คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 332 ชื่อเสียงป่นปี้

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

ตอนที่ 332 ชื่อเสียงป่นปี้ ถอดเจียงมั่วหย่วนออกจากตำแหน่งซีอีโอ

แต่ความนิยมยังคงพุ่งขึ้น อีกทั้งยังเหนียวแน่นอยู่ที่สามอันดับแรกไม่ยอมลง

สามแฮชแท็กนี้ปรากฏมาสองชั่วโมงแล้ว

เรื่องแบบนี้ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ไม่มีทางที่จะรายงานขึ้นไปทุกเรื่อง

เดิมทีหน้าที่ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็คือรับมือกับเรื่องกะทันหันแบบนี้ ถ้าแม้แต่เรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ไม่เท่ากับเลี้ยงเสียข้าวสุกเหรอ

แต่ทว่าเรื่องราวกลับอยู่เหนือความควบคุมของผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทุ่มเงินไปตั้งมากแล้วยังติดต่อสื่อหลายสำนักไม่ได้ รวมถึงผู้ดูแลของเวยปั๋วด้วย จึงถอนแฮชแท็กออกไม่ได้

ยิ่งเวลาล่วงเลย ชาวเน็ตที่เห็นก็จะยิ่งมีมากขึ้น

ด้านล่างเต็มไปด้วยเสียงด่า

[ชู้รักชาย อยู่มาขนาดนี้เพิ่งเคยเจอ นี่ต้องควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดไหน]

[เดี๋ยวนะ เนี่ยนะหนุ่มในฝันที่พวกสาวไฮโซอยากแต่งงานด้วย พวกสาวไฮโซบ้าไปแล้วเหรอ]

[อ๋อๆ เจียงมั่วหย่วน ฉันจำได้ คู่หมั้นของอิ๋งลู่เวย อิ๋งลู่เวยเข้าคุกไปแล้วไม่ใช่เหรอ เจียงมั่วหย่วนเขี่ยเธอทิ้งอย่างรวดเร็ว สมกับเป็นผีเน่ากับโลงผุ ศีลเสมอกันสินะ จึ๊ๆ]

[ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สุภาพบุรุษลวงโลกถ้าไม่เจอกับนังตอแหลก็ต้องเจอกับผู้หญิงมารยา สมน้ำหน้า ขอให้ครองรักกันยืนยาวนะจ๊ะ]

[ข้าพเจ้าจะยอมกินแต่เนื้อทั้งชีวิตเพื่อขอให้สองคนนี้ตายไปด้วยกัน]

ควบคุมกระแสวิจารณ์ไม่ได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว อับจนหนทาง

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ติดต่อเจียงมั่วหย่วนไม่ได้ จึงโทรบอกเยี่ยซู่เหอด้วยความจนปัญญา

แต่ไหนแต่ไรมาเยี่ยซู่เหอไม่เล่นเวยปั๋ว เธอคิดว่านั่นเป็นการฆ่าเวลาที่ไร้ประโยชน์

เธอหมดความอดทน “ยังไม่รีบเอาคำค้นพวกนั้นออกอีกเหรอ”

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เหงื่อออกยิ่งกว่าเดิม “คุณนายผู้เฒ่าครับ อะ เอาไม่ออกครับ คำค้นพวกนั้นถูกซื้อไว้ครับ”

สีหน้าเรียบเฉยของเยี่ยซู่เหอพังทลายลงทันที เป็นครั้งแรกที่ร้อนใจเต็มทน “ไม่ได้เรื่อง!”

ซูเหลียงฮุยตั้งใจฟัง แววตาของเขาเปล่งประกายเล็กน้อย ยิ้มพลางพูด “คุณนายผู้เฒ่า ผมบอกแล้วว่าแผนในตอนนี้คือให้พวกเขาแต่งงานกันโดยเร็ว”

“แบบนี้ถึงจะอุดปากคนพวกนั้นได้”

“ฉันเองก็บอกแล้วเหมือนกันว่า เลิกฝันได้เลย” เยี่ยซู่เหอสูดลมหายใจเข้าลึก ตวาดเสียง “พ่อบ้าน ไล่ออกไป”

ซูเหลียงฮุยถูกพ่อบ้านของตระกูลเจียงไล่ออกไป แต่ไม่โกรธเลยสักนิด

เกาะตระกูลเจียงได้ มันเป็นฝันเสียยิ่งกว่าฝัน

…

โรงเรียนมัธยมชิงจื้อ

ภายในสนามกีฬา

นักเรียนส่วนหนึ่งก็กำลังคุยเรื่องนี้อย่างออกอรรถรส

“เย่ว์เซวียน นึกไม่ถึงจริงๆ นะว่าเจียงมั่วหย่วนจะทำเรื่องแบบนี้” นักเรียนหญิงทำเสียงจึ๊ด้วยความแปลกใจ “พูดตามตรง ฉันยังเคยชอบเขาเลยนะ ตาบอดจริงๆ เขามันน่าขยะแขยง”

“ฉันรู้” อิ๋งเย่ว์เซวียนส่ายหน้า “แต่ว่าเดิมทีเขาอยากสู่ขออิ๋งจื่อจินอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็ว”

นักเรียนหญิงกำลังจะพูดก็ชะงัก มองอิ๋งเย่ว์เซวียนด้วยสายตาประหลาดใจ

อิ๋งเย่ว์เซวียนสังเกตเห็นสายตานั้น รู้สึกอึดอัด “มีอะไรเหรอ”

“เย่ว์เซวียน เธอคงไม่ได้คิดว่าฝ่ายหญิงคืออิ๋งจื่อจินหรอกนะ” นักเรียนหญิงอึ้ง “ถึงแม้บางครั้งอิ๋งจื่อจินจะไม่สนใจใคร แต่ก็เป็นคนอยู่กับร่องกับรอย ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้หรอก”

“นั่นสิ” นักเรียนชายที่วิ่งมาเก็บลูกบาสได้ยินเข้าพอดี เขาก็รู้สึกเหลือเชื่อกับความคิดของอิ๋งเย่ว์เซวียนเหมือนกัน “คราวก่อนฉันเอาโจทย์ไปถามอิ๋งจื่อจิน เธอก็ใจเย็นอธิบายให้ฟัง”

“แต่ฉัน…” อิ๋งเย่ว์เซวียนอยากบอกว่าเธอเห็นข้อความภาพที่เบอร์แปลกส่งมาให้

สีหน้าของเธอเรียบเฉย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พวกเธอว่าไม่ใช่ก็ตามนั้น”

เป็นแบบนี้อีกแล้ว

ทั้งๆ ที่ก่อนเธอไปยุโรป ทุกคนในคลาสเด็กอัจฉริยะยังเกลียดอิ๋งจื่อจินกันหมดด้วยซ้ำ

แต่พอเธอกลับมา อิ๋งจื่อจินก็กลายเป็นเทพการเรียนที่พวกเขานับถือและรู้สึกผิด

เปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ

“ไม่ใช่จริงๆ นะ” นักเรียนหญิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แอบรีบร้อน “เธอดูสิ ในเวยปั๋วมีรูปถ่าย ถึงจะเบลอไว้ แต่ว่า…”

อิ๋งเย่ว์เซวียนไม่สนใจจะฟัง หอบหนังสือเดินออกไป

แต่พอเธอหันมาก็เห็นอิ๋งจื่อจินกำลังเดินเข้ามาจากทางเข้าสนามอย่างไม่รีบร้อน

เจียงหรานกับซิวอวี่เดินตามหลัง

ดึงดูดสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ ได้ในทันที

อิ๋งเย่ว์เซวียนตกใจมาก

ทำไมอิ๋งจื่อจินยังจะมาโรงเรียนอีก

เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นยังจะมีหน้ามาอีกเหรอ

แต่ยังไม่ทันที่อิ๋งเย่ว์เซวียนจะไหวตัว ทันใดนั้นก็มีลูกบาสพุ่งตรงมาทางเธอ

อิ๋งเย่ว์เซวียนตกใจหน้าซีด ลืมไปเสียสนิทว่าต้องหลบ

ลูกบาสลูกนั้นเฉียดหัวเธอไปพอดี ตกลงบนพื้นแล้วกลิ้งไปไกล

“ใส่ร้ายพ่ออิ๋งให้น้อยๆ หน่อย” มือข้างหนึ่งของเจียงหรานถือกระป๋องน้ำอัดลม มืออีกข้างชี้อิ๋งเย่ว์เซวียน แสยะยิ้ม “ฉันขอเตือนเธอ อย่าคิดเล่นสกปรกลับหลัง ไม่อย่างนั้นระวังจะตายไม่รู้ตัว”

อิ๋งจื่อจินไม่ได้มองมาทางนี้ สีหน้าของเธอเรื่อยเปื่อย หาวออกมา “พวกนายเล่นบาสสองต่อหนึ่งได้”

พอได้ยินแบบนี้เจียงหรานก็เลิกสนใจอิ๋งเย่ว์เซวียน อุ้มลูกบาสกระดิกหางอย่างมีความสุขวิ่งไปทางสนามบาสเก็ตบอล

อิ๋งเย่ว์เซวียนยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม เหงื่อออกท่วมชุดนักเรียน

ไม่กี่วินาทีถัดมาริมฝีปากก็เริ่มสั่น

เธอเชื่อว่าคำขู่ของเจียงหรานไม่ใช่แค่พูดส่งเดช

นักเรียนหญิงวิ่งตามมา ยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าอิ๋งเย่ว์เซวียน “เย่ว์เซวียน ฉันบอกแล้ว ไม่ใช่อิ๋งจื่อจินจริงๆ เป็นซูหร่วน ภรรยาเก่าของคุณชายใหญ่ตระกูลฟู่”

อิ๋งเย่ว์เซวียนถึงขั้นยิ้มไม่ออก รู้สึกเพียงใบหน้าร้อนผ่าว ลนลานทำอะไรไม่ถูก

เธอก้มหน้า ไม่พูดอะไร หอบหนังสือรีบร้อนไปจากสนามกีฬา

พอกลับถึงห้องเรียนของคลาสเด็กอัจฉริยะ อิ๋งเย่ว์เซวียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ส่งข้อความหาเบอร์แปลกที่เมื่อเช้าส่งรูปมาให้เธอ

[คุณเป็นใคร ทำไมต้องจงใจทำให้ฉันเข้าใจผิดด้วย]

ไม่มีการตอบกลับใดๆ

อิ๋งเย่ว์เซวียนสงบสติอารมณ์ บล็อกเบอร์แปลกเบอร์นี้แล้วเข้าแอปทำโจทย์ของไอเอสซี

ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องเข้ารอบตัดสินของไอเอสซีให้ได้ เพื่อแข่งกับอิ๋งจื่อจิน

…

เจียงซื่อกรุ๊ป

ภายในห้องประชุม

บรรดาผู้ถือหุ้นเรียกประชุมเร่งด่วน

ข่าวฉาวของเจียงมั่วหย่วนเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ทางเจียงซื่อกรุ๊ปคิดไว้มากทีเดียว

ภายในเวลาแค่วันเดียวหุ้นก็แทบจะดิ่งจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินแล้ว

คราวก่อนที่เกิดเรื่องแบบนี้ก็เป็นเพราะเจียงมั่วหย่วนติดอันดับคำค้นหาเหมือนกัน

เจียงซื่อกรุ๊ปถูกโจมตีจากอิทธิพลในยุโรปที่ไม่ทราบชื่อ หุ้นร่วงกราว

เป็นเพราะเจียงมั่วหย่วนครั้งแล้วครั้งเล่า

ทำให้พวกผู้ถือหุ้นที่เป็นคนสนิทของผู้เฒ่าเจียงต่างโกรธมาก เดิมทีพวกเขาก็ไม่สนับสนุนเจียงมั่วหย่วนอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่

และประเด็นสำคัญที่สุดคือ การประชุมผู้ถือหุ้นที่สำคัญขนาดนี้ แต่เจียงมั่วหย่วนกลับไม่อยู่

เยี่ยซู่เหอก็ติดต่อเจียงมั่วหย่วนไม่ได้ ทำได้เพียงไปประชุมกับผู้ถือหุ้นแทนเขา

“คุณนายผู้เฒ่ามาแล้วเหรอ” ผู้ถือหุ้นอาวุโสคนหนึ่งมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ในเมื่อคุณมาก็ไม่ต่างกัน พวกเราจะบอกการตัดสินใจของพวกเราให้ฟัง พวกเราต้องการถอดเจียงมั่วหย่วนออกจากตำแหน่งซีอีโอ เขาต้องไปจากบริษัททันที”

ตำแหน่งซีอีโอของเจียงซื่อกรุ๊ปเดิมทีก็มาจากการลงคะแนนโหวตของบรรดาผู้ถือหุ้น

พวกเขามีหุ้นอยู่ในมือจำนวนมาก ย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้

เยี่ยซู่เหอสีหน้าเปลี่ยน “ว่าไงนะคะ เพราะเรื่องนี้เหรอ ถ้าไม่มีมั่วหย่วน เจียงซื่อกรุ๊ปจะมีทุกวันนี้เหรอคะ”

“พวกเราย่อมเห็นความสามารถในการทำงานของประธานเจียง” ผู้ถือหุ้นอาวุโสไม่ปฏิเสธ “แต่ความจริงเป็นที่ประจักษ์ เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า”

“ได้ค่ะ” เยี่ยซู่เหอโมโหจนแสยะยิ้ม “ให้มั่วหย่วนลงจากตำแหน่ง งั้นใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้เหรอคะ พวกคุณเหรอ พวกคุณก็ไม่ใช่คนตระกูลเจียงเสียหน่อย”

ลูกชายคนโตของผู้เฒ่าเจียงเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ไม่มีหัวด้านธุรกิจ

พอได้ยินแบบนี้พวกผู้ถือหุ้นก็มองหน้ากัน

ผู้ถือหุ้นอาวุโสดันแว่นตา “พวกเราติดต่อคุณเจียงฮว่าผิงไปแล้ว ขอให้เธอกลับมาดูแลเจียงซื่อกรุ๊ป”

พอได้ยินชื่อนี้เยี่ยซู่เหอก็กำลูกประคำในมือแน่น เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผาก

ทันใดนั้นผู้ถือหุ้นอาวุโสก็ยิ้มออกมา “คุณนายผู้เฒ่า คำพูดของผมอาจฟังดูแย่สักหน่อย คุณเข้ามาอยู่ตระกูลเจียง เดิมทีก็ไม่ได้ใช้วิธีที่ใสสะอาดนัก ผู้สืบทอดที่ถูกต้องของตระกูลเจียงเดิมทีก็คือคุณเจียงฮว่าผิง”

“พูดตามตรง คุณเป็นแค่ผู้หญิงเหลี่ยมจัด ไม่คู่ควรมานั่งอยู่ตรงนี้”

ผู้ถือหุ้นอาวุโสก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เฒ่าเจียงถึงแต่งเยี่ยซู่เหอเข้าบ้านหลังจากที่แม่ของเจียงฮว่าผิงตาย

เยี่ยซู่เหอโมโหจนตัวสั่น ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง

ขณะที่เธอกำลังจะพูด ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก

เป็นเจียงมั่วหย่วน

เจียงมั่วหย่วนเห็นเยี่ยซู่เหอสีหน้าแย่ แววตาของเขาก็ขรึมลง “เกิดอะไรขึ้น”

เขาชำระล้างร่างกายเสร็จยังตั้งใจไปแช่น้ำพุร้อนอีกด้วย

พอนึกถึงว่าตัวเองแปดเปื้อนจากผู้หญิงที่น่าขยะแขยงอย่างซูหร่วน เขาก็รู้สึกอยากอ้วก

“ประธานเจียง ไม่สิ ไม่ควรเรียกว่าประธานเจียงแล้ว” ผู้ถือหุ้นอาวุโสยิ้มประชด “เจียงมั่วหย่วน นายช่วยเอาตราประทับของบริษัทออกมาคืนแล้วไปจากที่นี่ตอนนี้ด้วย”

สายตาของเจียงมั่วหย่วนเปลี่ยนไปทันที เขาคลายเนกไท แสยะยิ้ม “ไล่ผมออกเหรอครับ คุณมีสิทธิ์อะไร”

“พวกเราต้องมีสิทธิ์อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้พวกเราลงคะแนนเสียงกัน ไม่มีใครสนับสนุนนาย นายถูกคัดทิ้งแล้ว” ผู้ถือหุ้นอาวุโสมองเจียงมั่วหย่วน “ในเมื่อนายไม่ยอมไป งั้นก็คงต้องใช้กำลัง”

เขากดกริ่งเรียก “รปภ. มาเชิญเจียงมั่วหย่วนกับคุณนายผู้เฒ่าออกไปจากบริษัท”

แม้จะพูดว่าเชิญ แต่จริงๆ ก็คือโยนออกไป

“พวกคุณจะรังแกกันเกินไปแล้ว!” เยี่ยซู่เหอตบโต๊ะ “ใครบอกว่านี่เป็นข่าวฉาว เดิมทีมั่วหย่วนกับซูหร่วนก็หมั้นหมายกันไว้แล้ว เขาเปิดห้องนอนกับคู่หมั้นแต่ถูกแอบถ่าย ไม่ได้เหรอ”

“โพสต์เวยปั๋วแก้ข่าวไป เรียกคะแนนสงสารอีกหน่อย เดี๋ยวหุ้นก็กลับมาแล้ว”

ถูกบีบคั้นถึงขั้นนี้ เยี่ยซู่เหอก็ทำได้เพียงยอมรับข้อเสนอของซูเหลียงฮุย

พอได้ยินแบบนี้บรรดาผู้ถือหุ้นก็ซุบซิบกัน เห็นได้ชัดว่าเริ่มหวั่นไหว

เจียงฮว่าผิงสืบทอดเจียงซื่อกรุ๊ปได้ก็จริง แต่เธอเป็นผู้หญิง สุดท้ายก็ยังไม่เหมาะสมอยู่ดี

อย่างไรเสียความสามารถของเจียงมั่วหย่วนก็ยังโดดเด่นมาก

เจียงมั่วหย่วนรับไม่ได้อย่างเห็นได้ชัด “คุณแม่!”

“หุบปากไปเลย” เยี่ยซู่เหอตวาดเสียงใส่ “เป็นเพราะเราไปก่อเรื่องไว้ไม่ใช่หรือไง”

ผู้ถือหุ้นอาวุโสขมวดคิ้ว ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

พอรับสายเสร็จคิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายออก เขายิ้มอีกครั้ง “ขอโทษด้วยคุณนายผู้เฒ่า แต่คงไม่ใช่แค่เรื่องนี้แล้ว คุณไปดูโพสต์เวยปั๋วล่าสุดแล้วกัน หมดทางรอดแล้ว”

เยี่ยซู่เหอมือสั่น กดเปิดเวยปั๋วที่เพิ่งดาวน์โหลดมาวันนี้

คำค้นยอดนิยมอันดับหนึ่งเปลี่ยนไปแล้ว

พอกดเข้าไปดูก็เจอโพสต์นี้

[มีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ท่านเจียงสามคนนี้ใช้วิธีต่ำช้าหวังจะล่อลวงนักเรียนหญิงมอปลายคนหนึ่ง แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ นักเรียนหญิงคนนี้ไม่สะดวกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ทุกคนก็ไม่ต้องไปขุดด้วย ปกป้องความเป็นส่วนตัวของเหยื่อ]

ด้านล่างแนบรูปภาพสองรูป หนึ่งในนั้นเป็นรูปถุงหอมที่เธอให้เจียงมั่วหย่วน

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
ชาตินี้เธอขอแค่ได้ปลูกดอกไม้ เลี้ยงหมู กลายเป็นมอดที่สุขสบายที่สุดก็พอ เพื่อชีวิตวัยเกษียณอันสุขสบายสงสัยงานนี้ต้องลงแรงกันหน่อย! อิ๋งจื่อจิน คือลูกเลี้ยงแห่งตระกูลอิ๋งตระกูลเลื่องชื่อแห่งเมืองฮู่เฉิง พ่วงตำแหน่งคลังเลือดมีชีวิตของอาสาว เธอถูกรังแกสารพัด เป็นเด็กหัวไม่ดีที่แม่แท้ๆ ยังไม่อยากยอมรับ แต่นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ ‘เธอ’ จะตื่นขึ้น เธอเคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายตัวตน หลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ แม่มด ผู้บำเพ็ญ ได้รู้จักกับบุคคลในตำนานมากมาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว…ชาตินี้เธอเลยอยากลองเป็นมอดที่มีความสุขไร้กังวล ใช้ชีวิตวัยเกษียณให้สุขสบายดูบ้าง จัดการคนในตระกูล ฟาดหน้าเพื่อนตัวร้าย ขึ้นเป็นหัวโจกโรงเรียน เอาเถอะ อยากสบายก็ต้องลำบากก่อน กวาดมันให้ราบก่อนค่อยว่ากัน! อิ๋งจื่อจิน “มาตกลงกันหน่อย เลิกเรียกฉันว่าเด็กน้อยได้ไหม” “อายุห่างสามปีก็มีช่องว่างระหว่างวัยแล้ว พี่ชายคนนี้โตกว่าเธอห้าปี เธอไม่ใช่เด็กน้อยจะเป็นอะไร” อิ๋งจื่อจินชะงัก ขมวดคิ้ว “พี่ชายเหรอ” ดวงตาดอกท้อหรี่ลง “เรียกพี่ชายให้ฟังอีกครั้งซิ” “ฝันเก่งนะคุณ” “…” ได้ การเจรจาล้มเหลว ฟู่อวิ๋นเซินยอมแพ้ เด็กน้อยหลอกยากพอตัว

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท