คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 47 ไม่เสียแรงที่เอ็นดูเด็กน้อย

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

เสียงแตรรถบนถนนดังต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย เจียงหรานรู้สึกเพียงว่าทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลง

ชานมที่อยู่ในมือของเขาหล่นลงบนพื้นทั้งหมดดัง “ตุบ”

ส่วนเลขาที่ยังคงรออยู่อีกฝั่งของถนนก็ยืนอึ้ง

ท่านเจียงสามแห่งฮู่เฉิงเคยถูกคนทำแบบนี้ใส่เมื่อไรกัน

แค่เจียงมั่วหย่วนพูดส่งเดชขึ้นมาก็สามารถกำหนดความเป็นความตายให้ตระกูลเล็กๆ ได้แล้ว

ใครจะกล้าหาเรื่อง

เจียงมั่วหย่วนมองคราบน้ำโค้กที่เลอะอยู่บนตัวกับบัตรธนาคารที่ตกอยู่บนพื้น สีหน้าเย็นชาบึ้งตึงจนน่ากลัว พูดเสียงลอดไรฟัน “อิ๋ง จื่อ จิน!”

อิ๋งจื่อจินตอบข้อความสุดท้ายฟู่อวิ๋นเซินเสร็จก็เก็บโทรศัพท์มือถือ สองมือล้วงกระเป๋า

สีหน้าของเธอเรียบเฉย ใบหน้าฉาบด้วยความเย็นยะเยือก ไม่สะทกสะท้านต่อความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเจียงมั่วหย่วน

เจียงหรานหรี่ตาลง

เขาโตมาในตี้ตูตั้งแต่เด็ก กลับฮู่เฉิงบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับน้าสามที่เกี่ยวข้องทางสายเลือดคนนี้เท่าไรนัก

แต่ก็รู้ว่าเจียงมั่วหย่วนทำสงครามอยู่ในแวดวงธุรกิจมาหลายปี มีอิทธิพลถึงขั้นสุด อย่าว่าแต่เด็กสาวตัวเล็กๆ เลย แม้แต่ผู้ชายที่โตแล้วก็ยังไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ

แต่เจียงหรานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า บุคลิกท่าทางของอิ๋งจื่อจินนิ่งสุขุมดุจน้ำลึก ให้ความรู้สึกอันน่ากลัว

เจียงมั่วหย่วนเทียบไม่ได้แม้แต่น้อย

“สี่แสน ขอซื้อชุดสูทเซอร์รูติที่อยู่บนตัวคุณชุดนี้ แล้วก็คืนค่าส่งเสียฉันเรียนในช่วงที่ผ่านมาพร้อมดอกเบี้ย” อิ๋งจื่อจินเงยหน้า “กรุณาอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

เจียงมั่วหย่วนได้ยินคำพูดนี้ก็โมโหจนหัวเราะออกมา “เธอว่าไงนะ”

ทำอย่างกับเขามาตามตื๊อเธอ

“คราวก่อนมีคำพูดบางอย่างที่ฉันลืมบอกอาเจียง” อิ๋งจื่อจินยิ้มเล็กน้อย “ฉันขอให้อาเจียงกับอาเล็กครองรักกันจนแก่เฒ่า มีลูกในเร็ววัน”

คำเรียกคำนี้ทำให้แผ่นหลังของเจียงมั่วหย่วนหดเกร็ง

“ก็ไม่รู้ว่าฉันทำให้อาเจียงเกิดความเข้าใจผิดได้ยังไง ถึงคิดว่าฉันมีใจให้อาเจียง” อิ๋งจื่อจินพยักหน้าโดยไม่เสียมาด “ตอนนี้ขอเคลียร์ชัดๆ ต่อไปกรุณาอย่าคิดไปเองอีก”

“ฉันไม่ได้ชอบอาเจียง ยิ่งไปกว่านั้นไม่อยากเห็นหน้าอาเจียง และก็ช่วยบอกคู่หมั้นของอาเจียงว่าอย่ามารบกวนฉัน อยู่ห่างๆ ฉันไว้”

ไม่ว่าจะเป็นตอนก่อนเธอตื่นขึ้นมาหรือในช่วงที่หลับใหล เจียงมั่วหย่วนก็เป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับเธอ

ทุนการศึกษาในตอนแรกสุดอาจเป็นเพียงการช่วยเหลือจริงๆ แต่การที่รับเธอมาอยู่ฮู่เฉิง เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ก็คือ…

ตีสนิทตระกูลอิ๋ง หาคลังเลือดมีชีวิตให้อิ๋งลู่เวยโดยเฉพาะ

สายตาของเจียงมั่วหย่วนเปลี่ยนไปทันที เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอารมณ์แบบนี้ในดวงตาของเด็กสาว

เย็นชาห่างเหิน ดุดันไม่แยแส ไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย

ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็ล้วนแต่ทำให้เขารู้สึกสูญเสียการควบคุม

รู้สึกหายใจไม่ค่อยออก สีหน้าแย่ลงในชั่วขณะ ในใจเย็นยะเยือกอย่างไม่มีสาเหตุ

“ถ้าให้ฉันเห็นหน้าอาเจียงอีกละก็…” อิ๋งจื่อจินหาวออกมา เอียงหน้า “เจอเมื่อไร ฉันอัดคุณน่วมแน่”

ทำให้เธอต้องพูดมากขนาดนี้ในครั้งเดียว น่าหงุดหงิดจริงๆ

เลขามาทันได้ยินคำพูดนี้พอดี

เขามองเด็กสาวด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ไม่เข้าใจเลยสักนิด

คุณหนูรองตระกูลอิ๋งคนนี้ ไม่ใช่ว่าอยากยั่วยวนท่านสามมาตลอดหรอกเหรอ

หรือจะใช้แผนทำตัวร้ายใส่ก่อน

เลขามองสีหน้าของเจียงมั่วหย่วน ยิ้มอย่างสุภาพ “ผมคิดว่าคุณหนูอิ๋งจะพูดอะไรก็คิดให้ดีก่อนดีกว่านะครับ ทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้วนะครับ”

อิ๋งจื่อจินขี้เกียจให้สายตากับพวกเขาสองคน เธอดึงหมวกฮู้ดขึ้นมาสวมหัว “ไปได้แล้ว”

เจียงหรานยังคงมองดูเหตุการณ์อยู่ ผ่านไปสองวินาทีถึงตระหนักได้ว่าคำพูดนั้นพูดกับเขา

เขาไม่ได้ตามไปทันที แต่พูดแดกดัน “ผมว่าพวกน้าเลิกคิดได้เลย ขนาดผมเธอยังไม่แลเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายแก่”

ถึงแม้เขาจะยังไม่ยอมรับว่านี่คือพ่ออิ๋งของห้องพวกเขา แต่จะปล่อยให้คนอื่นมาเหยียบหัวเขาก็ไม่ได้หรือเปล่า

ไม่งั้นขาโจ๋ของโรงเรียนอย่างเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

เลขานึกไม่ถึงว่าเจียงหรานจะช่วยอิ๋งจื่อจินตบหน้าเจียงมั่วหย่วน พูดด้วยความตกใจ “คุณชายเจียงหราน ท่านสามทำเพื่อคุณนะครับ”

หากพูดถึงเรื่องทรัพย์สิน เจียงหรานย่อมเทียบเจียงมั่วหย่วนที่ฝ่าฟันมาสิบปีไม่ได้

แต่ถ้าพูดเรื่องสถานะ เจียงมั่วหย่วนยังเทียบเจียงหรานไม่ติด

ใครใช้ให้เจียงฮว่าผิงแต่งกับคนที่ฐานะสูงกว่าไปอยู่ตี้ตูล่ะ

“บ้าเอ๊ย ประสาทหรือเปล่า ผมชักไม่เข้าใจแล้ว” เจียงหรานก็เริ่มโมโห “พวกน้าแต่ละคนอ้างว่าทำเพื่อผมแล้วก็ทึกทักทำนั่นทำนี่กันเอง ใครต้องการให้มายุ่งไม่ทราบ คิดว่าคู่ควรมายุ่งกับผมเหรอ”

ยายแก่ตระกูลอิ๋งนั่นก็เหมือนกัน น่ารำคาญชะมัด

เจียงหรานเลิกสนใจ เดินตามหลังอิ๋งจื่อจินไป

เจียงมั่วหย่วนสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมกำลังทั้งหมดควบคุมตัวเองไว้ไม่ให้ตามไป

เขาข่มความรู้สึกประหลาดภายในจิตใจ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อิ๋งจื่อจิน อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

อิ๋งจื่อจินหยุดเดิน อยู่ๆ ก็หันกลับไป

เธอมีดวงตาหงส์ที่งดงาม เชิดขึ้นเล็กน้อย ทอประกายอ่อนๆ

เห็นๆ อยู่ว่างดงามจนน่าตกใจ แต่กลับเป็นเพราะสีหน้าเย็นชาของเธอ ถึงทำให้เจือไปด้วยความเย็นยะเยือก

“ฉันก็ขอมอบคำนี้ให้อาเจียงเหมือนกัน” เธอข่มเสียงหัวเราะ รอยยิ้มกลับเย็นชา “อย่าเสียใจทีหลังล่ะ”

…

ณ ร้านสะดวกซื้อ

“สุดยอด เธอมันสุดยอดจริงๆ” เจียงหรานถึงกับยอมสยบแล้ว

“เธอไม่กลัวเจียงมั่วหย่วนมาแก้แค้นเหรอ”

อิ๋งจื่อจินเลือกขนม “มาได้ตามสบาย”

“ไม่เป็นไร ถ้าเขามาฉันช่วยเธอได้” อันที่จริงเจียงหรานกลับไม่ค่อยสบอารมณ์ “แต่เธอไปเรียกเขาว่าอาเจียงทำไม”

“อ่อ พยายามเตือนว่าเขาแก่น่ะ”

“…” อยู่ๆ เจียงหรานก็อารมณ์ดีขึ้น “เร็วเข้าๆๆ เมื่อกี้ฉันช่วยเธอแล้ว เธอมาสู้กับฉันเร็ว”

เดิมทีเขาคิดว่าอิ๋งจื่อจินยังคงจะไม่ตอบตกลง นึกไม่ถึงว่าเธอจะพยักหน้า

“งั้นไปตอนนี้เลย” เจียงหรานจะเข้าไปดึงเธอ​ “สู้เสร็จจะได้กลับไปกินไก่ทอด”

แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวกลับมีคนขวางไว้เสียก่อน

น้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อยเจือไปด้วยรอยยิ้ม สุขุมสะกดสายตา “ไม่ได้ เด็กน้อยของเราจะใช้กำลังไม่ได้”

“นายเป็นใคร…” เจียงหรานเงยหน้า คำพูดชะงัก หน้าบึ้ง “ทำไมเป็นนาย”

ฟู่อวิ๋นเซินช่วยอิ๋งจื่อจินถือถุงขนมถุงใหญ่ เขาไม่ตอบ

อิ๋งจื่อจินเองก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะมาตอนนี้ “ไหนว่าอีกเดี๋ยวให้ฉันไปหา”

“ไม่เป็นไร ยังไงพี่ชายก็มีเวลาเยอะ” ฟู่อวิ๋นเซินไม่สนใจ “พวกเธอสนุกกันต่อ”

เดิมทีเขาก็อยู่แถวใจกลางเมือง จากนั้นก็ได้รับข้อความจากเจียงมั่วหย่วน กลัวเธอเกิดเรื่องถึงได้มา

นึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยจะโหดจริงๆ

เจียงหรานเริ่มไล่ “งั้นยังไม่ไปอีก อย่ามารบกวนชีวิตวัยรุ่น”

แต่เขาเพิ่งพูดจบก็เห็นเด็กสาวเอาขนมทั้งหมดให้เขาแล้วพยักหน้า “งั้นฉันไปกับคุณตอนนี้เลยแล้วกัน”

ฟู่อวิ๋นเซินผงะ ดวงตาดอกท้อเงยขึ้น “ไม่ต้อง ตอนนี้ยังเร็วไป”

“ไม่เป็นไร” อิ๋งจื่อจินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกเขาอยู่กันหลายคน”

แต่คุณมีแค่คนเดียว

ขนตาของฟู่อวิ๋นเซินขยับ ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา

ไม่เสียแรงที่เอ็นดูเด็กน้อย

เขาประทับใจประหนึ่งเป็นพ่อ

เจียงหรานที่มองสองคนนั้นทิ้งเขาไว้เฉย “…”

ไอ้…

เขาเป็นบ้าอยู่คนเดียว

…

หลังจากที่ลงบันทึกความผิด อิงเฟยเฟยก็ถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่ห้องธรรมดา

แต่เนื่องจากมอห้าทั้งชั้นรู้เรื่องที่เธอทำ ทำให้ทุกคนในห้องใหม่ต่างกีดกันเธอ ใกล้เสียสติเต็มที

อิงเฟยเฟยโกรธแค้นมาก แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงอดทนไว้

ชีวิตในบ้านก็ไม่ค่อยราบรื่น พ่ออิงไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก

อิงเฟยเฟยกำมือแน่น อดทนเขียนสำนึกผิดต่อไป

แต่ทันใดนั้นก็มีข้อความจากเบอร์แปลกหน้าส่งเข้ามาในมือถือ

ไม่มีข้อความอักษร แนบแค่รูปถ่ายรูปเดียว

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
ชาตินี้เธอขอแค่ได้ปลูกดอกไม้ เลี้ยงหมู กลายเป็นมอดที่สุขสบายที่สุดก็พอ เพื่อชีวิตวัยเกษียณอันสุขสบายสงสัยงานนี้ต้องลงแรงกันหน่อย! อิ๋งจื่อจิน คือลูกเลี้ยงแห่งตระกูลอิ๋งตระกูลเลื่องชื่อแห่งเมืองฮู่เฉิง พ่วงตำแหน่งคลังเลือดมีชีวิตของอาสาว เธอถูกรังแกสารพัด เป็นเด็กหัวไม่ดีที่แม่แท้ๆ ยังไม่อยากยอมรับ แต่นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ ‘เธอ’ จะตื่นขึ้น เธอเคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายตัวตน หลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ แม่มด ผู้บำเพ็ญ ได้รู้จักกับบุคคลในตำนานมากมาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว…ชาตินี้เธอเลยอยากลองเป็นมอดที่มีความสุขไร้กังวล ใช้ชีวิตวัยเกษียณให้สุขสบายดูบ้าง จัดการคนในตระกูล ฟาดหน้าเพื่อนตัวร้าย ขึ้นเป็นหัวโจกโรงเรียน เอาเถอะ อยากสบายก็ต้องลำบากก่อน กวาดมันให้ราบก่อนค่อยว่ากัน! อิ๋งจื่อจิน “มาตกลงกันหน่อย เลิกเรียกฉันว่าเด็กน้อยได้ไหม” “อายุห่างสามปีก็มีช่องว่างระหว่างวัยแล้ว พี่ชายคนนี้โตกว่าเธอห้าปี เธอไม่ใช่เด็กน้อยจะเป็นอะไร” อิ๋งจื่อจินชะงัก ขมวดคิ้ว “พี่ชายเหรอ” ดวงตาดอกท้อหรี่ลง “เรียกพี่ชายให้ฟังอีกครั้งซิ” “ฝันเก่งนะคุณ” “…” ได้ การเจรจาล้มเหลว ฟู่อวิ๋นเซินยอมแพ้ เด็กน้อยหลอกยากพอตัว

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท