คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 313 คู่จิ้นยาวิเศษ อิ๋งจื่อจินรู้ภาษาอังกฤษ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

ตอนที่ 313 คู่จิ้นยาวิเศษ อิ๋งจื่อจินรู้ภาษาอังกฤษโบราณหรือเปล่า

ด้านล่างเป็นรูปยาว อีกทั้งยังมีการเทียบลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจน

ปลายปีคริสศักราชสองพันสิบเจ็ด ผู้เฒ่าซูกับผู้เฒ่าฟู่หมั้นหมายซูหร่วนกับฟู่อวิ๋นเซิน

ต้นปีคริสศักราชสองพันสิบแปด ซูหร่วนวางแผนเข้าหาฟูอี้หัน

ทั้งสองตระกูลต่างนึกไม่ถึง เพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียง จึงจำเป็นต้องให้ซูหร่วนแต่งงานกับฟู่อี้หัน

ปลายปีคริสศักราชสองพันสิบเก้า ฟู่อวิ๋นเซินกลับมาจากยุโรป

ตอนนี้เป็นปลายปีคริสศักราชสองพันยี่สิบ ก็สามปีพอดี

อีกทั้งในรูปนี้ยังได้ขุดวีรกรรมจำนวนมากที่ซูหร่วนกับซูเหลียงฮุยเคยทำ

หลังจากที่ซูหร่วนแต่งงานกับฟู่อี้หันเคยว่าร้ายฟู่อวิ๋นเซินอย่างไร แถมยังพูดกับคุณหนูไฮโซคนอื่นๆ ในวงการว่าตัวเองไม่ชอบฟู่อวิ๋นเซิน บอกกับคนอื่นๆ ว่าฟู่อวิ๋นเซินตามตื๊อ

เรื่องที่ซูเหลียงฮุยเอาของต่างหน้าของผู้เฒ่าฟู่มาบีบบังคับฟู่อวิ๋นเซินก็รวมอยู่ในนั้นด้วย

เดิมทีส่วนใหญ่เรื่องแฉจะเป็นเรื่องแต่ง ชาวเน็ตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งต่างระมัดระวังตัวกันมาก

แต่ความเด็ดอยู่ที่แอคเคาท์ทางการของวีนัสกรุ๊ปได้แชร์โพสต์นี้ของจอมแฉสะท้านโลกไซเบอร์

พร้อมทั้งพิมพ์ว่า ‘ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง’

[อื้อหือ จอมแฉออกมาโพสต์แล้ว แม่ประทับใจ]

[เห็นแก่ความรวยจริงๆ สินะ ทีตอนเขาตกอับกลับไม่เห็นแม้แต่เงา ตอนนี้ทำมาเป็นเสนอหน้า ฉันล่ะขยะแขยงสองพ่อลูกคู่นี้จริงๆ!]

[…แม่งใช่ยังใช่คนอยู่หรือเปล่า! เอาของดูต่างหน้าของปู่เขามาบีบบังคับ แต่ตอนนี้อยากจะไปเป็นพ่อตาเขา คู่ควรเหรอ]

[พี่คนโตก็น่าสงสาร หย่าเถอะ ทนดูไม่ไหว]

[ตระกูลซูคือตระกูลไหนเหรอ ทำไมตอนนี้พวกตระกูลเล็กๆ ขยันก่อความวุ่นวายจังเลย ตระกูลมู่กับตระกูลเนี่ยไม่เห็นจะมีเรื่องอะไร]

พอซูเหลียงฮุยอ่านข้อความพวกนี้ก็เริ่มจับโทรศัพท์ไม่ไหวแล้ว

เดิมทีเขาคิดว่าผลลัพธ์คงไม่มีทางเลวร้ายไปกว่านี้

แต่ที่ไหนได้ฟู่อวิ๋นเซินทำได้เด็ดขาดถึงขั้นนี้!

ทำให้เขากับซูหร่วนกลายเป็นตัวตลกของชาวเน็ต

“คุณพ่อไปทำอะไรไว้กันแน่ครับ” น้ำเสียงปลายสายไม่พอใจอย่างรุนแรง

“ทำไมไม่ใช่แค่ลุงรองกับอาสี่ที่เล่นงาน แม้แต่คุณปู่ก็จะลบชื่อคุณพ่อออกจากตระกูลซูแล้ว!”

ซูเหลียงฮุยตัวสั่น เกือบประคองตัวไม่ไหว

“แกว่าอะไรนะ!”

ผู้เฒ่าซูจะลบชื่อของเขาออกจากตระกูลซูงั้นเหรอ

ในขณะที่สมองของซูเหลียงฮุยกำลังตื้อไปหมด ปลายสายก็เปลี่ยนเป็นอีกคน

เป็นผู้เฒ่าซู

“ซูเหลียงฮุย ตอนนั้นฉันเคยพูดกับแกไว้ว่าอย่างไร” เสียงของชายชราฟังดูโมโหมาก

“ฉันบอกว่าถ้าอี้ชางตาย ตระกูลฟู่จะจัดการอย่างไรก็เรื่องของพวกเขา อย่าเอาคนตายมาหาผลประโยชน์อีก แล้วแกทำอย่างไร ฉันบอกให้แกเอาของต่างหน้าของอี้ชางไปให้ฟู่อวิ๋นเซิน แต่แกกลับเอาเรื่องอวี้เซียงฟังมาข่มขู่เขา!”

ซูเหลียงฮุยย่อมไม่มีทางมีของของผู้เฒ่าฟู่ เขาเอามาจากผู้เฒ่าซู

เมื่อก่อนผู้เฒ่าซูเป็นเพื่อนร่วมสงครามกับผู้เฒ่าฟู่ถึงได้มีของของอีกฝ่าย

ซูเหลียงฮุยพูดไม่ออกสักคำ เหงื่อออกเต็มหลัง

เขารู้แค่ว่าครั้งนี้เขาทำทุกอย่างพังสิ้นเชิงแล้ว!

…

ความวุ่นวายในตระกูลซูไม่ได้ส่งผลต่ออิ๋งจื่อจิน

พูดให้ถูกก็คือ เธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เธอยอมเดินไปที่ถนนอีกเส้นเพื่อกินขนมหวานออกใหม่

“ผู้บัญชาการ งานเข้าแล้ว” มือข้างหนึ่งของอิ๋งจื่อจินยันศีรษะ มืออีกข้างตักสาคูมะม่วง

ดวงตาหงส์เหลือบขึ้น ทอประกายวูบไหว มีมนต์สะกด

เพียงชั่วเวลาสั้นๆ เป็นความงามแบบที่ชวนให้วิญญาณหลุดออกจากร่างกาย

ฟู่อวิ๋นเซินหันมา แววตาขรึมลงเล็กน้อย

เขาต้องยอมรับจริงๆ ว่า เด็กน้อยของเขาเติบโตได้ดี

เมื่อก่อนมองข้ามไปหลายครั้งมาก ตอนนี้ให้ความสนใจอย่างพิถีพิถันแล้ว

อิ๋งจื่อจินตั้งใจกินขนมหวาน “ชูกวงมีเดียบอกฉันว่า โปรดิวเซอร์ใหญ่ของรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 202 อยากชวนคุณไปปลุกปั้นบอยแบนด์”

เลขาสาวบอกเธอตอนรายงานไปตามหน้าที่

แต่ก็แค่พูดลอยๆ ให้ฟัง อย่างไรเสียเลขาสาวก็คิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเหลวไหล วงการบันเทิงจะไปเกี่ยวข้องกับวีนัสกรุ๊ปได้อย่างไร

รอบสัมภาษณ์ของรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 202 เสร็จสิ้นลงแล้ว เด็กฝึกที่ชูกวงมีเดียส่งไปต่างเข้ารอบทั้งหมด

ช่วงเวลาการแข่งขันเหมือนกับตอนรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 101 อยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวเดือนมกราคม

ผู้ปลุกปั้นวงเกิร์ลกรุ๊ปของรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 101 คือดาราชายชั้นแนวหน้า

แน่นอนว่าเชิญซังเย่าจือไม่ไหว ไม่เพียงแต่เขาจะเป็นดาราชั้นแนวหน้า ยังเป็นราชาภาพยนตร์อีกด้วย มีศักยภาพ และดึงดูดความสนใจได้ ทั่วทั้งวงการบันเทิงก็มีแค่เขาคนเดียว

หากว่ากันตามเหตุผล ผู้ปลุกปั้นวงบอยแบนด์ของรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 202 ควรเป็นดาราหญิงชั้นแนวหน้า

แต่เนื่องจากใบหน้านี้ของฟู่อวิ๋นเซิน สามารถฆ่าทุกคนในวงการบันเทิงได้ในเสี้ยววินาที คว้าอันดับหนึ่งเทพบุตรขวัญใจมหาชนของปีนี้ได้สำเร็จ

อีกทั้งเขายังหนุ่ม ร่ำรวย ประเด็นร้อนในช่วงหลายวันนี้ก็ได้รับความสนใจสูงขึ้นเกินกว่าใครจะมาเทียบได้ โปรดิวเซอร์ใหญ่ย่อมเกิดความคิดนี้ แม้จะไม่อยู่กับความเป็นจริงก็ตาม แต่ก็เริ่มติดต่อไปทางวีนัสกรุ๊ปแล้ว

“หืม?” ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้น ยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดเสียงเนือย “คลั่งกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ”

“ช่วยไม่ได้ คุณมันหน้าตาดีเกินไป” อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้ว “คุณมีกลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นในเวยปั๋วหลายกลุ่มแล้ว”

ฟู่อวิ๋นเซินไม่สนใจเรื่องแบบนี้เท่าไร เขาถาม “เด็กน้อย ไปดิสนีย์แลนด์หรือไม่”

“วันนี้ไม่ได้” อิ๋งจื่อจินกินสาคูมะม่วงคำสุดท้ายเสร็จก็พูดขึ้น

“ตอนบ่ายต้องไปช่วยอาจารย์ต้อนรับคณะนักวิจัย เลยต้องกลับไป”

“งั้นก็ยุ่งพอสมควร” ฟู่อวิ๋นเซินลูบหัวเธอ​ “อย่าหักโหมล่ะ”

เขารู้ว่าเธอรับปากใครไว้ก็ต้องทำให้ได้

หลังจากที่ฟู่อวิ๋นเซินไปส่งอิ๋งจื่อจินกลับเข้าโรงเรียนเสร็จก็กลับไปที่คอนโดของตัวเอง

จากนั้นเขาก็ดาวน์โหลดเวยปั๋วแล้วเสิร์ชชื่อตัวเอง

ข้อความที่เข้ามาในสายตาคือแฟนคลับคู่จิ้นสารพัด ซึ่งในนั้นมีผู้ชายอยู่ไม่น้อย

“…”

สีหน้าของฟู่อวิ๋นเซินชะงัก เขาส่งข้อความบอกเอียนให้ลบกลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นพวกนี้ทิ้งเสีย

จนกระทั่งเห็นโพสต์เวยปั๋วอีกโพสต์หนึ่ง

แอทฉันคือแฟนคลับตัวยงของคู่จิ้นยาวิเศษ : [มีใครจิ้นคู่นี้ไหม! ท่านประธานXนักเรียน หน้าตาดีทั้งคู่เลยนะ! ส่องมาหมดละ มีแค่เทพอิ๋งกับท่านประธานที่ดูเหมาะสมกัน อายุก็ไม่ได้ห่างกันเยอะด้วย คู่สร้างคู่สม มีใครสนใจไหมๆ]

เวยปั๋วโพสต์นี้ถูกกลืนอยู่ในโพสต์จำนวนมาก แต่ก็มีคนมา

[อื้อหือ คิดเหมือนกันเลย ลงเรือด้วยคน เม้าท์ด้วยๆ สักวันหนึ่งทีมของพวกเราจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้าก็เร็ว]

[จับมือ!]

ฟู่อวิ๋นเซินครุ่นคิด

เขาเลิกคิ้ว ลงทะเบียนแอคเคาท์แล้วพิมพ์คอมเมนต์

[ยาวิเศษคืออะไร]

แอทฉันคือแฟนคลับตัวยงของคู่จิ้นยาวิเศษ : [พ้องเสียงไง ฟู่อวิ๋นเซิน(เสิน)xเยาเยา(เย่า)[1] ชมฉันสิชมฉัน เพราะจะตาย!]

ตอนนั้นรายการฉลาดแบบนี้ยกนิ้วให้เลย! ยังมีการไปสัมภาษณ์คนในครอบครัวของเด็กที่เข้าร่วมอีกด้วย

ชาวเน็ตที่ติดตามอิ๋งจื่อจินมาตลอดก็เลยรู้ว่าเธอมีชื่อเล่นว่า ‘เยาเยา’

ฟู่อวิ๋นเซินเลิกคิ้ว แบบนี้ก็ได้เหรอ

จากนั้นเขาก็เห็นแอคเคาท์นี้โพสต์ขึ้นอีก

แอทฉันคือแฟนคลับตัวยงของคู่จิ้นยาวิเศษ : [ฉันเป็นคนแรกที่ยื่นขอตั้ง ‘กลุ่มแฟนคลับคู่รักยาวิเศษ’ ยิ่งมีคนสนับสนุนเยอะ โอกาสได้เปิดกลุ่มก็มีมากขึ้น! ทุกคนมาช่วยกันกดนี่หน่อย >>>ลิงก์ ช่วยเร่งให้เปิดได้ไวขึ้น]

ฟู่อวิ๋นเซินค่อยๆ กดลิงก์นั้น

เวลานี้เอียนได้ส่งข้อความเข้ามา

[พี่ กลุ่มคู่จิ้น 384 กลุ่มปิดหมดเลยไหม]

[เหลืออันนี้ไว้ ฉันอยู่ในนั้น]

เอียนที่ดูภาพแคปหน้าจอ “?”

บริษัทไม่มาดู หนีไปส่องกลุ่มคู่จิ้นของตัวเองซะงั้น!

ทำตัวให้มันเป็นผู้เป็นคนได้ไหมเนี่ย

…

โรงเรียนมัธยมชิงจื้อ

ตอนบ่ายสองโมง คณะนักวิจัยที่มาจากยุโรปก็มาถึงตามเวลานัด

อาจารย์เติ้งออกไปต้อนรับก่อน เธอกับศาสตราจารย์หัวหน้าคณะจับมือกัน พูดด้วยสำเนียงอังกฤษแบบมาตรฐาน “ยินดีต้อนรับค่ะ อีกเดี๋ยวจะมีนักเรียนมาช่วยฉันต้อนรับด้วยนะคะ”

ศาสตราจารย์พยักหน้า ดีใจมากเช่นกัน

แต่เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่ด้านหลังของเขาพอได้ยินแบบนี้ก็เงยหน้าขึ้น พูดด้วยภาษาจีน “ขอถามหน่อยครับ นักเรียนคนนั้นใช่อิ๋งเย่ว์เซวียนหรือไม่ครับ”

อาจารย์เติ้งอึ้งไปเล็กน้อย เธอนึกไม่ถึงว่าในคณะนักวิจัยนี้จะมีคนที่รู้จักอิ๋งเย่ว์เซวียนด้วย

เธอส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ เป็นนักเรียนอีกคน”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว กระซิบคุยกับศาสตราจารย์เล็กน้อยแล้วเดินขึ้นหน้ามายื่นนามบัตรให้ใบหนึ่ง

“ผมชื่อเผยเทียนอี้ เป็นรุ่นพี่ของอิ๋งเย่ว์เซวียนครับ อาจารย์เติ้งน่าจะรู้ว่าเธอเคยไปเรียนที่ยุโรปหนึ่งปี”

อาจารย์เติ้งพยักหน้า “ทราบค่ะ สวัสดีค่ะ”

“อาจารย์เติ้งอาจไม่ทราบว่าที่พวกเรามาครั้งนี้เพราะมีภารกิจ” เผยเทียนอี้พูด “พวกเรานำหนังสือโบราณของก่อนศตวรรษที่สิบห้ามาด้วย ในนั้นเป็นภาษาอังกฤษยุคกลาง ต้องการแปลออกมาครับ”

อาจารย์เติ้งฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “ภาษาอังกฤษยุคกลางเหรอคะ”

ภาษาอังกฤษที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีการวิวัฒนาการให้ง่ายขึ้นจากภาษาอังกฤษยุคกลาง

ศัพท์บางคำเหมือนกัน แต่บางคำแตกต่างกันมาก อีกทั้งไวยากรณ์ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย

ถ้าไม่ใช่คนที่วิจัยภาษาอังกฤษยุคกลางอยู่แล้วก็มีไม่กี่คนที่จะเรียน

“นักเรียนคนที่อาจารย์เติ้งหามาเธอรู้ภาษาอังกฤษยุคกลางไหมครับ” เผยเทียนอี้พูด

“น่าเสียดายนะครับ ตอนเย่ว์เซวียนอยู่ยุโรปเคยศึกษากับพวกเราอยู่บ้าง อย่างน้อยเธอก็เข้าใจ ช่วยงานได้ รบกวนให้เธอมาดีกว่าครับส่วนนักเรียนคนนั้นพวกเราไม่เอา ช่วยอะไรไม่ได้”

[1] เสินเย่า สองคำนี้เอามาต่อกันความหมายคือยาวิเศษ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
ชาตินี้เธอขอแค่ได้ปลูกดอกไม้ เลี้ยงหมู กลายเป็นมอดที่สุขสบายที่สุดก็พอ เพื่อชีวิตวัยเกษียณอันสุขสบายสงสัยงานนี้ต้องลงแรงกันหน่อย! อิ๋งจื่อจิน คือลูกเลี้ยงแห่งตระกูลอิ๋งตระกูลเลื่องชื่อแห่งเมืองฮู่เฉิง พ่วงตำแหน่งคลังเลือดมีชีวิตของอาสาว เธอถูกรังแกสารพัด เป็นเด็กหัวไม่ดีที่แม่แท้ๆ ยังไม่อยากยอมรับ แต่นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ ‘เธอ’ จะตื่นขึ้น เธอเคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายตัวตน หลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ แม่มด ผู้บำเพ็ญ ได้รู้จักกับบุคคลในตำนานมากมาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว…ชาตินี้เธอเลยอยากลองเป็นมอดที่มีความสุขไร้กังวล ใช้ชีวิตวัยเกษียณให้สุขสบายดูบ้าง จัดการคนในตระกูล ฟาดหน้าเพื่อนตัวร้าย ขึ้นเป็นหัวโจกโรงเรียน เอาเถอะ อยากสบายก็ต้องลำบากก่อน กวาดมันให้ราบก่อนค่อยว่ากัน! อิ๋งจื่อจิน “มาตกลงกันหน่อย เลิกเรียกฉันว่าเด็กน้อยได้ไหม” “อายุห่างสามปีก็มีช่องว่างระหว่างวัยแล้ว พี่ชายคนนี้โตกว่าเธอห้าปี เธอไม่ใช่เด็กน้อยจะเป็นอะไร” อิ๋งจื่อจินชะงัก ขมวดคิ้ว “พี่ชายเหรอ” ดวงตาดอกท้อหรี่ลง “เรียกพี่ชายให้ฟังอีกครั้งซิ” “ฝันเก่งนะคุณ” “…” ได้ การเจรจาล้มเหลว ฟู่อวิ๋นเซินยอมแพ้ เด็กน้อยหลอกยากพอตัว

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท