บุตรอสูรบรรพกาล – ตอนที่ 121 ช้ากว่า

ตอนที่ 121 ช้ากว่า

ตอนที่ 121

ช้ากว่า

คลืดดดด….. ร่างของหยุนฟางโดนกระแทกจนถอยออกมาหลายก้าว แต่นางก็ไม่บาดเจ็บสาหัสอะไรมากมาย ฝ่ามือส่วนใหญ่โดนดาบของนางป้องกันเอาไว้ได้ แม้จะมีบางฝ่ามือฝ่ามาโดนร่างของนางได้ แต่ความเสียหายก็ไม่มากพอจะล้มผู้ฝึกฝนะพลังวิญญาณระดับก่อกำเนิดพลังเซียนลงได้

ต้องนับว่าครานี้หยุนฟางตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะนางตัดใจเรื่องการรับฝ่ามือทั้งหมดแทบจะทันทีที่เห็นฝ่ามือความเร็วสูงของไป๋จูเหวิน นางยกดาบขึ้นป้องกันแบบทื่อๆแล้วเกร็งพลังวิญญาณรับฝ่ามือของไป๋จูเหวินเอาไว้ ไม่อย่างนั้นนางคงรับฝ่ามือไม่ทันแล้วโดนโจมตีโดยไร้พลังวิญญาณป้องกันไปแล้ว

ฟุบ…หยุนฟางตัดสินใจทิ้งระยะออกห่างจากไป๋จูเหวินพลางส่งคลื่นดาบเข้าโจมตีไป๋จูเหวินเป็นระยะๆ ฝ่ามือเมื่อครุ่ทำเอานางขนลุกจนไม่กล้าเข้าไปใกล้เสียแล้ว

เคร๊ง! คลื่นดาบของนางแม้จะรวดเร็วรุนแรง แต่เมื่อซัดใส่ทางไป๋จูเหวินมันกลับทำได้เพียงดึงความสนใจไป๋จูเหวินเล็กน้อยเท่านั้น

วูม!! อยู่ๆหยุนฟางก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังสายหนึ่งพุ่งเข้ามาหาตัวนาง ทำให้นางยกดาบขึ้นปัดป้องตามสัญชาตญาณ

คลืดดดดด….ร่างของหยุนฟางครูดถอยไปด้านหลังอีกครั้งเพราะแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากคลื่นพลังที่พุ่งเข้ามาทำเอาหยุนฟางยิ่งตกตะลึงมากขึ้น ไป๋จูเหวินเองก็สามารถซัดคลื่นพลังจากระยะไกลได้งั้นหรือ

วูม… ทันทีที่ฝ่ามือของไป๋จูเหวินฟาดออกมา กระแสพลังสายหนึ่งก็พุ่งมาทางหยุนฟางอีกครั้งทำเอาหยุนฟางรีบถอยหนีในทันที แต่อยู่ๆกระแสพลังที่ควรจะซัดมาตรงๆกลับเลี้ยวมาทางนางอย่างกับเป็นสิ่งมีชีวิต

เคร๊ง!! หยุนฟางเลือกที่จะไม่ประมาท นางปัดดาบโจมตีสวนกลับคลื่นพลังตรงหน้า แม้จะต้องใช้กำลังมากสักหน่อยแต่นางก็สามารถทำลายคลื่นพลังตรงหน้าไปได้

ผลัก..!! ร่างของหยุนฟางลอยหวือไปอีกทางด้วยคลื่นพลังอีกสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง สร้างความเสียหายที่ไหล่ของนางได้มากทีเดียว พริบตานั้นหยุนฟางมองมาทางไป๋จูเหวินที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร มันกำลังร่ายฝ่ามือออกมาอย่างต่อเนื่องสร้างความแตกตื่นใจให้กับหยุนฟางอย่างมาก

เคร๊งๆๆๆ ราวกับกับคนบ้า หยุนฟางฟาดฟันอากาศโดยรอบอย่างหนัก

1…2….3…4….. หยุนฟางนับจำนวนคลื่นพลังที่กำลังล้อมโจมตีนางจากระยะไกลอยู่อย่างตั้งใจ ยามนี้ไป๋จูเหวินสามารถควบคุมกระแสพลังประหลาดนี้ได้ 4 สายพร้อมกัน พวกมันล้อมโจมตีหยุนฟางราวกับมีชีวิต ทำเอาหยุนฟางปั่นป่วนไปหมด

วิชาที่ไป๋จูเหวินกำลังใช้อยู่ในตอนนี้คือวิชาของท่านน้าไก่ฟ้า มันเป็น 1 ในวิชาที่ใช้ได้ยากที่สุดในฝ่ามือทั้ง 18 ท่าของพวกท่านน้า มันคือฝ่ามือ บังคับหกปักษา นอกจากจะซัดกำลังออกไปโจมตีจากระยะไกลแล้ว ตัวไป๋จูเหวินยังต้องควบคุมกระแสพลังให้มันเข้าโจมตีศัตรูที่กำลังพยายามหนีอีกต่างหาก แต่ด้วยความสามารถของดวงตาสีแดงทำให้มองทุกอย่างช้าลง การควบคุมให้ฝ่ามือบังคับหกปักษาให้เข้าเป้านั้นง่ายขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้น ยามนี้ไป๋จูเหวินก็บังคับได้เพียง 4 กระแสเท่านั้นทั้งๆที่ในเคล็ดวิชาสามารถควบคุมได้ถึง 6 ก็ตาม

กึก…อยู่ๆหยุนฟางก็ชะงักยืนอยู่กับที่ ทั้งๆที่นางกำลังพยายามหลบฝ่ามือของไป๋จูเหวินอยู่แท้ๆ

โครม…!! หยุนฟางโดนฝ่ามือของไป๋จูเหวินเข้าอย่างจังเพราะอยู่ๆนางก็โดนรั้งเอาไว้

 เส้นด้าย?? หยุนฟางขมวดคิ้ว ที่เท้าของนางปรากฏเส้นด้ายสีขาวมัดข้อเท้าเอาไว้ทำให้นางไม่สามารถหลบการโจมตีเมื่อครู่ได้

ตูม.!! ขณะกำลังงุนงง หยุนฟางก็โดนฝ่ามือบังคับหกปักษาซัดใส่ไปอีกครั้งสร้างความเสียหายให้นางมากขึ้นไปอีก แต่เพราะนางใช้พลังวิญญาณป้องกันร่างเอาไว้ตั้งแต่เจอฝ่ามือแประกายอัสนีแล้ว นางเลยไม่ถึงกับหมดสภาพในทันที

หลังจากตั้งตัวได้ หยุนฟางก็พบว่าเส้นด้ายสีขาวนั้นมาจากทางไป๋จูเหวิน นางเลยยกดาบฟันเส้นด้ายทิ้นในทันที แต่เส้นด้ายนั้นกลับไม่ขาดเสียอย่างนั้น

กึก…เห็นอีกฝ่ายสังเกตุเห็นใยแมงมุมแล้วไป๋จูเหวินจึงดึงใยแมงมุมอย่างแรงเพื่อทำให้ยุงฟางล้มลงกับพื้น แต่เหมือนหยุนฟางจะรู้ตัวเลยชิงกระโดดตามแรงเข้ามาหาไป๋จูเหวินแทน

วูม…หยุนฟางเร่งพลังเซียนออกจากร่าง ก่อนจะวาดดาบมาข้างหน้าด้วยวิชาดาบของนาง พริบตานั้นราวกับตรงหน้าไป๋จูเหวินปรากฎกองทัพจอมดาบนับร้อยพุ่งเข้ามาโจมตี ท่าทางกระบวนท่านี้จะเป็นหระบวนท่าใหญ่ของหยุนฟางแล้ว

วูบ…ราวกับเกิดแรงดูดสายหนึ่งดึงเอากลุ่มคลื่นดาบของหยุนฟางให้เบี่ยงไปทางหนึ่ง ทำให้มันพลาดเป้าจากไป๋จูเหวินไปทางอื่น แต่กลับไม่จบเท่านั้น คลื่นดาบที่ควรพุ่งตรงมาข้างหน้ากลับถูกบังคับให้วนอ้อมร่างของไป๋จูเหวินแล้ววกกลับเข้าไปหาหยุนฟางในทันที

 …… หยุนฟางนิ่งค้างไปอึดใจหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าวิชาที่ต้นส่งออกไปจะวนกลับมาทำร้ายตนเองเช่นนี้

เคร๊งๆๆๆๆ ดาบในมือของหยุนฟางปั่นป่วนไปหมด แต่ก็โชคดีที่ยังพอผ่านการสวนกลับครั้งนี้มาได้ เพราะนางคุ้นเคยกับวิชาของตนเองดีนั่นเอง คราวนี้ไม่ใช่กระบวนท่าบังคับหกปักษาของน้าไก่ฟ้าแต่เป็นฝ่ามือหมอกควันกบดานของท่าน้าจิ้งจอก แม้วิชานี้จะใช้เพื่อดึงหรือผลักศัตรูเป็นหลักแต่เพราะระหว่างใช้จะเกิดหมอกควันไอเย็นรอบตัวทำให้น้าจิ้งจอกตั้งชื่อเช่นนี้

อยู่ๆร่างของหยุนฟางก็โดนดึงเข้าไปหาไป๋จูเหวินด้วยแรงดูดสายหนึ่ง ด้วยวิชาหมอกควันกบดานทำให้หยุนฟางราวกับโดนจับด้วยมือขนาดใหญ่แล้วดึงเข้าไปหาตัวไป๋จูเหวินก็ไม่ปาน เพียงชั่วอึดใจหยุนฟางก็พบว่าตนเองยืนอยู่ตรงหน้าไป๋จูเหวินเสียแล้ว

วูบ…แม้แต่หยุนฟางเองยังสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณมหาศาลที่เข้าไปรวมในฝ่ามือของไป๋จูเหวิน ครานี้ไม่ใช่ฝ่ามือประกายอัสนีอีกแล้ว แต่เป็นฝ่ามือเพลิงพิโรธที่สร้างความเสียหายรุนแรงอย่างน่าขนลุก

 ข้ายอมแพ้ หยุนฟางประกาศยอมแพ้ออกมาก่อนที่ฝ่ามือเพลิงพิโรธจะได้ฟาดลงมา พริบตาก่อนนางจะประกาศยอมแพ้ นางสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ไม่ใช่พลังวิญญาณ มันเป็นพลังอีกสายที่หลังไหลเข้าไปในฝ่ามือของไป๋จูเหวินทำเอานางขนลุกซู่ พลังเช่นนั้นไม่ใช่ระดับที่นางจะรับมือได้แน่ๆ ทำให้นางได้แต่ประกาศยอมแพ้เท่านั้น

 หวงหลง ศิษย์ของเจ้าใช้วิชาอะไรกัน ทันทีที่การประลองจบลง เหล่ายอดฝีมือรอบๆต่างพากันหันมาถามหวงหลงผู้พาไป๋จูเหวินเข้ามาร่วมการประลองในทันที วิชาของไป๋จูเหวินนั้นไม่เหมือนวิชาที่พวกมันรู้จัก แม้แต่หวงหลงเองก็ยังตอบไม่ได้ การใช้วิชาของไป๋จูเหวินนั้นมีพลังธาตุแฝงอยู่ทุกกระบวนท่า แต่พลังธาตุที่แสดงออกมานั้นกลับไม่เหมือนกันเลยแม้แต่อย่างเดียว ฝ่ามือความเร็วสูงก่อนหน้านี้สัมผัสได้ชัดเจนว่าแฝงธาตุอัสนีเอาไว้ ฝ่ามือโจมตีระยะไกลก็แฝงธาตุลมเอาไว้ ฝ่ามือที่ใช้ควบคุมการโจมตีของหยุนฟางก็แฝงธาตุน้ำแข็งเอาไว้ ฝ่ามือที่ยังไม่ได้ซัดออกมาก็มีธาตุไฟแฝงอยู่ ซึ่งแปลกมากสำหรับการต่อสู้ปกติ ราวกับมันเอาวิชาของหลายๆคนมารวมกันก็ไม่ปาน อย่าว่าแต่หวงหลงเลย ม้แต่เหล่าอาวุโสในที่นี้ต่างก็ไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าวิชาที่ไป๋จูเหวินใช้ออกมาคือวิชาอะไร

 เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะ มาเริ่มการประลองรอบต่อไปเลยดีกว่า ท่ามกลางความสงสัยของเหล่ายอดฝีมือ อยู่ๆเฒ่าประทับสวรรค์ก็รีบประกาศให้เริ่มการประลองเสียก่อน

 ช้าก่อน… ศิษย์ข้าได้รับบาดเจ็บหนัก ให้นางพักสักครู่ได้หรือไม่ เซียนดาบว่าพลางมองไปที่หยุนฟาง แม้ภายนอกนางจะไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย แต่วิชาทัพดาบประหารที่นางใช้ออกไปกินพลังวิญญาณอย่างมาก ยามนี้นางคงเหลือพลังไม่ถึงครึ่งเสียด้วยซ้ำ

 ไม่ได้ การประลองต้องเป็นไปตามขั้นตอน เฒ่าประทับสวรรค์ว่าพลางบอกให้ศิษย์ของมันลงประลองในทันที

 ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ เซียนดาบกัดฟันแน่นพลางกุมเข่าตัวเองแน่น

 เริ่มประลองได้ เฒ่าประทับสวรรค์ว่าพลางประกาศเริ่มประลอง โดยที่ศิษย์ของมันไม่ได้มีท่าทีลังเลที่จะประลองกับคนบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

 ……. หยุนฟางเองก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน ไม่นึกเลยว่าจะต้องประลองต่อในสภาพเช่นนี้

ผั๊ว! ฝ่ามือระทับสวรรค์พุ่งกระแทกใบหน้าของหยุนฟางอย่างจังโดยที่นางไม่แม้แต่จะหลบหรือปัดป้อง ไม่ใช่เพราะนางหลบไม่ทันหรือมองไม่เห็น แต่เพราะความเสียหายที่นางได้รับจากการต่อสู้กับไป๋จูเหวินนั้นมากกว่าที่อาจารย์ของนางทราบเสียอีก

ฝ่ามือบังคับหกปักษา แม้จะเป็นการโจมตีระยะไกล แต่กำลังทำลายกลับรุนแรงมาก สร้างความเสียหายทั่วร่างให้กับหยุนฟางจนร่างยามนี้สั่นสะท้านไปทั้งตัว ยิ่งพลังวิญญาณไม่ต้องพูดถึง นางใช้พลังวิญญาณหรือพลังเซียนเพื่อปกป้องร่างตลอดเวลา แถมยังใช้ท่าโจมตีไปไม่น้อย พลังเซียนของนางยามนี้เหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น

วูมมมม ดาบของหยุนฟางฟาดลงมาเต็มแรงจนเกิดคลื่นดาบขนาดใหญ่ราวกับดาบของนางขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่เฟยหลงกลับหลบการโจมตีของนางอย่างง่ายดาย

ผลัก! ฝ่ามือประทับสวรรค์ของเฟยหลงกระแทกเข้าที่ไหล่ของหยุนฟางอย่างจัง กระบวนท่าโจมตีเมื่อครู่ของหยุนฟางใช้พลังเซียนของนางไปจนหมดแล้ว ทำให้นางได้แต่ยืนเป็นเป้านิ่งเท่านั้น เพียงแต่พริบตาที่โดนฝ่ามือประทับสวรรค์โจมตีใส่หยุนฟางกลับยิ้มออกมา ดวงตาสีม่วงของนางมองดวงตาสีดำของเฟยหลงราวกับจะดูถูกมัน

 เจ้าช้ากว่า หยุนฟางพูดพลางหัวเราะออกมา นางที่สู้กับไป๋จูเหวินมาเมื่อครู่เห็นได้อย่างชัดเจนเลย ฝ่ามือของมันช้ากว่าของไป๋จูเหวินเสียอีก นางยิ้มเยาะกับการพ่ายแพ้ให้เฟยหลงเช่นนี้ ก่อนจะปล่อยให้ร่างล้มลงกระแทกพื้นไปทั้งๆอย่างนั้น คราวนี้ไม่เหมือนคราวของไป๋จูเหวิน นางไม่คิดจะประกาศยอมแพ้แต่อย่างไร

บุตรอสูรบรรพกาล ตอนที่ 121 ช้ากว่า

 

บุตรอสูรบรรพกาล

บุตรอสูรบรรพกาล

Status: Ongoing

ตุบ! เสียงบางอย่างตกลงมาจากที่สูงทำเอาภายใต้ช่องเขาแห่งนี้เกิดเสียงสะท้อนเลื่อนลั่นไปรอบบริเวณ แต่ถึงจะสร้างเสียงดังเพียงใดก็ไม่มีมนุษย์หน้าไหนอยู่บริเวณนี้ทั้งสิ้น

วูบ… ร่างสีขาวหมดจดร่างหนึ่งปรากฏยังตำแหน่งที่เสียงดังนั้นปรากฏ แม้จะไม่มีมนุษย์แต่สถานที่แห่งนี้กลับเป็นถิ่นที่อยู่ของอสูรตนหนึ่ง มันมีเรือนร่างแปลกพิสดาร ทั่วร่างเป็นสีขาวหม่นหมองทั้งร่าง รูปร่างของมันจะว่าเหมือนแมงมุมหรือก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเหมือนมังกรหรือก็ไม่ชัดเจน ทุกคนต่างเรียกขานมันว่าฝันร้ายสีขาว มันเป็นตัวตนที่สร้างความหวาดกลัวให้ทั้งมนุษย์และอสูรด้วยกัน

แกร๊ก ทันทีที่ขาหนึ่งของมันก้าวมาถึงตำแหน่งเสียง ดวงตาทั้ง 8 ของมันก็จดจ้องไปยังร่างของเด็กชายที่ตกลงมาจากหน้าผาด้วยท่าทีประหลาดใจ เหตุใดมนุษย์ถึงไม่ตายหลังจากตกลงมาลึกขนาดนี้ ที่ๆมันอาศัยอยู่ถูกเรียกว่าผาไร้ก้น เพราะหากมองจากด้านบนจะไม่สามารถเห็นก้นเหวได้เลย แม้แต่มองจากก้นผาก็แทบจะเห็นท้องฟ้าเป็นเส้นด้ายเส้นบางๆเท่านั้น เพราะก้นผาแห่งนี้อยู่ลึกอย่างมาก

ขณะสงสัยอยู่ๆอสูรที่มีร่างกายสีขาวก็เริ่มอ้าปากของมันออกช้าๆ เขี้ยวราวกับแมงมุมของมันอ้าออกเผยให้เห็นปากอันกว้างใหญ่ที่หากจะกินเด็กชายตรงหน้าคงกระทำได้ด้วยการกลืนมันทั้งตัวในคำเดียวเท่านั้น แต่ขณะจะกินเด็กชายลงไปทั้งตัว ปากของมันพลันหยุดชะงัก ก่อนจะค่อยๆหุบกลับเช่นเดิม ดวงตาของมันเพ่งมองเด็กชายที่นอนสลบอยู่บนพื้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย ร่างของมันแตกหักยับเยินราวกับตุ๊กตาดินที่ถูกบี้เละเทะ แขนขางองุ้ม ลำตัวแดงบ้างม่วงบ้าง แต่มันกลับยังหายใจอยู่ ด้วยร่างกายที่ยับเยินเช่นนี้มันกลับสามารถประคองชีวิตของมันเอาไว้ได้

 หรือจะเป็นโชคชะตากัน.. อสูรแมงมุมพูดออกมาพลางมองใบหน้าของเด็กชาย ทำไมมันถึงตกลงมาในที่แห่งนี้ได้ ทำไมมันถึงไม่ตาย แล้วทำไมมันถึงไม่คิดจะกินมันกัน…..

แม้แต่ตัวมันยังไม่สามารถหาคำตอบออกมาได้ . . . .

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads แทงบอลออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน