คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 321 ไอดีของอิ๋งจื่อจิน ลงมือ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

ตอนที่ 321 ไอดีของอิ๋งจื่อจิน ลงมือ

เผยเทียนอี้รู้ดีว่า เว็บบอร์ดเอ็นโอเคเป็นโปรแกรมโซเชียลที่แปลกประหลาดมาก

หาในแอปสโตร์ไม่เจอ ค้นหาในเน็ตก็ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับเว็บบอร์ดนี้

ตอนนั้นที่อาจารย์ของเขาให้โปรแกรม แอคเคาท์กับพาสเวิร์ดมา ยังได้กำชับด้วยว่าห้ามแพร่งพรายไปข้างนอก

ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ให้พวกนี้มา เผยเทียนอี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเว็บบอร์ดอย่างเอ็นโอเคอยู่

จากสถานการณ์ที่เขาลองโพสต์ภารกิจบนเว็บบอร์ดเอ็นโอเค และมีคนมาทำก็แสดงให้เห็นแล้วว่าในโปรแกรมโซเชียลโปรแกรมนี้มีคนเก่งๆ มากมายปะปนอยู่จริงๆ

อีกทั้งยังไม่มีโปรแกรมโซเชียลโปรแกรมไหนที่ทำได้อย่างเว็บบอร์ดเอ็นโอเค หรือแม้กระทั่งเลียนแบบบนโลกนี้มีเพียงหนึ่งเดียว

แต่อิ๋งจื่อจิน?

เผยเทียนอี้เห็นชื่อไอดีเธออย่างชัดเจนเป็นคำสั้นๆ เทพ…

ทันใดนั้นหน้าจอได้ดับลง

อิ๋งจื่อจินเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ฉายแววเย็นชา ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ มองเขาอยู่แบบนั้น ใบหน้าที่งดงามเกินใครทะลวงเข้าไปในดวงตา ความงามที่ต้องมนต์สะกดได้พุ่งเข้าหาพร้อมแรงกดดัน

พลังโจมตีเต็มเปี่ยม แทบทำให้หยุดหายใจ เผยเทียนอี้ถอยหลังไปสองก้าวโดยอัตโนมัติ

ถูกจับได้เต็มๆ เขารู้สึกกระอักกระอ่วน กลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างควบคุมไม่ได้

อิ๋งจื่อจินเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มีนิสัยชอบแอบดูของของคนอื่นเหรอ”

เสียงไม่ดัง พูดด้วยระดับความดังปกติ แต่จั่วหลีที่อยู่ข้างๆ ย่อมได้ยิน เดิมทีเขากำลังใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูคฤหาสน์ร้างที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรด้วยความร้อนใจ พอได้ยินแบบนั้นเขาก็หันมา ขมวดคิ้วมองเผยเทียนอี้

“มีอะไรกัน”

“เปล่าครับ” ถูกพูดใส่หน้าตรงๆ แบบนี้ เผยเทียนอี้ยิ่งอายเข้าไปใหญ่

ริมฝีปากของเขาขยับ แต่สุดท้ายก็พูดว่า “ขอโทษ” ออกไป

เขาเดินไปอยู่ด้านข้าง หลบออกมา สีหน้าของเผยเทียนอี้เรียบเฉย

เขาคิดมากเกินไป เว็บบอร์ดเอ็นโอเคมีแค่เวอร์ชันคอมพิวเตอร์

เขาเคยลองเอาโปรแกรมมาติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือ แต่กลับต้องเสียโทรศัพท์ไปเครื่องหนึ่ง

น่าจะเป็นโปรแกรมอื่นมากกว่า ก็แค่รูปคล้ายกัน

เผยเทียนอี้ไม่มองอิ๋งจื่อจินอีก เขาไปคุยข้อมูลกับทางตำรวจ

…

อิ๋งจื่อจินล็อกอินด้วยไอดีเทพพยากรณ์

อย่างไรเสียไอดีคนชี้ทางก็อยู่แค่ระดับ เอ

ถึงแม้จะเข้าพื้นที่ปิดได้ แต่ไม่มีสิทธิพิเศษมากพอ

เธอเหลือบมองระดับบัญชีผู้ใช้งานของตัวเอง ไม่ใช่ระดับ เอสเอส หรืออย่างอื่น แต่เป็นอักษรภาษาอังกฤษ

TAROT ก็คือ ทาโรต์

ทั่วทั้งเว็บบอร์ดเอ็นโอเค บัญชีใช้งานที่มีระดับแบบนี้มีอยู่แค่สี่บัญชี

อีกสามบัญชีคือสิบ กับอีกสองคนที่ร่วมกันก่อตั้งสมาพันธ์ลับ

อิ๋งจื่อจินล็อกอินเข้าบัญชีเทพพยากรณ์ได้อย่างสบายใจเป็นเพราะไม่มีทางขึ้นแจ้งเตือนบนหน้าจอว่าบัญชีระดับ เอสเอส มีความเคลื่อนไหว

ไม่อย่างนั้น เธอล็อกอินเข้าไปแบบนี้ สมาชิกของสมาพันธ์ลับทั้งหมดก็จะรู้

แต่ไม่รวม สิบ

อิ๋งจื่อจินเพิ่งเข้าเว็บบอร์ดก็มีหน้าต่างสนทนาเด้งขึ้นมา

แอทสิบ : [!!!]

แอทสิบ : [เตรียมออกจากถ้ำแล้วใช่ไหม เร็วเข้าๆ รีบบอกมาว่าเมื่อไรจะมาหาผม ผมรอคุณมาทำนายดวงชะตาให้ มีแค่คุณที่ทำนายได้ ท่านเทพพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ ขอคำนับ มาซะทีเถอะนะ ขอร้องล่ะ]

“…”

อิ๋งจื่อจินปิดหน้าต่างสนทนานี้ทันที

ต่อให้ไม่ใช้ชีวิตเกษียณแล้วเธอก็ไม่มีทางไปหา สิบ

ญาณพยากรณ์ของเธอในตอนนี้ทำนายสิ่งที่ สิบ ต้องการไม่ได้

อิ๋งจื่อจินไปดูที่ชาร์ตนักล่า

ใช้บัญชีเทพพยากรณ์เธอสามารถเห็นข้อมูลของชาร์ตนักล่าในส่วนที่บัญชีผู้ใช้งานอื่นไม่เห็น ต่อให้เป็นบัญชีระดับ เอสเอส ก็เห็นแค่อันดับ เธอสามารถดูพิกัดของนักล่าได้ ถึงแม้จะแค่ห้าสิบอันดับหลัง แต่นั่นก็พอแล้ว

สายตาของอิ๋งจื่อจินหยุดอยู่ที่อันดับหกสิบเจ็ดของชาร์ตนักสะกดจิต ด้านหลังมีพิกัด

พิกัดนี้เป็นจุดเดียวกับเกอร์เวน

มีนักสะกดจิตตามที่คิดไว้

นักสะกดจิตที่ติดชาร์ต การสะกดจิตแบบหมู่เป็นงานที่ง่ายมากสำหรับพวกเขา ต่อให้เป็นคนมีวิชาป้องกันตัวก็ต่อต้านอะไรไม่ได้

แต่จอมยุทธ์ไม่เหมือนกัน พวกเขามีกำลังภายในที่แก่กล้า ประสาทสัมผัสย่อมไวกว่าคนปกติไปไกลมาก หากคิดจะสะกดจิตพวกเขา อย่างน้อยก็ต้องเป็นนักสะกดจิตยี่สิบอันดับแรกของชาร์ต

อิ๋งจื่อจินล็อกเอ๊าออกจากเว็บบอร์ดเอ็นโอเค มองไปที่ไกลๆ

ทีมยอดฝีมือที่เนี่ยอี้ส่งมาได้มาถึงในเวลานี้

พวกเขาสวมชุดยูนิฟอร์มแบบเดียวกัน แต่ละคนยังหนุ่มยากที่ใครจะไม่สงสัย

สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างห่างไกล ตอนที่ฝ่ายนั้นลักพาตัวเกอร์เวนก็เห็นได้ชัดว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดี

ตอนนี้อยู่ๆ มีคนโผล่มาห้าคน ทำให้เผยเทียนอี้สีหน้าเปลี่ยน เขาตวาดเสียงดุ “พวกคุณเป็นใคร”

หัวหน้าทีมปาดเหงื่อ ไม่สนใจเผยเทียนอี้เดินเข้าไปหาอิ๋งจื่อจิน

อิ๋งจื่อจินเงยหน้ามองเขา สีหน้าไม่มีความเปลี่ยนแปลง แต่ความหมายชัดเจนมาก

หัวหน้าทีมกลืนคำพูดที่จะพูดลงคอไปทันที

เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเธอ เดินไปหาฝ่ายตำรวจของฮู่เฉิงแล้วหยิบบัตรประจำตัวออกมา “สวัสดีครับ”

ตำรวจรับบัตรนั้นมาดู สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “สวัสดีครับ”

พวกเขาไม่รู้จักหน่วยอีจื้อ แต่รู้จักสัญลักษณ์ที่อยู่บนบัตร

ใครก็ตามที่ถือสัญลักษณ์นี้ก็แสดงว่าเบื้องบนส่งมา

คราวนี้ จากเดิมที่พวกตำรวจระมัดระวังอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม

ตอนที่พวกเผยเทียนอี้ไปแจ้งความไม่ได้พูดชื่อเกอร์เวน บอกแค่ว่าเป็นบุคคลที่สำคัญมาก

แต่ดูจากตอนนี้ แสดงว่าต้องสำคัญสุดๆ ไม่อย่างนั้นเบื้องบนคงไม่สั่งการลงมา

“พวกคุณรออยู่ที่นี่ก่อน” หัวหน้าทีมพยักหน้า

“พวกเราจะไปสืบดูลาดเลา”

ตำรวจพยักหน้า ทำตามอย่างเคร่งครัด

เผยเทียนอี้มองคนหนุ่มที่อยู่ในชุดเครื่องแบบทั้งห้าคนเดินตรงไปทางคฤหาสน์ร้าง เขาขมวดคิ้ว พูดด้วยความไม่พอใจ

“ไหนคุยกันแล้วว่าห้ามบุ่มบ่าม พวกเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมไปทางนั้นได้”

ถ้าเกอร์เวนได้รับบาดเจ็บคงไม่มีใครรับผิดชอบไหว

ตำรวจยิ้มอย่างสุภาพ บอกอ้อมๆ

“ขอโทษครับคุณเผย นี่เป็นความลับ บอกให้คุณทราบไม่ได้ครับ”

เผยเทียนอี้สูดลมหายใจเข้าลึก แต่เขาก็จนปัญญาได้แต่รอด้วยความร้อนใจ

…

เวลานี้ที่ยุโรป

ตระกูลเทเลอร์

คนที่ก่อนหน้านี้โทรหาเผยเทียนอี้ก็คือคนของตระกูลเทเลอร์

ชื่อเสียงของตระกูลเทเลอร์ไม่ต่างจากตระกูลเบวินเท่าไร

แน่นอนว่าไม่มีทางเทียบกับตระกูลลอเรนท์ได้

ภายในห้องทำงาน

“ท่านคะ” เลขาลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็พูดขึ้น “ถ้าส่งเครื่องพ่นรูปตัวแอลไปตอนนี้จะยังช่วยศาสตราจารย์เกอร์เวนได้นะคะ”

“ช่วยเหรอ ทำไมต้องช่วย” ผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พอได้ยินแบบนี้ก็ไม่เห็นด้วย น้ำเสียงไม่พอใจ

“ผมต้องการเครื่องพ่นรูปตัวแอล ไม่ได้ต้องการผู้เชี่ยวชาญกลศาสตร์ควอนตัม”

ปลายนิ้วของเขาเคาะแป้นคีย์บอร์ดเบาๆ

“ถ้าเป็นศาสตราจารย์มานูเอล ผมก็จะเอาเครื่องพ่นรูปตัวแอลไปแลกอยู่หรอก”

ศาสตราจารย์มานูเอลก็เป็นศาสตราจารย์ชั้นแนวหน้าของโลกเหมือนกัน เพียงแต่ค้นคว้าด้านชีวเคมี

เครื่องพ่นรูปตัวแอลก็คืองานวิจัยของมานูเอล

ผู้ชายคนนี้ยังรอให้วันหน้ามานูเอลค้นคว้างานวิจัยอื่นๆ อีกย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาเป็นอะไร

แต่เกอร์เวน? เกอร์เวนคือที่สุดของด้านกลศาสตร์ควอนตัม แต่ว่ากลศาสตร์ควอนตัมเป็นโจทย์ที่ยากมากของวงการฟิสิกส์มาตลอด

จวบจนทุกวันนี้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตน้อยมาก ก็แค่เซมิคอนดักเตอร์ หรือสัมประสิทธิ์การนำความร้อนอะไรพวกนี้

ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วก็ยังไม่เห็นค้นพบอะไรที่สะเทือนไปทั้งโลกได้ ทำอย่างกับว่าวันหน้าเกอร์เวนจะคิดค้นยานอวกาศที่สามารถทะลุมิติได้จริงๆ แต่มันน่าขำเกินไปหรือเปล่า อีกอย่างเขากับเกอร์เวนก็ไม่ได้รู้จักกัน และก็ไม่เคยลงทุนให้ห้องทดลองของเกอร์เวนด้วย

จึงยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องเปลืองกำลังทรัพย์ของตัวเองไปช่วย

“แต่ว่าท่านคะ…” เลขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับศาสตราจารย์เกอร์เวน เกรงว่า…”

“นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราต้องคิด” เขาพูดขัดจังหวะ

“แต่เรื่องนี้ถือเป็นการเตือนพวกเราว่าให้เพิ่มคนคุ้มกันศาสตราจารย์มานูเอล ห้ามปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับเขาเด็ดขาด”

ผลงานสิ่งประดิษฐ์อย่างเครื่องพ่นรูปตัวแอล ใครๆ ก็อยากมาแย่งไป

ในฐานะที่มานูเอลเป็นผู้คิดค้นได้คนแรกจะต้องถูกจับตามองอย่างแน่นอน เพียงแต่ช่วงนี้มานูเอลไม่ได้ออกจากห้องทดลอง คนอื่นก็เลยลงมือไม่ได้

พูดได้เพียงว่าเกอร์เวนซวยเอง

เลขาเห็นเจ้านายยืนกรานแบบนี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ออกไปจัดการทันที

…

ทางด้านฮู่เฉิง

ภายในคฤหาสน์ร้าง

เกอร์เวนถูกมัดติดกับเก้าอี้ อยู่ในภาวะสลบไสล

ข้างกายเขามีคนอยู่ทั้งหมดสี่คน ต่างสวมชุดกันกระสุน หนึ่งในนั้นมีคอมพิวเตอร์อยู่บนแขน มืออีกข้างกำลังเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็พูดขึ้น

“ตรวจสอบแล้ว ในเวลาห้าชั่วโมงที่ผ่านมา เมืองที่มีห้องทดลองตั้งอยู่ไม่มีเครื่องบินมาฮู่เฉิงสักลำ”

เครื่องพ่นรูปตัวแอลเป็นผลงานสำเร็จรูป เพิ่งสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน ไม่จำเป็นต้องเตรียมการอะไร

แต่ผ่านมาห้าชั่วโมงแล้วกลับไม่มีข่าวคราวอะไรเลย นี่ก็แสดงว่าทางยุโรปไม่ได้คิดจะเอาเครื่องพ่นรูปตัวแอลมาแลกชีวิตของเกอร์เวน เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของพวกเขา แต่ก็ยังคงอยากลองดู

พวกเขาก็รู้ว่าเครื่องพ่นรูปตัวแอลอยู่ในมือตระกูลเทเลอร์ เพียงแต่ตระกูลเทเลอร์ไม่ใช่ที่ที่ใครก็บุกเข้าไปได้

เคยมีคนโพสต์ภารกิจบนเว็บบอร์ดเอ็นโอเคว่า ต้องการชีวิตของนายใหญ่ตระกูลเทเลอร์

นักฆ่าอันดับสี่ไป แต่ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาหาทางลงมือกับมานูเอลไม่ได้ ก็ไม่มีทางลงทุนลงแรงมาลักพาตัวเกอร์เวน

“จึ๊ ไร้ประโยชน์ ยังคิดว่าจะข่มขู่ได้เสียอีก” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ค่อยๆ ยืนขึ้น สายตาเย็นชา

“ทำฉันเสียเวลา ฆ่าทิ้งซะ”

เขาพูดง่ายๆ ขยับข้อมือ หยิบปืนออกมาหนึ่งกระบอกแล้วเล็งไปที่กลางหน้าผากเกอร์เวน

เขาเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
ชาตินี้เธอขอแค่ได้ปลูกดอกไม้ เลี้ยงหมู กลายเป็นมอดที่สุขสบายที่สุดก็พอ เพื่อชีวิตวัยเกษียณอันสุขสบายสงสัยงานนี้ต้องลงแรงกันหน่อย! อิ๋งจื่อจิน คือลูกเลี้ยงแห่งตระกูลอิ๋งตระกูลเลื่องชื่อแห่งเมืองฮู่เฉิง พ่วงตำแหน่งคลังเลือดมีชีวิตของอาสาว เธอถูกรังแกสารพัด เป็นเด็กหัวไม่ดีที่แม่แท้ๆ ยังไม่อยากยอมรับ แต่นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ ‘เธอ’ จะตื่นขึ้น เธอเคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายตัวตน หลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ แม่มด ผู้บำเพ็ญ ได้รู้จักกับบุคคลในตำนานมากมาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว…ชาตินี้เธอเลยอยากลองเป็นมอดที่มีความสุขไร้กังวล ใช้ชีวิตวัยเกษียณให้สุขสบายดูบ้าง จัดการคนในตระกูล ฟาดหน้าเพื่อนตัวร้าย ขึ้นเป็นหัวโจกโรงเรียน เอาเถอะ อยากสบายก็ต้องลำบากก่อน กวาดมันให้ราบก่อนค่อยว่ากัน! อิ๋งจื่อจิน “มาตกลงกันหน่อย เลิกเรียกฉันว่าเด็กน้อยได้ไหม” “อายุห่างสามปีก็มีช่องว่างระหว่างวัยแล้ว พี่ชายคนนี้โตกว่าเธอห้าปี เธอไม่ใช่เด็กน้อยจะเป็นอะไร” อิ๋งจื่อจินชะงัก ขมวดคิ้ว “พี่ชายเหรอ” ดวงตาดอกท้อหรี่ลง “เรียกพี่ชายให้ฟังอีกครั้งซิ” “ฝันเก่งนะคุณ” “…” ได้ การเจรจาล้มเหลว ฟู่อวิ๋นเซินยอมแพ้ เด็กน้อยหลอกยากพอตัว

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท