดาเรียสโบกมือเล็กน้อย และอุ้งมือหมีสีเทาก็ปรากฏขึ้น ทำให้พอร์เทียและเดเร็กตกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเวทย์มนต์แบบนี้มาก่อน

“ฉันมีเนื้อมากมายที่เก็บไว้ในการเดินทาง และบางชิ้นฉันก็ไม่ได้ใช้ เนื่องจากพวกนายให้ที่พักกับและอาหารกับฉัน ฉันจึงอยากตอบแทนบาง แม้ว่ามันจะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ “

เดเร็กรับอุ้งมือหมีมา และดูว่ามันยังใหม่อยู่หรือเปล่า แต่อุ้งมือนั้นราวกับว่าดาเรียสเพิ่งจะตัดมันมาสดๆ เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เพราะมันยังมีเลือดหยดออกมา !

ใบหน้าของเดเร็กที่เข้มขรึมพยักหน้า และพูดว่า

“ตามผมมาที่ห้อองเก็บของสิ ท่านดาเรียส”

เดเร็กนำทางดาเรียสไปบริเวณห้องครัว ดาเรียสได้บอกพอร์เทียให้ไปรอที่ห้องหนังสือ ขณะที่เดินตามเดเร็กเข้ามา ด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปาก

น่าสนใจ อย่างที่ทักษะวิเเคราะห์ได้กล่าวไว้ว่า พอร์เทียนั้นมีควาเป็นมิตรสูง แต่เดเร็กยังมีความเป็นกลางที่ไม่ได้เป็นมิตรกับดาเรียสมากเท่าพอร์เทีย

ดาเรียสคิดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบุคลิกของเดเร็ก ที่เย็นชาและโดดเดี่ยว หรืออาจะเพราะเดเร็กเห็นบางสิ่งในตัวดาเรียสที่พอร์เทียไม่เห็น ด้วยรูปลักษณ์ของดาเรียสที่ดึดดูดผู้หญิงอาจจะเป็นไปได้ เพราะเดเร็กที่เป็นผู้ชายอาจจะไม่มีความสนใจในตัวดาเรียส

จึงอาจจะมองเห็นสิ่งที่ดาเรียสคิดจะทำ ดาเรียสก็เข้าใจ เมื่อมาถึงห้องเก็บของ ซึ่งได้รับการดูแลโดยคนในหมู่บ้าน 2-3 คน

เมื่อพวกเขาเห็นเดเร็กและดาเรียส พวกเขาก็หยุดทำงานและทักทายทั้งคู่ เดเร็กหยักหน้าให้ในขระที่ดาเรียสยิ้มอย่างอ่อนโยน

ในไม่ช้า ใบหน้าของชาวบ้านที่กำลังดูแลห้องเก้บของก็มีสภาพที่ตกใจและหวาดกลัวเล็กน้อย เมื่อดาเรียสเสกเนื้อที่ดาเรียสได้ตัดแบ่งไว้ออกมา มากมาย

ดาเรียสใช้เวลาที่เหลืออยู่เข้าห้องหนังสือแทนที่จะออกไปอีกครั้ง ที่เปลี่ยนใจเพราะดาเรียสที่จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับความรู้ที่แชงค์สได้รวบรวมเอาไว้

ภายในห้องหนังสือมีความรู้เกือบจะทุกอย่าง ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงประวัติศาสตร์ วรรกรรมสมัยใหม่ สังคม คณิตศาสตร์และหนังสือเกี่ยวกับเวทย์มนต์และทฤษฎีการต่อสู้

ดาเรียสได้หยิบหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ มากกว่าที่จะหยิบหนังสือเกี่ยวกับเวทย์มนต์ จากนั้นดาเรียสก็ได้อ่านด้วยความรวดเร็วทำให้พอร์เทียมองดูด้วยความตกใจ

ดาเรียสจึงอธิบายว่า เขามีความทรงจำและความสามารถในการที่รวดเร็วและสามารถจดจำได้ในพริบตา พอร์เทียยิ่งมีความเคารพต่อดาเรียสเพิ่มขึ้น

ดาเรียสยิ่งตื่นเต้นเมื่ออ่านข้อมูลจำนวนมาก มันเติมเต็มช่องว่างของแพ็คข้อมูลที่มีข้อมูลของอาณาจักรอันดราโตและประวัติศาสตร์ของอาณาจักร

ทั้งหมดที่ดาเรียสรู้ก็คือว่ามันมีอยู่ประมาณ 300 ปี และมีผู้ปกครองแผ่นดิน 5 คน และดาเรียสก็รู้ว่ามันสร้างขึ้นมาได้ยังไงและทำไม รวมถึงได้รู้เกี่ยวกับรัฐต่างๆ

ตอนนี้ดาเรียสพบว่าอาณาจักรอันดราโตเป็นรัฐย่อยของอาณาจักรที่ใหญ่กว่าและมีอำนาจมากกว่าที่เรียนกว่าฟราเทรินา มนัเป็นอาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้นจากผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านแม่ ซึ่งนางเป็นอดีตกลุ่มนักรบที่ถูกเรียกว่า วัลคีรี่

ที่มีมานานกว่า 5,000ปี หลังจากสงคราศักดิ์สิทธิ์ระหว่างกลุ่มลัทธิและกลุ่มปีศาจ ดาเรียสรู้สึกทึ่งกับความรู้นี้ แต่มันก้ไม่ได้ถูกกำหนดให้บันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์โดยตรง

อย่างไรก็ตาม มันยืนยันบางสิ่งให้กับดาเรียส มีเทพในโลกและพวกเขาไม่เหมือนเทพบนโลกเก่า นี่คือสิ่งที่ดาเรียสสงสัยว่าสิ่งนี้มีตัวตนจริงหลังจากที่ซีซ่าร์พูดถึงมังกรและสิ่งอื่นๆ ที่เหนือจิตนการ ดังนั้นดาเรียสจึงไม่ตื่นเต้นจนเกินไป

ดาเรียสได้สงสัยว่าระบบพิเศษนี้ จะมีอำนาจที่สูงกว่าเทพหรือไม่ ตามคำบอกของซีซ่าร์ ระดับที่สูงสุดในปัจจุบันนั้นคือระดับการเป็นปรมาจารย์ ซึ่งอยู่ในเลเวล 80-100 หรือคนในโลกนี้อาจจะเข้าใจผิดว่าปรมาจารย์คือเทพ เพราะเป็นระดับที่สูงสุด

อย่างไรก็ตามหากดาเรียสถึงเลเวล 80 ค่าสถานะและทักาะของดาเรียสจะแตกต่างไปจากนี้นี้อย่างสิ้นเชิง เป็นไปได้ว่าดาเรียสจะสามารถเหาะได้ หรือ ทำลายภูเขาได้ด้วยมัดเดียว หรือมีพลังที่สามารถควบคุมธรรมชาติได้อย่างใจนึก

เมื่อถึงเวล 3 ทุ่ม ดาเรียสได้อ่านถึงราชินีคนแรกของอันดราโต ซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากฟราเทริน่า ที่ส่งมาปราบที่ราบแห่งความตายเป็นการลงโทษ

มันเป็นรูปแบบของการเนรเทศจากความผิดที่เธอได้กระทำ ที่ได้พยายามสนับสนุนให้ผู้ชายมีสิทธิมากขึ้น เมื่อถึงจุดนี่ดาเรียสสงสัยว่าในฟราเทริน่านั้นดูเหมือนผู้หญิงจะเป็นใหญ่มากกว่าผู้ชาย และหากมีฟราเทริน่า ก็อาจจะมีอาณาจักรฟราเทริโน่ ที่ผู้ชายเป็นใหญ่

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ผู้ก่อตั้งคนแรก จูเลียต้าได้ตกลงกับพันธมิตรของเธอเพื่อก่อตั้งอาณาจักนอันดราโต ความสมดุลอำนาจระหว่าง 2 เพศจึงถูกทำให้เป็นกลาง

ดาเรียสยังเห็นข้อมูลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับราชสำหนักที่แบ่งอกเป็น 2 ส่วน คือ บรรดาผู้ที่ต้องการรับเอาประเพณีของอาณาจักรแม่กลับมาสู่ดินแดนนี้ และ ผู้ที่ต้องการยึดมั่นในความปราถนาของผู้ก่อตั้ง

ดาเรียสยังส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ และก่อนที่จะเข้าสู่ระดับที่สูงส่ง ดาเรียสคงต้องถูกขัดขวางจากคนพวกนี้เป็นแน่ ซึ่งดาเรียสคงต้องเข้าร่วมฝ่ายของผู้ก่อตั้งอันดราโต หรือถ้าอยากเข้าร่วมกับฝ่ายฟราเทริน่า ดาเรียสคงต้องเปลี่ยนเพศ

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ ดาเรียสก็รู้สึกเหนื่อยล้าและตัดสินใจเข้านอน พอร์เทียที่พาเจัสนไปยังห้องนอน และหวังว่าจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่ดาเรียสได้บอกแค่ว่าฝันดี

พอร์เทียเดินออกไปด้วยความผิดหวัง ดาเรียสได้ล้มตัวนอนบนเตียงและรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ได้รับมาในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ดาเรียสสนใจที่สุดคือที่ราบแห่งความตาย ที่มีข้อมูลปรากฏในหนังสือ

สถานที่นั้มีความลับหรืออะไรบางอย่าง ที่ทำให้อาณาจักรฟราเทริน่าถึงต้องส่งลูกสาวตัวเองมายังที่นี่ มันเป็นเหมืองทองคำหรือมีสมบัติอะไรหรือเปล่า

ดาเรียสครุ่นคิดและอยากรู้เกี่ยวกับมัน และตั้งว่าจะค้นหาข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ดาเรียสก็เหนื่อยล้ามาก วันนี้เขาก็ได้สู้กับบลูโทรลล์ และอัพไปเลเวล 8 ในรวดเดียว

การเพิ่มพลังให้กับดาเรียสนั้นมันทำให้ดาเรียสเหนื่อยล้าและรู้สึกแปลกที่ร่างกายที่มีพลัง ความคิดสุดท้ายก่อนที่ดาเรียสจะหลับคือแต้มของการเปลี่ยนแปลงสิ่งของ ที่จะได้รับในวันพรุ่งนี้และดาเรียสจะเลือกสกิลใหม่ที่จะเรียนรู้

ม้วนเทเลพอร์ตของดาเรียส ดาเรียสสามารถเดินทางได้ในระยะ 25 กิโลเมตร ดาเรียสครุ่นคิดเล็กน้อยและมองไปที่เสื้อของตัวเองที่ตอนนี้สกปรกและขาดออกจากการต่อสู้

ดังนั้นดาเรียสจึงเลือกใช้ม้วนเทเลพอร์ตกลับจุดเซฟ เมื่อใช้งานก็เกิดแสงสีทองอยู่บริเวณรอบๆ ทันทีที่มันครุมร่างของดาเรียส ดาเรียสก็ถูกดึงกลับมาที่ห้องที่ดาเรียสใช้พักผ่อนในบ้านของเซงค์ส

เมื่อกลับมาถึงดาเรียสถอนหายใจและคิดว่าต้องทำความสะอาดตัวเอง ดังนั้นดาเรียสจึงเรียกพอร์เทีย ซึ่งพอร์เทียก็รีบมาหาดาเรียสและมองด้วยสีหน้าตกใจ

“ท่านดาเรียส ท่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ ฉันเพิ่งเห็นท่าออกไปไม่กี่ชั่วโมงทีแล้ว และฉันก็รอท่านอยู่ที่ทางเข้าบ้าน แต่ไม่เห็นว่าท่านเดินผ่านไป”

ดาเรียสยิ้มและกล่าวว่า

“ฉันสามารถเดินทางไปมาระหว่าง 2 ทีได้ในชั่วพริบตาหน่ะ ตอนที่ออกไปเดินเล่นฉันก็โดนบลูโทรลล์เข้ามาโจมตี แต่ฉันก็ได้จัดการมันไปแล้วแหละ บอกเดเร็กทีนะว่า ขอโทษทีทำเสื้อผ้าสกปรก ฉันจะชดเชยให้แต่ตอนนี้ฉันอาจจะทำความสะอาดตัวเองให้สะอาดก่อนออกไปอีกรอบ”

พอร์เทียประหลาดใจเมื่อได้ยินว่าดาเรียสสามารถวาร์ปได้ ตามในหนังสือที่เธออ่านมีเพียงจอมเวทย์ระดับสูงเท่านั้นที่สามารถทำได้

ดาเรียสยังเด็กมากแต่ก็ทรงพลังสำหรับพอร์เทีย และสามารถฆ่าบลูโทรลล์ได้ด้วยที่แม้แต่พ่อของเธอก็ไม่สามารถจัดการได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ

“ฉันจะไปเตรียมน้ำและเตรียมเสื้อผ้าใหม่ให้เดียวนี่ค่ะ !!”

พอร์เทียกล่าวด้วยความกระตือรือร้น

ดาเรียสมองพอร์เทียว่าเป็นหลานสาวที่น่ารักมากกว่ามองเป็นอย่างอื่น ถึงแม้ร่างกายจะเด็กแต่จิตใจของดาเรียสก็ผ่านอะไรมามาก อย่างไรก็ตามดาเรียสเองก็ไม่อยากสร้างความวุ่นวายในที่นี้ ดังนั้นดาเรียสจึงต้องนิ่งเงียบและไม่สนใจ

ตอนนี้ดาเรียสเหลือเพียง 0.1 คะแนนการเปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ดาเรียสใช้ไปกับหอก 5.9และหนังสือเปล่าที่ 2 เล่ม และกำลังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนหนังสือที่่างเปล่าให้เป็น สกิลบลิงค์หรือสกิลรักษาดีในวันพรุ่งนี้

สกิลทั้งสอง ดาเรียสคิดไว้สำหรับการใช้แล้ว การบลิงค์จะทำให้ดาเรียสสามารถหลบการโจมตีได้ง่ายขึ้น ด้วยการบลิงค์หลบและบลิงค์เข้าไปโจมตี

สกิลการรักษาจะช่วยรักษา HP ของดาเรียสที่เหลือน้อย

ดาเรียสไม่รู้ว่าจะเลือกสกิลไหนดี และดาเรียสควรที่จะหาสมาชิกในชุมชนนี้และสร้างแบรนด์ขึ้นเพื่อพวกเขาอยู่ภายใต้อำนาจ

แต่ปัญหาคือใครจะอยากมาติดตามดาเรียส ดาเรียสครุ่นคิดถึงสิ่งนี้ สิ่งแรกที่ควรจะทำคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทำให้ชาวบ้านจงรักภักดีกับดาเรียส และต้องการคนที่ไม่มีครอบครัวหรือมีภาระต่างๆ

อย่างที่สองคือ ต้องการคนที่ไม่ได้เป็นคนดีมากเกินไป และคนที่นี่มักเติบโตมากับคุณธรรม ความรัก ความซื่อสัตย์ หากเอาคนเหล่านี้มาเป็นพวก การสั่งให้ฆ่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมนุษย์และเผ่าต่างๆ จะเป็นเรื่องที่ยาก

อย่างที่สามคือ แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นคนบนโลกนี้ แต่ก็เป็นเพียงชาวไร่ชาวนา ไม่ได้มีทักาะหรือความเชี่ยวชาญในการต่อสู้มากนัก

ดาเรียสสามารถระบุเหตุผลอีกมากมายที่จะคัค้านการเลือกคนที่นี่ แม้ว่าเดเร็กและพอร์เทียจะเหมาะสมที่จะเลือกแต่ดาเรียสก็ยังลังเล

ตอนนี้ดาเรียสมีแนวโน้มที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด ซื้อทาส 1 หรือ 2 คน และทำตราพันธะให้กับพวกเขา นั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับตอนนี้ อย่างไรก็ตามดาเรียสยังไม่สามารถมุงหน้าไปยังเมืองถัดไปหากแผนที่ 3 ยังไม่สำเร็จ

ขณะที่ดาเรียสกำลังครุ่นคิด พอรืเทียก็เข้ามาขัดจังหวะ และบอกว่าอ่าน้ำร้อนได้ที่แล้ว จากนั้นดาเรียสก็ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการทำความสะอาดตัวและอาวุธต่างๆ ก่อนที่จะสวมชุดใหม่สำหรับการเดินเข้าป่าไปอีกรอบ

แต่ดาเรียสก็นึกอะไรบางอย่างออก

“พอร์เทีย เธอเคยบอกว่าเธอเป็นนักวิชาการงั้นหรอ ฉันสังเกตเห็นความฉลาดและสติปัญญาของเธอ มันทำให้ฉันเพิ่งนึกออกว่าเธอเคยบอกว่าเธอเป็นนักวิชาการ”

จู่ๆ ดาริอุสก็เอ่ยขึ้น

คำพูดของดาเรียส ทำให้พอร์ตเทียรู้สึกเขินจนหน้าแดง และเธอก็กล่าวตอบกลับว่า

“ใช่ค่ะ พ่อฉันมีห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือจากทั่วราชอาณาจักอันดราโต ในฐานะลูกสาวฉันต้องอ่านเพื่อนำความรู้มาจัดการกับพื้นที่แห่งนี้ ดังนั้นฉันจึงอ่านและศึกษาหนังสือทั้งหมด”

ดวงตาของดาเรียสเป็นประกาย

“เธอพาฉันไปที่นั้นได้ไหม ฉันชอบที่จะอ่านหนังสือและเรียนรู้ความรู้ “

พอร์เทียพยักหน้าและจูงมือดาเรียสไปที่ห้องหนังสือ ขณะที่ดาเรียสเดินตามไปด้วยร้อยยิ้มที่ดีใจที่จะได้อ่านหนังสือของเรื่องต่างๆ ในอาณาจักรนี้

ดาเรียสพยักหน้าเห็นด้วยกับการแจ้งเตือนของระบบ ที่การใช้พลังจิตจะใช้ 10 นามานา/วินาที แต่ในตอนนี้มันยังไม่มีประโยชน์มากนัก ดังนั้นดาเรียสจึงรอให้มันพัฒนาก่อนที่จะใช้

สำหรับตอนนี้ดาเรียสยังคงประเมิณความสามารถของตัวเองต่อไป ดาเรียสไม่ได้เพิ่มสถานะพรสวรรค์ มันยังคงค่า 15 แต้มเช่นเดิม และดาเรียสก็มั่นใจว่าความสามารถในการพูดของดาเรียสนั้นเพียงพอแล้ว

ดาเรียสได้เพิ่มสถานะโชคจาก 15 มาเป็น 20 แต้ม โชคนั้นจะเพิ่มอัตราการดรอปไอเท็มที่มีค่ามันจึงคุ้มค่าที่จะเพิ่มมัน หากไม่ต้องการความแข็งแกร่งดาเรียสคงลงแต้มทั้งหมดลงไปในสถานะโชคอย่างมีความสุข

สำหรับทักษะ ดาเรียสได้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ว่าจะอัพ การวิเคราะห์เพื่อทดสอบการเปลี่ยนแปลงของมัน ว่าจะพัฒนาขึ้นไหม ดังนั้นดาเรียสจึงใส่มันไว้ 5 แต้ม และเพิ่มทักษะเปลวไฟ อีก 3 แต้มสำหรับการต่อสู้

สำหรัลสกิลหลักประกายไฟ ดาเรียสได้เพิ่มแต่ 16 แต้มลงไป อันที่จริง ดาเรียสพยามใส่แต้มลงไปในประกายไฟให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามสกิลประกายไฟก็มีระดับถึง 20 และดาเรียสก็ไม่สามาระเพิ่มมันต่อไปได้ ทำให้ดาเรียสเข้าใจว่ามันเป็นระดับสูงสุดสำหรับสกิลประกายไฟ และดาเรียสสงสัยว่าสกิลเปลวไฟนั้นจะสูงสุดที่ 20 เช่นเดียวกันไหม

ดาเรียสไม่สนใจทักษะการทำอาหารหรือการซักผ้า เพราะมันเป็นเพียงเบ็ดเตล็ดทั่วไป แบะสำหรับศิลปะทวนดาเรียสอัพให้เป็นระดับ 4 ก็เพียงพอแล้ว

ดาเรียสตรวจสอบทักษะต่างๆ หลังจากที่อัพพวกมันไป

วิเคราะห์ – ทักษะระดับ 6

ค่าใช้จ่าย: ไม่มี

คำอธิบาย : วิเคราะห์สิ่งของของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ประสิทธิภาพของทักษะขึ้นอยู่กับสถานะปัญญาณ 1.6 เท่า

สปาร์ค – สกิลระดับ 20 (สูงสุด)

ราคา: 5 MP

คำอธิบาย : ส่งประกายไฟที่สามารถทำให้ศัตรูกลายเป็นอัมพาตได้ สิ่งนี้สร้างความเสียหายสายฟ้า 100%

เอ็มเบอ – สกิลระดับ 4

ราคา: 1 MP

คำอธิบาย : ส่งเปลวเพลิงที่เผาผลาญศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในระยะ สร้างความเสียหายทางไฟ 20%

ดาเรียสประทับใจมาก การวิเคราะห์นั้นพัฒนาขึ้นเล็กน้อยและสถานะปัญญาก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมันถึง 1.6 เท่า

และสกิลประกายไฟยังสร้างดาเมจได้ถึง 100% และบวกกับค่าสถานะของปัญญา แสดงว่าดาเรียสจะสร้างความเสียหายได้ถึง 50 ดาเมจ

***ค่าสถานะปัญญาจะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีด้วยเวทย์มัน หรือ INT ที่คอเกมจะรู้จักกันครับ***

โทรลล์ตัวก่อนหน้าจะตายเมื่อดาเรียสใช้สกิล นี้ 2 ครั้ง และส่วนที่ดาเรียสตื่นเต้นคือค่า MP ที่ใช้น้อยมาก เพราะดาเรียสมี MP ถึง 550 หน่วย และสกิลประกายไฟใช้เพียง 5 MP ต่อการใช้ 1 ครั้ง นั้นหมายความว่าดาเรียสสามารถใช้มันได้ 110 ครั้ง

นี้มัน

นี้คือสิ่งที่ดาเรียสกำลังมองหาเพื่อคงความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ ด้วยสกิลนี้ดาเรียสสามารถจัดการกับมอนเตอร์ระดับต่างๆ ได้

ดาเรียสระงับความตื่นเต้น และตอนนี้สังเกตเห็นว่าเขาสบายใจกับร่างกายนี้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เขาติดใจมากเท่านั้น แม้ว่าสภานะปัญญาจะสูง แต่ัมนก็ส่งผลกับจิตใจไม่ใช่ร่างกาย

ดาเรียสอายุ 13 ปี และมีแนวโน้มที่จะเอาแต่ใจและใจร้อนในช่วงวัยรุ่น ดาเรียสจะต้องควบคุมสติและอารมณ์ตัวเองเพื่อป้องกันความผิดพลาด

ดาเรียสได้ตรวจสอบไอเท็มที่เพิ่งได้รับมา

น้ำยาเบอร์เซิก – ไอเท็มใช้แล้วหมดไป

ความทนทาน: 15/15

คำอธิบาย: การสร้างการเล่นแร่แปรธาตุที่มีคุณภาพดีซึ่งมอบสถานะบ้าคลั่ง 30 วินาที เพิ่มความเสียหายและการป้องกัน 5% และลดสติปัญญาลง 15%

เทเลพอร์ตกลับไปจุดเซฟ – ม้วนกระดาษ

ความทนทาน: 10/10

คำอธิบาย: กลับไปจุดเซฟของตัวเองที่เซฟครั้งล่าสุด

น้ำยาเบอร์เซิกนั้นมีประโยชน์นิดหน่อยสำหรับดาเรียส เพราะดาเรียสไม่ค่อยมีความคิดที่จะสูญเสียสติเพื่อแลกกับพลัง ถึงแม้ว่าจะชั่วคราวในขณะที่น้ำยาออกฤทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามม้วนเทเลพอร์ตก็ดีอย่างยิ่ง

ม้วนกระดาษที่สามารถส่งดาเรียสกลับไปยังจุดเซฟไม่ว่าตอนนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่จะระบุจุดเซฟของเราได้อย่างไร เพราะดาเรียสยังไม่ได้ตั้งถิ่นฐานใดๆ เป็นจุดเซฟของตัวเอง และดาเรียสคิดว่ามันจะเหมาะสมไหมถ้าตั้งจุดเซฟไว้ที่บ้านของแซงค์ส

ดาเรียสได้ลองใช้งานมัน

[เกิดข้อผิดพลาด ไม่พบพื้นที่จุดเซฟ]

ดาเรียสขมวดคิ้ว และเปิดระบบและการตรวจสอบตั้งค่าในแท็บของแผนที่ และเห็นตัวเลือกสำหรับจุดเซฟ

ดาเรียสออกจากการตั้งค่าและเปิดแผนที่หลัก จากนั้นก็ซูมแผนที่เห็นบ้านของเแซงค์ส จากนั้นดาเรียสก็ชี้ไปที่นั้น

[ต้องการระบุตำแหน่งจุดเซฟของคุณหรือไม่]

ดาเรียสยิ้มที่มุมปากและตกลง ขณะที่หยิบม้วนเทเลพอร์ตออกมา

ข้อความแจ้งเตือนจากระบบปรากฏขึ้นมา

[คุณได้รับ 5,140 EXP , น้ำยาเบอร์เซิก 1 ขวด, ม้วนเทเลพอร์ตสำหรับจุดเซฟ 3 ม้วน ]

ดาเรียสไม่ตื่นเต้นเลย เนื่องจากคำนวณมามากพอแล้วก่อนที่จะต่อสู้กับโทรลล์ เลเวลของมันคือ 8 ในขณะที่เลเวลดาเรียสมีแค่ 3 การฆ่ามอนเตอร์ในระดับเดียวกันจะได้ 5 EXP ระดับสูงกว่า 1 เลเวลจะได้รับ 20 EXP เลเวล 2 คือ 80 EXP เลเวล 3 คือ 320 EXP เลเวล4 ได้รับ 1,280 EXP และห่างกัน 5 เลเวลจะได้รับ 5120 EXP และอีก 40 EXP ที่ได้จากสิงดตรที่ราบที่ตายตอนดาเรียสใช่สกิลประกายไฟ

จากนั้นดาเรียสก็เลื่อนผ่านการแจ้งเตือนของการเพิ่มเลเวลของเขา

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 4 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 5 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 6 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 7 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 8 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 9 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 10 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

[คุณได้อัพเลเวลเป็น เลเวล 11 ได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนน และคะแนนทักษะ 3 คะแนน]

ว้าววว เพิ่มขึ้นมาถึงเลเวล 11 เลยตอนนี้ ดาเรียสรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับแต้มความสามารถและคะแนนทักษะมากมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ดาเรียตื่นเต้นมากขึ้นคือเลเวลที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมันจำเป็นต้องใช้ในแผนต่อไป

หากความส่วนตัวไม่มีความแข็งแกร่ง การที่จะดำเนินแผนขั้นตอนที่ 3 ก็เหมือนกับการฆ่าตัวตายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขาดข้อมูลต่างๆ และด้วยสิ่งนี้ดาเรียสไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรคะแนน

ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงเปิดข้อมูลของตัวเองออกมา ปรับเปลี่ยนและจัดสรรคะแนนของตัวเอง

ชื่อ: ดาเรียส สโตน

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: ไอเท็มแมนเซอร์

คลาสย่อย: ผู้วิเศษ

HP: 150/150

ส.ส.: 550/550

ระดับ: 11

ประสบการณ์: 60/1100

ความแข็งแกร่ง: 15

ความว่องไว: 12

ความอดทน: 10

สติปัญญา: 50

ความสามารถพิเศษ: 15

โชค: 20

AP: 0

SP: 0

ทักษะ: วิเคราะห์ – Lv.6, การชำแหละ – Lv.1, การแล่เนื้อ – Lv.1, ทำอาหาร – Lv.1, ซักผ้า – Lv.1, ศิลปะทวนหอก – Lv.4

สกิล: สปาร์ค – Lv.20, เอ็มเบอ – Lv.4

ดาเรียสจัดสรรคะแนนอย่างไม่ลังเล คะแนนความสามารถ 40 และคะแนนทักษะ 24 คะแนน ได้เพิ่มสถานะค่าต่างๆ ให้กับดาเรียสอย่างมาก

ดาเรียสเพิ่มความแข็งแกรงจาก 7 เป้น 15 แต้ม ตอนนี้ดาเรียสอยู่เหนือเกณฑ์เฉลี่ยแล้ว เขาควรที่จะสามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงในครั้งต่อไปเมื่อใช้หอกโจมตี

ดาเรียสรู้สึกว่า ราวกับว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว ดาเรียสยังเพิ่มค่าความคล่องตัวอีก 2 แต้ม ซึ่งมันจะทำให้ดาเรียสเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นนิดหน่อยจากปกติ

ดาเรียสได้อัพค่าสติปัญญามากกว่าค่าอื่นๆ มันเพิ่มขึ้นจาก 25 เป็น 50 แต้ม ในครั้งเดียว เส้นประสาทที่ใช้ส่งความทรงจำและข้อมูลต่างๆ ในหัวของดาเรียสได้ไหลลื่นขึ้น ดาเรียสสามารถที่จะเข้าใจและเรียนรู้หรือจดจำสิ่งต่างๆได้รวดเร็วขึ้น

และยังรู้สึกได้ถึงพลังจิตที่แผ่ไปรอบตัว และพยายามที่จะเชื่อมต่อกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่บริเวณโดยรอบนอกสมองของเขา น่าเสียดายที่มันยังคงไม่สเถียร ดาเรียสเดาว่าค่าสถานะปัญญาใน 50 แต้มนี้เป็นจุดแรกของการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาขึ้น การเปลี่ยนแปลงความคิด จิตใจ และมันเพิ่มพลังบางอย่างให้กับดาเรียส

และแล้วก็มีข้อความจากระบบแจ้งเตือนเข้ามา

[ยินดีด้วย! คุณมีคะแนนสติปัญญาถึง 50 คะแนนและได้รับความสามารถ: พลังจิต]

พลังจิต – ความสามารถพื้นฐาน

ราคา: 10 มานาต่อวินาที

คำอธิบาย: คุณมีพลังจิตขั้นเริ่มต้น สามารถรวบรวมพลังอันแท้จริงของพลังจิตของคุณให้อยู่ในโฟกัสและนำมันออกไปสู่ภายนอกเพื่อสร้างผลกระทบต่อโลกรอบตัวคุณ อย่างไรก็ตาม มันมีผลอย่างมากต่อจิตใจและมานาของคุณในระยะปัจจุบันนี้

ดาเรียสเงยหน้าขึ้นขณะที่ตรวจสอบเลือดที่เหลือของโทรลล์ และของตัวเอง

บลูโทรลล์ – มอนสเตอร์ระดับ 8

HP: 22/89 MP: 10/12

ดาเรียส สโตน – ไอเทมแมนเซอร์ ระดับ 3

HP: 65/70 MP: 73/75

เมื่อพบว่าตัวเองได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย และโทรลล์เองก็เหลือเลือดไม่มากนัก มันหันหลังกลับมาและจะโจมตีดาเรียสด้วยกระบองในมือ ในขณะที่ดาเรียสยังคงนอนหงายอยู่ ถึงแม้จะเหลือเลือดมากกว่า แต่สถานการณ์มันกลับตรงกันข้าม

ดาเรียสถอนหายใจและระงับความเจ็บปวด ความผิดพลาดของเขาคือการมั่นใจในตัวเองมากเกินไป คลาสหลักของดาเรียสคืออะไร คือ ไอเทมแมนเซอร์กับผู้วิเศษไม่ใช่หรอ เขาจะสู้กับโทรลล์มอนเตอร์ที่เก่งกาจได้ยังไง

ดาเรียสเอายาเพิ่มเลือดทั่วไปออกมา และดื่ม และเลือดได้เพิ่มขึ้น 25 HP และพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย บาดแผลของดาเรียสหายดีทันทีและความเจ้บปวดก็หายไป โทรลล์สังเกตเห็นการกระทำของดาเรียส มันได้คำรามออกมาด้วยความโกรธและมันได้เปิดใช้งานทักษะการชาร์จการโจมตีที่รุนแรง

ราวกับว่ามันได้ใช้ยาเพิ่มพลัง ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก มันเคลื่อนที่จากจุดที่มันยืนอยู่ไปหาดาเรียสอย่างรวดเร็ว แต่โชคดีที่ระดับปัญญาของดาเรียสได้เพิ่มขึ้น ทำให้ดาเรียสรู้ว่ามันจะทำเช่นนั้น

ทันทีที่โทรลลืมาโผล่ตรงหน้า ดาเรียสจึงแทงหอกอย่างรวดเร็วและหลบออกไป โทรลล์ได้โดนหอกแทงทะลุตัว มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และดิ้นไปมา ทำให้ต้นไม้หลายต้นล้มลงและเลือดของมันก็เต็มพื้นไปหมด

ดาเรียสหอบเล็กน้อยและสังเหตโทรลลืที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด และดูเหมือนัมนกำลังอาละวาด ดาเรียสรู้ดีว่าการต่อสู้กับโทรลล์จะต้องเกิดเสียงที่ดังละดึงดูดความสนใจของมอนเตอร์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนี้ และพวกมันอาจจะดักรอยู่ในความมืดเพื่อรอจังหวะที่จะโจมตีในตอนที่พวกเขากำลังต่อสู้กันและเริ่มหมดแรง

อย่างไรก็ตามดาเรียสก็มองข้ามความจริงไปว่า ไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนที่กล้าที่จะบุกเข้ามาในพื้นที่ของมอนเตอร์ที่แข็งวแกร่งที่กำลังปกครองพื้นที่นั้นๆ จึงไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนกล้าบุกเข้ามาในอาณาเขตของบลูโทรลล์

ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงมุ่งสมาธิไปโทรลล์ที่กำลังดิ้นและ HP ของมันในตอนนี้ก็เหลือเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ดาเรียสต้องการขอมูลของมันเพื่อที่จะเพิ่มเติมลงไปในตำรามอนเตอร์ของเขา ดาเรียสเอาหอกเก็บและใช้สกิลเปลวไฟ

เปลวไฟขนาดเล็กได้พุ่งใส่โทรลล์ที่กำลังจะตาย ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด จากนั้นดาเรียสก็ใช้สกิลประกายไฟใส่มันอีกครั้ง หลังจากถูกกระแสไฟฟ้าช็อต มันก็ไม่ขยับเขยื้อนตัวและใกล้ตาย ดาเรียสคิดว่า HP มันคงเหลือแค่ 1

ดาเรียสหยิบกริชออกมาและเฉือนผ่านผิวหนังของโทรลล์ และดาเรียสสังเกตุว่ามันไม่เหมือนกับหอก กริชของดาเรียสไม่สามารเจาะลึกเข้าไปได้ ดาเรียสพยายามที่จะผ่ามันออก และทำได้เพียงบาดแผลตื้นๆ บนผิวของมัน นี้ไม่ใช่เพราะคุณภาพต่ำของกริชแต่เป็นเพราะร่างกายของโทรลลืมีความทนทาน

ดาเรียสถอนหายใจ และโจมตีโทรลล์ด้วยการโจมตีครั้งสุดท้าย มันกระตุกก่อนที่จะตายไป จากนั้นดาเรียสก็คิดว่าจะทำอย่างไรกับซากของมัน

และซากของมอนเตอร์พิเศษนี้น่าจะมีค่ามากกว่าซากของมอนเตอร์ธรรมดาๆ ซึ่งแม้แต่ทหารส่วนใหญ่ของอาราจักรอันดราโต ก็ไม่สามารจัดการกับมอนเตอร์ระดับนี้ได้ หากไม่มีกำลังรบที่เพียงพอ

ดาเรียสถอนหายใจอีกครั้งและเอามือเสยผมและเก็บซากโทรลล์ไว้ในคลัง หากถ้าไปอีกเมืองอาจจะหาทางวิธีจัดการกับซากของมันได้ ในขณะที่ดาเรียสไม่สนใจซากของสิงโต ซึ่งมันไม่มีค่าอะไร ดาเรียสออกจากป่ามาและเดินกลับไปยังหมูบ้าน หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด ทำให้อาดีนะลีนที่หลั่งในขณะต่อสู้ลดลง และความเมื่อยล้าก็มาเยือน

‘สกิลสปาร์คสร้างความเสียหาย 15 ดาเมจตามปกติ แต่ทำไมหอกถึงสร้างความเสียหายแค่ 23 ดาเมจละ’

ดาเรียสตกใจกับความเสียหายที่ได้สร้างขณะที่โทรลล์สลบไป

‘ดูเหมือนว่าความเสียหายจากอาวุธจะได้รับจากค่าความแข็งแกร่ง’

ดาเรียสตรวจสอบรายละเอียดของหอกเหล็ก และพบว่ามันสร้างความเสียหายเพียงแค่ 7-10 ดาเมจ แต่ความสวยหารจากการใช้สกิลหอก ควรจะเพิ่มดาเมจ 20 % ซึ่งมันจะสร้างความเสียหายได้ 210 ดาเมจ จากที่ดาเรียสคำนวณไว้ ทำไมถึงกลายเป็น 23 ดาเมจเท่านั้น

จากนั้นดาเรียสตรวจสอบโทรลล์อีกครั้ง ซึ่งก็พบว่ามันมีความสามารถในการป้องถึง 9 แต้ม และจากที่เป็นไปได้คือดาเมจการโจมตีของดาเรียสนั้นถูกหารด้วย พลังป้องกัน 9 คะแนนของโทรลล์

ดาเรียสจึงเข้าใจทุกสิ่ง ความเสียหาย และค่าป้องกัน และค่าสถานะต่างๆ จะถูกแบ่งละจัดตามค่าสถานะต่างๆ ที่สามารถหักล้างและเสริมพลังให้ในแต่ละอย่างได้

ดาเรียสรู้สึกว่ามันก็สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม ดาเรียสยกหอกและเดินไปที่หัวของโทรลล์และแทงมันลงไปอย่างสุดกำลังขณะที่พูดว่า

“เฮ้ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ดูเหมือนเจ้าจะสนุกตอนที่กำลังทำร้ายสิงโตตัวนั้น แต่เมื่อฉันทำกับเจ้าบ้างทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ละ ไม่ยุติธรรมนี่”

ดาเรียสพบว่าสิ่งนี้สนุกจริงๆ มันไม่ได้เกิดจากความแค้นใดๆ และเนื่องจากการทรมาณมอนเตอร์อื่นๆ เป็นเรื่องที่ดูน่าพอใจ แต่ดาเรียสจะต้องไม่หลงไปกับสิ่งนี้

ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงใช้สกิลสปาร์คใส่โทรลล์อีกครั้ง เพื่อทำให้มันสตันไปอีกรอบ บลูโทรลล์ที่อ่อนไหวต่อกระแสไฟฟ้า สลบลงอีกครั้ง จากนั้นดาเรียสก็เปลี่ยนมาแทงที่คอของโทรลล์โดยหวังว่ามันจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าเดิม แต่นั้นกลับกันโทรลล์สดุ้งและหลุดออกจากอาการสตัน

ดาเรียสดึงหอกออกมาและกระโดดถอยออกมา โทรลล์คำรามและทุบลงไปที่พื้น มันลุกขึ้น และมันสูงกว่าดาเรียสเกือบ 2 เท่า ตอนนี้ท่าทางของมันช่างน่ากลัว

ดาเรียสได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ในรูปแบบการป้องกันด้วยหอก จากการวิเคราะห์ดาเรียสสามารถคาดการณ์สิ่งที่โทรลล์จะทำได้

มันคว้ากระบองขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แและคำรามร้องด้วยเสียงที่ดังกระหึ่ม และยกกระบองจะฟาดใส่ดาเรียสด้วยความโกรธ ตาของดาเรียสเป็นประกายขณะที่เห็นช่องว่าง ดาเรียสแทงหอกเขาไปทันทีที่โทรลล์ทุบกระบองลงมา มันได้หวี่ยงกระบองไปรอบๆ อย่างรุนแรง ในขณะที่ดาเรียสหลบได้ และพบว่าดาเรียสได้อยู่ที่หลังของมัน และแทงลงไปทีหลังของโทรลล์ โทรลล์ตอบโต้ด้วยการสะบัดตัวใหห้ดาเรียสหล่นลงมา

ดาเรียสหล่นลงมา โทรลล์จะพยายามจับดาเรียสในขณะที่ดาเรียสยังไม่ทันตั้งตัว ดาเรียสไม่สามารถหลบได้เนื่องจากโทรลล์มีความเร้วพอๆ กับดาเรียสตอนนี้ ดาเรียสทำได้เพียงตั้งหอกเหล็กเพียงรับการโจมตี

เมื่อเกิดแรงปะทะ ดาเรียสกระเด็นปลิ้วไป 2-3 ฟุต และหอกก็หลุดมืออกไป ดาเรียสเจ็บปวดที่แขนเป็นอย่างมาก เมื่อดาเรียสมองไปที่แขนและมือก็พบว่ามันกำลังเลือดไหล

แม้ว่าจะป้องกันตามกระบวนท่าของสกิลหอก แต่ได้ลืมไปว่าโทรลล์นั้นมีค่าความแข้งแกร่งถึง 10 แต้ม ซึ่งมากกว่าดาเรียส 3 แต้ม และขนาดของมันก็มีขนาดใหญ่กว่าทำให้พลังโจมตีมันดูรุนแรงขึ้น

จุดอ่อนของดาเรียสได้ปรากฏขึ้น ใในขณะที่ได้รับข้อความความช่วยเหลือจากทักษะ ซีซ่าร์ได้ระบุจุดอ่อนของดาเรียสอย่างตรงไปตรงมา

“ในฐานะอดีตนักค้าขาย เป็นคนเฉลียวฉลาดและชอบหลอกลวง ไม่ใช่ทหารผ่านศึกและไม่รู้วิธีเอาตัวรอด ดาเรียสมีหนทางอีกยาวไกล กว่าจะสามารถต่อสู้ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากระบบของเฟาสต์ “

สรุปง่าย ๆ ข้อเสียคือความอ่อนแอของดาเรียสในตอนนี้

ดาเรียสไม่ใช่คนที่ขี้สงสารมากนัก ขณะที่กำลังมองเห็นสิงโตเพศเมียกำลังโดนโทรลล์ทุบตี และเสียงร้องของมัน ในขณะที่โทรลล์กำลังเมามันกับการโจมตีใส่สิงโต

ดาเรียสคาดหวังว่าจะได้พบกับมอนเตอร์ที่น่าสนใจ และจัดการมันเพื่อที่จะได้รับการอัพเลเวล แต่เมื่อเจอแบบนี่ ดาเรียสก็ทำอะไรไม่ถูก สัตว์ประหลาดนั้นคืออะไร ดาเรียสสงสัย

ดาเรียสไม่ได้รู้จักมอนเตอร์ทุกชนิดที่อยู่บนโลกใบนี้ ดาเรียสได้ทรุดตัวหลังต้นไม้และเหงื่ออกอย่างมาก ในขณะที่พยายามปิดบังตัวเอง เมื่อตระหนักได้ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกใบเดิม ในเฟาสต์นั้นมีมอนเตอร์และสัตว์ประหลาดมากมาย

ก่อนหน้าที่เจอส่วนมากเป็นมอนเตอร์ที่ดูเหมือนสัตว์ธรรมดา แต่ในตอนนี้มันดูมีพลัง มีเวทย์มนต์ และดาเรียสยังตระหนักได้อีกว่ามันจะต้องเป็นเหมือนในเกม ที่มีสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งๆ เช่น ก็อบบลิน โทรลล์ โกเลม และอื่นๆ

ดาเรียสสงบสติตัวเองอย่างรวดเร็วและพยายามคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง ความเป็นผู้ใหญ่ในจิตใจนั้นเป็นประโยชน์มากสำหรับดาเรียสในความเยือกเย็นในการคิดหาวิธีต่างๆ ในสถานการณ์ที่คับขัน

ดาเรียสหยิบหอกแหล็กออกมาช้าๆ และค่อยๆ ย่องมาที่ข้างหลังของมอนเตอร์ทั่ง 2 ตัวที่กำลังต่อสู้กันเอง ใช้การวิเคราะห์ธรรมดา เพื่อดูว่ามันคือตัวอะไร

บลูโทรลล์ – มอนสเตอร์ระดับ 8

HP: 89/89 MP: 12/12

สิงโตที่ราบ – สัตว์ร้ายระดับ 4

HP: 10/25 MP: 5/5

ดาเรียสหยุด มอนเตอร์ระดับ 8 ซึ่งมีระดับที่สูงกว่าดาเรียสถึง 5 ระดับ ตอนนี้ดาเรียสอาจจะทำได้เพียงจัดการกับสิงโตที่ราบ แต่การจัดการมันก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มเลเวลให้กับดาเรียส

ดังนั้นดาเรียสจึงจำเป็นต้องจัดการโทรลล์ก่อนโดยคิดว่าสิงโตนั้นจะต้องสนใจการจัดการอยู่ที่โทรลล์ตัวเดียว และเมื่อจัดการโทลล์ได้ดาเรียสค่อยจัดการสิงโตทีหลัง เจสันรู้สึกแย่มาก เขาน่าจะพาเดเร็กมาด้วย เพื่อให้เดเร็กมาป้องกัน

ตอนนี้สิ่งที่เจสันต้องการคือ เลเวล 5 ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม และโทรลล์นี้ก็ตัวใหญ่พอสมควร เมื่อเข้ามาได้ระยะพอสมควร ดาเรียสได้ใช้การวิเคราะห์ของคลาสไอเท็มแมนเซอร์ เพื่อตรวจสอบจุดอ่อน ความแข็งแกร่ง และอื่นๆ ของพวกมัน

เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเป็นศัตรู แสดงรายละเอียดตามนั้น

ชื่อ: บลูโทรลล์

เผ่าพันธุ์ : โทรลล์

คลาสหลัก : เบอร์เซิกเกอร์

คลาสย่อย: ไม่มี

HP: 89/89

MP: 12/12

ระดับ: 8

ความแข็งแกร่ง: 10

ความว่องไว: 9

ความอดทน: 9

สติปัญญา: 2

ความสามารถพิเศษ: 1

โชค: 1

ความสามารถ: ชาร์จที่รุนแรง, สวิงอันทรงพลัง, บ้าระห่ำ

อาวุธ: กระบองไม้

ดาเรียสนึกอะไรบางอย่างได้ ตอนนี้ดาเรียสเลเวล 3 และความสามารถก็มีหลากหลายที่ดีกว่าโทรลล์ตัวนี้ ตอนนี้ดาเรียสรู้สึกมั่นใจในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น และความมั่นก้ไม่ได้มาจากการมีสกิลเวลทย์มนต์ แต่เป็นทักษะการใช้หอกที่ดาเรียสเพิ่งได้มา

ดาเรียสครุ่นคิดและวิเคราะห์สิงโตตัวเมียนั้นด้วย

เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเป็นศัตรู แสดงรายละเอียดตามนั้น

ชื่อ: สิงโตที่ราบ

เผ่าพันธุ์: สิงโต

คลาสหลัก: นักล่า

คลาสย่อย: ไม่มี

HP: 8/25

MP: 5/5

ระดับ: 4

ความแข็งแกร่ง: 5

ความว่องไว: 6

ความอดทน: 5

สติปัญญา: 4

ความสามารถพิเศษ: 8

โชค: 2

ความสามารถ: กระทืบ, ตะปบด้วยความแรง, กระโจน

อาวุธ: ฟัน & กรงเล็บ

อย่างที่คาดไว้ ค่าสถานะต่างๆ ของดาเรียสสูงกว่ามอนเตอร์ทั่วไป และบางครั้งก็สูงกว่าคนอื่นๆ ที่อยู่เหนือกว่าดาเรียสแน่นอน และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันจะขึ้นอยู่กับเผ่าพันธุ์และลักษณะเฉพาะของมอนเตอร์แต่ละตัว ดาเรียสมันใจว่าถ้าได้พบมังกรหรือนกฟีนิกซ์ระดับเท่ากับตัวเขา แต่ค่าสถานะของพวกมันต้องสูงกว่าหลายเท่า

อย่างไรก็ตามนั้นไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในตอนนี้ สิงโตที่ราบกำลังจะโดนโทรลล์ฆ่าตาย ดาเรียสรีบกระโจนออกมาและแทงหอกใส่จุดอ่อนของโทรลล์ที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งก็คือทหารหนักของโทรลล์ ทันทีที่ดาเรียสแทงหอกเข้าไป โทรลล์ก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวด

ดาเรียสยิ้มและโจมตีด้วยสกิลประกายไฟลงในด้ามหอกเหล็ก ทำให้โทรลล์กรีดร้องอีกครั้งจากการโดนไฟฟ้า น่าเสียดายที่ความเสียหายจากสายฟ้ารได้ลามไปยังสิงโตที่ราบ ในขณะที่โทรลล์ยังไม่ตาย

จากนั้นดาเรียสก็ดึงหอกออกและวิเคราะห์ร่างโทรลล์อีกครั้งเพื่อดูเลือดของมันว่าลดไปถึงไหนแล้ว

บลูโทรลล์ – มอนสเตอร์ระดับ 8

HP: 51/89 MP: 12/12

เมื่อพอร์เทียเห็นดาเรียส ก็แทบจะกระโดด แต่เธอก้ตั้งสติก่อนและยิ้มให้ดาเรียส ขณะที่เดเร็กหรี่ตาลงเล้กน้อย ดาเรียสสังเกตปฏิกิริยาของทั้งคู่

“สวัสดีค่ะ ท่าดาเรียส ท่าต้องการให้ช่วยอะไรหรือเปล่าคะ”

พอร์เทียกล่าวออกมา

ดาเรียสยิ้มอย่่างอ่อนโยนให้พอร์เทีย ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

“ขอบคุณนะที่คอยช่วยเหลือ ตอนนี้ฉันกำลังจะออกไปทดลองอะไรบางอย่าง”

ความอยากรู้อยากเห็นของพอร์เทียก็ลุกเป็นไฟ ดาเรียสได้บอกทั้งสองว่าออกมาทำการทดลองบางอย่าง นั้นเป็นวิธีที่ดาเรียสจะได้รับอนุญาติ ที่สำคัญกว่านั้น มันก็เป็นแค่การทดลองเวทย์มนต์ของดาเรียส ที่ได้แสดงตนว่าเป็นผู้วิเศษ และพอร์เทียก้ได้อ่านเรื่องราวของผู้วิเศษมากมายและวิธีที่เหล่าผู้วิเศษจะได้พัฒนาฝีมือ

มันคือเวทย์มนต์ที่ได้รับการยอมรับ หากดาเรียสกำลังจะออกไปเพื่อพัฒนาพลังของเขาในฐานะผู้วิเศษโดยการใช้เวทย์มนต์นั้นเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การดู พอร์เทียจะสามารถดูผู้วิเศษใช้เวทย์มนต์ได้แบบชัดๆ

“ฉันร่วมเดินทางไปกับท่าน ท่าดาเรียส ฉันเป็นนักปราชญ์และนักวิชาการ และฉันก็ชอบเวทย์มนต์จริงๆ ท่าสามารถสอนฉันได้ไหมคะ”

พอร์เทียรีบถาม

สีหน้าของเดเร็กดูไม่พอใจ เมื่อน้องสาวได้ขอร้องอย่างหยาบคาย ที่จะเป็นเด็กฝึกหัดของผุ้วิเศษ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เดเร็กผ่านดลกมามากกว่าพอรืเทียมาก เนื่องจากเดเร็กต้องเดินทางอยู่กับแชงค์ส เสมอในการทำธุระ

ส่วนพอร์จะใช้เวลาส่วนมากไปกับการอ่านหนังสือ ซึ่งทำให้เธอสติปัญญาที่ฉลาดมาก ทำให้พอร์เทียสามารถวางตัวในสังคมได้

เดเร็กถอนหายใจและพูดก่อนที่ดาเรียสจะได้ตอบ

“ได้โปรด อภัยให้น้องสาวของฉันดเ้วยที่พูดแบบนั้นออกไป อย่างที่เธอบอก เธอชื่นชอบเวทย์มนต์และมีแนวดน้มว่าเธอจะปล่อยให้อารมณ์อยากรู้อยากเห็นของเธอไปกวนท่าตอนที่กำลังทดลองเวทย์มนต์ เราทั่งคู่จะรอจนกว่าท่านจะทดลองเสร็จและกลับมา”

ดาเรียสที่ำลังจะปฏิเสธพอร์เทีย ก็รู้สึกถึงความเฉลียวฉลาดของเดเร็ก ที่ดูเหมือนจะมีกล้ามเนื้อมากกว่ามันสมอง แต่ด้วยเหตุนี้ ดาเรียสจึงยิ้มและเดินจากไป

พอร์เทียเศร้าใจ ขณะที่เดเร็กกอดปลอบพอร์เทียที่ได้ดุ ซึ่งพอร์เทียก็พยักหน้าด้วยน้ำตา หลังจากที่ปลอบพอรืเทีย เดเร็กก็มองไปที่ดาเรียสด้วยแววตาแปลกๆ

* * *

ดาเรียสเดินผ่านรถม้าที่เคยใช้นอนค้างคืนในวันก่อน และระลึกถึงการเดินทางของตัวเองจากกระท่อมไม้จนถึงหมู่บ้านโพเลเรีย มันใช้เวลาราวๆ 2 วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น

และตอนนี้เลเวลดาเรียสก็อยู่ที่ 3 มันเพิ่มขึ้นไม่มากนั้น และเขายังไม่ได้รับประสบกาณ์ในการต่อสู้มากพอเพราะดาเรียสใช้เพียงแค่สกิลในการต่อสู้

ดาเรียสไม่ได้ดูหมิ่น แต่เขาเข้าใจดีว่าการใช้สกิลเวทย์เพียงอย่างนั้นอาจจะไม่ดีนัก ดาเรียสสามารถฝึกฝนความสามารถเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญขั้นพื้นฐานในสิ่งที่ต้องเรียนรู้ผ่านหนังสือทักษะที่สร้างขึ้นมาได้

ดาเรียสเดินคิดไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง ดาเรียสก็ได้ยินเสียงแปลกๆ มันเป็นเสียงที่ดาเรียสไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ดาเรียสก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่เสียงของสิ่งมีชีวิตทั่วไปแน่ๆ

ดาเรียสอยากรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร จึงสูดหายใจเข้าลึกๆและคลานไปตามพุ่มไม้เข้าไปในป่าลึก และยิ่งคลานเข้าไปลึกเพียงใด เสียงนั้นก็ยิ่งดังขึ้น ใบหน้าของดาเรียสบ่งบอกถึงความผิดปกติและมีสีหน้าที่กังวล

เมื่อถึงตอนนี้ ดาเรียสไม่กล้าที่จะคลานต่อไป เพียงเพราะสิ่งที่ดาเรียสจะได้เห็นนั้น ไม่คุ้มค่ากับความอยากรู้อยากเห็นของดาเรียส แต่ความอยากรู้ก็เพิ่มขึ้นมาเมื่อใกล้กับต้นต่อของเสียง ดาเรียสค่อยๆ เดินผ่านพุ่มไม้ และผิงหลังกับต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งอยุ่ห่างจากต้นต่อของเสียงเพียงไม่กี่เมตร

ดาเรียสค่อยๆ หันไปมองรอบๆ ต้นไม้และเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าไกลออกไปเพียงไม่กี่เมตร มันคือโทรลล์สีน้ำเงินสูง 10 ฟุตกำลังต่อสู้กับสิงโตตัวเมียตัวหนึ่ง อยุ่ตรงหน้าของดาเรียส

คำอธิบายของทักษะสำหรับการวิเคราะห์นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา

[สรุปลักษณะของไอเท็มหรือบุคคลใดๆ ประสิทธิภาพนี้ขึ้นอยู่กับระดับของปัญญา]

คำอธิบายทักษะนี้เหมือนกับ ทักษะการวิเคราะห์ของคลาสไอเท็มแมนเซอร์ ในรายการที่ดาเรียสเคยเห็นมาก่อน และแน่นอนว่าคลาสนี้เชื่อมโยงกับทักษะการส้รางแบรนด์

มันค่อนข้างสมเหตุสมผล เพื่อที่ให้ดาเรียสสามารถเลือกได้ว่าจะสัญลักษกับสิ่งใด หรือบุคคลใด ภายใต้ทักษะแบรนด์นี้ เพื่อให้ได้วิะีที่สามารถอัพเลเวลได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ในเฟาสต์ ดาเรียสจะต้องรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขาก่อน

***เพิ่มเติม ทักษะแบรนด์เป็นเหมือนการแสดงวความเป็นจำของด้วยการสร้างสัญลักาณ์ขึ้นมา และไม่มีใครหรือสิ่งใดๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของได้ ยกเว้นผู้ที่ใช้ทักษะ ***

ทักษะการวิเคราะห์เป็นเครื่องมือของดาเรียสสำหรับจุดประสงค์ดังกล่าว คำอธิบายของทักษะในช่วงหลังนั้นยิ่งน่าสนใจ โดยระบุว่าประสิทธิภาพของทักษะขึ้นอยู่กับระดับของปัญญา

เมื่อรวมกับความจริงแล้วที่ว่าทักษะที่เป็นปัญหาไม่ได้แสดงค่าเปอร์เซนต์สำหรับประสิทธิภาพของมัน ทำให้ดาเรียสเชื่อว่าประโยชน์ของมันมันนั้นชัดเจนไม่ว่ามีระดับเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ดาเรียสยังคงที่จะอัพระดับของทักษะการวิเคราะห์นี้ต่อไป เพื่อตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงใดที่อาจจะปรากฏเมื่อแข็งแกร่งขึ้น เท่าที่รู้ อาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่เมื่อทักษะนี้มีระดับที่สูงขึ้น

พูดถึงระดับต่อไปของดาเรียส

ดาเรียสถอนหายใจและสิ้นสุดการผ่อนคลาย และเริ่มตรวจสอบประโยชน์ของทักษะการวิเคาระห์ ดังนั้นดาเรียสจึงต้องออกไปใช้ทักษะนี้กับผู้คนว่ามันทำงานอย่างไร

เมื่อเสร็จแล้ว เขาจะต้องกลับมาพยายามเพิ่มระดับมันหรือฝึกฝนทักาะต่อไป และจำเป็นต้องทำเช่นนั้นหากไม่ต้องถูกศัตรูครอบงในอนาคต

เหตุผลทั้งหมดที่ดาเรียสยังไม่ออกเดินคือ การที่จะไปถึงระดับสูงสุดเขาจะต้องมีรากฐานที่ตั้งก่อน และการอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารอาจจะมีปัญหา ไม่ว่ามันจะสงบเพียงใด

เมื่อคำนึงถึงสิ่งนั้น ดาเรียสจึงออกจากห้องและเดินผ่านโถงทาเดิน ในความจริงดาเรียสรู้ว่าเขาสามารถหลงทางได้ง่ายถ้าไม่มีแผนที่ในการช่วย

เมื่อออกจากบ้านดาเรียสเห็น พอร์เทียกำลังคุยกับเดเร็ก พี่ชายของเธอ พอร์เทียแสดงสีหน้าไม่พอใจ ขณะที่เดเร็กสวมชุดหลวมๆ ดังนั้นดาเรียสจึงไม่จำเป็นต้องรู้ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน

ในขณะที่เดินไปหาทั้งคู่ดาเรียสก็ได้ใช้การวิเคราะห์

เดเร็ก ทอเรียม – สเปียร์แมนระดับ 1

HP: 30/30 MP: 7/7

พอร์เทีย ทอเรียม – นักวิชาการ ระดับ 1

HP: 15/15 MP: 13/13

‘นามสกุลของพวกเขาคือ ทอเรียม ใช่มั้ย’

ดาเรียสสังเกต

ดาเรียสได้รู้ว่าทักษะการวิเคราะห์นั้นทำงานอย่าง ทักาะนี้เพียงแค่บอกรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น และไม่มีความเกี่ยวข้องกับคลาสไอเท็มแมนเซอร์

มันบอกแค่ชื่อ ระดับ HP และ MP ของเป้าหมายเท่านั้น สิ่งนี้คือเรื่องปกติ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะได้เห็นความแตกต่างระหว่างทักษะทั่วไปซึ่งน่าจะรวมอยู่ในคลาสอื่นๆ กับทักษะวิเคราะห์เฉพาะของไอเท็มแมนเซอร์

ดาเรียสได้ใช้ทักษะเฉพาะของคลาสไอเท็มแมนเซอร์

[เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเป็นกลาง แสดงรายละเอียดตามนั้น]

ชื่อ : เดเร็ก ทอเรียม

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: สเปียร์แมน

ชั้นย่อย: ไม่มี

HP: 30/30

MP: 7/7

ระดับ 1

ความแข็งแกร่ง: 6

ความว่องไว: 4

ความอดทน: 5

สติปัญญา: 7

ความสามารถพิเศษ: 9

โชค: 3

[เป้าหมายที่ตรวจพบมีความเป็นมิตร แสดงรายละเอียดตามนั้น]

ชื่อ : พอร์เทีย ทอเรียม

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

ระดับ: นักวิชาการ

ชั้นย่อย: ไม่มี

HP: 15/15

ส.ส.: 13/13

ระดับ 1

ความแข็งแกร่ง: 3

ความว่องไว: 2

ความอดทน: 5

สติปัญญา: 13

ความสามารถพิเศษ: 11

โชค: 5

สถานะทางกายภาพ: สุขภาพดี

สถานะทางจิต: เศร้า

ความรัก : มิตรเลเวล 3

ดาเรียสรู้สึกทึ่งกับข้อมูลและความถูกต้อง นั้นหมายความว่า NPC ในโลกนี้ดาเรียสสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด เหมือนดาเรียสได้ล้วงข้อมูลลบของทุกคน นั้นเป็นข้อมูลที่น่าตื่นเต้น

มันจะช่วยวัดความแข็งแกร่งและจุดอ่อนของศัตรูและพันธมิตรของเขาได้อย่างแม่นยำ และไม่ต้องพูดถึง มันเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมมาก ในการค้นหาว่าคนรอบข้างรู้สึกอย่างไรกับดาเรียสอย่างแท้จริง ไม่ว่าพวกเขาจะเสแสร้งหรือเก็บงำมันไว้ก็ตาม

ความสามารถจะทำให้ดาเรียสจะสามารถวิเคราะห์คนอื่นๆ ได้ด้วยความแม่นยำ ดังนั้น พอร์เทียจึงฉลาดกว่า เดเร็ก แต่เดเร็กมีความคล่องตัวกว่าและมีร่างกายที่แข็งแร่งกว่า แต่เลเวลของพวกเขาคือ 1 นั้นแย่กว่าดาเรียสมาก

อีกสิ่งหนึ่งที่ดาเรียสตั้งข้อสังเกตุ คือเลเวลของพวกเขาที่ถูกต้องแล้ว แต่ไม่มีการเอ่ยถึงคะแนนประสบการณ์ คะแนนความสามารถ หรือทักษะ แม้ว่าดาเรียสจะรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ต้องใช่ระบบพิเศษ

‘หืม ดุเหมือนว่าจะเป็นวิธีปกติในการอัพเลเวลคือการฟาร์มอย่างหนัก แต่ผู้คนจะข้ามขีดจำกัดและล่ามอนเตอร์ ต่อสู้กับมังกร หรือแม้แต่ไปถึงเลเวล 20 ได้อย่างไร’

ดาเรียสครุ่นคิด

นี่เป็นคำถามที่ทำให้ดาเรียสยังไม่เข้าใจ ผู้คนในโลกนี้แข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง จนถึงตอนนี้ ดาเรียสคาดเดาไปหลายอย่าง แต่นั้นก็แค่การคาเดา

เพราะเมื่อดูการเติบดตของดาเรียสแล้ว เมื่อจะถึงเลเวล 20 เขาควรจะมีศักยภาพอย่างน้อย 3 เท่าของผู้ชายปกติ เนื่องจากในโลกนี้มีผู้คนตั้งแต่ระดับมือใหม่ จนไปถึงระดับปรมาจารย์ มีเพียงระบบพิเศษเท่านั้นที่เหนือกว่าทุกคน ว่าแต่พวกเขาจะได้พลังมาได้ยังไง

มีระบบศูนย์กลางของอำนาจที่ทุกคนใช้ใช่ไหม หรือทุกประเทศ ทุกท้องทีมีระบบอำนาจ การเติบโตของตนเองที่ไม่เหมือนใคร

ดาเรียสจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะตรวจสอบว่าระบบพิเศษนั้นมีอำนาจมากที่สุดจริงๆ ในการจัดการการอัพเลเวลของดาเรียสหรือเปล่า นี่เป็นเพียงสิ่งที่ดาเรียสคิด

ดาเรียสถอนหายใจและกลายทักทายสองพี่น้อง และตัดสินใจว่าควรเพิ่มกำลังอย่างรวดเร็วโดยใช้ทักษะแบรนด์กับคนพวกนี้ เพื่อให้ติดตามดาเรียส

ดาเรียสเลือกที่จะลองทดสอบสิ่งที่เขาคิดไว้ อย่างแรกคือสิ่งของที่สามารถหาได้เอง

[คุณต้องการแปลงหนังของหมีสีเทา เป็นคะแนนการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ……. ผิดพลาดหนังหมีสีเทาไม่ตรงกับข้อกำหนด]

ด้วยคาวมผิดหวัง ดาเรียสจึงทำรายอย่างที่ 2 ต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นไอเท็มที่ได้รับจากระบบ และไอเท็มดรอปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ น้ำยา หรืออัญมณีสีแดง แต่มันก็ผิดพลาดเช่นกัน ดาเรียสเริ่มรู้สึกท้อแท้ และดาเรียสได้ทดลองอย่างที่ 3 เป็นไอเท็มที่ดาเรียสหยิบขึ้นมาแบบสุ่ม ดาเรียสออกไปด้านนอกและหยิบก้อนหินขึ้นมา และกล่าวว่าหินนี้เป็นของเขาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของความสามารถในการสร้างแบนรด์

และได้เปลี่ยนมันเป็นคะแนนการเปลี่ยนแปลง แต่นั้นก็ล้มเหลวเช่นกัน บางทีเทพีวีนา อาจจะกำลังมีความสุขที่ได้เห็นดาเรียสทำตัวอย่างคนโง่ ดาเรียสได้ไตร่ตรองเรื่องนี้

‘อะไรที่นับได้ว่า เป็นของที่มีเจ้าของได้บ้าง’ ไม่สิฉันควรถามตัวเอง ‘ความเป็นเจ้าของ งั้นหรอ’ มันหมายความว่าอะไรกันแน่ บุคคลที่มีคุณสมบัติในการครอบครอง ?

‘การลงทะเบียนว่าเป็นเจ้าของ ? หรือคนอื่นๆ มองว่า เป็นเจ้าของ ? หรือต้องมีสิทธิ์ตอนความชอบธรรม?’

ดาเรียสได้พิจารณาปัจจัยเหล่านี้

เพื่อดำเนิดการทดลองต่อไป สิ่งที่ดาเรียสจะต้องทำ

1.ลงทะเบียนความเป็นเจ้าของ ?

2.ซื้อสินค้าอย่างถูกกฏหมาย – หรือไม่ถูกกฏหมาย ?

3.ได้รับสินค้าในลักษณะที่ทุกคนเข้าใจว่าเราเป็นเจ้าของมันแล้ว ?

สำหรับ 2 ตัวเลือก แรก ดาเรียสจะต้องไปยัง เมืองอื่นๆ เพื่อไปทดสอบให้เป็นขั้นตอน และในข้อที่ 3 ดาเรียสจะสามารถทำได้โดยต้องใช้ดันเจี้ยน หรือ หาปาร์ตี้ที่จะตะลุยเก็บเลเวลและรับของรางวัล และคนอื่นๆ จะได้รับรู้

ใช่ นั้นเป็นสิ่งที่ดาเรียสได้รู้ว่ามันมีในเฟาสท์ แม้ว่าชาวบ้านจะไม่มีระดับ ประสบการณ์ แต่พวกเขาก็ยังมีคุณสมบัติพื้นฐานที่คล้ายกันกับเกมบนโลก

มันอยู่ในรูปแบบของดันเจี้ยน นักผจญภัย กิลด์และอื่นๆ แน่นอนว่าผู้คนไม่สามารถอัพเลวเลได้ด้วยการเพิ่มค่าประสบการณ์ แต่พวกเขาสามารถฝึกฝนทักษะได้ และมันจะพัฒนาขึ้นตามธรรมชาติ ของใช้ภายนอกจำนวนมาก เช่น ยาหรือม้วนคัมภีร์ทำมาจากส่วนผสมเวทย์มนต์ที่หายากหรือชิ้นสัตว์ของมอนเตอร์ที่พบในดันเจี้ยน

กล่าวอีกอย่างได้ว่า ระบบนิเวศของเฟาสท์ผูกมัดดันเจี้ยนเอาไว้และดันเจี้ยนก็ไม่ได้แพร่หลายอย่างในเกมทั่วไป แม้แต่อาณาจักอันดราโต ก็มีดันเจี้ยนเพียง 25 ดันเจี้ยน และทั้งหมดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองใหญ่ และเมืองเล็กๆ

นั้นคือเหตผลที่อาณาจักอันดราโตมี 20 เมืองเล็กๆ และมีเมืองใหญ่ 5 เมือง ดันเจี้ยนเปรียบเสมือนศูนย์กลาง เศรษฐกิจของคนที่นี่และได้รับการอ้างสิทธิ์ที่จะจัดการอย่างเหมาะสม สร้างผลกำไรไม่รู้จบสำหรับผู้ที่ตั้งรกรากอยู่ใกล้ๆ

เท่าที่ดาเรียสรู้จากแพคข้อมูล มันทำให้เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาราจักอันดราโต ดาเรียสจึงตัดสินใจเลิกใช้กฏข้อที่ 5 ของการเปลี่ยนแปลงซะก่อน ไม่มีทางแก้ปัญหาที่มองไม่เห็น จนกว่าจะเข้าไปยังตัวเมืองที่อยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้าน โพเลเรีย

สิ่งนี้นำดาเรียสไปสู่ปัญหาที่ 2 ที่ต้องตรวจสอบ นั้นคือการวิเคราะห์ที่มาของคลาสไอเท็มแมนเซอร์ก่อนอื่น อะไรคือคลาสไอเท็มแมนเซอร์

ดาเรียสเคยเห็นคำป็อปอัพบนโลกเพียงครั้งเดียว ในระหว่างอนิเมะเรื่องรอมคอมที่มีการอพยพ ที่เขาดูตอนอายุ 57 กับหลายชาย เป็นอนิเมะที่ค่อนข้างสนุก แม้ว่าดาเรียสจะไม่เข้าใจมุมกล้องว่าทำไมถึงได้ยั่วยุทางเพศตลอดเวลา บางทีอาจเป็นเพราะผู้ใหญ่มักนั่งดูร่วมกับคนหนุ่มสาว

ไม่ว่ากรณีใดๆ ตัวละครหลักเรื่องนั้น ถ้าเรียสจำไม่ผิด ดาเรียสเคยพบกับคนพากษ์ นั้นคือเหตุผลที่ดาเรียสกำหนดคลาสนี้เป็นคลาสผู้ประเมิน/หรือเปลี่ยนไอเท็ม เมื่อเห็นคลาสนี้บน วงล้อแห่งโอกาส

ในเรื่องนั้น ตัวละครมีความสามารถในการบอกลักษณะที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นหรือแม้แต่แก้ไข้มันตามความต้องการ นั้นอาจจะเป็นที่มาของความสามารถในการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่มีคือศักยภาพสูงสุด ตัวละครนั้นดูเหมือนจะจำกัดอยู่ที่สิ่งของบางอย่างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ซีซั่น ได้เปิดเผยว่านั้นเป็นตัวร้ายหลักของเรื่องและตัวละครนั้นก็เก็บว่อนความสามารถที่เลวร้ายเอาไว้

เพราะนั้นคือการความสามารถที่เปล่ยนผู้คนให้กลายเป็นสิ่งของ !!!

แต่ถึงอย่างนั้นอนิเมะเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีภาคต่อทันที และใช้เวลาอีกนานกว่าจะออกฉายอีกครั้ง ดาเรียสต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการปลอบเด็กๆ ที่ต้องการที่จะดูมากกว่านี้ และร้องขอให้ดาเรียสซื้อสตูดิโอเพื่อที่จะถ่ายทำมันต่อใให้เร็วและในที่สุด ดาเรียสก็เสียชีวิตก่อนที่จะได้รุ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลับจากเรื่องนั้น

ดาเรียสเอนหลังและนั่งยิ้มเมื่อคิดถึงหลานชายทั้งสองคนของเขา โจนัสและเจมส์ โจนัสคนโตเป็นหัวหน้าสถานที่บันเทิงที่ดาเรียสสร้างขึ้นในขณะที่เจมส์อายุน้อยกว่าได้เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

ดาเรียสสงสัยว่าทั้งสองคนในตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เจมส์จะเลิกใช้ชีวิตที่หยาบกระด้างและออกมาใช้ชีวิตในแบบของตัวเองรึเปล่า และโจนัสละจะทำอะไร ดาเรียสเคยได้ยินมาไม่นานนี้ว่าลูกสาวคนโตของเพื่อ ได้กลายเป็นไอดอลไปแล้ว

ดาเรียสชะงักเมื่อจิตใจปลอดโปร่ง และหัวเราะออกมาอย่างเชื่องช้าเมื่อจำได้ว่า เขาไม่ได้อยู่บนโลกเดิมอีกแล้วแม้ว่าจะพยายามทำตัวเหมือนชายหนุ่มที่พร้อมจะแต่งงาน แต่จิตใจของดาเรียสยังทำให้เขาหลงไหลในนิสัยที่เขามีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ดาเรียสอายุเพียง 13 ปี แม้ว่าจะมีอายุของจิตใจมากว่า 70 ปี แต่ดาเรียสก็ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่จนเกินไป ไม่เช่นนั้นมันจะน่าสงสัยไป

ดังนั้นดาเรียสจึงดึงความคิดกลับไปสู่การพิจารณาที่เขากำลังทำอยู่ ทักษะการวิเคราะห์ของระบบ นั้นคล้ายกับความสามารถของดาเรียส แต่ข้อแต่กต่างคือ ดาเรียสมีข้อจำกัดต่างๆ และถึงเวลาที่ต้องทดสอบต่อไปแล้ว

พอร์เทียตกใจกับการปรากฏตัวของดาเรียส และได้พูดว่า

“ท่านดาเรียส ฉันได้เตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเอาไว้ให้ท่านแล้ว”

เธอยื่นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเนื้อดีและกางเกงสีดำจากผ้าฝ้าย ดาเรียสเอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยความสับสนและพูดว่า

“เธอรู้ขนาดเสื้อของฉันได้ยังไง”

มันเป็นเรื่องที่แปลก เดเร็กถูกฝึกฝนอย่างดีโดยไร้เทคโนโลยีใดๆ เมื่อเทียบกับดาเรียสที่อายุ 13 ปี บนโลกที่เติบโตมาโดยไม่มีภาระงานบ้านหรือการทำฟาร์ม ดาเรียสจึงผอมแห้งแรงน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับตอนนั้น

พอร์เทียดูเหมือนว่าเธอหวังที่ดาเรียสจะถามคำถามนี้และเธอตอบอย่างเขินอาย

“อันที่จริงมันเป้นเสื้อของพี่ชายฉัน แต่ฉันเอาไปปรับแก้ขณะที่ท่าดาเรียสกำลังอาบน้ำ”

ดาเรียสหยิบเสื้อผ้าและค่อยๆตรวจดูและเห็นว่ามีตะเข็บที่สองอยู่ที่ด้านข้างของตะเข้บเดิมซึ่งช่วยลดความกว้างของเสื้อทำให้พอดีตัวขึ้น ดาเรียสได้ขอบคุณพอร์เทียสำหรับเสื้อผ้า ทำให้เธอหน้าแดงและรีบเดินออกไป ดูเหมือนจะเป็นการขอบคุรที่เป็นมิตรแต่ภายในใจของดาเรียสกำลังหนักใจ

ดูเหมือนการกล่าวขอบคุณในครั้งนี้ ทำให้พอรืเทียดุจะหลงใหลดาเรียสมากขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้าทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกัน พอร์เทียคงเอาแต่นั่งจ้องเขาทั้งวันแน่ๆ

ดาเรียสเกาหัวและถอนหายใจ เขาเดินผ่านโถงทางเดินด้วยผ้าขนหนูที่คาดเอวเอาไว้และเข้าไปในห้องนอนของพอร์เทีย ซึ่งทำให้เะอตกใจมาก บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่ ทำให้ดาเรียสสับสนนิดกับห้องต่างๆ ดาเรียสได้ขอโทษและเดินออกมาซึ่งทำให้พอร์เทียรู้สึกผิดหวัง

ดาเรียสต้องตรวจสอบ 2 สิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้ในขณะที่อยู่ในป่า

1. คือขีดจำกัดของกฏ 5 ข้อ ของความสามารถในการเปลี่ยนสิ่งของ

2.คือทักษะการวิเคราะห์เริ่มต้นของคลาส

นี่อาจเป็นคุณสมบัติที่ใช้ประโยชน์อย่างเด็ดขาดที่สุดของความสามารถนี้ มันเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงทำให้ทักษะนั้นทรงพลังจนไม่มีใครเทียบได้

ดาเรียสมีคะแนน CP อย่างจำกัดและตามกฏข้อ 1 มันจำกัดอยู่ที่ 10 CPต่อวัน (CP คือคะแนนการเปลี่ยนแปลง) แต่มีสิ่งของหลายอย่างที่เขาต้องการมันมากเกินจำนวนที่สามารถใช้ได้

ดาเรียสต้องใช้ช่องโหว่เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการในที่สุด รายการสำหรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้พอของค่า CP ดาเรียสจึงได้ร่างคำถามเอาไว้ 7ข้อ

1.เป็นไปได้ไหมที่เขาจะสามารถเพิ่มคะแนน CP ให้ได้รับมากกว่านี้ได้

2.ถ้าใช้คะแนนรายวันไปแล้ว 10 คะแนน และเปลี่ยนแปลงสิ่งของที่ตัวเองเป็นเจ้าของให้กลายเป็นคะแนน CP อีก 10 คะแนน ดาเรียสจะสามารถเพิ่มคะแนน CP ในแต่วันจาก 10 คะแนนให้กลายเป็น 20 คะแนนได้หรือไม่

3. ถ้าในวันนั้นใช้ 5 CP และเปลี่ยนสิ่งของจากสิ่งที่มีอยู่โดยดาเรียสเป็นเจ้าของ ให้กลายเป็น 5 CP ดาเรียสจะสามารถทดแทน CP ใช้ไปได้หรือไม่

4. ดาเรียสจะสามารถแปลงบางส่วนของสิ่งของให้กลายเป็นคะแนน CP ได้หรือไม่ หรือว่าต้องเปลี่ยนสิ่งของทั้งชิ้น

5.CP พิเศษที่ดาเรียสได้รับจากสิ่งที่เขาทำในข้อด้านบนจะสามารถคงอยู่ไปตลอดได้หรือไม่ หรือถ้าหากไม่ได้ใช่จะถูกหักทิ้งเมื่อเริ่มวันใหม่

6.ดาเรียสจะสาสารถเลือกใช้ CP ที่ได้รับในรายวันหรือ CP ที่ได้รับแบบพิเศษ ได้หรือไม่ หรือมีข้อจำกัดในการ

7. อะไรคือเกณฑ์สำหรับ “การที่จะสามารถเป็นเจ้าของไอเท็มหรือสิ่งของนั้นๆ ได้ “?

ประเด็นคือเนื่องจากคำถามที่ 7 ดาเรียสจึงไม่สามารถประเมิน 6 คำถามแรกได้ จนถึงตอนนี้เขาไม่สามารถแปลงอะไรลงไปได้เลยเพราะไม่มีไอเท็มใดที่เขาได้มาตรงตามเกณฑ์นี้!

ดาเรียสนั่งผ่อนคลายบนโซฟาขณะที่ดูข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง ดาเรียสไม่เคยได้ผ่อนคลายแบบนี้ตั้งวันแรกที่เขาเกิดมา ดังนั้นดาเรียสจึงขอบคุณในโอกาสนี้

ดาเรียสยังยืนยันบางสิ่งที่เขาควรจะทำและไม่ควรจะทำ ขณะที่อยู่ในสถานที่บางแห่ง ตัวอย่างเช่นเขาไม่ควรทักษะหอกในขณะที่อาศัยอยู่ที่นี่

สำหรับคลาสผู้วิเศษที่แตกแขนงออกไปเป็นทักษะทางกายภาพนั้นหายากและแปลกประหลาด มันเหมือนปริญญาเอกในโลกเก่า แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือต้องห้าม แต่ก็แปลกมาก อย่างไรก็ตามมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับสมญานามแปลๆ

ดาเรียสพยายามที่จะกลมกลืนเข้ากับสังคม ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องสร้างตัวตนที่สมเหตสมผลจากจุดแรกที่เขาได้พบกับสังคม จนกระทั่งเขาไปถึงระดับที่สูงขึ้น มิฉะนั้นตัวตนและต้นกำเนิดที่ไม่มั่นคงอาจจะผิดพลาดในภายหลัง

ระหว่างที่ดาเรียสนึกถึงครอบครัวของเขาบนโลก พอร์เทียก็ได้เคาะประตูเบาๆ และพูดว่า

“ท่านดาเรียส น้ำอุ่นได้ที่แล้วค่ะ”

ดาเรียสลุกขึ้นยืนและเปิดประตูและเห็นว่าพอร์เทียสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายตัวหลวมและพับแขนเสื้อขึ้นสวมกางเกงสีดำที่สั้น

ดาเรียสมองไม่นานก็เดินตามเะอไปยังห้องน้ำ พอร์เทียไม่พอใจเล้กน้อยที่ดาเรียสไม่แสดงความคิดเห็นในลุคทอมบอยของเธอ และคิดว่าเธอต้องพยายามให้มากขึ้น

ถ้าดาเรียสสามารถอ่านความคิดของเธอได้คงจะคร่ำครวญด้วยความหงุดหงิด ปีศาจได้ล่อลวงให้เขาทำสิ่งชั่วร้ายมากมายในชีวิตที่ผ่านมาและดาเรียสก็ได้ทำ แต่ในตอนเขากลับ

ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ดาเรียสได้เข้าไปในห้องน้ำและพบกับห้องเล็กๆ ที่ปูกระเบื้องและมีช่องระบายอากาศ มีอ่างขนาดกลางอยู่กลางห้องน้ำและน้ำร้อนที่พร้อมาอาบ

ข้างอ่างมีสบู่และเก้าอี้เล็กๆ นอกจากนี้ยังมีราวแขวนเสื้อผ้าที่อยู่ห่างจากอ่างน้ำเล็กน้อย ดาเรียสได้ถูกคางและพยักหน้า

“ขอบคุณที่เตรียมน้ำร้อนให้ ฉันจะอาบน้ำละ”

ดาเรียสจึงค่อยๆ ถอดเสื้อออกและแขวนไว้บนราวผ้า ในตอนที่ดาเรียสกำลังจะดึงกางเกงลง เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง เมื่อหันไปมองข้างหลัง พอร์เทียยังคงยืนอยู่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ พอรืเทียยืนอยู่อยากรู้อยากเห็นเด็กหนุ่มมากกว่านี้ แต่เธอก็ต้องเสียใจเมื่อดาเรียสพูดย้ำว่า

“พอร์เทีย ขอบคุณสำหรับการเตรียมน้ำร้อน แต่ตอนนี้ฉันต้องการที่จะอาบน้ำ”

พอร์เทียพยักหน้าและพูดว่า

“นั้นคือที่เหตุผลที่ฉันยังอยู่ที่นี่ ท่านดาเรียส”

ดาเรียสเงียบไปชั่ววินาที เขาจ้องมองไปที่เด็กสาววัยรุ่นยังคงมองดาเรียส คราวนี้ดาเรียสได้แสดงสีหน้าออกมาด้วยความปวดหัว มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างวิธีที่เขามองโลกกับวิธีที่คนเหล่านี้มอง

ก่อนอื่นจะมีพ่อคนไหนยอมให้ลูกสาวตัวเองอาบน้ำกับผู้ชายคนอื่น ที่มาจากไหนก็ไม่รู้ อย่างที่สองเธอเต็มใจที่จะทำ กับการที่พบกันครั้งแรกงั้นหรอ?

เธอโง่รึเปล่า เธอรู้เรื่องระหว่างเพสหญิงกับเพสชายรึเปล่า แต่ที่เธอายและกังวลมันแสดงให้เห็นว่าเธอรู้แน่นอนแต่เธอก็เลือกที่จะทำเช่นนี้

ดาเรียสไม่แน่ใจว่าจพตำหนิวัฒนะธรรมกฏหมายที่นี่ หรือยังไง ดาเรียสตัดสินที่จะพูดออกไป

“ได้โปรดไปรอฉันข้างนอก ฉันมีรอยแผลเป็นจากวัยเด็ก และฉันไม่อยากให้คนอื่นได้เห็นมัน”

แม้ว่ามันจะหยาบคายหรือทำให้เธอเสียใจ แต่ดาเรียสก็ไม่สนใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ พอร์เทียโค้งคำนับและเดินออกไปด้วยน้ำตา

ไม่สำคัญว่าชายหรือหญิงแต่การถูกปฏิเสธกับความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องที่น่าปวดใจ ดาเรียสตรวจดูว่าพอร์เทียได้ออกไปแล้วจริงๆ ก่อนที่จะถอดกางเกงและหย่อนตัวลงไปในอ่าง เขาถอนหายใจด้วยความสุขเมื่อได้รู้สึกว่าได้อาบน้ำ น้ำร้อนไหลซึมเข้าไปในรุขุมขนและร่างกายก็ผ่อนคลาย

ดาเรียสอยู่ในเฟาสต์มาประมาณ 3 วัน แต่เขาเพิ่งได้อาบน้ำจริงๆ เพียงครั้งนี้ ในฐานะคนสมัยใหม่ใครๆ ก็รักความสะอาด ดาเรียสสามารถก้าวข้ามผ่านจุดที่ตกต่ำมาทั้งหมดได้ด้วยความสามารถด้วยความรวดเร็วและระบบพิเศษ ดาเรียสนั่งลงในอ่างและเอื้อมมือไปหยิบสบู่และทำหน้าบึ้งเมื่อรู้ว่าสิ่งของนั้นอยุ่ไกลเกินที่จะหยิบ

บางที่อาจจะเป็นทางเลือกที่ถูกถ้าให้เด็กสาวอาบน้ำให้ ถึงกระนั้นดาเรียสก็ไม่ต้องการที่จะเรียกดเธอกลับมา ดาเรียสได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายกับความคิด ก่อนที่จะล้างตัวและเช็ดตัวออกไป ดาเรียสเอาผ้าขนหนูพันรอบเอวเอาไว้และเปิดประตูห้องน้ำออกไป และเห็นพอร์เทียยังคงยืนรอเขาอยู่

ห้องนอนได้รับการตกแต่งอย่างดีในรูปแบบของชนชั้นกลาง พรมแฟนตาซี ผ้าม่านหลากสีและชุดเซ็ทมีสไตล์ มันเป็นห้องนอนและห้องทำในงานในห้องเดียวกัน

ใครจะคาดคิดว่าแขกผู้มีเกียรติจะมาพักอาศัยกับแชงค์สในถิ่นทุรกันดาร ความจริงมันไม่มีควรมีใคร แต่แชงค์สคิดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ในสักวันและแชงค์สได้เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสดังกล่าว

ดาเรียสหันไปดาเดเร็กและพอร์เทียพร้อมกับพูดว่า

“ห้องนี้ละกัน ขอบคุณทั้งคู่มากเลยและขอขอบคุณท่าแชงค์สสำหรับน้ำใจนี้”

เดเร็กยิ้มกว้าง ไม่มีลูกคนไหนที่จะรังเกียจคำชมพ่อจากปากของพวกขุนนาง พอรืเทียหัวเราะนิดๆ และหันไปหาพี่ชายของเธอ

“เดเร็ก พี่ออกไปทำหน้าที่ของพี่เถอะ เดียวฉันจะดูแลท่านดาเรียสต่อเอง”

ใบหน้าของเดเร็กเริ่มสงสัยและจ้องมองน้องสาวและดาเรียส แต่นอกเหนือจากริมฝีปากของเดเร็กที่กระตุกเล็กน้อยและเดเร็กก็ไม่พูดอะไรถึงเรื่องนี้ และเดินออกไปและทิ้งดาเรียสและพอรืเทียไว้ในห้องนอน

พอร์เทียยิ้มเล็กน้อยและหันไปหาดาเรียส ทันใดนั้นเธอก็เอานิ้วของเธอมาม้วนเส้นผมและหมุนวนไปมา เธอจ้องไปดาเรียสและแสดงความรู้สึกออกมาจากดวงหน้าใบหน้าของเธอแดงเล้กน้อย

“ท่าดาเรียส ต้องการให้ฉันทำอะไรไหมคะ”

สำหรับเรื่องนี้ ดาเรียสยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรและยังครุ่งคิดอยู่ในใจ ตอนนี้ดาเรียสไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมารับมือกับความสนใจของเด็กสาว การปรากฏตัวของดาเรียส ทำให้พอรืเทียคิดว่า ดาเรียสเป็นไซออนผู้สูงศักดิืที่มีเสน่ห์ของความเป็นเจ้าชายที่มีพรสวรรค์ที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งไม่ใช่ว่ามันห่างไกลจากความเป็นจริง เนื่องจากค่าสถานะพรสวรรค์ของดาเรียสอยู่ 5 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนอื่นๆ

ที่จะทำให้เรื่องแย่คือ เธอก็อยู่ในวัยที่กำลังผลิบานเนื่องจากโดยปกติ อายุ 20-25 ปี เด็กหนุ่มสาวส่วนใหญ่มักจะสนใจในเรื่องความรักใคร่ สำหรับเด็กหนุ่มสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรงนั้นเย้ายวนต่อสิ่งที่อยู่ในกางเกง และสำหรับหนุ่มสาวที่มีหน้าตาหล่อเหลาหรือสละสวย มันจะเป็นที่ปราถนาที่จะทำให้หัวใจเต้นระรัว

วัยแรกรุ่น เป็นช่วงเวลาที่น่าหนักใจอย่างแท้จริงที่ผู้ใหญ่ทุกคนจะปิดบังใบหน้าของตัวเองเมื่อระลึกถึงวัยนั้นของตน

“ตอนนี้ฉันยังไม่ต้องการสิ่งใด นอกจากผู้ช่วยที่จะช่วยฉันในการทดลองถ้าเธอว่างและเต็มใจ”

ดาเรียสได้ตอบและถามในประโยคเดียวกัน

พอร์เทียพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น

“ได้ค่ะ ! ฉันจะช่วยเหลือท่านดาเรียสอย่างเต็มที่”

ดาเรียสพยักหน้าตอบขอบคุณ

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แต่ตอนนี่ฉันอยากมีเวลาพักสักหน่อย ถ้าเธอไม่รังเกียจ”

พอร์เทียโค้งคำนับ

“นั้นไม่ใช่ปัญหาค่ะท่านดาเรียส หากท่าต้องการอาบน้ำหรือทำความสะอาดเครื่องแต่งกายของท่าน เพียงแค่เรียกฉันฉันจะจัดการให้ท่าน….ได้ทุกอย่างที่ท่าต้องการ”

ดาเรียสยิ้มรับ

“ฉันขออ่านน้ำก่อนละกัน การเดินทางช่างยากลำบาก”

พอร์เทียโค้งคำนับและเดินออกไปจากห้องเงียบๆ และปิดประตู เมื่อดดาเรียสอยุ่ในห้องคนเดียวการแสดงออกด้วยความพอใจก็หายไปกลายเป็นสีหน้าที่บูดบึ้ง และสิ่งที่กลัวที่สุดก็เกิดขึ้น

ข้อมูลขนาดเล็กประกอบด้วยหลายสิ่งของอาณาจักรอันดราโต รวมถึงกฏหมายพื้นฐานบางอย่าง ในขณะที่อาณาจักอันดราโต มีลักษณะคล้ายกับยุโรปในยุคกลางการแบ่งปันศีลธรรมและกฏหมายก็มีอยู่ในยุคนั้นด้วย

ดาเรียสเป็นแฟนตัวยงของสื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับยุคกลาง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ดาเรียสสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้ได้อย่างรวดเร็วและอธิบายถึงข้อบกพร่องและความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น

ศีลธรรมทางเพศ…หรือดีกว่านั้น อย่างน้อยมาตราฐานโลกสมัยใหม่ ยุดกลางเต็มไปด้วยคนเฒ่าหัวงู สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในอาณาจักอันดราดต เนื่องจากพวกเขามีกฏหมายที่น่าหนักใจมากเกี่ยวกับอายุและความยินยอม

สำหรับเด็กผู้ชายที่จะยินยอมต้องมีอายุ 14 ปี ในขณะที่เด็กผู้หญิงจะต้องมีอายุ 12 ปี แต่กฏหมายที่จะทำให้ดาเรียสอยากจะอ้วกคือ สำหรับผู้เยาว์บนโลกอายุที่ยินยอมได้คือ 7 ขวบ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่าถึงแม้ผู้ใหญ่จะแตะต้องเด็กชายหรือเด็กหญิงอายุ 7 ขวบนั้นไม่ผิดกฏหมาย

ดาเรียสต้องตั้งสติตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดการกระตุ้น ในขณะที่ดาเรียสคิดว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งของความชั่วร้าย สิ่งเช่นนี้ไม่เคยอยู่ในขอบเขตของเขา การลอบสังหารหมู่ขององค์กรและการฉ้อโกงดาเรียสสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

การมึนเมาทางเพศและการผิดศีลธรรม เป็นลักษณะดังกล่าว ไม่เลย เพียงเพราะบางอย่างถูกกฏหมายแต่ไม่ได้ทำให้ถูกต้อง

ดาเรียสตัดสินใจเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยการเปิดข้อมูลตัวเองเพื่อที่จะจัดสรรคะแนนให้เป็นจ้าวแห่งทวนในขั้นพื้นฐานได้

ชื่อ: ดาเรียส สโตน

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: ไอเท็มแมนเซอร์

คลาสย่อย: ผู้วิเศษ

HP: 70/70

MP: 75/75

ระดับ: 3

ประสบการณ์: 120/300

ความแข็งแรง: 7

ความว่องไว: 10

ความอดทน: 10

สติปัญญา: 25

ความสามารถพิเศษ: 15

โชค: 15

AP: 0

SP: 0

ทักษะ: ศิลปะทวนพื้นฐาน – ระดับ 4, วิเคราะห์ – ระดับ 1, การสกิน – ระดับ 1, การฆ่าสัตว์ – ระดับ 1, การทำอาหาร – ระดับ 1, การซัก – ระดับ 1

สกิล: สปาร์ค- Lv.4, เอ็มเบอ – Lv.1

ดาเรียสพอใจกับการเติบโตของตัวเองจนถึงตอนนี้ แม้ว่ามันอาจจะดูช้า แต่เป็นเพราะดาเรียสไม่มีพื้นฐานการปฏิบัติการที่ตั้งไว้ ทำให้ไม่สามารถก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็ว

นี้เป็นอีกสาเหตุที่ดาเรียสตั้งคำถามกับเดเร็ก เกี่ยวกับจำนวนของมอนเตอร์และโจรในพื้นที่นี้ การจัดการพวกมันจะยากกว่า แต่ก็ดีกว่าการจัดการมอนเตอร์ อาจไม่ใช่ในแง่ของประสบการณ์ แต่ในแง่ของที่ดาเรียสสามารถเก็บเกี่ยวได้จากตัวของพวกนั้น

ด้วยศิลปะทวนพื้นฐานที่ดาเรียสเพิ่งเรียนรู้ และได้รับการจัดการปรับปรุงรวมถึงเวทย์มนต์ ดาเรียสเชื่อว่าตัวเองนั้นสามารถต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่วและไม่ต้องใช้ไหวพริบทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด

“และนี้คือ พอร์เทียลูกสาวของฉัน ส่วนนี้คือเดเร็กลูกชายฉันเอง พวกเขาจะดูแลคุณในระหว่างที่คุณพักอยู่ที่นี่ ระหว่างที่คุณทำธุระ เอ่ออ….”

แชงค์สพูดอย่างลังเล

เมื่อดาเรียสเห็นแววตาของแชงค์สที่ลังเล ดาเรียสคิดว่าไม่มีฉลาดเลยที่เขาจะเปิดเผยความจริงและทำลายความไว้วางใจของคนที่นี่ ดาเรียสจึงชี้นิ้วไปทางฝูงชนและใช้สกิล เปลวเพลิง

ทุกคนจ้องมองและถอยออกมาด้วยความกลัว แต่ก็สงบลงเมื่อเห็นว่าดาเรียสไม่ได้จะทำร้ายพวกเขา แต่ทุกคนเริ่มที่จะอยากรู้อยากเห็นและเริ่มเคารพดาเรียสอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแม้แต่แชงค์สเองก็เหมือนกัน

“หนุ่มน้อยเป็นผู้วิเศษงั้นหรอ คุณควรจะบอกพวกเราตั้งแต่ พวกเขาจะต้อนรับคุณอย่างดี”

“ขอโทษที่เสียมารยาท ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเอง ฉันชื่อ ดาเรียส สโตน ไม่จำเป็นต้องต้อนรับอย่างเป็นทางการ ต้อนรับด้วยความเป็นมิตรก็ดีเกินพอสำหรับฉัน พวกคุณไปทำงานและหน้าที่ของพวกคุณต่อเถอะ ไม่ต้องมาให้การดูแลฉันขนาดนั้น ฉันสามารถจัดการได้”

ดาเรียสตอบกลับ

“เอาละ ลอร์ดดาเรียส งั้นตามสบายนะ”

แชงค์สได้บอกให้ทุกคนกลับไปงาน และปล่อยให้ลูกสาวและลูกชายของเขาได้ดูแลดาเรียส

เดเร็กดูเหมือนแชงค์สซึ่งมีผิวที่ดี สีผิวแทนออกโทนแดงเล็กน้อย และร่างกายที่มีกล้ามเนื้อเหมาะสมกับวัยของเขาและผมสีส้มที่ดูเหมือนแชงค์ส์ เดเร็กมีดวงตาสีฟ้าและใบหน้าที่ดูหล่อเหลา ถ้าอยู่บนโลกเก่าเดเร็กอาจจะได้เป็นนายแบบหรือดาราดังๆ ก็ได้

สำหรับพอร์เทีย เธอมีผมสีดำยาว ดวงตาสีเข้มและใบหน้าที่สวยงาม และมีหน้าอกและสะโพกที่เกินวัย และสวมชุดเดรชยาวที่รัดสัดส่วนของร่างกาย ในขณะที่เดเร็กส่วมเสื้อสบายๆ เหมือนกับพ่อของเขา

พอร์เทียนั้นดูจะมีอายุราวๆ 14-15 ปี ในขณะที่เดเร็กดูเหมือนวัยรุ่นกลางๆ ที่มีอายุมากกว่า 2-3 ปี แม้ว่าดาเรียสจะมีอายุน้อยแต่จริงๆ จิตใจของเขาก็มีอายุกว่า 70 ปี

เดเร็กและพอร์เทียกล่าวทักทายดาเรียส

“สวัสดีครับ/ค่ะ หากต้องการอะไรสามารถบอกพวกเราได้นะครับ/ค่ะ”

ดาเรียสยิมให้ทั้งสองและกล่าวรับ

“ตอนนี้ฉันแค่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านและพื้นที่รอบๆ หมูู่บ้านแห่งนี้”

“คุณอยากรู้อะไรบ้าง”

เดเร็กถามกลับ

“ช่วยเล่าเกี่ยวกับ หมู่บ้านนี้ และบริเวณโดยรอบ ฉันอยากรู้เกี่ยวกับพวกมอนเตอร์ที่อยู่ในละแวกนี้ และก็พวกโจรต่างๆ หรือดันเจี้ยนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ “

ดาเรียสกล่าว

เดเร็กพยักหน้าและเริ่มบอกดาเรียสเกี่ยวกับบริเวณใกล้เคียง โดยเริ่มจากเรื่องมอนเตอร์ต่างๆ ที่ต้องระวัง และบอกเกี่ยวกับโจร 2-3กลุ่มที่อยู่ในป่าใกล้กับหมู่บ้าน แต่ได้ถูกแชงค์สจัดการเป็นระยะ แแและตัวเดเร้กเองก็ได้รับการฝึกฝนเพื่องานนี้ และโดยธรรมชาติและจะไม่มีดันเจี้ยนใกล้เคียง เนื่องจากพวกเขาไม่กล้าตั้งที่อยู่อาศัยกับใกล้ดันเจี้ยนหากไม่ได้รับอนุญาติจากพวกราชวงศ์

ดาเรียสรับข้อมูลเรานี้และรวบรวมรายละเอียดให้ได้มากที่สุด และดาเรียสได้วางแผนบางอย่างแต่มันต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนที่จะเริ่มทำตามแผนที่วาง

“คุณคงเหนื่อยแล้ว เดียวฉันจะพาคุณไปห้องพักสำหรับแขก”

พอร์เทียกล่าว

ดาเรียสค่อนข้างที่จะแสดงความไม่เป็นมิตรกับพอร์เทีย ไม่ใช่เพราะไม่ชอบเธอ แต่เธอเป็นคนดีเกินไปทำให้ดาเรียสรู้สึกอึดอัดและหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุย

ดาเรียสได้แต่ยิ้มตอบ พอร์เทียและเดเร็กพาดาเรียสเข้าไปในบ้านที่ดูเหมือนเป็นคฤหาสน์เล็กๆ มีห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น และโถงชั้นล่าง ตัวบ้านเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกมีห้องนอนและห้องอ่านหนังสือ พอร์เทียพาดาเรียสและเดเร็กไปและดูพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน ภายในนั้นได้รับการตกแต่งอย่างดี ปูพื้นด้วยไม้ขัดเงาและดาเรียสได้รับรู้ถึงความมั่งคั่งของแชงค์ส

พอร์เทียที่เปิดห้องต่างๆ ให้ดาเรียสได้ดูในขณะที่พาสำรวจภายในบ้าน

ดาเรียสวางหอกและได้เดินเข้าไปยังหมู่บ้าน ซึ่งเขาสังเกตเห็นว่ามันเป็นหมู่บ้านที่มีกระท่อมอยู่ราวๆ 50-70 หลัง และมีบ้านหลังใหญ่อยู่ที่ใจกลางหมู่บ้าน มีชาวบ้านจำนวนไม่มากนักโดยส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ และเด็กๆ และก่อนที่ดาเรียสจะเดินเข้ามายังหมู่บ้านก็ได้มีคนพบเห็นดาเรียส และชาวบ้านที่พบเห็นต่างก็รีบไปบอกต่อๆ กัน ดูเหมือนว่าจะรีบไปบอกผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการตัดสินของหมู่บ้าน

ดาเรียสได้เดินไปตามท้องถนนของหมู่บ้านจนมาถึงบ้านหลัก ดาเรียสสังเกตเห็นชาวบ้านที่กำลังทำงาน และเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นดาเรียส ชาวบ้านทั้งหมดก็หยุดทำงาน และค่อยๆ เดินทมาทางดาเรียส ดาเรียสสงสัยว่าพวกชาวบ้านกำลงัจะทำการตอนรับ ดาเรียสจึงเดินเข้าไปในประตูของบ้านหลัก และดาเรียสก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และผู้ใหญ่หลายคนต่างก็ยืนรอเพื่อรอให้ดาเรียสทำอะไรบางอย่าง

มีชาวบ้านประมาณ 200 คน โดยส่วนมากเป็นเด็กๆ และคนรุ่นราวคราวเดียวกับดาเรียสนั้นก็มีจำนวนที่น้อยกว่าเล็กน้อย นี่เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างใหญ่จากที่ดาเรียสได้ตรวจสอบข้อมูล

ดาเรียสหยุดอยู่ตรงหน้าของชาวบ้าน และทำท่าทีอย่างหละหลวมแต่เด็ดเดียวไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มที่ถูกจ้องมองด้วยความหวดากลัว และดาเรียสได้เอ่ยปากถามพวกชาวบ้าน

“ใครเป็นหัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนี้”

ชายร่างสูงผิวสีแดงเล็กน้อยและมีผมออกส้มทองเดินเข้ามาและพูดว่า

“ฉันเอง สามารถเรียกฉันว่าแชงค์สก็ได้”

เขามีหนวดเคราที่หนา และมีจอบพาดอยู่บนไหล่และมีร่างกายที่บึกบึนและดูแข็งแรง ซึ่งมันเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงการมีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำ

ในไม่ใช่สิ่งที่ดาเรียสเห็น แต่แชงค์สยังสวมชุดหลวมๆสีน้ำเงินที่มีโลโก้ซีดจางที่กระเป๋าอก โลโก้นั้นถูกเพิ่มลงในฐานข้อมูลของดาเรียส เพื่อให้ดาเรียสรู้ว่าแซงค์สนั้นต้องมีความสัมพันธ์และมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์

‘อดีตทหาร ปลดประจำการด้วยเกียรติประวัติสูงส่งและมาเริ่มต้นการใช้ชีวิตอยู่ที่แห่งนี้ แต่หมู่บ้านนี้ก็ใหญ่มาก แต่ก็เงยบสงบ’

ดาเรียสเริ่มคิดวิเคราะห์พื้นที่รอบๆ และผู้คน

ไม่มีร่องรอยของการซึกกร่อนบนอาคารซึ่งหมายความว่าพวกขเาพึ่งจะสร้างบ้านหลักหลังนี้มาไม่นานประมาณ 2-5 ปี นอกจากนี้ยังไม่มีร่องรอยของการต่อสู้หรือจากถูกโจมตีจากกลุ่มโจร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดูแลเมืองของแชงค์ส

“แชงค์…สำเนียงและรูปลักษณ์ของคุณ…..คุณมาจากเมืองขุนนางไม่ใช่หรอ?”

ดาเรียสถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ

แชงค์สหรี่ตาลงทันที และมองดูดาเรียสอย่างระมัดระวัง แชงค์สได้ทำการถือจอบเพื่อขู่ดาเรียสเล็กน้อย และถามว่า

“ดังนั้น คุณควรเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร”

ดาเรียสพยักหน้า

“ฉันรู้ แต่ฉันไม่ได้มาที่นี้เพื่อสร้างความเดือดร้อน ท่าแชงค์ส ฉันแค่อยากหาที่พักเพื่อที่จะทำธุระบางอย่างที่นี่”

แชงค์สเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าดาเรียสนั้นเรียกเขาว่า ท่าน แม้ว่าเขาจะเป็นอดีตอัศวินแต่หารของอาณาจักรใดๆ ที่มีตำแหน่งสูงส่งหรือเคยมี จะชื่นชชอบการได้รับความเคารพ

“ได้สิ ฉันอนุญาติ คุณอยู่ที่นี่ได้ไม่มีปัญหา พวกเรา ยินดีตอนรับนักเดินทางทุกคน แต่หมุ่บ้านของเรายังไม่มีการสร้างโรงเตี๊ยมหรือโรงแรม ดังนั้นฉันหวังว่าคุณจะไม่รังเกียจหากจะอยู่ที่บ้านของฉัน ? มันมีชื่อว่าบ้านไร่โพเลเรีย”

แชงค์ส กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“บ้านไร่โพเลเรีย ช่างเป็นชื่อที่น่ารักเสียจริงท่าแชงค์ส มันมีความหมายว่าอย่างไรรึ”

ดาเรียสถามต่อ

“ ถูกต้องแล้วหนุ่มน้อย มันเป็นชื่อภรรยาสุดที่รักของฉัน หลังจากที่ฉันผ่านสงครามการสู้รบมามากมาย ฉันจึงตัดสินใจที่จะหยุดและมาตั้งหลักแหล่งอย่างที่เธอต้องการมาตลอด และฉันได้ตั้งชื่อมันตามชื่อของเธอ จะได้รู้สึกว่าเธออยู่ที่นี่กับเรา”

แชงค์สกล่าวขณะที่ถอนหายใจหนักๆ

ดาเรียสยิ้ม เขาประสบความสำเร็จจากเด็กที่ไม่มีจุดกำเนิด มาเป็นเชื้อสายขุนนางชั้นสูงที่น่าเคารพและมีน้ำใจ ไม่ใช่แค่แชงค์ส แต่ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวก็ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นความโล่งใจของแชงค์ส ชาวบ้านนั้นเป็นชาวนาปกติทั่วไป อาณาจักรอันดราโต มีสังคมชั้นสูงในยุคกลางทั่วไป ซึ่งไม่ต่างจากสังคมยุคกลางบนโลกเก่า

ถ้าคนชั้นสูงบอกให้ชาวนากระโดดพวกจะทำได้แค่ถามว่าให้กระโดดสูงแค่นั้น ซึ่งคำสั่งของคนชั้นสูงนั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อต้านได้ พวกเขาจึงไปเรียกแชงค์สมา ซึ่งเป็นคนเดียวที่สามารถต่อรองกับขุนนางและเหล่าราชวงศ์ได้ ในตอนนี้เด็กชายผู้สูงศักดิ์ดาเรียส ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีและได้ประกาศว่าจะทำสร้างความเดือดร้อนในที่แห่งนี้

แม้ว่าดาเรียสจะชอบเชื่อว่าสิ่งต่างๆ นั้น จะเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะฝีปากของเขา ซึ่งมันทำให้ดาเรียสามารถเข้าสังคมได้ในทุกสถานการณ์ แต่ในใจดาเรียสรู้ดีว่า นั้นคือพรสวรรค์ของเขา ซึ่งมันจะมีบทบาทอย่างมากในการใช้ชีวิตในที่นี่และดาเรียสต้องอดทนและก้าวต่อไป

ดาเรียสได้ข้ามสะพานมาเป็นระยะทาง 23 กิโลเมตรในเวลาครึ่งวัน โดยไม่พบใครเลยหรือแม้แต่มอนเตอร์ แต่ตอนนี้เขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นเวลา 21.00 น. แต่เขาสามารถมองเห็นที่อยู่อาศัยในระยะไกลๆ ได้แล้ว

ตอนนี้ดาเรียสกำลังคิดว่า เขาจะเดินทางเข้าไปในเมืองในตอนกลางคือหรือรอจนเช้าด้วยการกลับเข้าไปนอนในป่าดี

ตอนนี้เขาต้องเผชิญกับทางเลือก ปรากฏตัวต่อหน้าคนทั่วไปในเวลากลางคืนและพยายามที่จะมีบทบาทในการชื่นชมตัวเองกับพวกเขาหรือรอจนถึงเช้าด้วยการนอนในป่าอีกครั้ง?

ดาเรียสได้นึกแผนดีๆ ขึ้นมาได้ โดยการให้มอนเตอร์ระดับต่ำโจมตีเขาสักนิดหน่อย และทำเป็นเดินโซซัดโซเซไปยังหมู่บ้าน จากนั้นอาจจะมีลูกสาวของชาวนาผู้ใจดีมาช่วยเหลือ นี่เป็นวิธีที่ดาเรียสนั้นได้วางแผนเอาไว้

หรืออีกวิธีที่คือ การเป็นเด็กถูกทิ้ง ซึ่งตอนนี้ดาเรียสยังเป็นเด็กๆ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะแกล้งเป็นลูกหลานของขุนนางที่พลัดหลงกับพ่อแม่และกำลังเดินทางเพื่อตามหาพ่อแม่ของเขา

หรือจะเป็นการเสแสร้งว่าเป็นลูกขุนนางที่ครอบครัวที่โดนโจรหรือมือสังหารจัดการจนเหลือรอดเพียงเขาคนเดียว และเขาก็กำลังออกตามล่าเพื่อล้างแค้น

‘ความคิดแรกน่าจะเวิร์คสุด ไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องที่ไกลตัวเกินไปหรือแสดงหนักเกินไป ซึ่งความจริงมันอาจจะหลุดออกมาสักคน’

อย่างไรก็ตามดาเรียสได้ได้คิดที่จะต่อสู้ในเวลากลางคืนซึ่งมันยากที่จะควบคุมการต่อสู้ให้เป็นไปดั่งที่เขาวางแผนไว้ จุดมุ่งหมายคือการพ่ายแพ้และมีบาดแผลเล็กน้อย แต่ดาเรียสก็ไม่ได้อยากเจ็บตัวมากนั้น

หลังจากครุ่งคิดอยู่สักพัก ดาเรียสก็ตัดสินใจที่จะนอนพัก หลังพบว่าการวิ่งเยาะๆและหยุดพักเป็นครั้งคราวทำให้เขาเหนื่อยล้า ในตอนนี้ดาเรียสต้องหารที่พักผ่อนที่ปลอดภัย ดาเรียสมองไปรอบๆ และพบรถเข็นที่พังอยู่ใกล้ๆ มันสกปรก มีฝุ่นมากมายและยังมีกลิ่นตุๆ แต่ก็เล็กน้อยพอที่จะใช้เป็นที่พักผ่อนที่มอนเตอร์ต่างๆ จะไม่สามารถเห็นเขาได้

ดาเรียสถอดเสื้อผ้าออกแล้วใช้มันคลุมตัวเหมือนผ้าห่ม และหยิบใบไม้มาพื้อปูเป็นที่นอน

ในตอนนี้ดาเรียสคิดได้ว่า สกิลน้ำน่าจะเหมาะกับสถาณการณ์นี้ อย่างน้อยก็สกิลการชำระบ้างอย่างที่สามารถทำความสะอาดสิ่งต่างๆ ได้ อย่างเช่นรถเข็นคันนี้

ดาเรียสอยากไปให้ถึงหมู่เร็วๆ เพราะมีหลายอย่างที่ต้องทำ ระหว่างนี้ดาเรียสก็พยายามทำให้ตัวเองสบาย เขาได้ใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลงที่เหลืออยู่ สร้างคัมภีร์เปล่าๆ ขึ้นมา 2-3 เล่ม

ดาเรียสรู้สึกถึงแรงกดดัน เพราะเขาไม่ได้มีทักษะมากมาย และจำนวนการเปลี่ยนแปลงที่จำกัด ในขณะที่กำลังคิดหาวิธีที่สมบูรณ์เปลือกตาของดาเรียสก็หนักอึ้งและในที่สุดเขาก็ผล่อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ไม่นานนักดาเรียสก็ลืมตาตื่นขึ้นและพบว่ามันยังไม่เช้านัก

มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนแบบนี้ ที่จะต้องตื่นตอนตี 5 และเข้านอนก่อน20.00-21.00 น. อย่างน้อยนั้นคือสิ่งที่ดาเรียสเรียนรู้จากต้นแบบพื้นฐานที่คล้ายกันในโลกเดิม ดาเรียสเอาเสื้อผ้าออกและคลานออกจากขถเข็นอย่างระมัดดระมังและรวดเร็ว และวางแผนที่จะทำตั้งแต่เมื่อวานที่จะเปลี่ยนแปลงคัมภีร์เปล่าเป็นทักษะต่างๆ

[คุณต้องการเปลี่ยนคัมภีร์เปล่าเป็นคัมภีร์คู่มือหอกพื้นฐานหรือไม่ มีค่า 4 คะแนน]

[คุณต้องการเปลี่ยนคัมภีร์เปล่าเป็นคัมภีร์เวทย์ว่างเปล่าหรือไม่ มีค่า 5.9 คะแนน]

ในขณะเดียวกัน ดาเรียสก็แทบจะใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลงของวันนี้จนหมด อย่างไรก็ตามข้อเสียของมันคือ มือขวาที่กำลังถือคัมภีร์เวทย์ที่ว่างเปล่า ในขณะที่มือข้างซ้ายถือคัมภีร์การใช้หอกขั้นพื้นฐาน ดาเรียสเริ่มเรียนรู้วิธีการใช้หอกทันที

สกิลที่ตรวจพบ. คุณต้องการเรียนรู้เนื้อหาของมันหรือไม่?

คำเตือน: คัมภีร์จะถูกทำลายเมื่อใช้วิธีนี้! ดำเนินการต่อ?

ดาเรียสยืนยัน หลังจากนั้นความรู้มากมายเกี่ยวกับการใช้หอกขั้นพื้นฐานก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา ดาเรียสหยิบหอกเหล็กออกมา และเหวี่ยงมันไปรอบๆ อย่างคล่องแคล่ว

Basic Lancer Arts – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: ความแข็งแกร่ง

คำอธิบาย: คุณเข้าใจพื้นฐานของ Lancer Arts อันล้ำค่าที่สูญหายไปนานในประวัติศาสตร์ สร้างความเสียหายด้วยหอก 5%

ดาเรียสประเมินจำนวนมอนเตอร์ที่เขาได้จัดการด้วยการโจมตีที่แปลกใหม่ ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจเมื่อดาเรียสได้อัพเลเวลไปถึงเลเวล 3 แล้ว

***เปลี่ยนจากคำว่า สัตว์ร้ายเป็นมอนเตอร์นะครับ***

ดาเรียสตระหนักได้ว่าเขาพบช่องโหว่อื่นๆ และวิธีการที่สะดวกสำหรับการอัพเลเวล ก่อนจะไปกับอารยธรรมของโลกใบนี้ ดาเรียสเดินหามอนเตอร์ อย่างเช่น กวาง กระต่าย และแกะ พวกมันนั้นคล่องแคล่ว แต่ด้วยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นของดาเรียส เขามีทักษะมากพอที่จัดการพวกมัน

หลังจากผ่านไป 4 ชั่วโมง ดาเรียสจัดเก็บเนื้อทั้งหมดลงคลังเก็บของ อย่างไรก็ตามเนื้อของพวกมันนั้นมีค่าไม่มากนัก ดาเรียสจึงเลือกทิ้งบางส่วนเพื่อที่จะได้ไม่เกะกะพื้นที่ของช่องเก็บของ

นอกจากนี้ดาเรียสยังต้องการทราบว่าช่องเก็บของนี้จะทำให้เนื้อเหล้านี้ยัง สด เหมือนเดิมไหม หรือแค่เพียง ชลอการเน่าเปื่อยของเนื้อให้ช้าลง

หลังจากรวบรวมเนื้อจำนวนมาก ดาเรียสก็ได้สำรวจดูไอเท็มต่างๆ ดาเรียสหยิบไอเท็มต่างๆ ที่เพิ่งได้รับออกมาตรวจดู

อัญมณีแปลก ๆ – เบ็ดเตล็ด

ความทนทาน:? /?

รายละเอียด: คริสตัลสีแดงน่ารักที่ส่องแสงแปลก ๆ นำไปให้ผู้ประเมินเพื่อดูรายละเอียดที่ซ่อนอยู่

ดาเรียส ยิ้้มที่มุมปากเมื่ออ่านรายละเอียดของมัน ซึ่งคลาส ช่าง เมื่อพัฒนาจนถึงระดับสูงสุด จะทำให้เขาสามารถกลายเป็นราชาแห่งการประเมินสินค้าและไอเท็มต่างๆ ดาเรียสจึงเปิดการใช้งานทักษะการวิเคราะห์อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบดูอัญมณีชิ้นนี้

Red Enchant – บริโภคได้ (คำว่าบริโภค ไม่ได้มีความหมายว่ากินอย่างเดียวนะครับ สามารถแปลว่า ใช้งาน หรือนำไปทำสิ่งอื่นๆ ได้ )

ความทนทาน: 1,000 / 1,000

คุณภาพ: ธรรมดา

คำอธิบาย: คริสตัลที่หายากและมีค่าอย่างยิ่งเกิดขึ้นในธรรมชาติเมื่ออยู่ต่อหน้าเวทมนตร์ธาตุที่รุนแรง ผู้วิเศษ สามารถใส่ไอเท็มที่มีธาตุไฟได้ด้วยสิ่งนี้

ดาเรียสเข้าใจ เพราะเคยเห็นอัญมณีแบบนี้ในเกมที่เล่นกับลูกๆ ของเขา และเมื่ออ่านคำอธิบายดาเรียสสังเกตุได้ว่า มันเหมือนสกิลเอ็มเบอ ของเขาและอัญมณีนี้สามารถสร้างความเสียหายในสถานะติดไฟ ได้ 5% ถ้าหากใส่ไว้กับอาวุธมันจะเป็นประโยชน์มากกับการต่อสู้

นอกจากนี้ดาเรียสยังตระหนักถึงคำว่าหายากมาก ซึ่งแสดงว่ามันเป็นไอเท็มที่ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้รับบ่อยๆ

สิ่งนี้เป็นประโยชน์มากกับการโจมตีเป็นวงกว้างทำให้ได้รับไอเท็มมากมาย ในขณะที่สกิลสปาร์ค ได้กำจัดมอนเตอร์ไปมากกว่า 50 ตัว แต่ได้รับไอเท็มน้อยกว่า 5 ชิ้น ทำให้ดาเรียสครุ่นคิดว่าโชคของเขาไม่ดีพอ แต่ไอเท็มบางชิ้นนั้นมีมูลค่าที่มาก

เมื่อตรวจสอบไอเท็มไม่มีสิ่งใดที่มีค่าไปมากกว่า Red Enchant และดาเรียสได้ใช้ความสามารถในการเปลี่ยนแปลง ในการปรับเปลี่ยนยาคุณภาพต่ำทั้งหมดให้กลายเป็นระดับทั่วไป และยังมีเบ็ดตกปลาที่พุพัง แต่ดาเรียสก็ไม่จำเป็นต้องใช้มัน เพราะแค่การโจมตีโดยใช้สกิลก็สามารถจัดการพวกมันได้ และยังต้องเสียค่าซ่อมอีก

ดาเรียสไม่สนใจเศษซากที่เหลืออยู่ และตัดสินใจเดินทางต่อ ประมาณ 700 เมตรนั้นมีแหล่งน้ำที่มีมอนเตอร์มากมายอาศัยอยู่ และสะพานข้ามแม่น้ำก็อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น อย่างไรก็ตามครั้งนี้ดาเรียสต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และมีฝูงสิงโตอยู่ที่ริมบ่อน้ำและลูกๆ ของมันก็กำลังเล่นน้ำกัน ขณะที่สิงโตตัวเต็มวัยคอยเฝ้าดู ดาเรียสได้ตรวจสอบข้อมูลของพวกมันทันที

สิงโตที่ราบลุ่ม – เลเวล 4

HP: 25/25 MP: 5/5

สิงโตที่ราบลุ่ม – เลเวล 5

HP: 40/40 MP: 10/10

แม้ว่าดาเรียสจะมีเลเวลที่สูงและมีความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น แต่การเดินไปในบริเวณนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยอันตรายสำหรับเขาเท่าไหร่ ขณะที่เดินไปตรงสะพาน ระหว่างทางก็มีสิงโตจำนวนมากจนเดินพ้นพวกมันมา ดาเรียสก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

สะพานนั้นมีสภาพที่ดี ดาเรียสสามารถมองเห็นรางเกวียนแห้ง เมื่อขามสะพานดาเรียสก็วิ่งเหยาะๆ ตอนนี้ความอดทนของเขาได้เพิ่มระดับมาถึงระดับมาตราฐานของผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี ดังนั้นดาเรียสสจึงไม่ค่อยเหนื่อยล้าเหมือนในตอนแรกมากนัก

เมื่อวิ่งมา 5 กิโล ดาเรียสจึงหยุดพักและถอดเสื้อผ้าออก ตากไว้เนื่องจจากมันชุ่นไปด้วยเหงื่อ ในขณะที่นั่งพักผ่อนและจิบน้ำบริสุทธิ์ ดาเรียสโดยปกติแล้วไม่ใช่คนที่รักการออกกำลังกาย แต่ตอนนี้เขาสามารถเข้าใจคนเหล่านั้นได้มากขึ้น ความรู้สึกของการมีชีวิต การเคลื่อนไหวและมีความสุขกับการเหน็ดเหนื่อย

หลังจากนั่งพักเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ดาเรียสก็เริ่มวิ่งต่อ ดาเรียสสามารถวิ่งได้ 1 กิโลเมตรในเวลา 15 นาที ซึ่งแสดงว่าเขาสามารถวิ่งได้ 4 กโลเมตร/ชั่วโมง

เมื่อสร้างกองไฟได้สำเร็จ ดาเรียสก็กระโดดกลับลงไปในแม่น้ำ และทำความสะอาดตัวอีกครั้ง และตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างละเอียด เมื่อสังเหตุเห็นเงาตัวเองในน้ำ

ผมสีดำสลวย ดวงตาที่สีเหมือนเฮเซลนัท ใบหน้าที่มีเชิงมุม มีกรามให้เห็นชัด ดาเรียสไม่แน่ใจว่าพระเจ้าสร้างให้เขาเป็นผู้หญิงสวยหรือผู้ชายที่หล่อเหลากันแน่ แต่ด้วยรูปลักษณะนี้ทำให้ดาเรียสรู้สึกระปรี้กระเปร่าเล็กน้อย

ในขณะที่ดาเรียสสังเกตุสิ่งนั้นของตัวเอง ก็พบว่ามันธรรมดาและเหมือนกับเด็กน้อยทั่วไป แต่เมื่อตระหนักได้เขาก็คิดได้ว่าตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 13 ปี มันจึงเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเขาโตขึ้นมันก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลง

‘หื้มแต้มต่างๆ ที่จะได้รับมา ควรเพิ่มไปที่ความอดทนรึเปล่านะ มันจะเพิ่มขนาดและความแข็งแกร่งของร่างกายฉันรึเปล่า มันอาจจะช่วยให้เจ้านั้นของฉันมีความแข็งแกร่งขึ้นด้วยไหมนะ ‘

ดาเรียสคิดว่าค่อยทดสอบเรื่องพวกนี้ทีหลัง

มันไม่ใช่แค่การเพิ่มขนาดของดาเรียสน้อย แต่เพื่อค้นหาผลพิเศษแต่ละประเภทที่มีส่วนต่อของร่างกาย และเขาควรที่จะได้เรียนรู้และจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น

ดาเรียสได้ว่ายน้ำไปมาอย่างเฉื่อยชาประมาณชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นเขาก็ขึ้นจากน้ำ และทำให้ตัวแห้งด้วยการใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ การเขย่าตัวเองเล็กน้อยเพื่อสบัดหยดน้ำ เมื่อตัวแห้งเรียบร้อยแล้ว ดาเรียสก็ใส่เสื้อผ้าที่ตากไว้

ดาเรียสได้ยืดร่างกายอย่างผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่นอย่างมาก และเมื่อมองไปที่สัตวืต่างๆ ที่มาดื่มน้ำ ดาเรียสคิดจะจัดการพวกมัน 2-3 ตัวเพื่อเพิ่มระดับของตัวเอง แต่ถ้าเขาโจมตีสัตว์สักตัว

ความสงบสุขที่พื้นที่นี้ มันคงจะกลายเป็นความวุ่นวาย ทำให้ดาเรียสหาวิะีอื่นและมองไปรอบๆ เพื่อหาสะพานไม้แต่ก็ไม่พบ

เมื่อตรวจสอบแผนที่ ดาเรียสพบว่าแม่น้ำมันจะมีล่องน้ำอยู่ประมาณ 1.5 กม ดังนั้นเขาจึงวาร์ปไปที่นั้น และพบกับปลามากมายในล่องน้ำนนั้น ดวงตาของดาเรียสเป็นประกาย และเขามีวคามคิดดีๆ อยู่

ดาเรียสได้ใช้สกิลสปาร์คลงไปในแม่น้ำ

[คุณได้รับ 1 EXP]

[คุณได้รับ 1 EXP]

[คุณได้รับ 1 … ]

[คุณได้รับ 5 EXP และคันเบ็ดหัก 1 อัน]

[คุณได้รับ 5 EXP.]

[คุณได้รับ 5 … ]

เอฟเฟกต์ที่น่าตกใจได้เกิดขึ้น เป็นไปตามที่เขาคิด กระแสไฟฟ้าเล็กๆ ที่ไม่ได้แรงมาก สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตในน้ำบริเวณนี้ได้ และเมื่อมันกระทบกับน้ำทำให้ความแรงของมันยิ่งเพิ่มขึ้น และสัตว์บางตัวที่กำลังดื่มน้ำก็ได้รับการโจมตีนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้บางตัวหมดสติล้มลลงไปและบางตัวก็ตายไปเลย

และแน่นอนว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำทั้งสาย รัศมีการโจมตีอยู่ในระยะ 100 เมตรรอบๆ ดาเรียสเท่านั้น จากนั้นดาเรียสก็ใช้สกิลนี้อีกรอบ

[คุณได้รับ 5 EXP และ 1 เหรียญทองแดง]

[คุณได้รับ 5 EXP และ 1 อัญมณี ]

[คุณได้รับ 5 …. ]

เนื่องจากการใช้สกิลสปาร์คลงในแม่น้ำนั้นเห้นได้ชัดว่ามันไม่สามารถฆ่าสัตว์ระดับ 3 ได้ และส่วนมากสัตว์ที่ตายจะเป็นสัตว์ระดับ 1 มากกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม ดาเรียสก็รู้สึกประสบความสำเร็จ

[ยินดีด้วย! คุณมาถึเลเวล 3 แล้ว!]

[คุณได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนนและคะแนนทักษะ 3 คะแนน !]

ดาเรียสได้คิดจัดสรรคะแนนให้เป็น ความคล่องตัว และ ความอดทน ทำให้ทั้งคู่เป็น 10 คะแนน ในขณะนั้นดาเรียสรู้สึกว่าร่างกายนั้นมีขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น และสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวนิดหน่อยจากปกติ

สำหรับคะแนนทักษะดาเรียสได้เพิ่มไปให้ทักษะการใช้หอก โดยเขาคิดว่าจะเพิ่มแต่ทักษะนี้จนกว่ามันจะไปถึง ระดับ 3

ดาเรียสได้เปิดแผ่นตัวละครของเขาและตรวจดู

ชื่อ: ดาเรียส สโตน

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: ไอเท็มแมนเซอร์

คลาสย่อย: ผู้วิเศษ

HP: 70/70

MP: 75/75

ระดับ: 3

ประสบการณ์: 120/300

ความแข็งแรง: 7

ความคล่องตัว: 10

ความอดทน: 10

สติปัญญา: 25

ความสามารถพิเศษ: 15

โชค: 15

AP: 0

SP: 3

ทักษะ: วิเคราะห์ – ระดับ 1, การสกิน – ระดับ 1, การฆ่าสัตว์ – ระดับ 1, การทำอาหาร – ระดับ 1, การซัก – ระดับ 1

คาถา: สปาร์ค – Lv.4, เอ็มเบอ – Lv.1

ดาเรียสได้ขยับเข้าไปอยุ่ใต้ต้นไม้ วางสัมภาระ และกินบาบีคิวและดื่มน้ำ พักผ่อนอย่างสบายๆ และต้องยอมรับว่ามันเป็นอาหารมือแรกที่รสชาตินั้นดีเยี่ยม

การกินอาหารโดยไม่มีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ อาจจะเป็นเรื่องที่เลวร้าย แต่ด้วยน้ำบริสุทธิ์ที่สามารถสร้างขึ้นได้นั้น ทำให้ดาเรียสรู้สึกอิ่มเอมใจ

ดาเรียสคิดว่าเนื้อหมีนั้นจะมีความเหนียวและเคี้ยวยาก เพราะปกติและดาเรียสกินเนื้อหมุหรือวัวมากกว่า แต่เขากลับรู้สึกประหลาดใจและพบว่ามันมีรสชาติที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของเนื้อหรือหรือการปรุงและทักษะการทำอาหารที่เขารับได้มา

ตอนนี้ดาเรียสก็อิ่มท้องแล้ว จึงลุกขึ้นยืน และรู้สึกกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความจริงที่ว่าเครื่องแต่งกายของเขาในตอนนี้ มันเริ่มที่จะขาด หลุดลุ่ย เขาจะทำอย่างไรดี

ดาเรียสทำได้เพียงเดินย่ำไปทางข้างหน้า ในขณะที่แสงแดดจ้ากระทบกับผิวสีแทนเบาๆ เหงื่อที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยนั้นเปียกโชก

หากปราศจากการสร้างน้ำ ดาเรียสคงไม่มีทางที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้แน่ แม้ว่าคนปกตินั้นมีแนวโน้นที่ความอดทนจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้

ซีซ่าร์ได้อธิบายไว้ว่า การมีอยู่ของคะแนนสถิติจากระบบวิเศษนี้ หมายถึงการเติบโตของเขานั้นขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง และหากต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นหรือฉลาดมากขึ้น จะต้องเพิ่มแต้มคะแนนต่างๆ ให้ตัวเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในด้านต่างๆ

ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติ ดาเรียสอาจสูญเสียความสามารถในการเติบโตแบบทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ แต่เขากลับสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ หากสามารถรวบรวม EXP ที่จำเป็นก่อน ก่อนที่เขาจะคิดวางแผนในการเติบโต

***เพิ่มเติม EXP มันคือค่าประสบการณ์นะครับเหมือนในเกม ดังนั้นจึงขอใช้คำว่า EXP ครับผม***

ดาเรียสตรวจสอบแผนที่และเห็นว่ามันมีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ ที่จะต้องเดินข้ามไป และจุดหมายปลายทางจะอยู่ห่างเพียง 23 กม. และการเดินเท้าก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน ในการเดินทางไปถึงจุดหมาย

ดาเรียสกำลังครุ่นคิดถึงการใช้แผ่นวาร์ป และควาคิดที่จะสร้างอันใหม่ที่ได้ระยะที่ไกลกว่านั้น ต้องใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลงถึง 3 แต้ม ทำให้ดาเรียสยิ่งถอนหายใจและก้มหน้าก้มตาเดินทางต่อไป

อย่างน้อยดาเรียสก็เดินทางโดยไร้สัตว์ร้ายต่างๆ จนถึงแม่น้ำ

มันเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่และใส มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ดาเรียสสามารถบอกได้ว่าแม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมืองอันดราโต มันมีข้อความกำกับบทแผนที่ว่า แม่น้ำลอส เดเมียนนจึงอ่านในแพคข้อมูลและพบว่ามันเป็นแม่น้ำสายสำคัญต่ออาณาจักร อันดราโต และอาณาจักรอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

‘หืมมันต้องเป็นแม่น้ำไนล์หรือแม่น้ำอเมซอนของโลกนี้สินะ?’

ดาเรียสลองเดินไปดูน้ำในแม่น้ำ และพบว่ามันใสมากจนน่าตกใจ และมีปลาแปลกๆ ว่ายอยู่ในน้ำ 2-3ตัว ในขณะที่สัตว์นักล่าและเหยื่อหลายชนิดต่างก็มาดื่นมาที่แม่น้ำนี้อย่างสงบ

โดยราวกับว่าแม่น้ำนี้เป็นพื้นที่ ที่สำคัญเป็นพิเศษสำหรับสัตว์ต่างๆ พวกมันเลิกสนใจที่จะล่ากันเองในบริเวณแม่น้ำ

ดาเรียสเดินไปในจุดหนึ่งและมองไปในน้ำก่อนที่จะวิเคราะห์มัน

น้ำพิเศษ- ของเหลว

ความทนทาน:? /?

คำอธิบาย: น้ำจากแหล่งน้ำที่มนุษย์ไม่รู้จัก มีความสามารถในการชำระล้างสิ่งสกปรกและลายให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามหากบริโภคเป็นเวลานานและมากเกินไปมันสามารถกัดกร่อนอวัยวะภายในของสิ่งมีชีวิตได้

ดาเรียสคิด แสดงว่าน้ำนี้มีความเป็นกรดอ่อนๆ เหมือนน้ำปะปาที่มีคลอลีน ดังนั้นการอาบน้ำที่นี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ในฐานะน้ำดื่นมันไม่ได้ต่างไปกับยาพิษเมื่อดื่มมากๆ บางทีมนุษย์ก้อยากจจะใช้น้ำนี้ในการดื่มและทำอาหารเหมือนกับสัตว์พวกนี้ แต่แบบนั้นมันก็เป็นอันตรายต่อร่างกายสิ หรือว่าอาจจะทำแบบนี้มาเป็นเวลานานร่างกายจึงปรับตัวเข้ากับมันได้ เมื่อดาเรียสเห็นว่าสัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำอย่างมีความสุขและไม่มีปัญหาใดๆ

ดาเรียสหยุดคิดเรื่องต่างๆ เขาถอดเสื้อออกขนเปลือยเปล่า และลงแม่น้ำเพื่ออาบน้ำล้างตัว น้ำนั้นเย็ดและสดชื่น แต่มันก็อบอุ่นมากพอที่จะไม่หนาวจนเกินไปเพราะแสงจากดวงอาทิตย์

ดาเรียสจดจ่ออยู่กับการซักเสื้อผ้าด้วยมือเปล่าอย่างเงอะงะ ก่อนที่จะจับผ้าไว้และปล่อยให้กระแสน้ำไหลผ่านเสื้อผ้า

อย่างที่คาดไม่ถึง…

[ยินดีด้วย! คุณได้เรียนรู้ทักษะซักผ้า!]

ซักผ้า – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 2 พลังงาน ต่อนาที

คำอธิบาย: ทำความสะอาดเสื้อผ้า ทรัพย์สินหรือสิ่งของต่างๆ โดยไม่ทิ้งคราบ คุณภาพของสินค้าที่ล้างแล้วทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5%

ดาเรียสถอนหายใจ และคิดว่าระบบนี้มันจะคิดทุกอย่างจนเกินไปแล้ว คนโง่เท่านั้นที่ตื่นเต้นกับการรียนรู้ทักษะง่ายๆ แบบนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับดาเรียส ดาเรียสมองทักษะนี้เป็นเพียงลูกเล่น ลูกเล่น 1 ในโลกแห่งนี้เท่านั้น

หลังจากนั้น 2-3 นาทีดาเรียสก็ขึ้นจากแม่น้ำ และสบัดเสื้อเพื่อไล่น้ำออก แต่เห็นได้ชัดว่ามันคงเปียกชื้นอยู่ ดังนั้นเขาจึงก่อก่องไฟอีกครั้งและแขวนเสื้อเพื่อให้มันแห้งได้เร็วขึ้นจากเปลวไฟและแสงอาทิตย์

ดาเรียสสามารถทำอาหารง่ายๆ ได้ อย่างเช่น ไข่ดาว ไข่ต้ม ข้าวต้มและเบคอนทอดหรือไส้หรอก แต่ถึงอย่างนั้นนั้นก็เป็นแค่พื้นฐานง่ายๆ โดยในชีวิตปกติอย่างเก่าของดาเรียส เขาจะมีพ่อครัวส่วนตัวหรือไม่ก็ไปกินอาหารที่ร้านอาหารสุดหรู

ดาเรียสเกาหัวและเดินออกไปจากต้นไม้ที่เขากำลังพักผ่อน ดาเรียสเดินและมองหากิ่งไม้แห้งจากบริเวณรอบๆ และเปลือกไม้เพื่อนำมากองรวมกัน

เขาพบหินบางก้อนและน้ำมากองล้อมรอบกิ่งไม้ที่เขาจะก่อเป็นกองไฟ จากนั้นดาเรียสก็ใช้สกิลเปลวเพลิงขนาดเล็กใส่ลงบนกิ่งไม้ เพื่อจุดกองไฟเพื่อทำอาหาร

เมื่อไฟแรงพอ ดาเรียสนำกกิ่งไม้มาทำให้ปลายแหลม เพื่อแทนไม้ในการเสียบชิ้นเนื้อ

ดาเรียสได้ทำการหยิบทรายจากพื้นขึ้นมา

[คุณต้องการเปลี่ยนทรายหนึ่งกำมือเป็นเกลือโคเชอร์หนึ่งกำมือหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.001 คะแนน ]

ดาเรียสตอบตกลง ตอนนี้ทรายสีน้ำตาลเข้มได้เปลี่ยนกลายเป็นแร่ธาตุสีขาวบริสุทธิ์ ที่มนุาย์ทุกคนใช้ในการปรุงอาหาร ส่วนประกอบน้ำช่วยให้อาหารมีรสชาติที่ดีขึ้นไปอีก หากไม่มีมันรสชาติอาหารคงเหมือนกับขยะ

เราสามารถทำอาหารได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องเทศ ใช้เพียงแค่เกลือก็สามารถทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีได้

ทางด้านซ้ายมือของดาเรียสคือชิ้นเนื้อของหมีเทา มันยังคงมีเลือดอยู่บนชิ้นเนื้อ เมื่อดาเรียสผ่ามันออกทำให้เขาขมวดคิ้ว อย่างไรก็ตามเขาเพียงแค่เจาะมันเข้าไปด้วยกิ่งไม้ที่เหลาปลายให้แหลมและมีขนาดเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของเนื้อชิ้นนี้ได้

ในขณะที่ย่างชิ้นเนื้อบนเปลวไฟ เลือดที่อยู่ในเนื้อก็หยดลงและส่งเสียงดังฉ่า ขณะที่เนื้อได้รับความร้อนอย่างรวดเร็ว ไม่น่าแปลกใจที่ไฟที่ถูกสร้างด้วยเวทย์มนต์นั้นร้อนแรงกว่าการจุดแบบปกติ

ดาเรียส โรยเกลือไปบนผิวเนื้ออย่างระมัดระวัง และค่อยๆ ย่างมันบนเปลวเพลิง ดาเรียสมองดูเนื้ออย่างใกล้ชิดโดยไม่ให้ไม่ไหวจนเกินไป และก็มีการแจ้งเตือนเข้ามา

ยินดีด้วย! คุณได้เรียนรู้ทักษะการทำอาหาร!

ทำอาหาร – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 2 พลังงานต่อนาที

คำอธิบาย: เตรียมอาหารด้วยมือ คุณภาพของอาหารปรุงสุกทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5%

ดาเรียสหยุดทำในสิ่งที่เขากำลังทำทันที ขณะที่รู้สึกว่าความรู้พื้นฐานของการทำอาหารรวมเข้ากับความคิดของเขา เกือบจะเหมือนว่าเขาเป็นคนทำอาหารขั้นพื้นฐานมาหลายปีแล้วแต่แค่ลืมวิธีทำไปชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อเสร็จแล้วดาเรียสได้โยนอาหารทิ้ง ในขณะที่ยืนขึ้น ดาเรียสต้องการอาหารที่เหมาะสมกว่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนที่เขากำลังอยู่ เขาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนอย่างเก่า

ดาเรียสยิ้มเมื่อมรความคิดเข้ามาในใจ

เขาหยิบกริซเหล็กออกมาและตัดไม้บางส่วนให้มีลักษณะเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น และตัดเนื้อหมีให้เป็นทรงสีเหลี่ยมเล็กๆ

ดาเรียสเดินไปรอบๆ พุ่มไม้ และดึงใบไม้ออกมา

[คุณต้องการเปลี่ยนใบไม้เป็นหัวหอมสดหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.003 คะแนน ]

ดาเรียสทำการเปลี่ยนแปลง ใบไม้ขยายใหญ่ขึ้นและกลายเป็นหัวหอมสุกสีชมพูที่เหมือนเพิ่งเก็บเกี่ยวมาสดๆ ใหม่ ๆ เขาไม่เสียเวลาในการหันมันออก เป็นชิ้นๆ

และล้างมันด้วยน้ำบริสุทธิ์ และเคลือบเนื้อด้วยเกลือในปริมาณที่พอเหมาะ ตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะประกอบอาหารบาบีคิว

มันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับดาเรียสในตอนนี้ และการหาส่วนผสมที่จำกัดจากคะแนนการเปลี่ยนแปลง และรสชาติของมันก็พออกินได้ โชคดีที่มีหัวหอมอยู่ในโลกนี้ และดาเรียสคงต้องเพิ่มบางอย่างก่อนที่บาบีคิวของเขาจะทำเสร็จ

ดาเรียสทำบาบีคิวตามเนื้อผ้า ด้วยส่วนประกอบที่มีอยู่ เนื้อชิ้นสลับกับหัวหอมชิ้นจนในไม้นั้นมีเนื้อ 5 ชิ้น และหัวหอม 4 ชิ้น

ดาเรียสทำบาบีคิวทั้งหมด 5 ไม้ และเสียบปลายด้านล่างของไม้ไม้ที่พื้น เพื่อตั้งไว้

จากนั้นเขาก็เทน้ำลงบนฝ่ามือ

[คุณต้องการเปลี่ยนน้ำบิรสุทธิ์เป็นน้ำมันปรุงอาหารหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.005 คะแนน]

ดาเรียสทาน้ำมันบนบาบีคิว และตรวจสอบว่าเคลือบมันอย่างดี จากเขาจึงไปล้างมือให้สะอาด ก่อนที่จะมาปรุงบาบีคิวต่อ

ตอนนี้เหลือแค่ส่วนผสมสุดท้ายที่ดาเรียสจะต้องใช้เพื่อให้รสชาติของมันสมบูรณ์แบบ

[คุณอยากจะเปลี่ยนทรายเป็นเครื่องเทศไหม? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.0012 คะแนน ]

บาบีคิวทะเลทราย – บริโภคได้

ความทนทาน: 1/1

คำอธิบาย: เนื้อเสียบไม้ที่มีรสชาติดีพอ ๆ กับกลิ่นของมัน สามารถฟื้นฟูค่า พลังงาน และ เลือด ได้สูงสุด 2 คะแนนเมื่อไม่อยู่ในการต่อสู้

หลังจากพิจารณาอีกเล็กน้อยดาเรียสก็ตัดสินใจที่จะเลือกหอก ธนูนั้นดีแต่การมีรูปแบบการต่อสู้ระยะไกล

ในทางกลับกันรูปแบบการต่อสู้ระยะใกล้และระยะกลางของหอกที่เพิ่มเข้ามาในสไตล์เวทย์มนตร์ระยะไกลของเขาเป็นส่วนผสมที่ลงตัว

ในความจริงแล้วตอนี้ดาเรียสกำลังคิดว่าทำไมนักเวทยืหอกถึงไม่มี แต่กลับมีนักเวทย์ถือดาบที่มีในคลาส ดาบเวลทย์มนต์

ท้ายที่สุดคนที่แกว่งดาบเหมือนวีรบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่สามารถยิงลูกไฟออกมาได้ ก็ดูเท่กว่าคนที่ทำเช่นเดียวกันแต่เปลี่ยนไปถือหอก อย่างไรก็ตามดาเรียสไม่ใฝ่หาความเท่ในรูปแบบนั้น แต่ใฝ่หาสิ่งที่ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์มากทที่สุด

เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงเปลี่ยนเกณฑ์

[คุณต้องการเปลี่ยนดาบเหล็กสนิมเป็นหอกเหล็กหรือไม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.25 คะแนน ]

มันค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนเป็นดาบปกติ แต่ก็เข้าใจได้เพราะหอกมีปริมาณโลหะที่มากกว่าดาบ

ในเสี้ยววินาทีนั้นมือของดาเรียสก็ไม่ได้ถือดาบเหล็กสนิมอันน่าสังเวชอีกต่อไป ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะสลายไปและในวินาทีถัดไป มันก้ได้กลายเป็นหอกเหล็กที่ทำขึ้นอย่างประณีตสีเทาเข้มที่มีหัวหอกมีด

น้ำหนักที่หนักของมันค่อนข้างหนักในการแบกไปรอบ ๆ และเขาแทบจะไม่สามารถเหวี่ยงมันได้เลย ก่อนที่ดาเรียสจะเกือบจะล้มลง

‘อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคือน้ำหนักของมันแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องทำความคุ้นเคยและฝึกใช้มัน’

ดาเรียสบ่นและคิดที่จะฝึกแล้วใช้มัน

หอกเหล็ก – อาวุธ

ความทนทาน: 50/50

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ความเสียหาย: 7-10

รายละเอียด: หอกที่คมและสมดุลทำจากเหล็กอย่างดีและงานฝีมือที่ดีที่สุด สร้างขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงที่บริสุทธิ์

ดาเรียพยักหน้าด้วยความยินดี ตามที่คาดไว้ของทักษะการเปลี่ยนแปลง จริงๆแล้วมันไม่ได้ตัดมุมในการผลิต ความเสียหายขั้นต่ำของหอกนั้นมากกว่าเป็นสองเท่าของความเสียหายสูงสุดของกริชเหล็ก

ดาเรียสยิ้มในขระที่เขาตัดสินใจที่หาทักษะการใช้หอกและพัฒนาการใช้หอกขึ้น แต่ดาเรียสสงสัยว่ามันจะไม่ง่ายแบบ ทักษะการชำแหละ เนื่องจากทักษะนี้เป็นทักษะง่ายๆ ในการชำแหละซากสัตว์

โชคดีที่ต้องขอบคุรความสามารถในการเปลี่ยนแปลง ดาเรียสจึงไม่ต้องเรียนรู้การใช้หอกอย่างจริงจังนัก เขาสามารถเรียนรู้ทักาะได้จากสิ่งที่เขากำลังจะเปลี่ยนแปลงในต่อไปนี้

ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงหยิบใบไม้ใบหนึ่งและเปลี่ยนมันเป็นหนังสือเปล่าๆ

[คุณต้องการที่จะเปลี่ยนใบสนเป็นหนังสือเปล่า? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.01 คะแนน]

เมื่อหนังสือถูกสร้างขึ้น ดาเรียสได้ตรวจสอบว่ามันจะมีราคาเท่าไหร่ในการสร้างเป็นคู่มือหอกขั้นพื้นฐาน

[คุณต้องการเปลี่ยนหนังสือเปล่าเป็นคู่มือหอกขั้นพื้นฐานหรือไม่? ซึ่งจะมีค่า Conversion 4 คะแนน]

ดาเรียสรู้สึกเซ็งเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ และตอนนี้เขาต้องทำอะไรอย่างรอบคอบและใช้เวทย์มนต์ในการต่อสู้ไปก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขายัมีแผ่นวาร์ปที่ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่อันตราย

สำหรับตอนนี้ดาเรียสได้คิดไปยังหัวข้อสำคัญในการอยู่รอดบนโลกใบนี้ เขาถอดเหรียญทองแดงออกมาจากคลังเก็บของ

[คุณต้องการเปลี่ยนเหรีนญทองแดงเป็นเหรียญเงินหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.1 แต้ม]

ดาเรียสเม้นริมฝีปากของเขา นี้เป้นการกระทำที่ทำให้ใจของเขาสั่นไหว สิ่งที่้ขาค้นพบเป็นสิ่งที่อื้อฉาวและหากมีใครรู้เขาจะต้องถูกฆ่าตายเป็นอันแน่

ดาเรียสสามารถพิมพ์เงินเองได้ และเป็นของแท้ เมื่อพิจารณาลักษณะและความสามารถของทักษะการเปลี่ยนแปลงนี้มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ

ในฐานะพ่อค้า ดาเรียสเกลียดชังและรักความสามารถนี้ เขาเกลียดมันเพราะค่าใช้ง่ายของมันค่อนข้างสูงหากคิดไม่ละเอียดรอบคอบพอ และเขาชอบมันเพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เขากฌจะมีเงินเพียงพอในการใช้จ่ายสิ่งต่างไ ตราบใดที่เขาคอยผลิตเงินไปในทุกๆ วัน

ดาเรียสได้ทำการทดลองเพิ่ม

[คุณต้องการเปลี่ยนเหรียญทองแดงเป็นเหรียญทองคำหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.3 แต้ม]

ใจดาเรียสยิ่งสั่นไหว ดุเหมือนว่าสกุลเงินชั้นสูง นั้นไม่มีทางหลีกหนีจากเขาไปได้ ดาเรียสสามารถผลิตเหรียญทองคำได้ง่ายๆ

ตามมาตรฐานของโลกการมีเงินกว่า 100,000 เหรียญไม่ใช่เรื่องตลกและมันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและมีเพียงเหล่าขุนนางที่สามารถถือเหรียญทองคำได้

ถึงกระนั้นดาเรียสมีแต้มการเปลี่ยนแปลงเหลืออยู่ 1.84 แต้มในวันนี้ เขาจึงเปลี่ยนเหรียญทองแดงเป็นเหรียญทองคำ 5 เหรียญทำให้เขาเหลือแต้มการเปลี่ยนแปลงอยู่ 0.34 แต้ม และสิ่งสำคัยสำหรับดาเรียสในตอนนี้คือการหาที่ดินเป้นของตัวเองนั้นคือจุดมุ่งหมายของดาเรียสในตอนนี้

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่คิดเป้นไปดั่งนั้น ดาเรียสจึงให้ความสนใจกับปัญหาอื่น ตอนนี้ดาเรียสมีแต่ความหิวโหย เพราะเขายังไม่ได้กินอะไรเลยนับตั้งแต่มาเกิดใหม่

ดาเรียสได้เพียงแต่ดื่มน้ำบริสุทธิ์ไปซึ่งมันช่วยขจัดความหิวโหยได้ แต่นั้นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างถาวร โดยเฉพาะการยิ่งดื่มน้ำบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ยิ่งทำให้คุณภาพการรักษาลดลงเท่านั้น

จากนั้นดาเรียสพยายามที่จะถลกหนังและฆ่าหมีเทาตั้งแต่แรก ตอนนี้ดาเรียสพบต้นไม้ใหญ่ที่ดูดีเขาจึงนั่งพักใต้ต้นไม้นั้น

ลมอ่อนๆ และอากาศก็สดชื่น หลังจากนั่งพักผ่อนไม่นานเขาจึงจิบน้ำบริสุทธิ์เพื่อชะล้างความเหนื่อยล้าจากนั้นก็นอนงีบสักแปปเพื่อพื้นฟูพลังงาน

เมื่อทำเสร็จแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มทำในสิ่งต่อไป

ได้เวลาเรียนรู้วิธีทำอาหาร

ยาเพิ่มพลังชีวิตระดับต่ำ – บริโภคได้

ความทนทาน: 1/1

คำอธิบาย: น้ำยาคุณภาพต่ำที่คืนค่าพลังชีวิต 5 แต้ม

ยาเพิ่มมานาระดับต่ำ – สามารถบริโภคได้

ความทนทาน: 1/1

รายละเอียด:น้ำยาคุณภาพต่ำซึ่งจะคืนค่ามานา 5 แต้ม

น้ำยาเพิ่มพลังงานระดับต่ำ – บริโภคได้

ความทนทาน: 1/1

คำอธิบาย: น้ำยาคุณภาพต่ำซึ่งจะคืนค่าพลังงาน 5 แต้ม

ดาบเหล็กสนิม – อาวุธ

ความทนทาน: 0.5 / 0.5

ความเสียหาย: 0.1-0.4

คำอธิบาย: ดาบผสมคุณภาพต่ำที่พังพินาศจากการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ใบหน้าของดาเรียสเปลี่ยนไปเมื่อเขาอ่านคำอธิบายของดรอปที่เขาได้รับ ในขณะที่เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากอาวุธที่มีแท็ก ‘สนิม’ แต่มันก็เกินไป …

อาวุธนี้แย่มากซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดาเรียสเคยเห็นอะไรแบบนี้ในเฟาสต์ เขาตัดสินใจที่จะเดินต่อไปยังจุดหมายพร้อมกับตรวจสอบสิ่งอื่น ๆ ที่เขาได้รับ

การปรุงยานั้นพอใช้ได้ ดาเรียสไม่ได้มีความหวังมากสำหรับการน้ำยาที่มีแท็ก ‘ระดับต่ำ’ แต่จริงๆแล้ว 5 แต้ม นั้นไม่เลวเลยเมื่อเทียบกับระดับในปัจจุบันของเขา ในขณะที่ยาเพื่อสุขภาพไม่สามารถนำเขากลับมาจากความตายได้อย่างแน่นอนและเขายังหาวิธีวัดความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ แต่ยามานาก็มีประโยชน์อยู่แล้ว

ด้วยการกำจัดมานา 50 แต้มในขณะนี้ 5 แต้มดูเหมือนจะไม่มากนัก แต่มันก็ทำให้เขาสามารถใช้สกิลได้อีก 5 ครั้ง

ดาเรียสเปรียบเทียบกริชเหล็กของเขากับดาบเหล็กสนิมนี้และขมวดคิ้ว เป็นความจริงที่ว่าไอเทมที่ผลิตด้วย การเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ในจุดสุดยอดของเกรด / หมวดหมู่ที่เฉพาะเจาะจง แต่ความแตกต่างนั้นน่าตกใจอย่างแท้จริง

ดาเรียสยังตรวจสอบยาเพิ่มพลังชีวิตทั่วไปที่เขาได้รับจากการต่อสู้กับหมีเทาก่อนหน้านี้

ยาเพิ่มพลังชีวิตทั่วไป – บริโภคได้

ความทนทาน: 5/5

คำอธิบาย: น้ำยาคุณภาพทั่วไปที่คืนค่าพลังชีวิต 25 แต้มเมื่อดื่ม

‘เพื่อให้เราสามารถเติมพลังชีวิตปัจจุบันได้ครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่ามันจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อสู้ตั้งแต่นี้ไป แต่ก่อนอื่นเราควรพยายามเข้าใจขีดจำกัดของความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งของอย่างเต็มที่ ‘

ดาเรียสตัดสินใจที่จะทดสอบอีกเล็กน้อย

การทดสอบก่อนหน้านี้เป็นพื้นฐานเล็กน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่จะแปลงวัสดุประเภทต่างๆให้ก้าวสู่ระดับที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาสนใจที่จะตรวจสอบต้นแบบในการแปลงวัสดุประเภทเดียวกันให้มีคุณภาพสูงขึ้น

คุณต้องการเปลี่ยน น้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับต่ำ เป็น น้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับทั่วไป หรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.01 คะแนน

ดาเรียสลูบคางด้วยความตื่นเต้น สิ่งนี้ยืนยันทฤษฎีของเขา ว่าเวอร์ชันพื้นฐานของไอเท็มมีบทบาทสำคัญในต้นแบบที่เกิดขึ้นและตอนนี้เขารู้แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงขึ้นไปนั้นประหยัดแต้มอย่างมาก

ทำไมเขาถึงสนใจ?

มันง่ายมาก เมื่อดาเรียสเข้าไปในเมือง เขาสามารถมุ่งหน้าไปที่ร้านขายยาทั่วไปและซื้อยาระดับต่ำทั้งหมดในราคาถูกดดยไม่บอกความลับในให้ฟังรู้ และมาเปลี่ยนพวกมันเป้นระดับต่อไปได้อย่างดีเยี่ยม

ความฝันของพ่อค้าทุกคน!

นอกจากนั้นเขายังสามารถเปลี่ยนแบรนด์และขายใหม่ได้อีกด้วยเพราะเทคนิคการเปลี่ยนแปลงชั้นสูง จะสร้างยาที่แปลงแล้วขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคที่ดีที่สุดเท่าที่ ซึ่งหมายความว่าสินค้าต่างๆ ของดาเรียสจะดีที่สุดในการตลาด

สัญชาตญาณแห่งการค้าขายของเขา กำลังสั่นสะท้านด้วยความปิติยินดีจากโอกาสและประโยชน์ที่แท้จริงของความสามารถนี้ แต่เขาก็สงบลง สิ่งแรกก่อนอื่นเขาแปลงยาทั้งหมดของเขาเป็นระดับทั่วไป

จากนั้นเขาถือดาบเหล็กขึ้นสนิมและตั้งสมาธิ

[คุณต้องการเปลี่ยนดาบเหล็กสนิมเป็นดาบเหล็กหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.1 แต้ม]

คะแนนที่ต้องการนั้นสูงขึ้นเล็กน้อย มันสมเหตุสมผลเพราะการสร้างองค์ประกอบและขนาดของดาบม ถึงกระนั้นมันก็ถูกมากพอที่ดาเรียสไม่สามารถบ่นได้

แต่ครั้งนี้ดาเรียสปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง เขาต้องคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับทักษะทางกายภาพที่เขาต้องการมีและอาวุธใดที่จะช่วยเขาได้ดีที่สุด

ในตอนท้ายของวัน ดังที่ซีซาร์กล่าวในชั้นเรียนเป็นเพียงแนวทางในการช่วยเหลือการเติบโตของเขา ความจริงก็คือระบบสูงสุดของเขาทำให้เขาสามารถเรียนรู้ทักษะที่ต้องการได้อย่างอิสระ เขาสามารถกำหนดเส้นทางของตัวเองตามความต้องการของเขา

ดาเรียสพิจารณาการเรียนรู้ทั้งหอกดาบหรือธนู

หอกมีระยะที่ดีและรูปแบบที่เรียบง่าย แต่จุดอ่อนของมันคือทักษะและความยากลำบากในการฝึกฝน ทั้งสองอย่างจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเขาเพิ่มระดับของ AP ใน Agility และ SP ให้เป็นสกิลหอก

ดาบเป็นอาวุธที่พบมากที่สุดและเป็นอาวุธที่ได้รับพัฒนามากที่สุด มันรวดเร็วและแข็งแกร่งทั้งการใช้มือเดียวและสองมือ แต่ถึงอย่างนั้นจุดอ่อนของมันคือระยะการโจมตีที่สั้น และความรู้ในการใช้เทคนิคการโจมตีด้วยดาบ

จุดอ่อนประการแรกไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้งาน แต่ดาเรียสได้คนพบักาะพิเสษเพื่อสร้างจุดแข็งขึ้นมาเองและดาเรีสอาจจะได้สามารถใช้ดาบได้อย่างที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน

ธนูเป็นอาวุะที่ค่อนข้างดีสำหรับการต่อสู้ระยะไกล แต่มันแสดงถึงความแม่นยำและปรอดถัยหากสามารถหาจุดดจมตีที่เหมาะ ใช้สำหรับการซุ่มโจมตี จุดอ่อนของมันคือการต่อสู้ประชิดตัวและจำนวนของลูกธนูที่มีจำกัด

อย่างแรกคงไม่ง่ายที่จะปฏิเสธ หากเขาไม่อัพแต้มใน AP และ ในระดับสติปัญญา ในขณะที่ตัวเลือกที่สองถูกคัดค้านภายในใจ

หืม…

ดาเรียสเขี่ยดาบออกทันที แม้ว่ามันจะสร้างเสียดายให้กับเด็กหนุ่ม และดาเรียสเองก็เคยใฝ่ฝันไว้ว่าอยากที่จะกวัดแกว่งดาบสองเล่มที่มีลักษณะแข็งแกร่ง แต่เขาจะต้องเลือกอาวุธใหม่

ดาเรียสต้องเลือกระหว่างหอกกับธนู ทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน และเมื่อเชื่อมโยงกับคลาสย่อยของเขาในฐานะผู้วิเศษ การโจมตีด้วยหอกเขาสามารถโจมตีศัตรูทางกายภาพและถ้าเขาเจอคนที่มีชุดเกราะที่แข็งแกร่งเกินที่จะสามารถโจมตีได้ เขาก็จะใช้สกิลเวทย์มนต์ใส่พวกนั้น

ด้วยการยิงธนูเขาไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยซ้ำ เขาสามารถยิงลูกศรที่มีสกิลเวทย์มนต์ติดอยู่หรือเสริมพลังลูกธนูด้วยเวทย์มนต์ในการโจมตี

แล้วเขาจะเลือกอย่างไหนดี

การกระทำของดาเรียสทำให้สัตว์ร้ายโกรธ เมื่อพวกมันส่งเสียงร้องและเห่ากลับมาที่เขาด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ไม่มีตัวไหนกล้าเข้าใกล้ พวกมันหวาดกลัวอย่างมากในพลังของเขา แต่พวกมันก็ไม่ได้หนีไปเพราะพวกมันคิดว่ามันมีจำนวนมากกว่าดาเรียสที่อยู่คนเดียว

ดาเรียสก็รู้เช่นกัน นั่นคือสาเหตุที่ความคิดของเขาวิ่งเร็วมากในการแก้ไขสถานการณ์นี้ ดาเรียสรู้พื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับไฮยีน่าด้วยช่อง แนทจีโอ ที่เขาดูในช่วงนอกเวลางาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์

ดาเรียสเกิดความคิดและเดินไปที่ซากของไฮยีน่าตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ จากนั้นเขาก็เหวี่ยงกริชเหล็กของเขาตรงเข้าไปในซากสัตว์และเริ่มถลกหนังที่ซ่อนของมันอย่างช่ำชอง

แน่นอนว่าสิ่งนี้เกือบจะทำให้ไฮยีน่ารอบ ๆ คลุ้มคลั่งเมื่อพวกมันเห็น

ดวงตาของดาเรียสกระพริบเมื่อมีไฮยีน่าตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความโกรธ ดาเรียสก็ใช้ก็สกิลประกายไฟโจมตีใส่มันอย่างรวดเร็ว มันให้มันตายในทันที่

เมื่อสัตว์ร้ายเฝ้าดูพี่น้องของพวกมันอีกตัวล้มตาย พวกมันก็หยุดทันทีและถอยกลับมาอีกครั้ง แต่พวกมันยังคงความโกรธ ในขณะที่ดาเรียสยังคงแกะซากอย่างสบาย ๆ ราวกับว่ามันไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา

ดาเรียสประสบความสำเร็จในการฆ่าสัตว์ร้ายถึงหนึ่งในสี่ โดยใช้จังหวะเวลาและกลอุบายบางอย่าง

ในขณะนี้เขาเพียงแค่เอาหนังของไฮยีน่าออกและเริ่มจัดการกับเนื้อของมัน อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ผู้รอดชีวิตที่เหลือดูเหมือนพอใจที่จะเห่าจากระยะไกลโดยและตั้งใจที่จะไม่เข้าใกล้

พวกมันต่างไม่กล้าที่พุ่งเข้าโจมตีใส่ดาเรียส ดาเรียสเห็นจังหวะนี้ เขาจึงใช้สกิลเปลวไฟขนาดเล็กทำให้พวกมันหวาดกลัว

ไฮยีน่าจะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อการยิงสายฟ้าดังนั้น เปลวไฟขนาดเล็กจึงใช้ไม่ได้ผลกับพวกมัน เขาจึงต้องหาโอกาสที่เหมาะสม …

ในขณะเดียวกันเขาก็แกะซากอย่างรวดเร็วและเก็บที่หนังรวมทั้งเนื้อไว้ในคลังของเขา

ดาเรียสมีแผนบางอย่างที่สามารถใช้ได้ผลหากเขาใช้แต้มการเปลี่ยนแปลง แต่เขาปฏิเสธที่จะใช้อย่างสิ้นเปลือง เวลาของวันนี้เพิ่งผ่านไปไม่นานและเขาใช้แต้มการเปลี่ยแปลงไปแล้ว 8 จาก 10 แต้ม ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเขาต้องประหยัดพวกมันไว้ก่อน

แม้ว่าจะไม่ใช่ปัญหา เขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ดาเรียสหวังว่าเขาจะต้องหาเพื่อนในการร่วมเดินทางเพื่อนที่จะช่วยเหลือกันและกัน

แต่ก่อนหน้านี้ดาเรียสจะต้องเข้าอารยธรรมและหาคนที่มีประโยชน์มาสร้างสิ่งของต่างๆ และการเป็นผู้วิเศษนั้นไม่ได้หมายถึงจะต้องเป็นต่อสู้ในแนวหน้า หรือต่อสุ้เพียงลำพัง เว้นแต่จะเป็นนักดาบอีกอย่างคลาสหลักของดาเรียสคือช่าง เป็นคลาสที่ไม่ควรอยู่ในสนามรบ

ดาเรียสจัดการากไฮยีน่าซากแรกเสร็จ จึงเดินไปจัดการซากต่อไป แทนที่จะจัดการชำแหละซาก ดาเรียสกลับใช้สกิลเปลวเพลิงขนาดเล็กใส่ซากไฮยีน่า

เปลวเพลิงขนาดเล็กทำให้ซากไอยีน่าลุกไหม้จากเปลวเพลิงอย่างรวดเร็วสิ่งนี้ทำให้ไฮยีน่าที่เหลือเฝ้ามองและร้องอย่างโหยหวน

บางส่วนในฝูงมันกำลังพิจารณาที่จะล่าถอย มนุษย์ที่สามารถเรียกความตายมาเยือนและสร้างเปลวเพิลงได้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน นักล่าจะไม่ล่าเหลือที่มีศักยภาพเท่าเทียมกันหรือสูงกว่า เว้นแต่ว่ามันจะอยู่ในพื้นที่ที่พวกมันได้เปรียบและเปลี่ยนนักล่าที่เป็นศัตรูให้กลายเป็นเหยื่อ

เมื่อพวกมันเป็นฝ่ายตั้งรับ พวกมันจึงไม่รู้สึกสนุกด้วย

เมื่อไอยีน่าตัวแรกเริ่มวิ่งหนี ดาเรียสไม่ปล่อยโอกาศนี้ให้สูญเปล่า เขาโจมตีพวกมันด้วยสกิลประกายไฟใส่ไฮยีน่าอีกตัว ในขณะที่พวกมันวิ่งหนี

สิ่งนี้ทำให้ตัวที่เหลือมีดอกาสที่จะหนีรอด ท้ายที่สุดพวกมันก้วิ่งหนีหายไปจากทุ่งหญ้าแห่งนี้

เมื่อพวกมันหนีไปหมด ดาเรียสก้ได้ถอนหายใจและตรวจสอบข้อความจากระบบที่แจ้งเตือน

เมื่อพวกเขาจากไปแล้วเขาก็ถอนหายใจและตรวจสอบข้อความจากระบบ

[คุณได้รับ 5 EXP, 3 เหรียญทองแดงและ 1 ขวดมานาระดับต่ำ]

[คุณได้รับ 5 EXP, 1 เหรียญทองแดงและ 1 น้ำยาเพิ่มพลังงานระดับต่ำ]

[คุณได้รับ 5 EXP, 2 เหรียญทองแดงและ 1 ขวดพลังชีวิตระดับต่ำ]

[คุณได้รับ 5 EXP, 1 เหรียญทองแดงและ 1 ดาบเหล็กสนิม]

สิ่งที่น่าสนใจคือของของดรอปจากไฮยีน่าดีกว่างูหลามระดับ 2 แต่ก็ยังด้อยกว่าหมีเทา ระดับ 3

ดาเรียสตรวจสอบสิ่งของเหล่านั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะ

ดาเรียสมีคะแนนทักษะจำนวนจำกัด ที่เขาจะได้รับในแต่ละระดับและขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะได้รับน้อยลงเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเป็นผู้ผจญภัยหรือว่าพวกเขาจะหยุดทั้งหมด

สกิลของเขาจะมีความสำคัญ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ทักษะนี้จะก้าวหน้าไปกว่าระดับ 1 ซึ่งหมายความว่าดาเรียส จะยังคงอยู่ในระดับมือใหม่ตลอดไป

ในด้านมืออาชีพ ดาเรียสจะสามารถรับความรู้พื้นฐานในสาขาต่างๆได้มากเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ตัวเองมีความเชี่ยวชาญ สำหรับตอนนั้นก็คือเขาจะไม่มีวันก้าวหน้าไปกว่านี้

ไม่ว่าในกรณีใด ดาเรียสก็มีทักษะใหม่และเขาจะใช้มันตราบเท่าที่จำเป็น แม้ว่าเรื่องดังกล่าวอาจสร้างความปวดหัวให้กับผู้ชายคนนี้ แต่ดาเรียสก็ไม่มีปัญหาเพราะเขารู้วิธีจัดลำดับความสำคัญ

เขาพลิกกริชเหล็กของเขาและเสียบมันเข้าไปในเนื้อของหมีเทา และมันก็ไม่ประมาทเหมือนเมื่อก่อน คราวนี้เขาพยายามตัดตามเส้นเอ็นอย่างระมัดระวังเพื่อเลียนแบบคนขายเนื้อ

หลังจากทำเช่นนี้ประมาณหนึ่งนาทีเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนอีกครั้ง

[ยินดีด้วย! คุณได้เรียนรู้ทักษะการฆ่าสัตว์!]

โรงฆ่าสัตว์ – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 2 พลังงานต่อนาที

คำอธิบาย: ชำแหละเนื้ออย่างชำนาญ คุณภาพของเนื้อสัตว์ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5%

ทักษะอื่น ๆ ที่เขายังไม่ได้มีการพัฒนา แต่มีประโยชน์ในขณะนี้ เมื่อความรู้ท่วมท้นเข้ามา ดาเรียสเปลี่ยนวิธีถือกริชและเริ่มแยกเนื้ออย่างเชี่ยวชาญ

ผลลัพธ์ที่ได้คือชิ้นเนื้อชั้นยอดจำนวนมากที่เปล่งประกายด้วยไขมันและเลือด แต่ก็เหม็นเหมือนโรงฆ่าสัตว์ โชคดีที่เขาสามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดายโดยวางสิ่งที่เขาเก็บรวบรวมไว้ในคลังของเขา

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถเลาะเนื้ออกจากซากทั้งหมดได้ด้วยความรู้อันจำกัดของเขา ดังนั้นจึงยังมีเนื้ออยู่รอบ ๆ บางส่วนเช่นซี่โครง หัวและลำตัวส่วนล่าง

เมื่อเขาออกจากป่าแล้วสิ่งที่เขาเห็นคือที่ราบอันไม่มีที่สิ้นสุดต่อหน้าเขา มีต้นไม้อยู่ตรงนี้และที่นั่น นอกจากนี้ยังมีเนินเขาสองสามแห่งที่ปิดกั้นสายตาของเขาไปที่ขอบฟ้า

ดาเรียสได้มองเห็นสัตว์ในที่ราบค่อนข้างน้อย ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในฝูงของพวกมันอย่างสงบนิ่ง แต่มองอย่างระมัดระวังเมื่อเขาเข้าใกล้เกินไป

แน่นอนว่ายังมีสัตว์นักล่าที่เริ่มไล่ตามฝูงสัตว์เหล่านั้นเป็นระยะ ๆ ดาเรียสแสร้งทำเป็นไม่เห็นสิ่งนั้นและรักษาระยะห่างกับพวกมันเอาไว้

อย่างไรก็ตามการที่ดาเรียสคิดจะเดินเล่นอย่างสบายๆ ของเขากลับกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และในที่สุดเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับไฮยีน่ากลุ่มเล็ก ๆ ที่กำลังมองมาที่เขา

ดาเรียสสาบานได้ว่าถ้าพวกมันพูดได้พวกมันคงจะล้อเลียนเขาอย่างเต็มที่ พวกมันได้ล้อมรอบตัวเขาอย่างเต็มที่ในพวกมันขู่คำรามและหาจังหวะช่องว่างในการโจมตีใส่ดาเรียส

เขาตรวจสอบหนึ่งในนั้น

ไฮยีน่า – สัตว์ร้ายระดับ 2

HP: 5/5 MP: 0/0

ดาเรียสตะคอกใส่พวกมันเพื่อเป็นการขู่ป้องกันตัว ดาเรียสคิดว่าพวกมันจะทรงพลัง แต่กลับกลายเป็นเพียงสัตว์ระดับ 2 ที่มีสุขภาพแข็งแรงระดับหมูป่า แม้แต่งูเหลือมก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกมัน

อย่างไรก็ตามปัญหาคือพวกมันมีตั้ง 12 ตัว ดาเรียสได้ลองโจมตีด้วยสกิลสองครั้งเหมือนตอนกำจัดหมีเทา แต่ถึงสกิลของเขาจะไม่มีการคูลดาวน์ แต่เขาก็พบว่าเขาไม่สามารถใช้สกิลได้มากกว่าหนึ่งครั้งในคราวเดียว

แม้ว่าประกายไฟเพียงครั้งเดียวจะสามารถฆ่าไฮยีน่าตัวใดตัวหนึ่งได้ แต่เขาก็ต้องยิงมันทิ้ง 12 ครั้งเพื่อกำจัดพวกมันให้หมด ดาเรียสคาดการณ์ว่า แม้ว่าเขาจะสามารถฆ่าพวกมันได้ 3 หรือ 4 โดยใช้สกิลของเขา แต่ตัวที่เหลือจะใช้เวลานั้นเพื่อฉีกเขาให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะไม่มีความรู้ด้านสัตว์ป่าอย่างมืออาชีพ ดาเรียสก็มองเห็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดาเรียสได้หยิบกริชเหล็กออกมาและถือไว้ในมือขวาขณะที่เขาใช้มือซ้ายในการใช้สกิลใส่พวกไฮยีน่า

พวกมันดูท่าทางแปลกใจและระวังอาวุธที่ดาเรียสถือ แต่ก็ไม่ถอย

ไอยีน่าพวกนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่ดาเรียสใช้สกิลประกายไฟใส่พวกมัน 1 ตัว ตัวอื่นๆ ต่างตกตะลึงกับพลังสายฟ้า ในขณะที่ไฮยีน่าที่ถูกโจมตีได้ตายลง

ดาเรียสตะโกนและรีบไปข้างหน้าพร้อมกับโบกกริซไปรอบ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ตัว ขณะที่ใช้สกิลโจมตีไฮยีน่าอีกตัว เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่คุกคาม รวมถึงประสิทธิภาพของการโจมตีด้วยเวทมนตร์ที่น่าประหลาดใจ พวกมันทั้งหมดจึงกระจัดกระจายด้วยความกลัวและค่อยๆ ถอยหลังออกห่างจากดาเรียส

นี่เป็นลักษณะนิสัยของไฮยีน่า ดาเรียสจึงมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์ พวกมันจะล่าเหยื่อและเล่นกับเหยื่อที่อ่อนแอ แต่หวาดกลัวต่อศัตรูที่แข็งแกร่ง

ขณะที่พวกมันกำลังถอยกลับไปตั้วแต่ ดาเรียสก็ได้ใช้สกิลประกายไปอีกครั้ง แบบสุ่มๆ ยิงใส่พวกไฮยีน่า

เป้าหมายที่โดนไม่มีเวลาตอบโต้ก่อนที่มันจะถูกการโจมตีจนตาย ไฮยีน่าตัวอื่น ๆ กระโจมหลบจากตัวที่โดนการโจมตี พวกมันได้รอจังหวังเพื่อที่จะเข้าจัดการกับดาเรียส

ดาเรียสเข้าใจว่าพวกมันกำลังเตือนไม่ให้เขาเข้าใกล้พวกมันไปมากกว่านี้ แต่พวกมันเองก็รอจังหวะที่จะเขาโจมตีดาเรียสด้วยเช่นกัน

ดาเรียสยื่นมือชี้ไปที่กลุ่มของไฮยีน่าหวังจะโจมตีอีกรอบ พวกมันได้หลบออกจากมุมชี้ของดาเรียส ดาเรียสยังไม่ได้ร่ายเวทย์มนต์และเขาก็ได้รู้ว่าพวกมันนั้นรู้ว่าจะเป็นไปได้เมื่อดาเรียสได้ยื่นมาเพื่อจะทำการโจมตี พวกมันจึงหลบก่อนที่เขาจะได้ร่ายสกิล

แต่ดาเรียสได้เอามือจับไปที่ท้องของตัวเองและหัวเราะเยาะพวกมัน การหัวเราะเยาะเย้ยศัตรูเป็นภาษาสากลที่แม้แต่สัตว์ก็เข้าใจได้

ทันทีที่ดาเรียสเห็นคลื่นพลังงานที่เย็นไหลผ่านตัวเขา ทำให้จิตใจร่างกายและจิตวิญญาณของเขาสดชื่น ดูเหมือนว่ามันจะฟื้นฟู HP และ MP ของเขาให้กลับสู่ค่าที่สมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้และที่สำคัญกว่านั้น คือมันช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเขาและได้รับการรักษาหรือรีเซ็ตร่างกายของเขาให้กลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนที่เขาเกิดใหม่

ไอเท็มแมนเซอร์ อาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาชีวิตของเขาในภายหลังเช่นเดียวกับที่มันช่วยเขาไว้ในตอนนี้

ถ้าดาเรียสจะบ่นก็เพียงเพราะคะแนนสำหรับการเปลี่ยนแปลงของเขายังคงเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามเนื่องจากความสามารถในการ เปลี่ยนแปลงสิ่งของ ของเขาถูกควบคุมโดยกฎของมันเอง เขาจึงคาดหวังไว้มาก ถึงกระนั้นเขาก็คงชอบที่การที่เขาคิดผิดในโอกาสนี้

ดาเรียสเปิดแผ่นตัวละครของเขา

ชื่อ: ดาเรียส สโตน

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาสหลัก: ไอเท็มแมนเซอร์

คลาสย่อย: ผู้วิเศษ

HP: 49/49

MP: 42/42

ระดับ: 2

ประสบการณ์: 5/200

ความแข็งแรง: 7

ความคล่องตัว: 7

ความอดทน: 7

สติปัญญา: 21

ความสามารถพิเศษ: 15

โชค: 15

AP: 5

SP: 3

ทักษะ: วิเคราะห์ – ระดับ 1

สกิล: สปาร์ค – เลเวล 1 , เอ็มเบอ – เลเวล 1

ดาเรียสลูบคางของเขาและไตร่ตรอง ว่าจะจัดสรรคะแนนความสามารถและคะแนนทักษะของเขาอย่างไร เขาสามารถเพิ่มสถิติทางกายภาพของเขาให้เป็นค่าเฉลี่ย เพื่อที่เขาจะได้ไม่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ แต่เขาก็สรุปได้ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่โง่เขลา

ดาเรียสได้วาง 4 คะแนนให้กับสติปัญญาโดยเพิ่มเป็น 25 คะแนนในขณะที่ส่งคะแนนฟรีครั้งสุดท้ายของเขาไปยัง ความคล่องตัวเขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงแทบจะในทันที

จิตใจของเขารู้สึกเหมือนได้รับการกำจัดเศษเล็กเศษน้อยที่ขวางเส้นทางประสาทของเขา ทำให้ประสาทของเขาทำงานได้เร็วขึ้น มันเหมือนกับการใช้ เพียงแค่สิ่งนี้จะเพิ่งขึ้นถารและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

มันเป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง ดาเรียสรู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้นทันที

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ดาเรียสยังรู้สึกว่าร่างกายของเขาลีบลงเล็กน้อยราวกับว่าน้ำหนักที่แบกไว้บนหลังของเขาถูกยกขึ้นเล็กน้อยทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

ดาเรียสยิ้มอย่างขมขื่นเพราะเขาตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง เขาอาจเสพติดความสุขที่ได้รับเมื่อจัดสรรสถิติจนถึงจุดที่เขาอาจกลายเป็นคนขี้ยา

สำหรับคะแนนทักษะของเขา ดาเรียสได้เปรียบเทียบทั้งสองคาถาของเขากับสิ่งอื่น ๆ ทั้งสองสกิลสร้างความเสียหายได้เท่ากัน แต่ สปาร์คให้เอฟเฟกต์สตัน ในขณะที่เอ็มเบอร์ให้เอฟเฟกต์การเผาไหม้ ดาเรียส ต้องการวิธีควบคุมศัตรูอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะวางทุกอย่างไว้ในสกิลประกายไฟ

‘การแบ่งปัน SP จำนวนจำกัด ของฉันระหว่างสองสกิล จะเป็นสิ่งที่ดีของความโง่เขลา สิ่งที่ฉันต้องการเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดคือพลังการต่อสู้ที่สูงขึ้นเพื่อความอยู่รอดของฉัน ‘

สปาร์ค – สกิลระดับ 4

ค่าใช้จ่าย: 1 MP

คำอธิบาย: ส่งประกายไฟฟ้าที่สามารถปะทะศัตรูให้เป็นอัมพาตในระยะสั้น ๆ สร้างความเสียหายสายฟ้า 20%

ดาเรียสรู้สึกตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ทุกระดับที่เพิ่มขึ้นจะสัมพันธ์กับความเสียหายพิเศษ 5% ของสกิลพื้นฐานในขณะที่ใช้มานาเท่าเดิม

SP ได้เพิ่มประสิทธิภาพของสกิลในทุกๆด้าน!

ด้วย 25 แต้มของเขาในด้านสติปัญญา การโจมตีด้วยสกิล spark หนึ่งครั้งจะสร้างความเสียหาย 5 ดาเมจ! หมีสีเทาตัวเดียวกันอาจถูกฆ่าได้ในการโจมตีด้วยสกิลนี้ 4 ครั้ง! ไม่ต้องพูดถึงถ้าเขาทำคริติคอล จะสร้างความเสียหายมหาศาลถึง 15 แต้ม!

ระบบสูงสุดของเขาสมควรได้รับชื่ออย่างแท้จริง ความสามารถในการปรับปรุง เพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งระดับและพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทันที!

ดาเรียส มองไปที่คะแนนในการแปลี่ยนแปลง 2 แต้มสุดท้ายของเขา การอัพเลเวลของเขา ครั้งยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์เห็นได้ชัดว่ามัน ไม่ได้แก้ปัญหาตามธรรมชาติที่จะทำให้ร่างกายของเด็กหนุ่มหายจากความกระหายต่างๆ

เขาได้แก้ปัญหาความกระหายน้ำของตัวเองล่วงหน้าโดยการสร้างกระติกน้ำแล้วเติมน้ำเข้าไปใหม่ ตอนนี้ได้เวลาเตรียมอาหาร ดาเรียสไม่กังวลกับเรื่องนี้มากนักเนื่องจากเขามีความคิดที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย

เขาหยิบกริชเหล็กของเขาออกมาและแทงเข้าไปในซากหมีเทา โดยไม่มีพิธีรีตองเขาฉีกอวัยวะภายในซึ่งค่อนข้างยากจากความแข็งแกร่งที่ต่ำและภายในของหมีที่มีความแข็งแกร่งและเหนียว

อย่างไรก็ตาม ดาเรียสก็สามารถจัดการได้ในเวลาไม่นานนัก และก้มีการแจ้งเตือนขึ้น

ยินดีด้วย! คุณได้เรียนรู้ทักษะ การชำแหละ

ดาเรียสตรวจสอบทักษะใหม่ทันที

การชำแหละ – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 2 พลังงานต่อนาที

คำอธิบาย: การแล่หนังของซากสัตว์และชำแหละ ช่วยเพิ่มคุณภาพของหนังสัตว์ 5%

เช่นเดียวกับสกิลเอ็มเบอดาเรียสรู้สึกถึงความรู้ที่มีค่าท่วมท้นในจิตใจของเขา เขาเปลี่ยนจากคนที่ใช้มีดฉีกซากสัตว์อย่างเงอะงะ เป็นคนที่สามารถมองเห็นเส้นที่เขาควรขยับใบมีดเพื่อรักษามันให้ได้มากที่สุด

เมื่อเขาออกมาจากความงุนงงและมองไปที่สิ่งที่เขาทำเขาก็แทบจะอาเจียน เขาสาปแช่งตัวเองที่เป็นมือสมัครเล่นเขาชำแหละซากของหมีเทา ออกอย่างมืออาชีพ อนิจจาเพียงแค่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ไม่ได้ทำให้งานนี้ง่ายขึ้นเพราะจิตใจของเขายังคงเหมือนเดิม

ในขณะที่ถือแผ่นหนังของหมีเทา เขารู้สึกสูญเสีย ใช่เขาแกะมันออกมาอย่างตั้งใจ แต่เขาไม่มีแผนที่จะใช้มัน! เขาไม่มีทักษะของการฟอกหนัง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเอาหนังมันไปทำอะไรได้

ถึงกระนั้นดาเรียสก็วางมันไว้ในคลังของเขา แม้ว่าเขาอาจจะยังไม่มีทักษะเช่นนี้ แต่เขาก็ได้ค้นพบบางสิ่งที่น่าสนใจ เขาจำได้ว่าซีซาร์บอกเขาว่ามีสามวิธีในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ

ประการแรกคือการเรียนรู้โดยการสอนผู้อื่นหรือได้รับการสอน

อย่างที่สองคือการพัฒนาตนเองหรือฝึกฝนตนเอง

และขั้นสุดท้ายคือการเรียนรู้ผ่านหนังสือทักษะ

เขาไม่มีทางทำอย่างแรกได้และเขาประเมินอันที่สองไว้สูงเกินไปอย่างแน่นอนโดยคิดว่าอันที่สามเท่านั้นที่เขาจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ระบบสูงสุดได้แสดงการอีกครั้ง โดยการกระทำที่เงอะงะซึ่งคล้ายกับทักษะการถลกหนังและได้นำเสนอสิ่งที่สมบูรณ์ให้กับเขา

ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังได้รับความรู้ด้านการใช้งานของทักษะราวกับว่ามันมาจากหนังสือทักษะ ซึ่งทำให้เขาสับสน หากเป็นเช่นนั้นควรมีจุดประสงค์ใดในการเรียนรู้หรือซื้อหนังสือทักษะในร้านค้า

จากสิ่งนี้ดาเรียสได้เรียนรู้ถึงพลังที่สำคัญ สำหรับระบบทักษะของเขาซึ่งสามารถสรุปได้ว่า: ‘เรียนง่าย, ยากที่จะเลเวลอัพ’

ตอนนี้หลังหมี ดาเรียสรีบเปิดคลังของเขาและหยิบคู่มือการสะกดที่ไม่ได้ใช้ออกมารวมทั้งเขี้ยวงูเหลือม

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาเปล่าเป็นคู่มือคาถาลูกไฟขนาดเล็กหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนน 5 คะแนน]

[คุณต้องการเปลี่ยนเขี้ยวงูเหลือมเป็นม้วนเทเลพอร์ตขนาดเล็กหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนน 3 คะแนน]

ดาเรียสยินยอมให้ทั้งคู่ทันที นับตั้งแต่เที่ยงคืนไปแล้วคะแนนของเขาก็รีเซ็ทใหม่ซึ่งหมายความว่าเขามีคะแนนที่พร้อมใช้ในตอนนี้

โดยไม่ต้องเสียเวลาทั้งสองรายการจะเปลี่ยนเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่เขาต้องการ คู่มือคาถาเรืองแสงสั่นเล็กน้อยปกและสันหลังของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดในขณะที่หน้าของมันมีความร้อนต่ำที่สัมผัสได้อย่างสบาย ๆ

เขี้ยวยังขยายรูปร่างจนกลายเป็นม้วนกระดาษที่แผ่พลังงานสีเทาดำ ดาเรียสตรวจสอบของทั้งสองอย่างรวดเร็วขณะที่ หมีเทาเริ่มหันกลับมา

คัมภีร์ไฟขนาดเล็ก – คู่มือ

ความทนทาน: 10/10

คำอธิบาย: ความรู้ที่มีอยู่ภายในคือความรู้ที่จำเป็นในการร่ายเวทย์ธาตุไฟที่ง่ายที่สุดนั่นก็คือ Ember เนื่องจากคุณภาพของวัสดุและความชำนาญสูง โอกาสสำเร็จในการเรียนคาถาจึงเพิ่มขึ้น 100% ในขณะที่ประสิทธิภาพของคาถาเพิ่มขึ้น 500%

ม้วนวาร์ปขนาดเล็ก – Scroll

ความทนทาน: 25/25

คำอธิบาย: เดินทางได้ทันทีระหว่างสถานที่สองแห่งที่แยกจากกัน ระยะเดินทางสูงสุด 25 กิโลเมตร

ดาเรียสรู้สึกมั่นใจอย่างมากหลังจากที่เขาเห็นคำอธิบายของม้วนหนังสือเพราะมันจะเป็นวิธีการหลบหนีของเขาในกรณีที่สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เขาต้องการที่จะต่อสู้กับหมีตัวนี้เพราะมันเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้ด้วยคาถาและระดับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

ดาเรียสถือคู่มือสกิลเอ็มเบอขณะที่ หมีเทาเริ่มการชาร์จอีกครั้ง

ตรวจพบหนังสือสกิล. คุณต้องการเรียนรู้เนื้อหาของมันหรือไม่?

คำเตือน: หนังสือคาถาจะถูกทำลายเมื่อใช้วิธีนี้! ดำเนินการต่อ?

ดาเรียสยินยอมอย่างเร่งรีบและเห็นหนังสือเล่มใหญ่ละลายเป็นโคลนสีแดงและไหลผ่านหูเข้าสู่สมองของเขา

เอ็มเบอ – สกิลระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 1 MP

คำอธิบาย: ส่งเพลิงเพลิงออกมาแผดเผาศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในระยะ สร้างความเสียหายไฟ 5%

ชั่วเสี้ยววินาทีดาริอัสเริ่มมึนงงเมื่อความรู้หลอมรวมกับสมองและความทรงจำของเขาทำให้เขาเปลี่ยนจากคนที่เพิ่งได้ยินชื่อคาถา มาเป็นคนที่ใช้เวลาหลายเดือนในการฝึกฝนมันจนสมบูรณ์แบบ

น่าเสียดายที่เสี้ยววินาทีนั้นคือหมีเทาได้เข้าถึงตัวดาเรียสซึ่ง ดาเรียสถูกเหวี่ยงออกไปทันทีด้วยอุ้งเท้าขนาดใหญ่ แต่ขณะนั้นเองดาเรียสก็ได้โจมทีีมันไปก่อนที่เขาจะกระเด็นปลิ้วไปหล่นที่ต้นไม้ในป่าที่เขาเพิ่งออกมา

ดาเรียสอ้าปากค้างเพราะปอดขถูกกระแทกและความผิดพลาดครั้งต่อมา การหายใจที่ดิ้นรนทำให้เลือดไหลออกมาจากภายใน

[คุณได้รับความเสียหาย 34 ดาเมจ!]

คุณได้รับผลกระทบจากสถานะ ‘ตกเลือดเล็กน้อย’

ผล; -0.1 HP ต่อวินาทีเป็นเวลา 10 วินาที

คุณได้รับเอฟเฟกต์สถานะ ‘รอยแตกเล็กน้อย’

ผล; -2 คะแนนในความแข็งแกร่งและความคล่องตัวเป็นเวลา 1 ชั่วโมง!

ดาเรียสอ่านการแจ้งเตือนด้วยใจที่ตกตะลึง ในฐานะคนที่ไม่เคยต่อสู้ด้วยตัวเองมาก่อนความเจ็บปวดและบาดแผลอันยิ่งใหญ่จากการตะปบของหมีทำให้เขาตกใจเล็กน้อย

หมีเทาได้ตามดาเรียสเข้ามายังป่า แล้วทำพุ่งตัวใส่ต้นไม้ที่ดาเรียสอยู่ข้างบน

ดาเรียสขอบคุณโชคดีของเขา สำหรับช่วงพักสั้น ๆ นี้ในขณะที่เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆและสั่นคลอนจากความเจ็บปวดของซี่โครงที่หักเล็กน้อยเสียดสีกันและหน้าท้องของเขารู้สึกราวกับว่ามีใครเอามีดมากรีด

ก่อนอื่นเขาตรวจสอบ HP ที่เหลือของหมีเทาและตัวเขาเอง

หมีเทา – สัตว์ร้ายระดับ 3

HP: 10/20 MP: 0/2

ดูเหมือนว่าเจ้าหมีได้ใช้มานาจนหมดเพื่อเพิ่มพลังให้กับการชาร์จของมัน ไม่น่าแปลกใจที่การปะทะกันได้รับอันตรายมากพอที่จะทำให้สูญเสีย 5 HP ซึ่งเทียบเท่ากับความพยายามก่อนหน้านี้ของดาเรียส

ดาเรียส สโตน – ไอเท็มแมนเซอร์ ระดับ 1

HP: 15/49 MP: 18/21

ดาเรียสไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อของเขาและสลับไปมาระหว่างการร่าย Ember เพื่อเพิ่มความเจ็บปวดให้กับ หมีเทาในขณะให้ปล่อยให้เปลวไฟแผดเผามันและใช้ Sparks เพื่อไล่ขนของมันและเพื่อยืดความงุนงงของมัน

หมีสีเทาถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรมจนตายโดยการโจมตีด้วยคาถาระดับต่ำ ซึ่งควรจะต้องใช้เวลาในการร่ายหรือสวดมนต์หากเป็นนักเวทย์อื่น ๆ

หมีส่งเสียงคำรามก่อนที่กำลังจะตายและนอนลง ร่างกายที่ไหม้เกรียมของมันส่งกลิ่นเหม็นยิ่งกว่าซากศพของหมูป่าหรืองูเหลือม

ทันทีที่หมีเทาตาย เรียสได้รับรางวัลจากการต่อสู้ของเขา

[คุณได้รับ 80 EXP, 10 เหรียญทองแดง และ 1 ยาสุขภาพทั่วไป]

ดาเรียสเดินกะเผลกไปที่ต้นไม้และพิงมันขณะที่เขาไถลไปที่พื้น จากนั้นเขาก็มุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เขาประสบความสำเร็จมากขึ้นโดยไตร่ตรองว่าจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อมีหน้าจอปรากฏขึ้นต่อหน้าเขามากขึ้น

ยินดีด้วย! คุณมาถึงเลเวล 2 แล้ว!

คุณได้รับคะแนนความสามารถ 5 คะแนนและคะแนนทักษะ 3 คะแนนเพื่อใช้จ่ายตามที่คุณต้องการ!

*** นับตั้งแต่ตอนนี้ไปจะไม่มีชื่อตอนนะครับ ผู้เขียนเขาไม่ได้เขียนไว้ในต้นฉบับ ขออภัยด้วยนะครับ ***

ดาเรียสทรุดลงกับพื้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อของความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวด ในที่สุดเขาก็ออกจากป่าด้วยการวิ่งจ็อกกิ้งอย่างต่อเนื่อง แต่ประสิทธิภาพของน้ำบริสุทธิ์ก็ลดลงไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาใช้

ในตอนท้ายดาเรียสเริ่มวิ่งเหยาะๆโดยได้รับแรงหนุนจากมินิแผนที่ ที่แสดงให้เขาเห็นว่าเขากำลังได้ออกจากป่านี้ และวินาทีที่เขาบรรลุเป้าหมายพลังงานทั้งหมดของเขาก็หมดลงและปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ด้วยมือที่สั่นเทาดาเรียสได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ที่เหลือลงไป แต่นอกเหนือจากการทำให้เขาสดชื่นแล้วมันยังมีผลเพียงเล็กน้อยในการฟื้นฟูความมีชีวิตชีวาของเขา เขาใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งหน้าอกที่สั่นไหวของเขาเริ่มลดลงและสิ่งที่เหลืออยู่คืองความเหนื่อยล้าและแขนกับขาที่ปวดร้าว

ดาเรียสรู้สึกว่าเปลือกตาของเขาที่หนักอึ้งเมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเขาด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนของมัน เขารู้ว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะนอนในทุ่งหญ้าแบบนี้ แต่ความรู้สึกของหญ้านุ่ม ๆ บนหลังของเขาและลมเย็นทำให้ความเหนื่อยของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในที่สุดดาเรียสก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

* * *

คิ้วของดาเรียสขมวดมุ่นขณะที่เขารู้สึกว่าตัวเองลุกขึ้นจากห้วงนิทรา ควบคู่ไปกับความกระวนกระวายใจเล็กน้อย ขณะที่ดาเรียสกำลังจะลืมตาขึ้น เมื่อเสียงแปลกปลอมทำให้เขารู้สึกว่าต้องตื่นขึ้นมา

ขณะนี้มีบางอย่างกำลังดมใบหน้าของเขาขณะที่เขานอนอยู่บนพื้นหญ้า ดาเรียสรู้สึกได้ถึงจมูกที่เปียกชื้นเช่นเดียวกับลมที่พัดผ่านแก้มขวาของเขาอย่างแผ่วเบา

ดาเรียสเปิดเปลือกตาของเขาออก แล้วเมื่อสังเกตุเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันมีลักษณะตัวใหญ่สีน้ำตาลทะมึน เงาทะมึนของมันทำให้เขาเห็นภาพไม่ค่อยชัด และหัวใจของเขาก็แทบร่วงลงเมื่อเขาจำได้ว่ามันเป็นหมีตัวใหญ่ที่มีดวงตาสีแดงนิ่งและขนสีเทาดำที่ยุ่งเหยิง

มันดูเป็นอันตรายและน่ากลัวมากทำให้ดาเรียสรู้สึกขอบคุณที่เขาฉลาดพอที่จะเล่นเป็นคนตาย สำหรับตอนนี้หมีดูเหมือนจะพอใจที่จะตรวจสอบว่าเจ้าเพื่อนตัวประหลาดที่อยู่ข้างใต้มัน และดาเรียสก็ใช้โอกาสนี้ตรวจสอบมัน

หมีเทา – สัตว์ร้ายระดับ 3

HP: 20/20 MP: 2/2

ดาเรียสสั่นเทาอยู่ภายใน หมีตัวนี้ไม่เพียง แต่อยู่เหนือเขาสองระดับ แม้ว่ามันจะมีมานาแค่ 2 แต้มก็ตาม หากมันสามารถเข้าถึงคาถาบางประเภทหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นทักษะที่ใช้มัน ดาเรียสอาจจะตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น

ในท่าทางปัจจุบันของเขา ดาเรียสไม่สามารถขยับนิ้วได้เพราะ หมีเทาจะสังเกตเห็น แม้ว่าเขาจะทำเช่นนั้นเขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถยิงคาถาออกไปได้ก่อนที่สัตว์ร้ายตัวใหญ่ขย้ำหรือฉีกใบหน้าของเขาออกก่อน

เขาอดทนรอให้มันถอยหลังหรือเปิดโอกาสให้เขาพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายของเขา แต่สิ่งที่เลวร้ายก็ยังคงสูดดมเขาต่อไปอย่างสบาย ๆ มันสามารถพัฒนาการดมกลิ่นของมันในการดมกลิ่นของมนุษย์ได้หรือไม่?

ตอนนี้ดาเรียสจึงทำได้เพียงแค่รอให้นานกว่านี้ ในที่สุดหมีเทาก็ถอยออกมาเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ในแบบที่ดาเรียสชอบ มันยกหัวขึ้นเล็กน้อยและคำรามเบา ๆ

ดาเรียสไม่ชอบรูปลักษณ์นั้นเพราะดูเหมือนว่ามันกำลังจะกัด เขาจึงยกนิ้วซ้ายขึ้นตรงไปที่ปากของหมีที่เปิดอยู่และยิงคาถาประกายไฟออกไป

เช่นเดียวกับงูเหลือม สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการโจมตีแบบคริติคอลแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเพียง 3 ดาเมจก็ตาม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดาเรียสต้องการคือเอฟเฟกต์สตันซึ่งทำให้เขามีโอกาสที่จะกลิ้งตัวหนีและลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว

เขาสังเกตเห็นว่าร่างกายของเขาภายนอกยังดูดีอยู่ นอกจากเสื้อผ้าที่เลอะเทอะและมีกลิ่นเหม็นจากเหงื่อ อย่างไรก็ตามเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องกังวลมากกว่าสุขอนามัยของตัวเองในตอนนี้

ไม่เหมือนกับหมูป่าหรืองู เอฟเฟกต์สตันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว หมีลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วคำรามด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ ดาเรียสเดาว่าหมีมีความต้านทานเวทย์สูงกว่าสัตว์ทั้ง 2 ตัวก่อนหน้านี้

ไม่ว่าในกรณีใด ก็มีหมีที่โกรธอยู่ตรงหน้าซึ่งมีขนาดเท่ากับรถคันเล็ก ๆ และดูเหมือนว่ามันจะพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่เขา ดาเรียสได้ทำการโจมตีอีกครั้งด้วยคาถาเดียวของเขา

หมีเทาถูกโจมตีบนใบหน้าของมันและมันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่มันก็สลัดเอฟเฟกต์สตันได้เร็ว HP ของมันลดลงอีกจุดหนึ่งเหลืออีก 16 หน่วย

ดาเรียสรู้สึกว่าเวลานี้มันแย่มากจริงๆ เขาคิดย้อนกลับไปว่าเขาควรนอนบนกิ่งไม้แทนทีจะนอนบนพื้นที่ราบแบบนี้

อย่างไรก็ตามเขาคาดว่าจะมีสัตว์มายังที่ราบบ่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัตว์กินพืช หมีท่องไปในทุ่งหญ้าตั้งแต่เมื่อไหร่? เป็นไปได้ไหมว่าหมีได้ตามเขามาจากป่า

เป็นไปได้อย่างยิ่งเนื่องจากเขาส่งเสียงดังชัดจากการหอบและการจ็อกกิ้งเมื่อคืนที่ผ่านมา

หืม…เมื่อคืน…?

เมื่อถึงเวลาที่หมีเทาเริ่มพุ่งไปข้างหน้าเพื่อตะปบเข้าที่ดาเรียส ดาเรียสจึงยื่นมือไปข้างหน้าร่ายคาถาประกายไฟเป็นครั้งที่สามในการต่อสู้ครั้งนี้

หมีเทาได้รับบาดเจ็บมากขึ้น แต่ยังคงพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเจ็บปวด ดังนั้นดาเรียสจึงจะใช้ช่วงเวลาที่หมีเทาหลับตาเพื่อปกป้องการโจมตี ทำการกระโดดออกจากวิถีการพุ่งของมัน

ดาเรียสได้ล้างขวดของเขาไปแล้ว 3 ครั้งเมื่อถึงจุดนี้และตามแผนที่ย่อเขายังคงอยู่ห่างจากขอบป่าอย่างน้อยหนึ่งวัน ดาเรียสผิดหวังอย่างมากในขณะที่เขาหวังว่าเขาจะมีวิธีการเคลื่อนไหวที่ดีกว่าการเดิน

มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยที่ค่าความอดทนของเขาอยู่ที่ 7 เท่านั้นเด็กชายวัย 13 ปีที่บอบบางอย่างเขาในตอนนี้ไม่สามารถรวบรวมความแข็งแกร่งที่จำเป็น เพื่อแข่งขันกับผู้ใหญ่ได้เต็มรูปแบบ

โชคดีที่ดาเรียสไม่พบสัตว์อื่นเลยนับตั้งแต่งูเหลือมในขณะที่เขาโหยหา EXP อย่างมากเพื่อที่เขาจะได้เพิ่มค่าสถานะและเวทย์มนตร์ของเขา แต่เขาเองก็ไม่ค่อยสนใจที่จะเสี่ยงชีวิตของเขาในการต่อสู้มากนัก

ความตื่นเต้นเช่นนี้อาจดึงดูดผู้ชายที่มีพละกำลังมากกว่า แต่ดาเรียสชอบที่จะใช้ความคิดของเขากับร่างกายของเขา … หรือชีวิตของเขาเพื่อเรื่องนั้น เมื่อเวลาผ่านไปตอนนี้ก็เกิดปัญหาที่เขาต้องแก้ไข เนื่องจากดวงอาทิตย์กำลังตกดินอย่างช้าๆ

โดยธรรมชาติแล้วมันได้ข้ามความคิดของดาเรียสมาก่อนหน้านี้เพื่อสร้างคู่มือการเอาชีวิตรอดด้วยความสามารถของเขา แต่เขาก็ตัดเหตุผลนั้นออกไปด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคะแนนการเปลี่ยนแปลงของเขาเหลือเพียง 1.79 คะแนน และต้องรอจนกว่ามันจะรีเซ็ตใหม่ และอย่างที่สองคือความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถเป็นนักเดินทางสัตว์ป่าที่ช่ำชองด้วยหนังสือเล่มเดียวได้

แม้ว่าฐานข้อมูลของระบบพิเศษจะช่วยให้เขาสามารถจัดทำรายการความรู้ที่ได้รับทั้งหมด แต่เขาก็ยังต้องอ่านหนังสือและทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องทำ

หากการอ่านหนังสือสามารถทำให้คนเป็นมืออาชีพได้การศึกษาจะเป็นเพียงการยัดเยียดความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาอัน จำกัด

…บางทีนั่นอาจไม่ใช่การเปรียบเทียบที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้

ดาเรียสลูบผมและไตร่ตรองทางเลือกของเขา เขาคิดเกี่ยวกับการรวบรวมใบไม้เพื่อสร้างผ้าใบกันน้ำสำหรับเต็นท์ แต่ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าจะรวมเต็นท์เข้าด้วยกันได้อย่างไร

แต่เขากลับตัดสินใจที่จะลองทำสิ่งที่ชาญฉลาด

[คุณต้องการเปลี่ยนเขี้ยวงูเหลือม แท่นเทเลพอร์ต ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลง 11 คะแนน]

ดาเรียสขมวดคิ้วมันเกินราคามากเกินไป อย่างไรก็ตามเขามีความสุขที่มีบางสิ่ง เช่นนี้อยู่ในโลกของเฟาสต์ซึ่งหมายความว่าเขาจะสามารถได้รับมันในที่สุด

ในช่วงเวลาที่ดาเรียสใช้เวลาเดินทางไกล เขาได้ตระหนักว่ามีข้อบกพร่องในความคิดของเขาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ในระหว่างวัน เขาละเลยความจริงที่ว่าในเกมที่ตั้งอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์สิ่งต่างๆมักจะพัฒนาในขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นและไม่ได้เริ่มต้นในขั้นตอนที่สมบูรณ์แบบ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามถ่ายทอดคู่มือการสะกดของเขาให้เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่ว่างเปล่าเป็นคู่มือคาถาลูกไฟขนาดเล็กหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการและเปลี่ยน 5 คะแนน]

เขาเกือบจะกระโดดด้วยความสุขเมื่อได้รับตัวเลือกนั้น ไม่ใช่ว่าเขาเป็นถั่ววิเศษไฟหรืออะไร แต่ทุกคนที่เป็นใครก็รู้ว่าลูกไฟเป็นพื้นฐานของเวทมนตร์ทั้งหมด

น่าเสียดายที่เขาเกือบจะหมดแต้มในวันนี้ ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากรอเที่ยงคืนเพื่อที่จะได้รับคาถาใหม่นี้

[คุณต้องการเปลี่ยนเขี้ยวงูเหลือมเป็นแท่นเทเลพอร์ตขนาดเล็กหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลง 3 คะแนน]

‘อืม … คงต้องรอให้คะแนนรีเซ็ท’

ดูเหมือนว่าไม่ว่าดาเรียสจะพยายามหาทางออกอย่างไร เขาก็จะใช้เวลาทั้งคืนกลางป่าที่มีทั้งเหยื่อและนักล่าเหมือนกัน…เยี่ยมมาก

ดาเรียสไม่เต็มใจที่จะนอนหลับด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นความจริงที่ว่าเขาแน่ใจว่าเขาจะตายก่อนที่เขาจะสามารถตอบสนองต่อการโจมตีใด ๆ ในขณะที่หลับ

วิธีที่เขาเห็นมีสองทางเลือก เขาสามารถหลบลงที่ใดที่หนึ่งที่ปลอดภัยและนอนหลับหรือกลับมาเดินทางต่อรอให้เวลาถึงเที่ยงคืนเพื่อรีเฟรชคะแนนของเขา ในขณะที่ยืนอยู่เขาก็ชอบตัวเลือกที่สองมากกว่าเพราะมันจะง่ายกว่าอย่างมากในการรับมือกับภัยคุกคามในขณะที่ตื่นนอนมากกว่าตอนหลับ

ดังนั้นดาเรียสจึงเติมกระติกน้ำของเขาใหม่และเดินทางต่อไป ในตอนแรกเขาคิดลองจะทำกาแฟ แต่เขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าคะแนน การเปลี่ยนแปลงของเขานั้นพิเศษแค่ไหน

จำนวนแต้มที่จำกัดที่เขาได้รับทุกๆ 24 ชั่วโมงนั้นไม่เพียงพอที่จะรองรับ รายการความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องพกติดตัวไว้เพื่อยามที่สำคัญกว่านี้

เวลาประมาณ 17.00 น. ดาเรียสคาดเดาได้จากการที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า เขาไม่ใช่คนที่สามารถอ่านช่วงเวลาของวันเช่นนี้ได้ แต่มันเป็นเพียงการคาดเดาตามการเคลื่อนไหวของท้องฟ้าบนโลก

เขาต้องเดินต่อไปอีก 6 ชั่วโมง…? ดาเรียสปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น เขาเหนื่อยกับการเดินแล้วและถึงแม้น้ำบริสุทธิ์จะชำระความเมื่อยล้าและฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเขา แต่ประสิทธิภาพก็ลดน้อยลงในแต่ละครั้งซึ่งน่าจะเป็นเพราะ ดาเรียสกำลังปรับตัวเข้ากับมัน

ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนกว่าเขาจะหมดแต้มการแลกเปลี่ยในวันนี้ เขาเริ่มวิ่งจ็อกจิ้งเล็กๆ น้อยๆ

อย่างไรก็ตามเขาไปไม่ถึง 500 เมตร เขาก็หอบเหมือนสุนัข เขาก็หยุดเพื่อเอาน้ำใส่ขวด เมื่อทำเช่นนั้นแล้วเขาก็รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเหมาะสมเริ่มกระบวนการจ็อกกิ้งอีกครั้ง

หลังจากช่วงเวลาเดียวกันเขาถูกตั้งค่าสถานะอย่างมากอีกครั้ง อย่างไรก็ตามดาเรียสได้ข้ามไปประมาณ 1 กิโลเมตรในเวลาเพียง 10 นาที

เขายังมีระยะทางอีกประมาณ 20 กิโลเมตรที่จะไปถึง ซึ่งจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการก้าวเดินช้า ๆ แต่ในขณะที่จ็อกกิ้งเขาสามารถออกไปวิ่งไปได้ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง!

ด้วยความกระตือรือร้นของเขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความปรารถนาที่จะออกไปจากหลุมป่าแห่งนี้ ดาเรียสจึงเดินหน้าต่อไปในขณะที่อาศัยคุณสมบัติมหัศจรรย์ของน้ำเพื่อให้เขาก้าวต่อไป

[คุณได้รับ 20 EXP และ 1 เหรียญทองแดง]

ดาเรียสร่ายคาถาสปาร์กอีกครั้ง เข้าไปในใบหน้าของงูทันที และมันก็ตายลงมันไหม้เกรียมจากภายในและมีควันฉุนลอยออกมาจากปาก

ดาเรียสวางซากศพลงและดึงกริชเหล็กของเขาออก เช่น เดียวกับหมูป่าเขาเก็บเขี้ยวของงูไว้

ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีค่า แต่สำหรับดาเรียสพวกมันก็มีค่า วันที่เขาต้องการเปลี่ยนสิ่งของขึ้นอย่างอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อลดต้นทุนในการเปลี่ยนสิ่งของ

เขายังสังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากรางวัลประสบการณ์สำหรับการฆ่าศัตรูในระดับเดียวกันคือ 5 ประสบการณ์เขาจึงสงสัยว่าจะมีค่าเท่าไหร่สำหรับศัตรูที่อยู่เหนือระดับของเขา

ดูเหมือนว่าดาเรียสจะได้รับคำตอบแล้ว สำหรับระดับที่สุดกว่าูเหมือนว่าเขาได้รับ 20 ประสบการณ์ นั่นคือรางวัลพื้นฐานของเขาถึงสี่เท่าซึ่ง ทำให้เขามั่นใจว่าเส้นทางสู่ความก้าวหน้าของเขาอยู่ที่การเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า

เขายังได้รับเหรียญทองแดง 1 เหรียญ สกุลเงินของอาณาจักรอันดาโต เรียกว่าอันโดคอยน์และมีสามชั้น มีเหรียญอันโดสีบรอนซ์มีค่าต่ำสุด, ‘เหรียญอันโดสีเงินมีค่าระดับกลางและเหรียญอันโดสีทองมีค่ามากที่สุด

ช่องว่างของมูลค่าระหว่างสามชั้นนี้ยอดเยี่ยมมาก ดาเรียสต้องใช้เหรียญทองแดง 1,000 เหรียญในการสร้างเหรียญเงิน 1 เหรียญและเช่นเดียวกันกับเหรียญเงินที่จะสร้างเป็นเหรียญทอง

ดาเรียสรู้เพียงว่าเรียญทองแดง สามารถรับประกันความเป็นอยู่ของชาวนาและนักผจญภัยระดับต่ำได้ทั้งหมด กำลังในของของเหรียญทองแดง 1 เหรียญเพียงพอที่จะซื้อของชำเพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้นาน 1 สัปดาห์หากพวกเขาปันส่วนอย่างระมัดระวัง

ควรสังเกตว่าร้านขายของชำเป็นของสกปรกราคาถูกในอันดราโต เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับดันเจี้ยน แต่ดาเรียสไม่มีข้อมูลเพียงพอจากแพคข้อมูลเพื่อเน้นย้ำเรื่องนี้

สำหรับเหรียญเงินในแง่ของมูลค่าทางเศรษฐกิจสามารถใช้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์สินคุณภาพดี จ่ายให้คนรับใช้ไม่กี่คนและให้ครอบครัวใหญ่ที่มีชีวิตประมาณ 12 คน ได้ถึง3 เดือนขึ้นอยู่กับการปันส่วน

สำหรับเหรียญทองเกือบจะถูกใช้โดยขุนนางและราชวงศ์ตลอดจนการผจญภัยระดับสูงและนักเวทย์มืออาชีพ พวกเขาสามารถซื้อที่ดิน ทาสและคนรับใช้รวมทั้งดูแลกองทัพทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งปี

ดาเรียสถือเหรียญทองแดงและสะบัดมันไปรอบ ๆ มันเป็นทองสัมฤทธิ์แท้ที่มีสัญลักษณ์ของดาบอาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ด้านหนึ่งโดยมีการแกะสลักของผู้หญิงที่มีลักษณะละเอียดอ่อนสวมมงกุฎอีกด้านหนึ่ง

เมื่อคิดเช่นนี้ดาเรียสก็ลูบคางของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาได้พิจารณาการแสดงสกุลเงินด้วยความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบของเขา แต่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับสังคมก่อนที่เขาจะตัดสินว่าสิ่งนั้นจะฉลาดหรือไม่

แพคข้อมูล ฐานข้อมูลขนาดเล็กของเขาให้ข้อมูลพื้นฐานจำนวนมากแก่เขา แต่นั่นคือข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลพื้นฐาน

ดาเรียสต้องหยุดการเดินทางชั่วคราวหลังจากเดินไปประมาณ 10 กิโลเมตรเพราะหมดแรง ในขณะที่เขาพักผ่อนโดยพิงกับต้นไม้และก้นของเขาราบบนพื้นป่า เขาต้องยอมรับว่าเกมเหล่านั้นที่เขาเล่นกับหลานชายและลูกชายของเขา ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าการเดินระยะไกลจะเหนื่อยแค่ไหน

ในฐานะคนที่พึ่งพาการขนส่งด้วยยานพาหนะจากโลกสมัยใหม่ ดาเรียสไม่พร้อมจริงๆสำหรับการเดินป่าระยะไกลในลักษณะนี้ ในตอนแรกมันรู้สึกวิเศษและมีพลังมากตอนนี้ดาเรยสต้องการให้เขางอกปีกและบินได้

ในขณะที่ลูบคางของเขา ดาเรียสเก็บทรายจากพื้นป่าและเติมลงกระติกน้ำของเขาให้เต็ม หลังจากนั้นก็เข้าสมาธิ

[คุณอยากจะเปลี่ยนขวดทรายให้เป็นน้ำไหม? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.01 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

การเปลี่ยนทรายก็กลายเป็นน้ำ นั้นมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!

น้ำก็เป็นสารที่เรียบง่ายและทรายก็ค่อนข้างเรียบง่ายเช่นกันดังนั้นการเปลี่ยนสภาพจึงเป็นเพียงในแง่ของสสารไม่ใช่การออกแบบเหมือนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

สิ่งนี้ยังบอกกับดาเรียสด้วยว่าการเปลี่ยนสสารจากประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่งที่ถือมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการแปลงให้ไปเป็นของเทียมที่มีรายละเอียดมาก

ดาเรียสรู้สึกพอใจและรู้สึกว่าขวดหนักขึ้นเล็กน้อยเกือบจะในทันที เขามองเข้าไปในนั้นและเห็นน้ำที่ใสสะอาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาซึ่งเกือบจะเป็นประกายด้วยความบริสุทธิ์

แทนที่จะไม่มีสี แต่กลับส่องแสงเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่น้ำธรรมดาเลย

น้ำบริสุทธิ์ – ของเหลว

ความทนทาน: 1/1

รายละเอียด: น้ำกลั่นด้วยวิธีการที่ทรงพลังที่สุดที่รู้จักกันดี ของเหลวนี้สามารถบำรุงร่างกายของผู้ที่ดื่มมันช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดอายุการใช้งานและความมีชีวิตชีวาเมื่อบริโภคซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน

น้ำแห่งความบริสุทธิ์ ย้อนกลับไปบนโลกเมื่อดาเรียสเข้าโบสถ์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของชายผู้เกรงกลัวต่อพระเจ้า ได้จัดเทศนาบอกฝูงแกะของเขาว่า กาลครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขายังเยาว์วัย ผู้คนได้ดื่มน้ำที่บริสุทธิ์มากมันช่วยให้มนุษย์ในยุคแรกมีอายุยืนยาวขึ้นซึ่งเป็นวิธีที่พวกเขามีชีวิตอยู่มานาน … นอกเหนือจากการเสียชีวิตจากความขัดแย้งหรือโดนผู้ล่าในป่า

ดาเรียสอยากรู้อยากเห็น เขาดื่มน้ำเต็มปาก รสชาติมัน…แปลก ๆ โดยพื้นฐานแล้วรสชาติสะอาด…เหมือนสะอาดจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย แต่รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังล้างปากและลำคอด้วยบางสิ่งที่ขจัดสิ่งสกปรกในร่างกายออกไปทั้งหมด

อย่างไรก็ตามผลของมันเกือบจะทันที ดาเรียสรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวาความเหนื่อยล้าของเขาหายไป เลือดไหลเวียนอย่างมากราวกับว่าเขาได้พักผ่อนมาทั้งวัน

ดาเรียสจ้องมองขวดด้วยความปริมใจ หากการจิบเพียงครั้งเดียวสามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ เขาก็น่าจะสบายขึ้นตราบเท่าที่ขวดยังคงเต็ม หลังจากนั้น … สิ่งที่เขาต้องทำคือเปลี่ยนทรายให้เป็นน้ำเพื่อรักษาเอฟเฟกต์นี้ไว้

ดาเรียสลุกขึ้นยืนและเดินต่อไปในป่าที่ไม่มีชื่อนี้ มันตั้งอยู่ในสถานที่กลางที่ราบลุ่มสีเขียว ซึ่งถือว่าเป็นเขตชานเมืองของอาณาจักร อันดราโต

ทางด้านข้างของที่ราบ ทางเหนือเป็นดินแดนที่ไม่สามารถไปถึงได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่ที่มีป้องการเขตจากอาณาเขตของราชอาณาจักร

_______________________________________________________________________________________

ดาเรียส ทำการเปลี่ยนใจเลื่อมใสและเฝ้าดูหนังสือเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ มันกลายเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่มีเครื่องหมายมากมายบนสันปกและปกในขณะที่หน้าต่างๆเปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ๆ

ดาเรียสตรวจสอบมัน

คู่มือคาถาเวทย์สะกดแบบว่างเปล่า – อุปกรณ์

ความทนทาน: 200/200

คำอธิบาย: คู่มือการสะกดแบบว่างเปล่าที่มีคุณภาพสูงสุด คาถาทุกประเภทสามารถจัดเก็บได้อย่างปลอดภัยภายในและจะไม่มีคุณภาพลดลง ผู้ใช้ทุกคนที่อ่านข้อความนี้มีโอกาสพิเศษ 50% ที่จะเข้าใจการสะกดภายในได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตามที่คาดไว้จากความสามารถชั้นยอดนี้ทำให้เป็นคู่มือการสะกด ที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ เขาไม่แน่ใจว่ามูลค่าของสิ่งนี้จะเป็นเท่าใดในบรรดาผู้วิเศษ แต่ดาเรียสสามารถคาดเดาได้และบอกว่ามันจะต้องมีค่าอย่างมาก

ดาเรียสถอนหายใจ เขาสามารถสร้างสมาคมพ่อค้าขนาดใหญ่ในโลกนี้ได้อย่างง่ายดายด้วยความสามารถในการเปลี่ยนแปลงของเขาเพียงอย่างเดียว แต่นั่นจะทำให้เกิดปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา

เขาจะเอาวัตถุดิบมาจากไหน? เขาจ้างช่างฝีมือคนไหนมาทำสินค้าคุณภาพสูงเช่นนี้? ในสถานการณ์สมมตินั้น ถ้าตอบได้ว่าเขาทำทุกอย่างที่ขายได้ คำถามที่สมเหตุสมผลต่อไปคือเขาเรียนรู้ทักษะดังกล่าวมาจากไหน?

แน่นอนเราไม่สามารถเลือกที่จะตอบได้ แต่นั่นจะทำให้เกิดความสงสัย เมื่อเป็นเช่นนั้นเหตุการณ์ที่ตามมาอาจเป็นภาพได้อย่างง่ายดาย ดาเรียสอาจจะถูกกลั่นแกล้ง

ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะไปหาเกี่ยวกับเรื่องนี้จากมุมที่แตกต่างออกไป ดาเรียสจ้องมองไปที่ระบบแบรนด์บนนิ้วของเขา เครื่องมือนี้จะเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จของเขาทำให้เขาสามารถยกระดับอาหาร สัตว์ ปืนใหญ่ไปสู่ระดับปรมาจารย์ในแง่มุมต่างๆของชีวิต

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาที่ว่างเปล่าเป็นคู่มือคาถาลูกไฟหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 18 คะแนนการแปลง]

ดาเรียสถอนหายใจ ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดดยังสูงเกินไปสำหรับเขาในขณะนี้ เขาจะต้องสะสมคะแนนให้เพียงพอสำหรับการแปลงครั้งเดียวหรืออาจลองแปลงบางส่วนแล้วดู

[คุณต้องการเปลี่ยนคู่มือคาถาเปล่าเป็นคู่มือคาถาลูกไฟที่เสร็จสมบูรณ์ 1/10 หรือไม่? จะเสียค่าใช้จ่าย ??? คะแนนการแปลง]

[ขออภัยการแปลงบางส่วนไม่สามารถใช้ได้ในขั้นตอนปัจจุบันของคุณ]

เขาแสยะเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ได้รับการบอกกล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้อย่างสมบูรณ์ดังนั้นมันจึงไม่ได้หลุดออกจากโต๊ะอย่างสมบูรณ์ ดาเรียสวางคู่มือคาถาลงในช่องเก็บของและลุกขึ้นยืน

เขาจะพักผ่อนให้เพียงพอและซากหมูป่าก็เริ่มส่งกลิ่นหอม แมลงวันก็มาเริ่มมาตอมที่ศพและดาเียสมั่นใจว่าสัตว์นักล่าที่มีจมูกแหลมอยู่ไม่ไกล

เขารีบออกจากที่นั้นและเดินทางต่อผ่านพุ่มไม้ เขาไม่สนใจที่จะต่อสู้กับสัตว์ป่าอีกต่อไปเมื่อเทียบกับการไปถึงจุดหมาย

อย่างไรก็ตามดาเรียสต้องหยุดชะงักเมื่อเขาสังเกตเห็นงูหลามขนาดใหญ่ข้ามต้นไม้สองต้น เขาไม่สามารถมองเห็นหัวของมันได้ แต่มีเพียงความยาวของลำตัวในขณะที่มันค่อยๆลากตามหัวของมันไป

ดาเรียสไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ในป่ามากนัก แต่การรับรู้ของเขาเตือนเขาถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา นี่ควรเป็นลักษณะหนึ่งของสถิติสติปัญญาที่แสดงออกด้วยตัวเอง

มันเป็นความรู้สึกที่แผ่วเบาที่ด้านหลังของความคิดของเขาและที่น่าสนใจคือมันไม่เกี่ยวอะไรกับลำตัวที่คดเคี้ยวไปมาตรงหน้าเขาอย่างสง่าผ่าเผย แต่ … มีอะไรบางอย่างอยู่ทางซ้ายของเขา?

ดาเรียสไม่ได้หันไปทั้งตัว แต่ขยับตาไปที่มุมการมองเห็นทางซ้ายเท่านั้น หากเขาไม่ได้เป็นคนที่โตที่มีประสบการณ์ความผันผวนในวัยชราเขาจะต้องสะดุ้งและกรีดร้อง

ส่วนหัวของงูเหลือมที่กำลังลดระดับตัวเองจากกิ่งไม้ใกล้ ๆ เข้าหาตัวของมัน มันเคลื่อนไหวอย่างช้าๆและนุ่มนวลเพื่อไม่ให้เหยื่อของมันตื่นตัว – ดาเรียสในขณะที่เขาเสียสมาธิ

ดาเรียสเริ่มเหงื่อตกเมื่อความกลัวพุ่งสูงขึ้น แต่เขาบังคับให้จิตใจของเขาสงบลงซึ่งเขาเริ่มขยับมือขวาช้าๆ

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความเงียบที่แปลกประหลาดที่ ดาเรียสกำลังจับมือของเขาเพื่อทำการร่ายในขณะที่งูหลามทำให้ร่างกายส่วนบนของมันกลายเป็นจุดที่มั่นคงสำหรับการพุ่งเข้าใส่ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือความจริงที่ว่างูไม่ทราบว่าดาเรียสเห็นมัน

น่าเสียดายสำหรับงูในกรณีนี้ ดาเรียสต้องการเพียงแค่ชี้นิ้วเดียวไปในทิศทางของมัน ไม่ใช่ขยับแขนทั้งแขนไปทางนั้น ทันใดนั้นเขาก็ร่ายคาถาประกายไฟและกระโดดหนีไป

ในขณะเดียวกันงูหลามซึ่งมีความเร็วในการตอบสนองเร็วกว่าเด็กผู้ชายอายุ 13 ปี มันก็พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกับเขี้ยวแยกเขี้ยว อย่างไรก็ตามมันได้สัมผัสกับประกายไฟฟ้าจากคาถาที่ดาเรียสร่ายใส่ ซึ่งส่วนใหญ่เข้าปากและตาของมัน

มันแข็งตัวและล้มลงไม่กี่วินาทีกระตุกอย่างรุนแรงขณะที่ดวงตาและปากของมันมีควันเล็กน้อย ดาเรียสมองงูอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินโอกาสในการต่อสู้ของเขา

งูเหลือมตาข่าย – สัตว์ร้ายระดับ 2

HP: 5/8 MP: 0/0

มันเป็นสัตว์ประหลาดระดับหนึ่งที่สูงกว่าเขาและสุขภาพของมันก็มากกว่าหมูป่าจากเมื่อก่อนด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ถึงกระนั้นดาเรียสก็ยังประหลาดใจเมื่อเห็นว่าคาถาประกายไฟของเขาดูเหมือนจะสร้างความเสียหาย 3 แต้มแทนที่จะเป็น 1

เว้นแต่งูจะเข้าสู่การต่อสู้ครั้งนี้ด้วยการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่ เขาให้เหตุผลว่าการโจมตีของเขาเองจะต้องได้รับประโยชน์จากตัวคูณบางประเภทไม่ว่าจะเป็นจุดอ่อนขององค์ประกอบซึ่งเป็นเรื่องที่ไกลตัวเล็กน้อย – เทคนิคการปรับปรุง – ซึ่งก็คือ ไม่น่าเป็นไปได้สำหรับคาถาระดับ 1 ที่เขาเพิ่งเรียนรู้ในวันนี้ – หรือการโจมตีคริติคอล ตามหลักการยกเว้นตัวเลือกสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ดาเรียสจำได้ว่าประกายไฟเข้าไปในดวงตาและปากของงูเหลือตาข่ายก่อนที่จะสร้างความเสียหาย เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตใด ๆ จึงมีเหตุผลที่การโจมตีดังกล่าวจะกลายเป็นคริติคอล

จากความเสียหายที่เกิดขึ้นการโจมตีคริติคอลดูเหมือนจะทำให้การโจมตีมีประสิทธิภาพ 3 เท่า จากพลังโจมตีปัจจุบันของดาเรียสนั้นมีประโยชน์เพียงเล็กน้อย แต่ในระดับที่สูงขึ้นซึ่งความเสียหายของเขาจะเพิ่มขึ้นนี่จะเป็นกลไกสำคัญสำหรับเขา

ดาเรียสไม่เสียโอกาสนี้ เขารีบวิ่งไปที่งูเหลือตาข่าย ที่ยังมึนงงและอ้าขากรรไกรล่าง ดาเรียสชี้นิ้วเข้าไป

หลายคนคิดว่าเขาโง่เขลา แต่เมื่อประกายไฟพุ่งเข้าไปในส่วนหน้าของงูที่ปากและดวงตาของมันอีกครั้ง ทำให้พลังชีวิตมันลดลงไปที่ 3 แต้ม ผู้คนที่เฝ้าดูดาเรียสต่างก็เงียบไป

ดาเรียสยอมรับสิ่งนี้ ในขณะที่เขาไตร่ตรองถึงความแตกต่างของต้นทุน การเปลี่ยนใบไม้เป็นกริชเหล็กมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2 คะแนน แต่การเปลี่ยนใบไม้ประเภทเดียวกันเป็นกระติกน้ำหนังเพื่อเก็บค่าน้ำ ทีค่าน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของเดิม

จากสิ่งนี้ ดาเรียสสามารถยืนยันได้ว่าการพัฒนาอินทรีย์ของสินค้าขั้นสุดท้ายต้องมีบทบาทสำคัญในการคำนวณต้นทุน การพัฒนาอินทรีย์ในกรณีนี้อ้างถึงกระบวนการที่แม่นยำ

ในกรณีของกริชนั้นถูกสร้างขึ้นโดยช่างตีเหล็ก แร่เหล็กจะเติบโตขึ้นในเหมืองก่อนที่จะถูกสกัดแล้วทำให้บริสุทธิ์เป็นแท่งโลหะโดยการหลอมจากนั้นจึงหลอมอย่างระมัดระวังเป็นรูปร่างปัจจุบัน

ในส่วนของกระติกน้ำนั้นจะทำจากหนังสัตว์คุณภาพดีซึ่งต้องได้รับการบ่มอย่างระมัดระวังจากนั้นจึงนำมาประดิษฐ์เป็นรูปทรงปัจจุบัน ตามความเข้าใจของเขาสิ่งที่เขาสามารถทำได้คือการจำลองกระบวนการอินทรีย์ของสิ่งของเหล่านี้เทียมและนำไปใช้ทันที

แน่นอนฐานของรายการจะเปลี่ยนไปเพื่อจำลองกระบวนการ

ด้วยเหตุนี้ดาเรียสจึงระบุปัจจัยหลักสามประการที่ควรตัดสินค่าใช้จ่ายของการแปลง อย่างแรกคือความแตกต่างระหว่างไอเท็มพื้นฐาน (ใบไม้) และเวอร์ชันพื้นฐานของไอเท็มสุดท้าย (แร่เหล็ก) การแปลงข้ามช่องว่างนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คิดเป็นต้นทุนส่วนใหญ่

ประการที่สองคือการจำลองการพัฒนาอินทรีย์ จากสิ่งที่ดาเรียสสามารถบอกได้จากคำอธิบายของกริชและคุณภาพของกระติกน้ำที่เขาถืออยู่ตอนนี้การจำลองถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามสิ่งของที่เขาต้องการ

ดังนั้นกริชเหล็กธรรมดาที่เขาต้องการจึงถูกสร้างขึ้นราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยช่างตีเหล็กสูงสุดที่มีทักษะการตีเหล็กที่สมบูรณ์แบบ มันค่อนข้างเป็นแนวทางของชนชั้นสูง

ปัจจัยที่สามคือการเปลี่ยนรูปจริงซึ่งรายการจะเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งทันที จากสิ่งที่ดาเรียสสามารถบอกได้ว่าขั้นตอนนี้ไม่ควรใช้ต้นทุนมากขนาดนั้นเมื่อเทียบกับสองครั้งแรก

สิ่งที่สำคัญ คือเขาได้ตรวจสอบเกณฑ์บางอย่างที่เขารู้สึกว่าต้องระวัง เขาจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้งสามนี้เสมอเมื่อทำการแปลงรายการมิฉะนั้นเขาอาจใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลงอันมีค่าของเขาไปอย่างโง่เขลา

ณ ตอนนี้เขามีคะแนนการเปลี่ยนแปลงเหลือ 7.7 คะแนนสำหรับวันนี้ เขายังคงต้องการทดลองและทำความเข้าใจข้อ จำกัด ของทักษะของเขาตลอดจนวาดค่าอัตนัยที่แท้จริงสำหรับคะแนนการเปลี่ยนแปลง

ดาเรียสหยิบใบไม้อีกใบและตั้งสมาธิ

[คุณต้องการที่จะเปลี่ยนใบสนเป็นหนังสือเปล่า? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.01 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

‘อืม … เนื่องจากคุณสมบัติของใบไม้ ไม่ได้ห่างจากต้นปาปิรัสมากเท่าเหล็กคะแนนการแปลงจึงน้อยกว่ามาก ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่ามันไม่ควรจะยากเท่ากริชดังนั้นอีกสองปัจจัยก็ง่ายกว่ามากเช่นกัน ‘

ดาเรียสสังเกตอย่างใจเย็น

[คุณต้องการเปลี่ยนใบต้นสนเป็นแผ่นเปล่าหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.0001 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสพยักหน้า ความแตกต่างระหว่างหนังสือเปล่ากับแผ่นกระดาษแผ่นเดียวนั้น ใหญ่พอสำหรับการลดราคาครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตามเขายังไม่สนใจที่จะทำหนังสือแบบนี้

เป้าหมายที่แท้จริงของดาเรียสคือ …

[คุณต้องการเปลี่ยนใบสนเป็นคู่มือคาถาลูกไฟหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าการเปลี่ยนแปลง 30 คะแนน]

ดาเรียสหายใจเข้าออกเบา ๆ การบอกว่าเขาไม่ผิดหวังคงเป็นเรื่องโกหก เขาคาดหวังว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็ไม่สูงนักที่เขาจะไม่สามารถจ่ายได้แม้จะมีค่าใช้จ่ายแบบรายวันทั้งหมดก็ตาม

อย่างไรก็ตามเขาได้เรียนรู้บางสิ่งที่มีค่าจากการทดลองนี้

ประการแรกโลกของเฟาสต์มีบางอย่าง เช่นคู่มือคาถาที่ผู้วิเศษใช้ส่งต่อความรู้ให้กันและกัน สิ่งนี้อาจฟังดูชัดเจน แต่ดาเรียสไม่ชอบที่จะคิดแบบสุ่มสี่สุ่มห้ามากเกินไป เมื่อเขาได้รับหลักฐานที่ยากลำบากด้วยมือของเขาแทน

ประการที่สองเขาสามารถซื้อได้ด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดมันจะเป็นการสิ้นเปลืองที่จะซื้อหนึ่งอันในราคาที่สูงเกินไปที่ร้านขายหนังสือนักเวทย์ เมื่อเขาสามารถหาของฟรีได้

ในที่สุดก็มีความหวังสำหรับเขาที่จะได้รับสิ่งนี้ในวันหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะต้องปีนขึ้นไปบนเส้นทางมือสมัครเล่นและกลายเป็นนักผจญภัยเพื่อเพิ่มขีดจำกัด การเปลี่ยนแปลงของเขาหรือเขาสามารถได้รับไอเท็มและแปลงเป็นคะแนนสำหรับการใช้งานของเขา

ดาเรียสพยายามเปลี่ยนกริชเหล็กให้เป็นใบสน

[คุณอยากจะเปลี่ยนกริชเหล็กเป็นใบสนไหม? จะเสียค่าใช้จ่าย ??? คะแนนการแปลง]

[ข้อผิดพลาดรายการที่เปลี่ยนแปลงผ่านการเปลี่ยนรูปไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นสถานะก่อนหน้านี้ได้]

ดาเรียสถอนหายใจกับข้อจำกัดที่มากมาย!

แต่ถึงกระนั้นก็สามารถจัดการได้ ความสามารถที่ทรงพลังเช่นนี้จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์มากมายเพื่อให้มันสมเหตุสมผลและอยู่ในเหตุผลมิฉะนั้นอาจถูกละเมิดได้ง่ายจนก่อให้เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อคนทั้งโลก

ดาเรียสทำการทดสอบทั่วไปอีกหนึ่งครั้งสำหรับวันนี้

[คุณต้องการเปลี่ยนกริชเหล็กเป็นดาบเหล็กหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.05 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสยิ้ม ในที่สุดช่องโหว่เล็ก ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเขา! ด้วยวิธีนี้เขาสามารถอัพเกรดไอเท็มได้เรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากเขามีขีด จำกัด 10 คะแนนที่รีเฟรชทุกวันเขาจึงสามารถค่อยเปลี่ยนเพื่ออัพเกรดขึ้นไปเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงยินดี ทันทีเขาลองอย่างอื่น

[คุณต้องการเปลี่ยนใบสนเป็นคู่มือคาถาเปล่า ๆ หรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลง 9.6 คะแนน]

ดาเรียสยิ้ม

[คุณต้องการที่จะเปลี่ยนใบสนเป็นหนังสือเปล่า? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.01 คะแนนการปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสยอมรับและดูการเปลี่ยนใบไม้เป็นหนังสือเล่มหนาที่ดูสดใหม่จากการผลิตดาเรียสสาบานได้ว่าเขายังได้กลิ่นกาวร้อนที่ใช้ติดหน้ากระดาษเข้าด้วยกัน

[คุณต้องการเปลี่ยนหนังสือเปล่าเป็นคู่มือการสะกดที่ว่างเปล่าหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 5.9 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

ดาเรียสยิ้มกว้างขึ้น ช่องโหว่นี้มีประโยชน์อย่างแท้จริงและมีเหตุผลมากในตอนท้าย การแบ่งการเปลี่ยนแปลงออกเป็นขั้นตอนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ตอนได้ด้วยเพียงการใช้จ่ายในคะแนนที่น้อยมาก

[คุณได้รับ 5 EXP]

ถ้ามันควรจะเป็นอย่างอื่นดาเรียสก็ไม่เห็นมัน ดูเหมือนว่าหมูป่าจะเป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่เป็นสัตว์กินเนื้อที่โชคร้ายที่มาเป็นหุ่นจำลองในการฝึกของเขา

ดาเรียสจำได้ว่าซีซาร์เปิดเผยว่าคุณค่าของประสบการณ์ได้รับการแก้ไขและอาศัยความแตกต่างระดับระหว่างทั้งสองฝ่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม AI ได้จงใจทิ้งไว้ว่าเขาจะได้รับเท่าไหร่ต่อการฆ่า

‘น่าสนใจตราบใดที่ฉันฆ่าอะไรบางอย่างในระดับเดียวกับตัวเองฉันจะได้รับ 5 EXP’

ดาเรียสเม้มริมฝีปาก เขาเล่นเกมออนไลน์สองสามเกมในช่วงสุดท้ายของชีวิตเพื่อที่จะผูกพันกับหลานชายและลูกชายของเขามาร์ติน เขาไม่เคยชอบแง่มุมที่หนักหน่วงของเกมแบบนี้เพราะมันซ้ำซาก

ในทางกลับกันเขาได้รับความสนใจอย่างมากจากเกมประเภทบริหารเหล่านั้น…ประเภทนี้เรียกอีกครั้งว่าอะไร…อาใช่กลยุทธ์แบบเรียลไทม์ รวบรวมทรัพยากร สร้างฟาร์มเหมืองและอาคารเมืองฝึกกองกำลังเพื่อพิชิตการตั้งถิ่นฐานของผู้เล่นคนอื่น ๆ …

น่าเสียดายที่โลกให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของเขาในเรื่องนี้น้อยมาก จากประสบการณ์ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ากลไกทำงานคล้ายกับเกมที่เด็กหนุ่มของเขาชอบ

เพื่อที่จะไต่ไประดับ 1 ระดับโดยพื้นฐานแล้วเขาจะต้องฆ่าหมูป่าอีก 19 ตัว ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขาต้องแน่ใจว่าเขาจะไม่ถูกทำร้ายจนตายในการต่อสู้ครั้งนี้ อย่างหลังควรจะง่ายพอ ตราบเท่าที่การต่อสู้ทุกครั้งจะดำเนินไปอย่างราบรื่นเหมือนครั้งนี้

เป็นไปได้ว่าอาจจะยังมีปัญหากับอดีต แม้จะใช้คาถาเพียง 1 MP แต่เขาก็ถูกบังคับให้ใช้ 5 MPในการต่อสู้ครั้งก่อนเพื่อฆ่าสิ่งมีชีวิต

มานาของเขาถูก จำกัด ไว้ที่ 21 แต้มในขณะนี้ซึ่งหมายความว่าเขาเหลืออยู่ 16 แต้ม กล่าวอีกนัยหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าได้อีกสามตัวอย่างปลอดภัยก่อนที่เขาจะได้รับความเมตตาจากทุกสิ่งที่เข้ามา ดาเรียสจึงระมัดระวังตัว

เขาตัดสินใจตรวจสอบซากหมูป่าเป็นครั้งแรกในขณะที่มานาของเขา เขาหวังว่าจะได้รับการฟื้นฟู เขาหมอบและเอาผ้าปิดจมูก เพราะกลิ่นขอมันไม่ค่อยจะดี

แต่ดาเรียสยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นเบคอนเล็กน้อย ปรากฎว่าคาถาประกายไฟได้ทอดอวัยวะภายในของหมูป่าเล็กน้อยทำให้เกิดผลเช่นนั้น

ดาเรียสไม่ใช่คนขายเนื้อและเขาก็ไม่มีประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอดนอกบ้าน เขาเป็นนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ในเมืองดังนั้นเขาจะไม่ตัดหมูป่าและแสร้งทำเป็นว่าเขามีฝีมือในการทำเช่นนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีเครื่องมือใด ๆ ให้เขาสามารถจัดการได้

เขาเพียงแค่สังเกตร่างกายสักเล็กน้อย และตรวจสอบว่ามีอะไรที่เขาสามารถนำไปได้ แต่ในที่สุดก็ไม่พบว่ามีประโยชน์อะไร

ในเวลาเดียวกันสิ่งนี้ทำให้เกิดประเด็นอื่นที่ดาเรียส ได้ไตร่ตรองเกี่ยวกับตอนที่เขาออกจากที่บ่อน้ำซึ่งขาดทักษะในการเอาชีวิตรอดในความครอบครองของเขา เขาชอบที่จะได้รับ แพคข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ที่ไม่มีอยู่จริงของเขาในเรื่องนั้น แต่เนื่องจากไม่มีสิ่งใดที่รวมอยู่ในสิ่งที่เขาเคยใช้มันจึงรู้สึกเหมือนไม่มีจุดหมายที่จะขอมัน

ดาเรียสลูบคางของเขาและคิดอะไรบางอย่าง เขาเดินไปที่พุ่มไม้ใกล้ ๆ และดึงใบไม้ออกมา มันเป็นสีเขียวที่น่ารักซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีสุขภาพดีอย่างที่ควรจะเป็น

ดาเรียสตั้งสมาธิและพยายามที่จะเปลี่ยนใบ

[คุณต้องการเปลี่ยนใบสนเป็นกริชเหล็กหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าการเปลี่ยนแปลง 7 คะแนน]

ดาเรียสขมวดคิ้ว แม้ว่ามันจะอยู่ในช่วงที่ต้องจ่าย แต่เขาก็มีคะแนนในจำนวนจำกัด สำหรับวันนั้น ถึงกระนั้นนี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขาในการตรวจสอบมาตรฐานมูลค่าของคะแนนการเปลี่ยนแปลง

ดาเรียสพยายามอีกครั้ง

[คุณต้องการเปลี่ยนใบสนเป็นกริชเหล็กหรือไม่? ซึ่งจะต้องใช้คะแนนการเปลี่ยนแปลง 2 คะแนน]

ปรากฎว่าทฤษฎีของเขาถูกต้อง การเปลี่ยนคุณภาพของรายการสุดท้ายทำให้ต้นทุนลดลง ดาเรียสคาดเดาเพิ่มเติมว่าความเข้ากันได้อย่างใกล้ชิดระหว่างสองรายการอาจส่งผลให้ต้นทุนต่ำลงในทำนองเดียวกัน

ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนทรายเป็นน้ำไม่ควรเสียค่าใช้จ่ายมากเท่ากับการเปลี่ยนไอเป็นองค์ประกอบเดียวกัน อย่างไรก็ตามอย่างที่เห็นได้การเปลี่ยนใบไม้เป็นชิ้นส่วนเหล็กปลอมแปลงอนินทรีย์มีค่าใช้จ่ายมาก

ดาเรียสยินยอมทางจิตใจให้กับการเปลี่ยน เช่นเดียวกับที่เขารู้สึกว่าใบไม้ในฝ่ามือเปลี่ยนรูปเป็นกริชเหล็กที่แข็งแรงพร้อมด้วยสีเทาเข้ม มันหนักไปหน่อย แต่ที่สำคัญที่สุดคือมันคมและทำออกมาได้ดี

กริชเหล็ก – อาวุธ

ความทนทาน: 10/10

คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ

ความเสียหาย: 1-3

คำอธิบาย: กริชแข็งแรงทนทานทำจากเหล็กอย่างดีและงานฝีมือที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สร้างขึ้นโดยการแปลงร่างที่บริสุทธิ์

ดาเรียสลองเหวี่ยงกริชสองสามครั้ง คนที่ไม่ชำนาญอย่างนั้นเขาก็โยนมันไปรอบ ๆ โดยธรรมชาติไม่มากก็น้อย ถึงกระนั้นตอนนี้เขามีบางอย่างที่ต้องใช้

เขาเดินไปหาหมูป่าและเริ่มตัดงาของมัน เนื่องจากดาเรียสรู้ว่าพวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีประโยชน์ในภายหลัง อนิจจาพูดง่ายกว่าทำและเมื่อเขาทำงานเสร็จเขาก็หอบอย่างอ่อนแรง

เขาไม่ได้คำนึงถึงความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายอีกต่อไป แต่เป็นเพียงเด็กผู้ชายที่อายุ 13 ปีความแข็งแกร่งและความอดทนของเขาอยู่ที่ 3 คะแนนต่ำกว่ามาตรฐานสากลดังนั้นการพยายามทำอะไรแบบนั้นจึงไม่ฉลาด

ดาเรียสเก็บงาและกริชเหล็กไว้ในคลังของเขาก่อนที่เขาจะนั่งลงเพื่อพักผ่อนเล็กน้อย หลังจากฟื้นลมหายใจแล้วเขาก็ดึงใบไม้อีกใบออกมาและตั้งสมาธิอีกครั้ง

[คุณต้องการที่จะเปลี่ยนต้นสนใบเป็นกระเป๋าใส่ซากสัตว์หรือไม่? จะเสียค่าใช้จ่าย ??? คะแนนการแปลง]

[ข้อผิดพลาดแพคข้อมูลเป็นไอเท็มเฉพาะของระบบพิเศษและไม่มีอยู่ในโลกของเฟาสต์ กรุณาลองอีกครั้ง.]

ดาเรียสหายใจออกเบา ๆ แต่คาดว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาเพียงแค่ทดสอบว่ามีช่องโหว่ในกฎของความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะโชคร้ายในตอนท้าย บางทีเขาคงจะคาดหวังมากเกินไปจากเทพธิดาแห่งเกมและสันทนาการ

ดาเรียสไม่ได้กังวลเกินไป เขารู้ว่าเขามีวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ แม้ว่าทักษะการเอาชีวิตรอดของเขาจะแย่มากก็ตาม

[คุณต้องการที่จะเปลี่ยนใบสนเป็นกระติกน้ำหรือไม่? ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 0.3 คะแนนการเปลี่ยนแปลง]

ทันทีที่ดาเรียสได้รับทางเลือกเขาก็ตกลงที่จะผูกมัดกับระบบแบรนด์ โดยไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาผลกระทบเชิงลบใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ความคิดที่ว่ามีคนขโมยมันไปจากเขาในขณะที่เขาหลับหรือไม่รู้สึกตัวทำให้เขาสั่นลึกลงไป

[ยินดีด้วย! ตอนนี้ระบบแบรนด์เป็นจิตวิญญาณของคุณ!]

ตอนนี้เขาได้ประเมินการ์ดทั้งหมดที่มอบให้เขาเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว ดาเรียสก็พร้อมที่จะสำรวจโลกของเฟาสต์ เขามีลางสังหรณ์ว่า เวนา เทพธิดาที่ส่งเขามาที่นี่เพื่อเล่นกีฬาเป็นผู้อดทนเท่านั้นเพราะวันนี้ควรถือเป็นช่วงเวลาผ่อนผันของเขา

หากเขายังคงนั่งคิดแผนอย่างละเอียดว่าจะก้าวไปสู่การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เธออาจจะหมดความอดทนกับเขาและจบการเดินทางก่อนที่มันจะเริ่มต้นขึ้น ด้วยเหตุนี้ ดาเรียสจึงเปิดแผนที่หลักและตรวจสอบการตั้งถิ่นฐานที่ใกล้ที่สุดรอบ ๆ ที่ตั้งของเขา

‘หืม. มีที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ทางทิศใต้ เมืองทางทิศตะวันออกและหนึ่งในห้าเมืองทางทิศตะวันตก ทางทิศเหนือเป็นพื้นที่ร้างที่เรียกว่า ที่ราบแห่งความตาย เห็นได้ชัดว่าใครก็ตามที่ไปที่นั่นไม่เคยกลับมา … น่าสนใจ ‘

ดาเรียสรู้สึกตื่นเต้นและทึ่งกับสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติ ความต้องการที่จะสำรวจและพัฒนาในดินแดนใหม่ได้ถูกสอดแทรกเข้าไปในยีนของมนุษย์ทุกคน ในศตวรรษที่ 22 นักจิตวิทยาชั้นนำหลายคนเห็นพ้องกันในทฤษฎีที่ว่า

สาเหตุหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่จากโลกไม่มีความสุขลึกลงไปเป็นเพราะแผ่นดินได้ถูกตัดขาดและแบ่งแยกไปแล้วโดยไม่มีอะไรเหลือให้สำรวจอย่างแท้จริง

บังเอิญนั่นเป็นเหตุผลใหญ่ที่สื่อแฟนตาซีและสิ่งที่คล้ายกันนี้ยังคงได้รับความนิยมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาถ้า ดาเรียสจำไม่ผิด ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตในจินตนาการแบบป่าเถื่อนด้วยตนเองและต้องยอมรับว่ามีความคาดหวังที่แปลกประหลาดในการทำเช่นนั้น

ดาเรียสลุกขึ้นยืนและมองไปรอบ ๆ กระท่อมอย่างผ่านๆ เขาคิดว่านี่ควรจะเป็นพื้นที่ตั้งฐานของเขาและสามารถทำหน้าที่เป็นเซฟเฮาส์หลักของเขาได้ในขณะนี้

ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเมื่อเขาออกจากกระท่อมและที่ลุ่มทั้งหมด ต้นไม้โดยรอบรวมกันแน่นและป่าโดยรวมค่อนข้างมืดเนื่องจากใบไม้ที่ถักถมอย่างแน่นหนาทำให้แทบไม่เหลือช่องว่างให้แสงแดดส่องผ่านได้

แทบจะไม่พอที่จะเห็นว่าเขากำลังจะไปที่ไหน แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้การเดินทางราบรื่นหรือสงบลง ดาเรียสไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเดินผ่านป่ามืดที่มีเสียงดังเพียงเล็กน้อยในแง่ของสัตว์ป่าโดยไม่รู้สึกหวาดกลัว เว้นแต่ว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับมัน

โชคดีที่ส่วนมืดของป่าไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ในเวลาเพียง 5 นาทีเขาได้เดินผ่านหลังคาที่มีความแน่นหนาของใบไม้และเข้าสู่ส่วนที่กว้างขึ้น

ดาเรียสมองไปข้างหลังเขาและรู้สึกถึงลมหายใจของเขาเมื่อเห็นว่าไม่มีแสงใด ๆ มีเพียงความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างต้นไม้ที่ใกล้ที่สุด แต่เขามั่นใจว่าเขาสามารถมองเห็นได้มากกว่านี้ในขณะที่เขาอยู่ข้างใน

เขาใช้เวลาสักพักในการสงบใจที่เต้นรั่วๆ ลง ขณะที่เขาให้เหตุผลว่านี่อาจเป็นสิ่งที่เวนาสร้างขึ้น อย่างไรก็ตามมันรู้สึกน้อยลงราวกับว่าเขาได้ออกจากบ้านไปเดินเล่นและเหมือนกับว่าเขาเดินออกมาจากส่วนลึกของเหวที่น่ากลัวและเข้าสู่แสงสว่าง

ทันใดนั้นดาเรียก็ได้ยินเสียงดังขึ้นและหันไปเห็นหมูป่ากำลังจ้องมาที่เขา หมูป่าตัวนั้นจ้องจะจัดการเขาเพราะคิดว่า เขาบุกเข้ามาในอาณาเขตของมัน

เมื่อรู้แน่ชัดว่าสัตว์ป่าดุร้ายเพียงใดเมื่อโดนบุกรุกเข้ามาในดินแดนของมันดาเรียสไม่ได้วางแผนที่จะสู้ด้วย ทันทีเขาใช้ทักษะการตรวจสอบกับหมูป่าเพื่อประเมินโอกาสในการต่อสู้ของเขา

[หมูป่า – สัตว์ร้ายระดับ 1

HP: 5/5 MP: 0/0]

ดาเรียสตกตะลึง หากเป็นเช่นนั้นเขาโจมตีด้วยพลังประกายไฟ 5 ครั้งของเขาก็น่าจะสามารถฆ่าสัตว์ร้ายได้ ไม่ว่าจะเป็นสปาร์ก – หรือเวทมนตร์โดยทั่วไป – มีพลังมากกว่าที่เขาคิดหรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในโลกนี้อ่อนแอกว่าที่เขาคาดไวมาก

หมูป่าเริ่มบดกีบของมันบนพื้นพร้อมที่จะชาร์จอย่างชัดเจน ดาเรียสไม่มีเจตนาที่จะให้สัตว์บางตัวคิดจะโจมตีเขาดังนั้นเขาจึงยื่นมือออกไปและกระตุ้นให้พลังประกายไฟยิงออกไปทางจิตใจ

เขาคาดว่ามันจะล้มเหลว แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อมีประกายไฟฟ้าไหลออกมาจากนิ้วที่ยื่นออกมาและพุ่งเข้าใส่หมูป่าซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร

หมูป่าส่งเสียงร้องและล้มลงไปที่ท้องร่างกายกระตุกเล็กน้อยขณะที่มันเกิดฟองที่ปาก

‘นั่นต้องเป็นเอฟเฟกต์สตันจากความเสียหายสายฟ้าที่ซีซาร์กล่าวถึง’

อย่างไรก็ตามการทำให้มึนงงไม่นานในขณะที่มันกลับมายืนในวินาทีถัดไป อนิจจาก่อนที่หมูป่าจะเริ่มชาร์จมันก็ถูกดาเรียสโจมตีอีกครั้ง มันทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้

ฉากนี้ซ้ำอีกสามครั้งหลังจากนั้นหมูป่าก็ไม่สามารถยืนได้อีกต่อไปเพราะมันถูกฆ่าตาย ดาเรียสยืนอยู่ในจุดเดิม …

‘การต่อสู้’

ทั้งหมด … พร้อมกับขมวดคิ้ว

เขาแน่ใจว่านี่ไม่ใช่วิธีที่เวทมนตร์ควรจะได้ผล หากผู้วิเศษทุกคนสามารถปล่อยพลังได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดโดยไม่มีคูลดาวน์พวกเขาจะเป็นเทพเจ้าของโลกนี้โดยมีสายพันธุ์อื่น ๆ และผู้คนต่างก้มหัวแทบเท้า

อย่างไรก็ตามในขณะที่ผู้วิเศษมีสถานะสูงในอาณาจักรอันดราโต แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุด ในความเป็นจริงตามความรู้ที่ ดาเรียส ได้รับจากแพคข้อมูล เหตุผลหลักที่ผู้วิเศษได้รับความเคารพมากก็คือความยากลำบากในการบรรลุผลสำเร็จ

เช่นเดียวกับการที่ทนายความได้รับการเคารพบนโลก ในเรื่องความยากและความซับซ้อนในอาชีพของพวกเขา ก็สามารถพูดได้เช่นเดียวกันเกี่ยวกับนักเวทย์เฟาสเตียน ประเทศยังคงนิยมนักรบและนักสู้ทางกายภาพมากกว่าพวกเขาในฐานะกองกำลังต่อสู้ของพวกเขา

ดาเรียสคิดจะขอให้ซีซาร์ชี้แจง แต่กลับระงับความคิดนั้น เขาสามารถให้เหตุผลได้ว่าเนื่องจากคลาสเมกัส ได้รับการมอบให้กับเขาโดยผู้ริเริ่มคลาสคุณภาพสูงสุดคลาสนั้นก็มีคุณภาพเหมือนกัน

ตัวเลือกอื่น ๆ ของ พ่อค้า, นักมวย, ดาบอาคม และ ผู้สร้าง น่าจะส่งผลให้เกิดสิ่งพิเศษที่สามารถบดบังคลาสอื่น ๆ ทั้งหมดที่มีประเภทเดียวกันในโลกของเฟาสต์ได้

ตอนนี้ ดาเรียสมีคลาสและทักษะแล้วก็ถึงเวลาเปิดใช้งาน คลาสเร่งปฏิกิริยา และ การทำให้เป็นจริง จะให้เครื่องมือสุ่มแก่เขาเพื่อช่วยเขาในคลาสหลักและย่อยจะมอบความสามารถพิเศษให้กับเขาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน เขาตั้งตาคอยเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่เขาจะมาเป็น ไอเท็มแมนเซอร์

แม้ว่าความกระตือรือร้นของเขาจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากทั้ง การเร่งปฏิกิริยา และ การทำให้เป็นจริง ได้รับการจัดประเภทให้เป็นคุณภาพสูงสุด แต่เขาก็ยังหวังว่าจะมีบางอย่างที่จะทำให้เขาประหลาดใจและบางทีอาจทำให้เขาเชื่อมั่นถึงประโยชน์ของคลาสหลักของเขา

เขาเลือกคลาส เร่งปฏิกิริยา ก่อน

[เครื่องมือสุ่มจะถูกดึงมาให้คุณตามโชคของคุณ! คุณพร้อมไหม?]

“พร้อม”

ดาเรียสตอบกลับเบา ๆ

คราวนี้ไม่มีรูเล็ตหมุน แต่กลับมีหน้าจอขนาดเล็กปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาพร้อมตัวเลือกมากมาย มันเริ่มสับด้วยความเร็วที่ทำให้มึนงงก่อนที่เขาจะมีเวลาที่จะเข้าใจสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เขาตั้งคำถามถึงความต้องการของความวาบหวิวทั้งหมดนี้

ดาเรียสถูกบังคับให้มองออกไป เพื่อที่เขาจะได้ไม่เวียนหัวและจะโฟกัสไปที่หน้าจอเมื่อมีการประโคมเบา ๆ เท่านั้น

[ยินดีด้วย! คุณได้รับ ระบบเครื่องหมายการค้า!]

โดยธรรมชาติแล้ว ดาเรียสไม่รู้ว่ามันคืออะไรดังนั้นเขาจึงตรวจสอบมัน

ระบบแบรนด์ – ไม่ซ้ำใคร (ขอใช้คำว่าแบรนด์แทนเครื่องหมายการค้านะครับ)

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: เครื่องมือพิเศษที่มอบคลาสย่อยของระบบพิเศษ ทุกสิ่งที่มีตราสินค้าผ่านเครื่องมือนี้จะเชื่อมโยงกับระบบและจะไม่สามารถทรยศต่อเจ้าของ ของระบบหลักได้

ดวงตาของดาเรียสเบิกกว้างและการหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย เครื่องมือที่มีประโยชน์เช่นนี้เกินความคาดหมายที่สุดของเขา! ดาเรียส อาจยังใหม่สำหรับโลกของเฟาสต์ แต่ถึงแม้เขาจะเข้าใจว่าระบบพิเศษ นั้นยอดเยี่ยมแค่ไหนที่จะสามารถมอบพลังให้กับเขาได้ด้วยเครื่องมือเพียงชิ้นเดียว

หากเขาสามารถมอบระบบสูงสุดเพียงเล็กน้อยให้กับชาวพื้นเมืองและบุคคลในโลกที่เลือกได้ สิ่งนี้จะไม่อนุญาตให้เขาสร้างกองทัพที่จะเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดผ่านการต่อสู้หรือไม่!

ที่สำคัญที่สุดคนที่เขาตราหน้าจะไม่สามารถทรยศเขาได้เลย! กองทัพแห่งทฤษฎีนี้จะภักดีอย่างสิ้นเชิง! เครื่องมือนี้สมควรถูกเรียกว่า เครื่องมือที่วิเศษมาก

ดาเรียสตั้งตารอที่จะทดสอบ เมื่อเขาเข้าร่วมอารยธรรมและได้พบกับผู้คนไม่กี่คน ในความเป็นจริงแผนการใหม่มากมายเกิดขึ้นในใจของเขา บางคนเป็นไปได้และคนอื่น ๆ ยังไม่สามารถปฏิบัติได้จนกว่าเขาจะได้เห็นสถานการณ์จริงในแหล่งอารยธรรมต่างๆในพรมแดนของอาณาจักรอันดราโต

ดาเรียสรู้สึกอยากจะมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดบนแผนที่ แต่เขาก็ตระหนักดีว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการทำทุกสิ่งที่เขาต้องการให้เสร็จก่อน ในฐานะคนที่มีชีวิตที่สมบูรณ์ ดาเรียสเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องอดทนตลอดเวลา

เขาหันมาสนใจ คลาสการทำให้เป็นจริง และเปิดใช้งานเช่นกัน หากเขาได้รับสิ่งที่ดีกว่าครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ตัวเร่งปฏิกิริยามอบให้เขา เขาก็จะพร้อมสำหรับการเดินทางในโลกนี้อย่างแท้จริง

[ความสามารถแบบสุ่มจะถูกดึงมาให้คุณตามโชคของคุณ! คุณพร้อมไหม?]

“พร้อม”

ดาเรียสยอมรับ

เขาหันหน้าหนีไปแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองมึนงงจากการสับตัวเลือกต่างๆอย่างรวดเร็ว ก็ต่อเมื่อเลือกได้แล้วว่าเขามองและตรวจสอบสิ่งที่เขาวาด

[ยินดีด้วย! คุณได้รับความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสิ่งของ!]

การเปลี่ยนแปลงสิ่งของ – ความสามารถเฉพาะตัว

ค่าใช้จ่าย: ไม่เหมือนใคร

คำอธิบาย: คุณเป็นศิลาอาถรรพ์ที่มีชีวิตสามารถแปลงสารหรือสสารจากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้ ความสามารถนี้มีต้นทุนเฉพาะสำหรับการแปลงและชุดกฎตามรายการด้านล่าง

กฎข้อที่ 1: ความสามารถในการส่งสัญญาณจะเชื่อมโยงกับคะแนนการเปลี่ยนแปลง ที่คุณมีอยู่ในขั้นตอนปัจจุบันของคุณ คุณจะได้รับคะแนนการเปลี่ยนแปลง ถึง 10 คะแนน

กฎข้อที่ 2: คะแนนการเปลี่ยนแปลง จะรีเฟรชทุกวันเวลา 00.00 น. คะแนนการเปลี่ยนแปลง ที่ยังไม่ได้ใช้จะถูกทิ้งและแทนที่

กฎข้อที่ 3: เฉพาะสิ่งของและสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีความรู้สึกเท่านั้นที่สามารถถ่ายทอดได้ในขั้นตอนปัจจุบันของคุณ

กฎข้อที่ 4: คุณสามารถถ่ายทอดรายการที่มีอยู่แล้วในโลกของเฟาสต์เท่านั้น

กฎข้อที่ 5: รายการที่เป็นของผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนการเปลี่ยนแปลง ได้]

ดาเรียสเงียบไปนานขณะที่เขาอ่านรายละเอียดของความสามารถนี้อีกครั้ง ดาเรียสเข้าใจว่าสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเกมอีกต่อไป แต่ได้ทำลายแผนการทั้งหมดของเขาไปแล้ว

ด้วยความสามารถนี้เขาจะต้องวางแผนทุกอย่างใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นและพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเขาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไรในโลกของเฟาสต์ ประตูใหม่หลายบานถูกเปิดให้เขา แต่ไม่ใช่ทุกบานที่ปลอดภัย

พลังเช่นนี้… ดาเรียสรู้ว่าต้องเก็บเป็นความลับ หากใครพบว่าเขามีความสามารถเช่นนี้เขาก็น่าจะถูกจับและกลายเป็นผู้ผลิตไอเท็มของฝ่ายไปตลอดชีวิต

เนื่องจากเป้าหมายของเขาคือการเป็นผู้สูงสุดในโลกนี้ผลลัพธ์เช่นนี้ก็เกินจะทนได้ ดาเรียสถอนหายใจและปัดปลายจมูกเล็กน้อย

เขารู้สึกถึงหงุดหงิดและความตื่นเต้นปะปนกัน เป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เขาได้รับเมื่อธนาคารอนุมัติเงินกู้ 30 ล้านดอลลาร์ในช่วงอายุยี่สิบเมื่อ บริษัท ของเขาแสดงสัญญาในภาคธุรกิจ

ในช่วงเวลานั้นเขารู้สึกตื่นเต้นเพราะได้รับเงินทุนในการพัฒนาตามแผนและขยาย บริษัท ของเขาต่อไป แต่ก็ผิดหวังเพราะตอนนี้เขาเป็นหนี้เงินจำนวนมากให้กับคนอื่น เผื่อว่าเขาจะล้มเหลวในบางจุดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างไว้จนถึงตอนนี้ก็จะพังทลายลง ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมของเขา ดาเรียสจึงแน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้น

ยังคงเป็นคำพูดที่ว่า ‘อย่าเพ่งดูม้าที่เขาให้เป็นของขวัญที่ปาก'(เป็นสำนวนของเยอรมันนะครับ) ดาเรียสตรวจสอบระบบแบรนด์ที่อยู่ในคลังของเขาและลบออก ไม่ใช่อะไรที่หรูหราเกินไปเพียงแค่แหวนเงินที่มีเพชรน่ารักอยู่บนยอด

ดาเรียสวมมันที่นิ้วกลางของมือขวา ที่น่าสนใจคือแหวนจะขยายโดยอัตโนมัติเพื่อให้พอดีกับนิ้วของเขาอย่างสมบูรณ์

[ผูกมัดวิญญาณด้วยระบบแบรนด์]

ลูกดอกแห่งโอกาส ปรากฏขึ้นอีกครั้งและพุ่งออกมาด้วยความเร็วที่แม่นยำ อย่างไรก็ตามหลังจากกลายเป็นไอเท็มแมนเซอร์แล้ว ดาเรียสรู้สึกเหมือนว่าผลลัพธ์ได้ถูกกำหนดไว้แล้วและกระบวนการทั้งหมดนี้เป็นเพียงระบบสูงสุดที่ต้องผ่านการเคลื่อนไหว ดังนั้นเขาจึงรอให้รูเล็ตหยุดหมุนเพื่อดูว่าเขาได้รับคลาสย่อยอะไร

[ยินดีด้วย! คุณได้รับคลาสผู้วิเศษ แล้ว!]

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดังนั้นเขาจึงลงเอยด้วยการผสมผสานระหว่างนักมายากลที่มีความสามารถและผู้ประเมินไอเท็มแปลก ๆ ? นั่นก็ไม่เลวร้ายเกินไป ในขณะที่ดาเรียสต้องการลัทธิการค้ามนุษย์ แต่เขาก็เข้าใจว่าตอนนี้เขาอยู่ในโลกของเฟาสต์

บนโลกนี้มีกฎและกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้อ่อนแอและขัดขวางผู้ที่แข็งแกร่งที่ทำเรื่องไม่ดี ตลอดจนความปลอดภัยระดับเล็กน้อยสำหรับพลเมืองทุกคน และในขณะที่อาณาจักรอันดราโตมีกฎหมายของตนเอง แต่ก็ไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด

มันเป็นปัญหาที่คาดเดาได้ ด้วยการมีอยู่ของผู้คนที่สามารถยิงลูกไฟ แกว่งดาบได้เหมือนในภาพยนตร์แอคชั่นหรือเคลื่อนไหวราวกับสายลมควรจะบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร?

ใคร ๆ ก็ต้องเรียกมันว่าเป็นพรที่จะไม่มีคนที่บ้าพลังทั้งหมดมาสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน กบฏ หรือพยายามขโมยอำนาจของตัวเอง ดังนั้นใครจะมีเวลาและกำลังคนในการตามล่าพวกเขา

นี่ไม่ใช่แม้แต่ดาเรียส ที่มองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมใหม่ของเขา แต่เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่เขาได้รับจาก แพคข้อมูล

หากทุกประเทศและผู้คนในโลกนี้เป็นเหมือนอาณาจักรนี้ เขาก็จะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป…เพราะพวกเขาล้าหลังมาก ขนบธรรมเนียมความคิดและกฎหมายของพวกเขาไม่ได้แตกต่างจากยุโรปในยุคกลางบนโลกมากนัก และยังแย่กว่าเล็กน้อย

ไม่เพียงแค่นั้น แต่เวทมนตร์การใช้ดาบและพลังทำให้ในแง่ของการต่อสู้ทางอำนาจ มีกลุ่มและอำนาจจำนวนมากเกินไปพวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในสภาวะสมดุลที่แปลกประหลาดซึ่งแทบจะไม่มั่นคง

การผลักเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ทั้งหมดจะพังทลายลง!

แต่ดาเรียสสก็ไม่เสียใจที่ถูกส่งมาที่นี่ ที่จริงเขาวางแผนที่จะกลายเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดความขัดแย้ง แต่หลังจากที่เขามั่นใจแล้วว่าเขาจะสามารถแนบคอของเขาไว้กับหัวของเขาได้หลังจากที่เสร็จสิ้นการกระทำ

ที่นี่? ไม่เท่าไร. บางทีในอนาคตด้วยความช่วยเหลือของระบบพิเศษอาจมีเวลาที่เขาจะยืนอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตและความตาย แต่นั่นก็อยู่ไกลออกไป ปัจจุบันเขาอายุ 13 ปีซึ่งไม่มีภูมิหลังไม่มีประวัติและไม่มีความผูกพันใด ๆ ในโลกนี้

เขาถูกสร้างมาจากความว่างเปล่าอย่างแท้จริง

โชคดีที่โลกเช่นนี้มีเทคโนโลยีที่ที่พอใช้ได้อย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการเช่นรหัสประจำตัวประชาชนหรืออะไรเลย ดาเรียสน่าจะสามารถมีตัวตนเป็นของตัวเองได้อย่างง่ายดายในภายหลัง ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการค้นหาฐานรากของเขาในสังคม

และนั่นก็วนกลับไปที่คลาสนของเขา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการบรรลุเป้าหมายนี้ เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับความสำคัญของคลาสหลักไอเท็มแมนเซอร์ของเขามากนัก แต่คลาสย่อยของผู้วิเศษ เขาเข้าใจเป็นอย่างดี

มันทำให้เขามีอำนาจซึ่งเป็นวิธีการโดยตรงในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเขา – และสถานะ – ดังที่เขาได้เรียนรู้ว่าผู้วิเศษมีมูลค่าสูงในสังคมของอันดราโตนั่นหมายความว่าเขามีแผนสำรอง

เมื่อเปลี่ยนไปใช้เมนูตัวละคร ดาเรียสดีใจที่เห็นว่าแต่ละคลาสได้มอบทักษะใหม่ให้กับเขาหนึ่งทักษะ เขากังวลเล็กน้อยว่าจะได้เพียงหนึ่งในคลาสหลักของเขา เนื่องจากระบบพิเศษของเขาดูเหมือนจะถูกตั้งโปรแกรมด้วยอคติอย่างหนักกับคลาสย่อยที่ตัดสินโดยคำอธิบายก่อนหน้าของซีซาร์

วิเคราะห์ – ทักษะระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: ไม่มี

คำอธิบาย: สรุปลักษณะของสิ่งของหรือบุคคลใด ๆ ด้วยประสิทธิภาพของทักษะนี้ขึ้นอยู่กับสถิติสติปัญญา]

ค่อนข้างตรง เขาสามารถรวบรวมข้อมูลจากทุกสิ่งที่เขาเห็นและมันก็ละเอียดเท่าที่สถิติสติปัญญาของเขาจะทำได้ ดาเรียสตระหนักว่าสติปัญญาจะเป็นสถิติจะช่วยเขาได้อย่างมากจากนี้ไปโดยพิจารณาจากคลาสหลักและคลาสย่อยของเขา

ประกายไฟ – คาถาระดับ 1

ค่าใช้จ่าย: 1 MP

คำอธิบาย: ส่งประกายไฟฟ้าที่สามารถปะทะศัตรูให้เป็นอัมพาตในระยะสั้น ๆ สร้างความเสียหายสายฟ้า 5%

ดาเรียสขมวดคิ้ว

“ซีซาร์ความเสียหายสายฟ้าคืออะไรและความเสียหายดังกล่าวคำนวณอย่างไร”

{สวัสดี ดาเรียส สโตน!}

{ภายใต้ระบบพิเศษการโจมตีแต่ละประเภทที่มาจากคุณจะได้รับองค์ประกอบหรือคุณสมบัติ! ตัวอย่างเช่นหากคุณฟันศัตรูด้วยดาบก็จะคำนวณเป็นความเสียหายของดาบ! หากคุณแทงศัตรูด้วยหอกมันจะได้รับความเสียหายจากหอก!}

{ในทำนองเดียวกันเวทมนตร์จะคำนวณเป็นความเสียหายจากไฟในกรณีของคาถาไฟและความเสียหายจากน้ำสำหรับคาถาน้ำ}

{ความเสียหายแต่ละประเภทมีเอฟเฟกต์ซ่อนเร้นที่แตกต่างกัน! ในการอธิบายอย่างละเอียดด้วยตัวอย่างที่กล่าวถึง ความเสียหายของดาบมีผลเลือดออก ความเสียหายของหอกมีผลต่อการเจาะเกราะ ความเสียหายจากไฟมีผลเผาไหม้ ในขณะที่ความเสียหายจากสายฟ้ามีผลทำให้มึนงง!}

{สำหรับการคำนวณตัวเลขคุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากคุณจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ในระหว่างการต่อสู้ อย่างไรก็ตามเพื่อตอบสนองความอยากรู้ของคุณความเสียหายดังกล่าวคำนวณโดยมูลค่าทางสถิติที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อมโยงอยู่}

{ในกรณีของเวทมนตร์คุณจะได้รับแจ้งโดยตรงเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ คาถาเริ่มต้นของคุณ ประกายไฟ จะสร้าง 5% จาก 21 สติปัญญา ให้กับศัตรูเพื่อสร้างความเสียหายทั้งหมด 1 คะแนนให้กับ HP ของพวกเขา แน่นอนว่าเป็นเพียงกรณีนี้หากพวกเขาไม่มีการป้องกันเวทย์มนตร์ใด ๆ }

{เมื่อคุณเลเวลขึ้นคุณจะได้รับคะแนนทักษะซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อเพิ่มพลังให้กับคาถาของคุณได้ ยิ่งระดับของคาถาสูงขึ้นการคำนวณเปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งสูงขึ้น โดยปกติแล้วหากคุณเพิ่มค่าสถานะสติปัญญาความเสียหายพื้นฐานของคาถาทั้งหมดของคุณจะเพิ่มขึ้นตามนั้น!}

{อีกครั้งจัดสรรคะแนนอย่างรอบคอบและชาญฉลาด!}

ดาเรียสลูบหน้าผากของเขา คลาสหลักของเขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้และคลาสย่อยของเขาก็ดี เหมือนไร้ประโยชน์ในระดับ 1 เพราะความเสียหายนั้นยังน้อยเกินไป

ยังคงมีให้เห็นอยู่ว่าเขาสามารถฆ่าหนูได้มากเท่า ๆ กับคาถาของเขาหรือไม่ เขาจะต้องดูประสิทธิภาพของคาถาในการต่อสู้ก่อนที่จะได้ข้อสรุปที่เกี่ยวข้อง

ดาเรียสปิดหน้าจอนี้และเปลี่ยนกลับไปที่คลังของเขา ตอนนี้เขาพร้อมที่จะเปิดแพคของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้นแล้ว

ดาเรียสเริ่มต้นด้วยการเลือกอัปเกรดส่วนต่อประสานแผนที่

[เพิ่มฟังก์ชั่นแผนที่สำเร็จแล้ว! เข้าถึงแผนที่หลักของโลกผ่านเมนูระบบและปรับแต่งมินิแผนที่ในเมนูการตั้งค่า!]

ดาเรียส รับคำแนะนำและทำอย่างนั้นทันที เขาค้นพบว่าเขาสามารถตั้งค่ามินิแผนที่ให้ปรากฏในมุมของการมองเห็นหรือที่ด้านหลังของจิตใจ โดยธรรมชาติแล้วเขาเลือกที่จะให้มันอยู่ด้านหลังของจิตใจของเขาเพราะเขาไม่ต้องการที่จะฟุ้งซ่านไปกับมัน

นอกจากนี้เขายังตรวจสอบแผนที่หลักและพบว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกอย่างยกเว้นบึงเล็ก ๆ ที่เขาอยู่นั้นเป็นสีดำสนิท นี่คือแผนที่ประเภท ‘การสำรวจ’ ซึ่งบันทึกเฉพาะสถานที่ที่เขาเคยไปในขณะที่ส่วนที่เหลือถูกปิดด้วยหมอก

ดาเรียสยิ้มอย่างขมขื่นและเลือกชุดข้อมูลขนาดเล็ก เขารู้สึกปวดหัวกะทันหันทันทีที่มันปรากฏขึ้นและทันใดนั้นเขาก็สามารถเข้าถึงความรู้มากมายราวกับว่ามันมีมาตลอดแต่เขาลืมมันไปชั่วครู่

ตัวอย่างเช่นตอนนี้เขารู้แล้วว่าบึงแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาณาจักรอันดราโตซึ่งเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ชายแดน ไม่เพียงแต่ถือว่าเป็นประเทศที่ยังเยาว์วัยซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อนโดยมีผู้ปกครอง 5 คนนับตั้งแต่ก่อตั้ง แต่ก็ค่อนข้างอ่อนแอเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ตอนกลาง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

‘โซนเริ่มต้น’

ที่สมบูรณ์แบบ แพ็คข้อมูลได้สอนเขาถึงขนบธรรมเนียมของอาณาจักรอันดราโตที่ตั้งของเมืองทั้งหมดความเชี่ยวชาญและวัฒนธรรม

ดาเรียสตรวจสอบแผนที่หลักและตามที่คาดไว้มันได้รับการอัปเดตแล้ว ตอนนี้ครอบคลุมดินแดนทั้งหมดของอาณาจักรอันดราโต หมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านเล็ก ๆ ทั้งหมดกว่า 300 แห่ง 20 เมืองและ 5 เมืองใหญ่ซึ่งรวมเมืองหลวงไว้ด้วย

เขาตกใจมากที่รู้ว่าส่วนที่ปลดล็อกของแผนที่นั้นเล็กเพียงใดเมื่อเทียบกับความมืดมิดที่เคยขยายออกไป ดาเรียสสามารถสรุปได้อย่างง่ายดายว่าโลกทั้งใบของเฟาสต์ค่อนข้างใหญ่โตกว่าโลกเก่าของเขา

เขาปิดแผนที่แล้วลูบหน้าผาก ดูเหมือนว่าเขาจะต้องวางแผนการก้าวไปข้างหน้าอย่างรอบคอบเนื่องจากสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จาก แพคข้อมูล ทำให้เขามีปัญหาอย่างมาก

แต่การพิจารณาดังกล่าวสามารถจัดการได้ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด ตอนนี้ดาเรียสเฝ้ารอว่าคลาสเริ่มต้นของเขาจะเสนอทางเลือกอะไรให้เขาบ้าง

[ยินดีต้อนรับสู่ระบบย่อยคลาสเริ่มต้น! การสุ่มเลือกคลาสพิเศษ 6 คลาสขึ้นอยู่กับโชคของคุณ คุณต้องการเริ่มขั้นตอนหรือไม่]

“เริ่ม.”

ดาเรียสตอบอย่างหนักแน่น

เขาเห็นหน้าจอก่อนที่ มันจะเปลี่ยนเป็นกระดานปาเป้าที่มีหกภาค แต่ละภาคว่างเปล่าในตอนแรก แต่ดาเรียสสังเกตเห็นว่ากระดานเริ่มสว่างขึ้นเหมือนไฟ LED โดยแต่ละส่วนจะสลับไปมาระหว่างคำศัพท์ที่หลากหลายจนกว่าพวกเขาทั้งหมดจะตกลงอย่างช้าๆ

เขาตรวจสอบ

พ่อค้า – คลาส

คำอธิบาย: คลาสที่เหมาะสำหรับร้านค้าที่ช่วยให้หาซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายตลอดจนการค้าที่มีกำไรในทุกภาคส่วนที่ผู้ใช้มีส่วนร่วม

สเปลเบรด – คลาส

รายละเอียด: คลาสที่เหมาะสำหรับนักดาบที่พยายามแตกแขนงความสามารถออกไปทำให้พวกเขาสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบในฐานะนักเวทย์ในขณะที่ยังคงรักษาความกล้าหาญไว้ด้วยดาบ

ช่างฝีมือ – ชั้น

รายละเอียด: คลาสที่เหมาะสำหรับนักอาชีพที่ต้องการสร้างเครื่องมือและสิ่งของพิเศษเพื่อช่วยเหลือวิถีชีวิตของคนทั่วไป ครอบคลุมการค้าการประดิษฐ์ที่เป็นที่รู้จักทั้งหมด

หมอผี – คลาส

คำอธิบาย: คลาสที่เหมาะสำหรับผู้ใช้เวทมนตร์ คลาสนี้อนุญาตให้ผู้ใช้เรียนรู้ประเภทและสาขาของเวทมนตร์ใด ๆ โดยไม่ต้องรับโทษต่อความเชี่ยวชาญพิเศษและใช้ประโยชน์จากสติปัญญาของผู้ใช้

นักต่อสู้ – คลาส

คำอธิบาย: คลาสที่เหมาะสำหรับนักสู้และนักสู้ที่ชอบต่อสู้โดยไม่มีอาวุธ คลาสนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบได้อย่างง่ายดายและใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของผู้ใช้

ตรวจสอบ – คลาส

รายละเอียด: คลาสที่เหมาะสำหรับผู้ประเมินและผู้ประเมินราคา คลาสนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถระบุประเภทของรายการทั้งหมดและหาจำนวนได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยผู้ใช้ในการหาจำนวนสิ่งมีชีวิตทั้งหมด

คลาสที่ดาเรียสให้ความสนใจมากที่สุดคือพ่อค้าและช่างฝีมือ ทั้งสองอย่างดูเหมือนจะสร้างขึ้นเองสำหรับเขาและเล่นกับจุดแข็งของเขาและทำให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วในสาขาธุรกิจ

ข้อความปรากฏต่อหน้าดาเรียส

[เริ่มการจับฉลากสำหรับคลาสหลัก?]

“ได้โปรด”

ดาเรียสตอบรับด้วยคลื่นอันอ่อนโยน

กระดานเริ่มหมุนอย่างรวดเร็วจนถึงจุดที่ดาเรียสไม่สามารถมองได้ทันด้วยตาของเขา โชคดีที่ลูกดอกโครเมียมพิเศษปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าต่อหน้าดาเรียส

ดาเรียสเอื้อมมือไปจับมัน แต่มือของเขาก็ผ่านมันไปเท่านั้น

[กรุณาอย่ายุ่งกับ ลูกดอกแห่งโอกาศ มันถูกสร้างขึ้นจากการหาปริมาณโชคของคุณและจะเลือกคลาสของคุณโดยอัตโนมัติตามคุณภาพของสถิติของผู้ใช้]

เมื่ออ่านสิ่งนี้ดาเรียสก็นั่งลงและดูการดำเนินการอย่างสบาย ๆ โชคเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และไม่แน่นอนอย่างแท้จริง แต่ดาเรียสมีความมั่นใจมากพอ

จากนั้นไม่นานลูกดอกก็พุ่งออกไปและชนกระดาน เมื่อเชื่อมต่อแล้วบอร์ดก็ชะลอตัวจนหยุดและในที่สุด ดาเรียสก็สามารถเห็นได้ว่าเขาได้คลาสอะไร

[ยินดีด้วย! คุณได้รับคลาส ไอเท็มแมนเซอร์!]

ดาเรียสขมวดคิ้วลึก เขาไม่มีความสนใจอย่างแท้จริงในคลาสนั้น ท้ายที่สุดเขาให้เหตุผลว่าไม่ควรคาดหวังเกินไปที่จะได้รับทักษะ ‘ตรวจสอบ’ ที่จะช่วยให้เขาประเมินไอเท็มได้

ถึงกระนั้นเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับความโชคดีของเขาดาริอัสจึงคิดว่าอาจมีบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับคลาสที่เขายังไม่รู้

[เริ่มการจับฉลากสำหรับคลาสย่อยหรือไม่]

ดาเรียสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“เริ่มได้”

ดาเรียส ขบ ริมฝีปากของเขาอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็เรียกซีซาร์:

“คุณช่วยอธิบายกลไกของแผ่นอักขระนี้ให้ฉันฟังได้ไหม สถิติคำนวณอย่างไร ฉันจะเพิ่มได้อย่างไร”

{สวัสดี ดาเรียส สโตน}

{เพื่อตอบคำถามแรกของคุณ แผ่นอักขระคือการหาปริมาณของสิ่งมีชีวิตของคุณ ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณคำนวณและลดเป็นตัวเลขเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสเข้าใจคุณสมบัติและข้อบกพร่องของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ปรับปรุงแก้ไขตลอดการเดินทางในโลกแห่งเฟาสต์!}

{อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่สามารถปรับได้ตามที่คุณต้องการ! สิ่งเหล่านี้แสดงถึงศักยภาพที่คุณตระหนักได้ในรูปแบบตัวเลขและจะมีบทบาทสำคัญในการเดินทางของคุณ!}

{ความแข็งแกร่ง หมายถึงพลังทางกายภาพของคุณในการใช้งานโดยตรงทั้งหมดรวมถึงความสามารถในการยกของที่มีน้ำหนักมาก พลังโจมตีด้วยใบมีดหรือดึงพลังสูงสุดเมื่อยิงธนู}

{ความคล่องตัว หมายถึงความเร็วทางกายภาพของคุณเมื่อเคลื่อนที่โจมตีหรือดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมในการรักษาเสถียรภาพของการประสานงานและการควบคุมของคุณ ตัวอย่างเช่นหากคุณมีค่าความคล่องตัวถึง 500 คะแนน คุณจะปรับตัวให้เข้ากับความเร็วที่เพิ่มขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ}

{ความอดทน หมายถึงความยืดหยุ่นทางร่างกายและความมีชีวิตชีวาของคุณ สิ่งนี้ครอบคลุมถึงความต้านทานของคุณต่อคำสาป โรคหรือเพื่อให้ง่ายขึ้นในการทำร้ายร่างกายทุกรูปแบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มันเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งทางกายภาพโดยทั่วไปของคุณรวมถึงความแข็งแรง / ความอุดมสมบูรณ์ของคุณ}

{สติปัญญา หมายถึงพลังใจและความยืดหยุ่นของคุณ ซึ่งรวมถึงการป้องกันการโดนสะกดจิตหรือผลกระทบที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นพิเศษที่ส่งผลต่อจิตใจ ในขณะเดียวกันก็ตัดสินว่า พลังจิตเวทย์มนตร์หรือพลังศักดิ์สิทธิ์ของคุณเองนั้น จะแข็งแกร่งเพียงใด นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าคุณฉลาดแค่ไหนรวมทั้งการรับรู้โลกรอบตัว!}

{เสน่ห์ หมายถึงแรงดึงดูดทางกายภาพและความกล้าหาญทางวาจาของคุณ ซึ่งรวมถึงเรื่องของการยั่วยวนเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันให้เกิดความหลงใหลและปฏิกิริยาทางอารมณ์โดยทั่วไปที่คุณจะได้รับจากคนรอบข้าง มันมีผลต่อความสามารถของคุณในการโน้มน้าว เจรจา ฉ้อโกงและหลอกลวง}

{โชคสอดคล้องกับวงล้อแห่งโชคลาภ ยิ่งโชคดีมากเท่าไหร่โอกาสที่คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีก็มากขึ้นเป็นพิเศษ เมื่อทำงานใด ๆ มันอาจส่งผลต่อโอกาสของคุณในการหาของขวัญดีๆจากหีบสมบัติ คุณภาพของของขวัญที่ดรอปของคุณและการเผชิญหน้าโดยบังเอิญในชีวิตประจำวันของคุณ}

{แต่ละสถิติมีความสำคัญและไม่มีใครสามารถอ้างได้ว่าเป็นสถิติที่ดีที่สุด! ควรจัดสรรสถิติของคุณอย่างรอบคอบและอย่าพลาดความเป็นจริงนี้สำหรับเกม!}

{เพื่อตอบคำถามที่สองของคุณ คุณควรทราบว่าคะแนนสถิติเฉลี่ยสำหรับผู้ใหญ่ในโลกนี้คือ 10 คะแนนในแต่ละฟิลด์!}

{สุขภาพของคุณคำนวณโดย ความแข็งแกร่งและความอดทน ในขณะที่มานาของคุณคำนวณโดย ระดับสติปัญญาและเลเวล}

{ในโลกของเฟาสต์ความคืบหน้าของคุณจะถูกวัดเป็นระดับโดยระดับ 1-20 แสดงถึงสเตจมือสมัครเล่น ระดับ 21-40 แสดงถึงสเตจ ผู้ผจญภัย ระดับ 41-60 แสดงถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 61-80 แสดงถึงขั้นปรมาจารย์และประการสุดท้าย , 81-100 แสดงถึงสุดยอดปรมาจารย์!}

{อย่างที่คุณเคยบอกไปนอกเหนือจากนั้นคือ สุดยอดเทพเจ้า แต่การไปถึงที่นั่นจะเป็นภารกิจที่ค่อนข้างยาก ความทุกข์ทรมานของคุณในการก้าวไปสู่ขั้นผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว นั้นแน่นอนว่าจะมอบความสนุกอันยิ่งใหญ่ให้กับนายหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเราหวังว่านายจะเป็นเช่นนั้น!}

{สำหรับคำถามสุดท้ายของคุณ คุณจะได้รับ 5 คะแนนความสามารถ (AP) และ 3 คะแนนทักษะ (SP) หลังจากทุกระดับในขั้นมือสมัครเล่น คุณจะสามารถเพิ่ม AP ให้กับสถิติของคุณได้ตลอดเวลา ในทำนองเดียวกัน SP สามารถเพิ่มได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการเสริมสร้างทักษะใด ๆ ของคุณ}

{คุณอาจพบวิธีการเพิ่ม AP หรือ SP ของคุณนอกเหนือจากการเพิ่มเลเวลด้วยวิธีพิเศษโดยที่ SP นั้นยากที่จะได้รับด้วยเหตุผลที่ชัดเจน}

{เนื่องจากระบบพิเศษของคุณมีเพียง 3 วิธีในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ประการแรกคือ ผ่านการสอนผู้อื่นหรือโดยการสอนโดยบุคคลที่มีความรู้ ประการที่สองคือการสร้าง / ฝึกฝนด้วยตนเองโดยพื้นฐานแล้วโดยการพัฒนาสาขาใหม่ของคุณเองหรือฝึกฝนสิ่งที่เป็นที่พอใจ}

{วิธีสุดท้ายคือใช้สกิลบุ๊ค}

{สำหรับสกิลบุ๊คตอนนี้ ฉันจะไม่ลงรายละเอียดในตอนนี้เพราะมันเป็นคุณสมบัติพิเศษของระบบพิเศษโปรดทราบว่าทักษะสามารถเพิ่มระดับได้ด้วยคะแนนทักษะเท่านั้นและไม่มีอะไรอื่นอีก ไม่ว่าคุณจะมีทักษะหรือความรู้ในเรื่องนั้นมากเพียงใดก็ตาม}

{มีอะไรอีกไหมคุณไม่เข้าใจ}

“คุณช่วยแจ้งรายละเอียดระบบคลาสให้ฉันหน่อยได้ไหม”

{ระบบคลาสแบ่งออกเป็นคลาสหลักและคลาสย่อย คลาสหลักของคุณจะให้ความสามารถใหม่แก่คุณเมื่อคุณเข้าสู่ด่านใหม่ตั้งแต่มือสมัครเล่นไปจนถึงผู้ผจญภัย ผู้ผจญภัยไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญและอื่น ๆ }

{ในทางกลับกันคลาสย่อยของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ทักษะยังยากที่จะเรียนรู้โดยค่าเริ่มต้น}

“คุณเคยพูดเกี่ยวกับการอัพเลเวลบ่อยๆ แต่ยังไม่ได้บอกฉันว่าการได้รับคะแนนประสบการณ์มาได้อย่างไร”

{คลาสส่วนใหญ่ได้รับคะแนนประสบการณ์จากการฆ่าสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต – โดยขึ้นอยู่กับระดับของพวกเขา จำนวนเงินที่ได้รับจะคงที่ ไม่ว่าคุณจะฆ่าใครบางคนหรือบางสิ่งอย่างง่ายดายหรือด้วยความเฉลียวฉลาดก็ตาม}

{มูลค่าของคะแนนประสบการณ์จะขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างระดับปัจจุบันของคุณ เมื่อเทียบกับระดับของเป้าหมายของคุณ ทดลองด้วยตัวคุณเองเพื่อค้นหาความแตกต่างของมูลค่า!}

{คะแนนประสบการณ์สามารถรับได้ด้วยวิธีพิเศษในภายหลัง}

{และนี่เป็นการสรุปบทช่วยสอนที่สมบูรณ์เกี่ยวกับเมนูตัวละครของระบบพิเศษมีอะไรที่คุณไม่เข้าใจหรือไม่}

ดาเรียสส่ายหัว ซีซาร์อธิบายรายละเอียดอย่างเหมาะสมในคำอธิบายของเขา ซึ่งแม้แต่คนโง่ที่โง่ที่สุดก็ควรจะเข้าใจและจดจำรายละเอียดได้

{งั้นฉันไปละนะ}

ดาเรียสจดจ่อกับเมนูตัวละครต่อหน้าเขา ดังนั้นถ้ามาตรฐานคือ 10 คะแนนในแต่ละสถิติ ดาเรียสก็ช้าลงและอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ที่มีชีวิตทุกคน…ซึ่งเห็นได้ชัดตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่นตอนต้น

อย่างไรก็ตามสติปัญญาของเขาดีมากโดยอยู่ 21 คะแนน มากกว่าสองเท่าของจำนวนมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่ จากนั้นอีกครั้งเขารู้สึกว่ามันเหมาะสมเมื่อได้รับสติปัญญาและความเฉียบแหลมทางจิตที่พิเศษซึ่งถือว่าสวรรค์ท้าทายบนโลก

เขารู้มาตลอดว่าเขาฉลาด แต่ก่อนวันนี้เขาไม่เคยมีตัวเลขหรือมาตรฐานที่เฉพาะเจาะจงในการหาปริมาณหรือเปรียบเทียบกับของคนอื่น

ความสามารถพิเศษของเขาคือ 1.5 เท่าของผู้ชายทั่วไปซึ่งก็เข้าใจได้เช่นกันเนื่องจากความกล้าหาญของเขาในฐานะนักธุรกิจ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ดาเรียสก็หล่อเหลาเอาการ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดสำหรับเขาคือโชคของเขาซึ่งสูงกว่าผู้ชายทั่วไป เขายิ้มเยาะและคิดว่าจริงๆแล้วมันค่อนข้างเป็นธรรมชาติ

จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาใช้ชีวิตของคนร้ายและมีโอกาสกลับชาติมาเกิด?

ดาเรียสเม้มริมฝีปากเมื่อซีซาร์เงียบไป นี่คือเสียง … ของเอนทิตีซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนที่ทักทายเขาในโลกนี้ ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ที่กระตือรือร้นจากซีรีส์ การ์ตูนหรือถูกต้องกว่านั้นเหมือนกับนักพากย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพูดให้กับหุ่นยนต์

อย่างไรก็ตามเมื่อมันคุกคามดาเรียส น้ำเสียงของมันก็กลายเป็นเย็นชาด้วยความอาฆาตพยาบาททำให้ ดาเรียสรู้ว่าซีซาร์ไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อเป็นเพื่อนของเขา แต่เป็นเพียงคนที่คอยเฝ้าดูและอาจตัดสินการกระทำของเขา ถึงกระนั้นการพูดเสียดสีของมันก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้ ดาเรียสเอาใจใส่คำเตือนที่จะไม่เอ่ยนามของเทพธิดาโดยเปล่าประโยชน์

ถึงเวลาจัดการกับสิ่งที่ผู้ดูแลหุ่นยนต์ของเขาเปิดเผยต่อดาเรียสเพื่อตรวจสอบว่า ‘ระบบ’ ประเภทใดที่เขาได้รับ เขาเคยดูอนิเมะสองสามเรื่องตอนที่เลี้ยงหลาน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องนั้นเลย

‘หืมลองดูสิ โดยปกติแล้วตัวละครเอกเหล่านี้จะต้องเรียกมันออกมาภายในจิตใจของพวกเขา มันจึงจะแสดงออกมา! ‘

ดาเรียสยิ้มเมื่อเห็นข้อความแจ้งสองสามข้อปรากฏต่อหน้าเขาและตรวจสอบทีละรายการ

[ระบบกำลังเริ่มต้น … โฮสต์การสแกน … ประเมินความสามารถศักยภาพและประวัติ … เสร็จแล้ว]

[ยินดีต้อนรับสู่ ระบบที่ยิ่งใหญ่ เวอร์ชัน 1.0! เนื่องจากนี่เป็นการทำซ้ำครั้งแรกของระบบนี้จึงอาจมีข้อบกพร่องและปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับกลไกในที่นี้ โปรดรอการอัปเดตเป็นครั้งคราวซึ่งจะทำให้ซิมไอโอซิส มีเสถียรภาพมากขึ้น!]

[เมนูหลักของ ระบบ]

ก. ตัวละคร

ข. สินค้าคงคลัง

ค. ฐานข้อมูล

D. สถิติ

E. การตั้งค่า

ดาเรียสพยักหน้า เมื่อมองแวบแรกก็ไม่ต่างจากระบบทั่วไปและระบบที่เรียบง่ายในรูปแบบของสื่อเหล่านั้น เขามีลางสังหรณ์ถึงสิ่งที่ตัวเลือกแต่ละอย่างเกิดขึ้น แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเขาทำสิ่งที่ฉลาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเปิดเมนูการตั้งค่า ที่นี่เขาเห็นรายการอื่นซึ่งประกอบด้วยตัวเลือกและทางเลือกที่แตกต่างกันหลายร้อยรายการ

ดาเรียสตรวจสอบอย่างเป็นระบบอย่างรอบคอบและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขารู้สึกว่าจะช่วยให้ชีวิตของเขาสะดวกสบายมากขึ้น การตั้งค่าเหล่านี้ไม่อนุญาตให้เขาปิดความหิวหรือกระหาย แต่ส่วนใหญ่ทำให้การเข้าถึงของระบบคล่องตัวขึ้นสำหรับผู้ใช้

หลังจากนั้นเขาก็เปิดเมนูสถิติ และจ้องไปที่บรรทัดของตัวเลขและหมวดหมู่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

‘จำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า’,

‘จำนวนคนที่ถูกฆ่า’

และอื่น ๆ ดาเรียสพบว่าเขาสามารถแบ่งมันออกเป็นส่วนย่อย ๆ ได้ เช่นจำนวนผู้ชาย ผู้หญิงหรือเด็กที่เขาฆ่า ขุนนาง ชาวนาหรือเจ้านายที่เขาพบและอื่น ๆ

แน่นอนว่าตัวเลขไม่ได้จำกัด เฉพาะการฆ่าเท่านั้นเนื่องจากยังมีฟิลด์อีกมากมาย อย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึงตัวเลขส่วนใหญ่ที่นี่เป็น 0 เนื่องจากเขาเพิ่งมาเกิดใหม่เมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

ดาเรียสออกจากเมนูนี้และไปที่ส่วนฐานข้อมูล มันเป็นเมนูเหมือนสารานุกรมทั่วไปที่มีป้ายกำกับสำหรับตัวละคร สถานที่ สิ่งของและความรู้อื่น ๆ

ตอนนี้มันค่อนข้างว่างเปล่าอย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึง แต่ก็มีไม่กี่รายการเช่น เวนาเทพีแห่งเกมและสันทนาการ, ซีซ่าร์ และแม้แต่ ระบบที่ยิ่งใหญ่ ดาเรียสตรวจสอบพวกมันเพื่อค้นหารายละเอียดของแบร์โบน

จากนั้นดาเรียสเปิดคลังของเขา เขาสังเกตเห็นว่ามันเป็นพื้นที่คล้ายตารางที่มีพื้นหลังสีดำและเส้นขอบสีขาว มี 50 แถวและ 10 คอลัมน์หมายความว่าเขามีทั้งหมด 500 ช่อง

ดังที่ดาเรียสได้เรียนรู้จากเมนูการตั้งค่า เขาสามารถปรับขนาดกองซ้อนระหว่าง 9, 99 และ 999 แต่จะลดหรือเพิ่มจำนวนแถวและคอลัมน์เพื่อสร้างความแตกต่าง

โดยธรรมชาติเขาเลือกกอง 999 เพราะทำให้จำนวนแถวและคอลัมน์มีขนาดกะทัดรัด เมื่อเขาพยายามกำหนดขนาดสแต็กเป็น 9 เขาต้องเลื่อนด้วยความคิดเป็นเวลา 5 นาทีก่อนที่เขาจะจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

ดาเรียสสังเกตเห็นว่ามีรายการหนึ่งในแถวแรกของสินค้าคลังของเขา เขา ‘คลิก’ มันด้วยความคิดของเขาและได้รับรายละเอียดของมัน

แพคของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้น – หีบ

ความทนทาน: MAX

รายละเอียด: หีบใบนี้มีไอเท็มหลักที่จำเป็นสำหรับผู้มาใหม่ในโลกแห่งเฟาสต์

‘เมื่อเห็นว่าซีซาร์และเวนาใจดีพอที่จะคิดว่าฉันมีค่าควรแก่สิ่งนั้นฉันก็น่าจะเปิดมันออก’

ดาเรียสคิดอย่างสนุกสนาน

[คุณเปิดกล่องของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้นแล้ว!]

สิ่งที่ได้รับ: อัปเกรดอินเทอร์เฟซแผนที่ 1 รายการ, บล็อกฐานข้อมูลขนาดเล็ก 1 ตัว, ตัวเริ่มต้นคลาส 1 ตัว (คุณภาพสูงสุด), ตัวเร่งปฏิกิริยา 1 ชั้น (คุณภาพสูงสุด) และตัวกระตุ้นคลาส 1 ตัว (คุณภาพสูงสุด)

[อัปเกรดส่วนต่อประสานแผนที่ – อัปเกรด]

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: เพิ่มฟังก์ชั่นแผนที่โลกให้กับระบบเช่นเดียวกับแผนที่ขนาดเล็ก

[บล็อกฐานข้อมูลขนาดเล็ก – เบ็ดเตล็ด]

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: เพิ่มข้อมูลบล็อกเดียวที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของดินแดนโดยรอบพื้นที่ที่มีประชากรใกล้เคียงและกฎหมายทั่วไปของโลก

[คลาสผู้เริ่มต้น – เบ็ดเตล็ด]

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: เลือกรายการคลาสที่เหมาะสมที่ระบบสร้างขึ้น

[คลาสตัวเร่งปฏิกิริยา – เบ็ดเตล็ด]

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: สร้างเครื่องมือพิเศษแบบสุ่มเพื่อช่วยคุณในการใช้คลาสหลักของคุณ

[ตัวกระตุ้นคลาส – เบ็ดเตล็ด]

ความทนทาน: MAX

คำอธิบาย: สร้างความสามารถพิเศษแบบสุ่มเพื่อช่วยคุณในการใช้คลาสหลักของคุณ

ในที่สุดเขาก็เปิดเมนูไปที่ตัวละครของเขาและรู้สึกดีใจที่พบว่ามันเรียบง่ายและเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน

ชื่อ: ดาเรียส สโตน

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

คลาส: ไม่มี

คลาสย่อย: ไม่มี

HP: 49/49

MP: 21/21

ระดับ 1

ประสบการณ์: 0/100

ความแข็งแรง: 7

ความคล่องตัว: 7

ความอดทน: 7

สติปัญญา: 21

ความสามารถพิเศษ: 15

โชค: 15

AP: 0

SP: 0

ทักษะ: ไม่มี

คาถา: ไม่มี

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็สามารถอ้างตัวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่สุดในจักรวาลได้ โดยไม่ทราบว่าคำประกาศดังกล่าวจะเผยให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนที่มีปัญหาทางจิตอย่างรุนแรง ดาเรียสเข้าใจเรื่องนั้น

ช่วงเวลาสุดท้ายของเขาบนโลก ในความคิดของเขาในขณะที่เขาผ่อนคลายบนเก้าอี้ที่เขานั่งลง เขาถูกครอบครัวของเขารายล้อม พวกเขาทั้งหมดต่างคร่ำครวญถึงความตายที่กำลังจะมาถึงและจ้องมองเขาด้วยความสิ้นหวังเช่นเดียวกับความรัก

เฉพาะในครอบครัวของเขาเท่านั้นที่ ดาเรียส ประพฤติตนเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา เพราะเขาเชื่ออย่างยิ่งว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัว ครอบครัวที่ดีสามารถรับประกันความสำเร็จ 1,000 ชั่วอายุคนในขณะที่คนเลวจะมีความสุขเพียง 3 ชั่วอายุคนก่อนที่คณะกรรมการจะรีเซ็ต

เมื่อเขาหลับตาลงเป็นครั้งสุดท้าย เขารู้สึกว่าจิตใจของเขาหลุดเข้าไปในอ้อมกอดแห่งความมืดและดาเรียสคาดว่าจะตื่นขึ้นมาท่ามกลางนรก เขาไม่เคยเป็นคนที่มีความเชื่อมากนัก แต่จะมีใครพิจารณาเรื่องแบบนี้โดยไม่รู้ตัวเมื่อพวกเขากำลังจะตาย

อย่างไรก็ตามในฐานะคนที่ชอบอยู่เหนือสิ่งต่างๆ ดาเรียสได้ร่างแผนในสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่นรกมีอยู่จริง ถ้าเขาเข้าไปในนรกเขาจะขูดขอร้องและกลบเกลื่อนในการจัดอันดับของคนสนิทที่ไว้ใจได้ ของปีศาจก่อนที่จะโกงเขาออกจากตำแหน่ง

แน่นอนว่าคงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะเอาทรัพย์สมบัติและทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดยมิชอบ อย่างที่เขาเคยทำบ่อยๆบนโลกนี้ก่อนที่จะกำจัดทิ้งในรูปแบบที่เอาผิดเขาไม่ได้

ในทางกลับกันถ้าเขาเข้าสู่สวรรค์เขาก็จะขังความคิดของเขาไว้ในส่วนลึกของจิตใจและยังคงนับถือพระเจ้า หากมีบางครั้งที่เขามาถึงสถานการณ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จิตใจของเขาจะปลดล็อกความทรงจำและความตั้งใจจริงของเขาซึ่งเขาจะพยายามแย่งชิงตำแหน่งของพระเจ้าในครั้งต่อไป

แม้จะมีแผนการทั้งหมดของเขา แต่เขาก็ไม่เคยคำนึงถึงความเป็นไปได้ ที่ใครบางคนจะทำให้เขากลับชาติมาเกิดในโลกแฟนตาซีที่ซึ่ง – ตามที่มีการแจ้งเตือน – มีมังกรสาวใช้แสน

นั่นคือเหตุผลที่เขาหัวเราะอย่างไม่สามารถควบคุมได้หลังจากประเมินสภาพแวดล้อมทั่วไปของเขา คนที่ชั่วช้าเช่นเขา คือคนที่สมควรได้รับการสาปแช่งชั่วนิรันดร์และวางแผนที่จะฉ้อโกงปีศาจหรือทรยศต่อพระเจ้าได้รับโอกาสครั้งที่สองในชีวิตจริงหรือ?

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในโลกแฟนตาซีที่เป็นตำนานที่ใคร ๆ ก็สามารถใช้ชีวิตตามความฝันของตัวเองด้วยการแกว่งดาบยิงลูกไฟหรือสร้างกระต่ายที่ไม่มีเหตุผลบนโลกและกลายเป็นผู้ปกครองดินแดน? สนุกมาก.

นี้คือความไม่ยุติธรรม ทำไมถึงต้องใช้ชีวิตที่ดีบนโลกทำตามกฎหมายและมีศีลธรรมถ้าการเป็นคนชั่วจะทำให้คน ๆ หนึ่งมีจุดจบที่ดีกว่าคนดีส่วนใหญ่?

ยิ่งเขาหนึ่งไตร่ตรองสถานการณ์นี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามดาเรียสทำด้วยการระลึกถึงความขี้เล่นของเขา ตอนนี้ได้เวลาค้นหาเพิ่มเติมว่าโลกนี้คืออะไรและเขาจะก้าวต่อไปอย่างไร เขาเป็นคนที่ชอบเคลื่อนไหวตามแผนการที่ครอบคลุม เขาเกลียดการไหลไปกับกระแสน้ำเหมือนคนไร้สมองมาโดยตลอด

‘จงเป็นฝ่ายรุกอยู่เสมอ!’ คือสิ่งที่ดาเรียสสอนลูก ๆ ของเขาตั้งแต่เด็กๆ

ดังนั้นหลังจากที่เขาประเมินร่างกายและสภาพแวดล้อมแล้วก็ถึงเวลาตรวจร่างกายขั้นสุดท้ายซึ่งเป็นเหตุผลของการดำรงอยู่ของเขา

“เอาล่ะเทพธิดาเวนาโปรดแจ้งให้ฉันทราบถึงวัตถุประสงค์และบทบาทของฉันในขณะที่อยู่ในโลกของคุณที่เรียกว่าเฟาสต์โปรดบอกฉันว่าฉันมีจุดแข็งอะไรและมีจุดอ่อนอะไรด้วย”

ดาเรียสกล่าวร้องขอ

{สวัสดี ดาเรียส สโตน ฉันเป็นผู้ช่วยหน่วยงานกลางสำหรับทาสที่ทำหน้าที่ในบทบาท คุณสามารถเรียกฉันว่า ซีซ่า ฉันคือสิ่งที่คุณเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์และหน้าที่ของฉันคือทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลคุณในโลกแห่งเฟาสต์!}

{เนื่องจากนี่เป็นวันแรกของคุณในโลกแห่งเฟาสต์คุณจึงได้รับสิทธิพิเศษในการถามคำถามใด ๆ กับฉันและฉันจะให้คำตอบที่เกี่ยวข้องกับคุณหาก ฉันได้รับอนุญาตจากเทพธิดา! หลังจากวันนี้ครั้งเดียวที่คุณจะสามารถติดต่อฉันได้อีกคือในโอกาสพิเศษสุด ๆ ! }

{เพื่อตอบคำถามของคุณเป้าหมายของคุณในโลกนี้คือการเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ ในการสรุปและตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปมี 5 ขั้นตอนในโลกนี้มือสมัครเล่น นักเดินทาง ผู้เชี่ยวชาญ ปรมาจารย์และปรมาจารย์สำหรับทุกสาขา เหนือจุดสูงสุดของปรมาจารย์คือตำแหน่งสูงสุดการดำรงอยู่ของมันถูกถือว่าเป็นตำนานโดยชาวเฟาสต์}

{บทบาทของคุณจะเป็นอย่างไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ คุณจะได้รับรายการทางเลือกและเส้นทางที่ต้องดำเนินการเมื่อฉันอธิบายเสร็จแล้วและคุณควรเข้าใจมากขึ้นเมื่อถึงเวลา}

{จุดแข็งของคุณคือความเหนือกว่าทางปัญญาของคุณและการมอบสิ่งที่คุณรู้ว่าเป็น ‘ระบบ’ โดยเทพธิดาเวนา สิ่งนี้จะนำทางคุณไปบนเส้นทางของคุณตลอด ทั้งเฟาสต์ช่วยให้คุณเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดหากใช้อย่างชาญฉลาด!}

{จุดอ่อนของคุณคือการขาดทักษะการต่อสู้ประสบการณ์และความรู้ คุณเป็นนักธุรกิจไม่ใช่ทหารหรือซูเปอร์ฮีโร่ คุณมีแนวโน้มที่จะต่อสู้กับผู้อยู่อาศัยที่เชี่ยวชาญในโลกที่เต็มไปด้วยความอันตรายนี้ขอให้โชคดี!}

{นอกจากนี้ฉันจำเป็นต้องเน้นข้อเท็จจริงที่สำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่ง คุณ ดาเรียส สโตน ถูกนำตัวมาที่นี่เพื่อใช้ชีวิตของตัวเอกทั่วไปที่มีคุณลักษณะเหมือนเกมเพื่อทำให้เทพธิดาเวนา ขบขันหรือในขณะที่คุณสร้างมันขึ้นมาเอง คุณได้รับการ ‘กลับชาติมาเกิดเป็นลิงสัตว์เลี้ยงของเธอเพื่อให้ความบันเทิง’ .}

{เช่นนี้ฉันจะต้องทรมานจิตวิญญาณของคุณเป็นเวลาพันปีและขับไล่สิ่งที่อาจหลงเหลืออยู่จนถึงขอบแห่งการลืมเลือน และลบคุณออกจากการดำรงอยู่หาก คุณกล้าที่จะเรียกร้องโดยตรงต่อเทพธิดาที่ได้รับการยกย่อง ด้วยปากของมรรตัยที่เลวทราม ของคุณอีกครั้ง!}

{… แต่ฉันพูดนอกเรื่อง ขอให้มีความสุขกับการสำรวจโลกของเฟาสต์ที่สร้างโดยเทพธิดา! สร้างความสัมพันธ์ สร้างกิลด์จับสัตว์เลี้ยงหรือเหวี่ยงคาถาที่ทรงพลังตามความปรารถนาของหัวใจคุณ! โลกแห่งเฟาสต์มีอยู่จริงให้คุณพิชิต!}

{ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งเฟาสต์! นี่คือโลกแห่งเวทมนตร์ดาบมังกรและสาวใช้ที่ต้องการความช่วยเหลือ! โลกแห่งความฝัน ความปรารถนาและจินตนาการ!}

{โลกนี้คือบ้านของคุณดาเรียส สโตน! ในโลกนี้คุณคือตัวเอกผู้บุกเบิกผู้ถูกเลือก! สร้างเส้นทางผ่านการเมืองที่วุ่นวาย ตลาดที่มีปัญหาและสนามรบที่อันตรายเพื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุดและกลายเป็นผู้สูงสุด!}

{ท้ายที่สุดนี่เป็นวิธีเดียวที่วิญญาณที่ถูกสาปของคุณจะมีโอกาสกลับชาติมาเกิด! เวนา เทพีแห่งเกมและสันทนาการ มอบสิทธิพิเศษนี้ให้กับคุณ! ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการกระทำของคุณในโลกนี้จะทำให้เธอประทับใจมิฉะนั้นเธอจะทำให้คุณเสียโอกาสนี้และมอบให้กับวิญญาณอีกคน}

{โชคดี!}

นี่เป็นคำพูดแรกที่ ดาเรียส สโตน ได้ยินเมื่อเขาตื่นขึ้น เขาพบว่าตัวเองทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะอาหารที่เรียบง่าย โดยพวกเขามาทำจากไม้เนื้อแข็งและปูด้วยผ้าบาง ๆ

เขามองไปรอบ ๆ และมองสภาพแวดล้อมของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถรองรับคนสองคนที่อาศัยอยู่ภายใน โดยมีห้องนอนเดี่ยวห้องครัว 1 ห้องที่รวมเข้ากับห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นอีกหนึ่งห้อง

ไม่มีห้องน้ำที่เขาสามารถมองเห็นได้ทันทีดังนั้นดาเรียส จึงสงสัยว่าผู้อยู่อาศัยที่นี่ดูแลสุขอนามัยของพวกเขาอย่างไร จากนั้นเขาก็ตรวจสอบตัวเองเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

เขารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าเขาดูเหมือนจะอยู่ในวัยเยาว์ตอนอายุ 13 เท่า เขาสามารถบอกได้เขามีร่างกายแบบเดียวกับที่เขาเคยมีมื่ออยู่บนโลกซึ่งเป็นความประหลาดใจเล็กน้อย

นั่นหมายความว่า เขาควรจะมีผมสีดำด้านหลังที่เรียบเนียนตามแบบฉบับของเขาเช่น เดียวกับผมหน้าที่เป็นเครื่องหมายการค้า ดวงตาสีน้ำตาลแดงและกรามเชิงมุมของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่พึงปรารถนาในวัยหนุ่ม ของคนอื่นๆ ด้วยรูปร่างที่หล่อเหลากับผิวสีแทนนี่

ดาเรียสสังเกตเห็นว่าเขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำแขนยาวที่ดูเรียบร้อยและกางเกงขายาวสีดำพอดีกับรองเท้าบูทสีดำทำให้เขาได้รูปลักษณ์ของขุนนางหนุ่มที่กำลังเดินเล่นในเมืองยุคกลาง

หลังจากเก็บของของตัวเองแล้ว ดาเรียสก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปรอบ ๆ กระท่อมโดยสังเกตสิ่งที่น่าสนใจอย่างระมัดระวังและรวบรวมมันวางไว้บนโต๊ะอาหารที่เขา ‘เกิด’

จากนั้นเขาก็เปิดประตูเพื่อออกไปข้างนอกและดูว่าเขาอยู่ที่ไหน ทันใดนั้น ดเารียสก็ตกตะลึงในความเงียบ เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขา

กระท่อมของเขาตั้งอยู่ในบึงที่สวยงามท่ามกลางป่าอันมืดมิด แสงแดดแทบจะไม่สามารถทะลุผ่านเรือนยอดของใบไม้ได้ในขณะที่มันอาบแสงอันอบอุ่นให้กับเขา ข้างกระท่อมไม้เล็ก ๆ ของเขามีสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีประกายแวววาวราวกับน้ำค้างจากสวรรค์

ตอนนี้ดาเรียสก็เข้าใจว่าเขาควรอาบน้ำที่ไหน ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกทึ่งกับภาพและกลิ่นรอบตัวโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเขามาจากชีวิตในสังคมเมือง

ใครก็ตามจากสถานที่ดังกล่าวจะถูกทำให้พูดไม่ออกและตื่นตระหนกกับการมองเห็นของธรรมชาติในช่วงเวลาที่สำคัญ ดาเรียสยังคงดูดซับภาพนี้ต่อไปอีกสองสามวินาทีก่อนที่จะเดินไปรอบ ๆ กระท่อมและบึง

หลังจากที่เขารู้สึกว่าเขาตรวจสอบเพียงพอแล้วเขาก็กลับไปที่โต๊ะอาหารและนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาเคยนั่งเมื่อเขาตื่นขึ้นมา ดาเรียสเริ่มไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ

ทันใดนั้นเขาก็เริ่มหัวเราะ มันเป็นการกระทำที่น่าตกใจที่จะทำให้ผู้สังเกตการณ์ทุกคนจ้องมองเขาด้วยความกังวลและหวาดกลัวต่อความมีสติของเขา ไม่เพียงแค่นั้น ดาเรียสยังหัวเราะเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็ม ๆ น้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขา เหตุผลในการทำเช่นนั้นยังไม่ปรากฏชัดในขณะนี้

ในไม่ช้ามันก็สิ้นสุดลงและชายหนุ่มก็เช็ดตาและยิ้มเยาะเล็กน้อย เขาอ่านคำเตือนที่ปรากฏในวิสัยทัศน์ของเขาอีกครั้งแล้วหยิบปากกาขนนกที่พบ

โชคดีที่ดาเรียสจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีใช้ปากกาขนนกและกระดาษรองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในสังคมชั้นสูง มันน่ากลัวจริงๆที่ 1% อันดับแรกที่แท้จริงยึดติดกับประเพณีและกิจกรรมเก่า ๆ จากยุคอดีต แต่ครั้งหนึ่งเขาดีใจกับทักษะที่ไร้ประโยชน์ก่อนหน้านี้

เขาค่อยๆเขียนลงบนกระดาษในขณะที่ความคิดของเขาเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวายการคำนวณและการรับรู้ที่กระพริบผ่านเยื่อหุ้มสมองของเขาด้วยความเร็วแสง ความแข็งแกร่งของดาเรียสไม่เคยมีทั้งทางร่างกายจิตใจ

ด้วย ความจำ สติปัญญาระดับอัจฉริยะและความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงทำให้เขาอ่านคนได้ง่าย ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดอาชีพที่เขาเลือกสำหรับตัวเองในชีวิตที่ผ่านมาซึ่งเป็นนักธุรกิจ

ดาเรียสยิ้มเยาะเมื่อเขาคิดถึงเรื่องนั้น ‘ชีวิตที่ผ่านมา’. เหมือนเขาเป็นตัวเอกจากอนิเมะและนิยายบนเว็บที่ลูกชายและหลานชายของเขาชอบอ่าน

โดยเฉพาะหลานชายคนเล็กและหลานชายคนแรกของเขา ทั้งสองชอบอนิเมะและดาเรียสมักจะถูกดึงไปดูร่วมกับพวกเขา ในฐานะชายชราอายุเจ็ดสิบเขามีความคิดแบบหนึ่งโดยธรรมชาติและเลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่าการทำงานแม้ว่าจะหมายถึงการทำสิ่งต่าง ๆ ที่เขาอาจไม่สนุกกับตัวเองมาก

กระนั้นหลังจากที่เขาหลับตาลงเป็นครั้งสุดท้ายเขาได้ตื่นขึ้นมาในร่างที่อยู่ในช่วงแรกของวัยแรกรุ่นและได้รับการต้อนรับจากหน้าจอการแจ้งเตือนที่บอกเขาว่าเทพธิดาองค์หนึ่งได้นำเขากลับชาติมาเกิดให้เขาเป็นลิงสัตว์เลี้ยงของเธอและ ให้ความบันเทิง

คนส่วนใหญ่…ที่มีสติสัมปชัญญะใด ๆ จะไม่สงบในสถานการณ์เช่นนี้เนื่องจากมีเพียงความอ่อนแอทางจิตใจเท่านั้นที่สามารถรักษาความเป็นกลางได้ในเวลาเช่นนี้ ดาเรียสไม่คิดว่าเขาเป็นบ้า แต่จิตใจของเขาแตกต่างกันอย่างแน่นอน

รถไฟแห่งความคิดของดาเรียสค่อนข้าง … น่ากลัว เขาได้รับการยกย่องจากทั่วโลกในฐานะคนที่มีความกรุณาความเคร่งขรึมและให้เกียรติ แม้ว่าโลกสมัยใหม่จะเกลียดคนรวย แต่ผู้คนก็ยังรักเขาและตั้งฉายาให้เขาว่า ‘ดาเรียส เวย์’ ซึ่งสัมพันธ์กับซูเปอร์ฮีโร่มหาเศรษฐีคนนั้น

ในความเป็นจริงดาเรียสค่อนข้างแน่ใจว่าจิตวิญญาณของเขาดำกว่าอาชญากรที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เพราะสิ่งที่เขาทำหลังม่านนั้นน่ากลัวอย่างแท้จริง

เมฆหมอกปกคลุมท้องฟ้าที่สดใสของบ่ายวันที่มีแดด ฝนที่ตกลงมาจากการบรรจบกันของพวกเขาเบา ๆ ตามอารมณ์ของผู้คนที่มารวมตัวกันภายในสุสานระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง

“ วันนี้เรามาที่นี่เพื่อรำลึกถึงการจากไปของดาเรียส สโตน สามีที่รักพ่อและเป็นผู้ใจบุญ ที่การปรากฏตัวของเราได้สลักความทรงจำอันลึกซึ้งไว้ในโลกตลอดไป ศิษยาภิบาลวัยเริ่มต้นขึ้นเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

ในขณะที่เขาจากไป ในโลกแห่งความเป็นอยู่มรดกของเขายังคงดำเนินต่อไปด้วยผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขาที่มีต่อสวัสดิภาพของมนุษย์ทั่วไป บางสิ่งบางอย่างแม้แต่เพื่อนร่วมงานของเขาก็ยังเคารพอย่างเปิดเผย เขาจะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป”

ปุโรหิตยังคงยกย่องคุณงามความดีของชายที่เพิ่งจากไป ด้วยคำปราศรัยที่ไร้ที่ติของเขา กระตุ้นหัวใจของผู้ฟังทุกคน มีคนทั้งหมดประมาณ 50 คนในชุดงานศพสีดำ ทุกคนดูเหมือนว่าพวกเขาสูญเสียสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี

ในขณะที่ 50 คนทำให้มันเป็นฝูงชน แต่นี่เป็นข้อจำกัดสำหรับสุสานอันหรูหราแห่งนี้ซึ่งมีไว้สำหรับบุคลระดับสูง หากให้ใครก็ได้เข้ามา ที่จึงจะต้องเต็มไปด้วยคนมากกว่าแสนคน

นี่ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงเนื่องจากบุคคลที่พวกเขากำลังไว้ทุกข์คือ ดาเรียส สโตน ชายที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากที่สุดในโลกในศตวรรษที่ 22 เขาเป็นเจ้าของ เมก้าคอป ที่ทันสมัยที่สุดหรืออย่างน้อยก็มีหุ้นสำหรับพวกเขา นอกจากนี้ยังสร้างการเคลื่อนไหวที่ช่วยยกระดับความยากจนจากขั้นต่ำไปสู่ความสามารถในการได้รับสภาพที่น่าอยู่ในชีวิต

อิทธิพลของเขาไม่ได้จำกัด อยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มีอยู่ทั่วโลก มากกว่า 90% ของประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยสามารถสัมผัสกับการเติบโตนี้ได้ด้วยความพยายามของเขา จึงเป็นที่กลายเป็นชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้

ปัจจุบันในสุสานซึ่งอยู่แถวหน้าของผู้ร่วมไว้อาลัยทั้งหมด มีหญิงสองคนและชายหนุ่มหนึ่งคน พวกเขาทั้งหมดมีคุณสมบัติเหมือนกันผิวสีแทนปานกลาง จมูกโด่ง ใบหน้าเนียนและดวงตาสีน้ำตาลแดงอ่อน

ใคร ๆ ก็บอกได้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกันจากรูปลักษณ์ของพวกเขาและคนที่รู้มากขึ้นสามารถบอกได้ว่าพวกเขาเป็นลูกของผู้ที่เพิ่งจากไปตามอายุทางกายภาพของพวกเขา

โซเลน่าลูกสาวคนแรกกำลังปลอบและถูหลังลูกสาวคนที่สอง คือมิแรนดาซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับไม่มีวันพรุ่งนี้ โซเลน่ารู้ว่ามิแรนดารักพ่อของพวกเขามากแค่ไหนเพราะเขาคอยเอาอกเอาใจเจ้าหญิงตัวน้อยของเขามาตลอด

มาร์ตินลูกชายคนเดียวของเขากำหมัดแน่นและดูเหมือนจะกลั้นน้ำตา เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของเขาที่เป็นลูกผู้ชาย แต่เขาไม่สามารถหลอกใครได้ ในความเป็นจริงความพยายามของเขาในการแสดงความแข็งกร้าว แต่ทำให้ผู้โศกเศร้าคนอื่น ๆ รู้สึกหดหู่มากขึ้นเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าครอบครัวนี้กำลังทุกข์ทรมานจากการสูญเสียของพวกเขา

“และบัดนี้ ดาเรียส สโตน ผู้เป็นพี่ชายและผู้พิทักษ์ที่รักของเราจะต้องนอนพักผ่อนเคียงข้างภรรยาของเขา ดีอา สโตน เพื่อที่พวกเขาจะได้มีความรักที่อบอุ่นในชีวิตหลังความตายด้วยกันตลอดไป”

นักบวชวัยชราพูดเสียงเบาขณะที่พิธีสิ้นสุดลง

ในที่สุดโลงศพก็ถูกลดระดับลงไปในหลุมศพการออกแบบประดับประดาเผยให้เห็นว่าราคาที่จ่ายไปนั้นต้องมากมายแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่านี้คือส่งที่ชายคนนี้ควรได้รับ

หลังจากโลงศพถูกลดลงผู้คนก็แสดงความเคารพต่อครอบครัวและเริ่มยื่นดอกไม้ออกไปอย่างช้าๆ ในที่สุดมีเพียงเด็กสามคนของ ดาเรียส สโตน ที่ถูกทิ้งไว้ที่หลุมศพและพฤติกรรมของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันทีที่คนสุดท้ายจากไป

“ เฮ้อทำไมพ่อถึงอยากให้เราแสดงอารมณ์แบบนี้ระหว่างที่เขาตายล่ะฉันไม่เข้าใจ”

มิแรนดาที่น้ำตาไหลเมื่อครู่ยืนตัวตรงและครุ่นคิดขณะเช็ดหน้าอย่างใจเย็น

ตอนนี้โซเลนาก็แสดงท่าทีเป็นกลางด้วยเช่นกัน และทำความสะอาดดวงตาของเธอและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เพราะเขาต้องการให้เราใช้ประโยชน์จากภาพที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจเพื่อส่งเสริมตัวเองและทำให้การสืบทอดของเราราบรื่นขึ้น”

มาร์ตินถอนหายใจและเกาแก้ม

“พ่อของเราคิดล่วงหน้าอย่างแท้จริง เขาคาดการณ์ว่าสมาชิกในคณะกรรมการจะตอบสนองอย่างไรเมื่อเขาตายไปและวางแผนอย่างละเอียดว่าจะจัดการกับพวกเขาแต่ละคนอย่างไร!”

โซเลน่าพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อย

“ พ่อเป็นคนที่ฉลาดที่สุดอย่างแท้จริงด้วยคำแนะนำของเขา เราสามารถแยกอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกเข้ามาหารายได้ เพียงเศษสตางค์เดียว”

โซเลน่าหันไปหาน้องชายของเธอ

“ อย่างไรก็ตาม มาร์ตินทุกอย่างขึ้นอยู่กับนาย นายจะทำตามแผนหลักของพ่อและยึดครองพื้นที่ได้หรือไม่?”

มาร์ตินพูดอย่างติดตลกและกอด อก

“แน่นอน ฉันอาจล้มเหลวถึงแม้ว่าจะได้รับการฝึกฝนจากพ่อเป็นการส่วนตัว ฉันก็อาจจะขุดหลุมใหม่ข้างๆเขา”

มิแรนดาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย:

“ฉันอยากให้พ่อมีชีวิตอีกสักพัก มันรู้สึกยากมากที่ไม่มีเขาอยู่ที่นี่คอยชี้แนะเรา”

โซเลน่าลูบไล้ใบหน้าของมิแรนดาเบา ๆ และพูดเบา ๆ

“ พ่อมีชีวิตอยู่จนถึงอายุเจ็ดสิบปลาย ๆ และเราทุกคนรู้ดีว่าเขาเบื่อชีวิตที่ไม่มีแม่ เขาอดทนต่อเวลานี้มานานเพื่อให้เราเติบโต”

“ ฉันรู้ แต่…เห้ออ ”

มิแรนดาบ่นพึมพำ

ไม่นานโชเฟอร์ที่แต่งตัวดีก็เดินมาหาทั้งสามคนแล้วโค้งคำนับ

“คุณหญิงโซเลน่า สามีของคุณโทรหาคุณ ลูกชายของคุณกำลังต้องการการเปลี่ยนผ้าอ้อม”

โซเลน่ายิ้มอย่างสวยงาม เมื่อได้ยินเอ่ยถึงลูกชายคนหัวปีของเธอ

“โอเคฉันจะไปในไม่ช้า”

โชเฟอร์โค้งคำนับอีกครั้งและยืนอยู่ข้างๆ จากนั้นโซเลนาก็กอดน้องสาวและน้องชายของเธอก่อนออกจากงานศพ

หลังจากนั้นไม่นานมิแรนดาก็ถูกคู่หมั้นของเธอมารับตัวเธอทิ้ง มาร์ตินวัยหนุ่มให้รอคนขับรถของครอบครัวมาหาเขา

ในขณะที่เหตุการณ์สิ้นสุดลงเมฆดำมืดก็เบาบางลงทันทีและฝนก็สิ้นสุดลง เวลานั้นไร้ที่ติอย่างแท้จริง แต่มีน้อยคนที่จะใส่ใจกับมัน

ท้ายที่สุดหากพวกเขาไม่สามารถสังเกตได้ว่ามีองค์กรบางอย่างยืนอยู่กับพวกเขาในงานศพตลอดเวลา พวกเขาจะไม่สังเกตเห็นสภาพอากาศที่ผิดปกติซึ่งดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์โดยรอบ แต่เป็นการเตือน ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ดาเรียสผู้ยิ่งใหญ่ Darius Supreme

ดาเรียสผู้ยิ่งใหญ่ Darius Supreme

Status: Ongoing

ในวันที่ 15 มีนาคม ปี 2164 โลกร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ ดาเรียส สโตน นายหน้ามหาเศรษฐีและผู้ใจบุญ ในขณะที่ครอบครัวและเพื่อน ๆ

ได้จัดงานศพ ร่างกายของดาเรียสก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองได้เกิดใหม่ในร่างที่เยาว์วัยในโลกที่แตกต่างออกไป เสียงแปลก ๆ

แจ้งให้เขาทราบว่าวิญญาณของเขาถูกส่งมายังโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ของเฟาสต์ ตามคำสั่งของเทพธิดาลึกลับนามว่า เวนา

เพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวในการสร้างความบันเทิงให้เธอผ่านการต่อสู้ของเขา ในโลกนี้ที่ความฝันใด ๆ

สามารถบรรลุได้ด้วยความพยายามหากมากพอ เขามุ่งมั่นที่จะกลายเป็นผู้สูงสุด และดำรงอยู่เหนือมนุษย์และแม้แต่เทพเจ้า!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท