หนึ่งฝ่ามือสยบโลกา A World Worth Protecting – บทที่ 1410 แย่งชิง (องก์ 1)

บทที่ 1410 แย่งชิง (องก์ 1)
ลึกเข้าไปในปล่องภูเขาไฟของสำนักเหอเสียนและสำนักเหิงฉิน ขณะนี้คนทั้งสองผู้เป็นร่างอวตารของเจ้าปรารถนาเสียง ใบหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน พวกเขารับรู้ได้ในทันทีว่าสาส์นที่ตนถ่ายทอดไปยังวิญญาณจักรพรรดิอาณาจักรด้านบนถูกพลังบางอย่างบดขยี้
มองไปทั่วทั้งโลกาชั้นที่สอง ผู้ที่ทำได้เช่นนี้ มีเพียงสองท่านเท่านั้น ตอนนี้เจ้าปรารถนาเสียงคงไม่มีเวลาไปไตร่ตรองว่าผู้ใดกำลังรบกวนตนเองอยู่ ร่างอวตารทั้งสองจึงเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้ง แล้วหยัดกายขึ้น
แต่แล้วตอนนั้นเอง กลิ่นอายบางอย่างสามชนิดก็ลอยเข้ามา ทันใดนั้นดูเหมือนว่าค่ำคืนอันมืดมิดของกฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงจะถูกแยกออก โดยไม่คาดคิด กลิ่นอายทั้งสามนี้…นำเอาความโกรธเทียมฟ้า แฝงด้วยความโศกสลดถึงขีดสุด และความแค้นอย่างไร้สิ้นสุด
มันคือสามเจ้าสำนักของเจ็ดอารมณ์
เกือบจะทันทีที่ร่างอวตารใหญ่ทั้งสองพุ่งออกไป สามเจ้าสำนักเจ็ดอารมณ์ก็เข้ามาขัดขวางทันที
ในเวลาเดียวกัน ภายในปล่องภูเขาไฟของเต๋าแห่งจังหวะดนตรี การยึดร่างย้อนกลับของหวังเป่าเล่อก็ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว ตอนนี้ร่างเต๋าแห่งจังหวะดนตรีที่เป็นร่างอวตารของเจ้าปรารถนาเสียงกำลังร้องคำราม เพื่อเพรียกหาร่างอวตารอีกสองร่างของตน แท้จริงแล้วนี่นับเป็นเคล็ดวิชาลับของนาง
แต่พริบตาถัดมา เมื่อสัมผัสสวรรค์สัมผัสได้ ใบหน้าของนางก็ต้องเปลี่ยนทีทันที ด้านหวังเป่าเล่อกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา
“เจ้าปรารถนาเสียง คราวนี้เจ้าหมดแรงกลับสวรรค์แล้ว”
เมื่อใบหน้าร่างอวตารของเจ้าปรารถนาเสียงเปลี่ยนไปอีกครั้ง ภายในเมืองปรารถนาเสียงก็เกิดเสียงดังก้องท่ามกลางราตรีกาลอันมืดมิด เสียงนั้นระเบิดออกมาอย่างรุนแรง เหตุพลิกผันอย่างที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ทำให้ผู้ฝึกตนสามสำนักด้านนอกต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
โดยไม่รอให้พวกเขาตอบโต้ พริบตาต่อมา ลำแสงมหึมาสายหนึ่ง ก็ทะลุผ่านความว่างเปล่าและเจาะทะลวงคืนมืดมิด เงาผู้ฝึกตนที่มาจากเจ็ดอารมณ์สายหนึ่งพลันพุ่งออกมา
ศึกล่าสังหาร…ก็บังเกิดขึ้น
ปล่องภูเขาไฟสามสำนักกลายเป็นสนามรบ โกลาหลอย่างที่สุดไปพักหนึ่ง ภายในสำนักเหอเสียนและสำนักเหิงฉิน ยิ่งต่อสู้กันดุเดือดขึ้น เห็นได้ว่าร่างอวตารทั้งสองของเจ้าปรารถนาเสียงกำลังเหาะออกจากภูเขาไฟ เพื่อต่อสู้กับเจ็ดอารมณ์
ในหมู่พวกเขาเจ้าแห่งโกรธมีพลังต่อสู้ที่แกร่งที่สุดอย่างเห็นได้ชัด มันประมือกับร่างอวตารสำนักเหิงฉินอยู่ผู้เดียว ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่สนามรบของตนนี้ ยังต่อสู้ได้อย่างเท่าเทียม
อีกด้านหนึ่ง เจ้าแห่งโศกและเจ้าแห่งแค้นก็ร่วมมือกันเข้าควบคุมร่างอวตารสำนักเหอเสียน สถานการณ์การต่อสู้ก็ดุเดือดเช่นกัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของพวกเขา หรือว่าการประมือระหว่างผู้ฝึกตนสามสำนักกับผู้ฝึกตนเจ็ดอารมณ์ ต่างก็ไม่ใช่จุดสำคัญของแผนการนี้…จุดสำคัญของแผนการนี้อยู่ที่หวังเป่าเล่อ
เพราะว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่กลืนกินร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรี จึงจะทำให้กฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงถูกฉีกขาด ไม่สมบูรณ์อีกต่อไป และมีเพียงวิธีนี้ ที่จะช่วยให้…เจ้าแห่งสุขที่ถูกกดขี่ในโลกแห่งเสียงหลุดพ้น
เพื่อช่วยมอบโอกาสให้เจ้าแห่งสุขที่รอคอยมานาน
เรื่องนี้ หวังเป่าเล่อเข้าใจกระจ่าง เจ้าปรารถนาเสียงก็เข้าใจกระจ่าง สามเจ้าแห่งเจ็ดอารมณ์ก็เข้าใจกระจ่างเช่นกัน ดังนั้นการลงมือของพวกเขา ต่างก็ใช้การยืดเยื้อเป็นหลัก ทำให้ร่างอวตารทั้งสองของเจ้าปรารถนาเสียง ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรีได้อย่างราบรื่น
ร่างอวตารทั้งสองของเจ้าแห่งปรารถนาเสียง เวลานี้มีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ขณะคำรามก็ได้ระเบิดพลังไปเต็มที่ แต่ยังคงไม่อาจกอบกู้สถานการณ์นี้ได้ แม้เจ้าปรารถนาเสียงจะรับรู้ได้ว่า ร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรีของตน เวลานี้เหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่เพราะการขัดขวางเจ้าทั้งสามจากเจ็ดอารมณ์ ยังคงทำให้พวกเขายากที่จะดำเนินการต่อไปได้
แท้จริงแล้วก็เป็นเช่นนั้น ภายในภูเขาไฟเต๋าแห่งจังหวะดนตรี เวลานี้ร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรีส่งเสียงโหยหวน แต่กลับไม่อาจขัดขืนกฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงของตนที่กำลังไหลเข้าสู่ภายในร่างของหวังเป่าเล่ออย่างบ้าคลั่งได้เลย
หวังเป่าเล่อเผยแววประหลาดใจในดวงตา เขารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานแล้ว ได้ระเบิดพลังออกไปอย่างสุดกำลัง ไม่เพียงกฎเกณฑ์เจ็ดอารมณ์สาดกระจาย แต่ยังเต็มไปด้วยคุณสมบัติของร่างต้น แล้วก็ยังมีกฎเกณ์ปรารถนารส ทั้งหมดล้วนหมุนวนอยู่เต็มกำลัง
ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรีเจ้าแห่งปรารถนาเสียงคล้ายจะหมดหวังอย่างที่สุดแล้ว จิตสำนึกของนางกำลังสลายไปอย่างรวดเร็ว กฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงก็ถูกหวังเป่าเล่อแทรกซึมหลอมรวมอย่างต่อเนื่อง
ชั่วพริบตา การหลอมรวมนี้ก็ถึงระดับสามส่วน และกำลังเข้าใกล้ส่วนที่สี่ในไม่ช้า และตามด้วยส่วนที่ห้า…
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างคล้ายจะหมดหนทางย้อนคืนได้ ในช่วงวิกฤตชีวิตนี้เองร่างอวตารทั้งสองของเจ้าแห่งปรารถนาเสียงที่ประมืออยู่กับสามเจ้าจากเจ็ดอารมณ์ นัยน์ตาก็เผยความบ้าคลั่งและวิตกกังวล ก่อนจะะคำรามออกมาในเวลาเดียวกัน
“เต๋าสามสำนัก บุกเข้าไปภายในภูเขาไฟเต๋าแห่งจังหวะดนตรี สังหารผู้ต่อต้าน!”
ทันทีที่ร่างอวตารทั้งสองกล่าวออกไป มหาเต๋าทั้งหกจากสามสำนักที่ต่างก็กำลังเข่นฆ่าอยู่กับผู้ฝึกตนเจ็ดอารมณ์ภายในภูเขาไฟ ล้วนเปลี่ยนท่าที ระเบิดพลังฝึกตนออก หลังจากหลุดออกจากการต่อสู้มาได้ ก็ตรงไปที่ภูเขาไฟเต๋าแห่งจังหวะดนตรี
ผู้ที่มีความเร็วสูงสุดคือเยว่หลิงจื่อ สีหน้านางซีดขาว ดวงตาฉายแววกังวล เวลานี้แปลงกายเป็นสายรุ้งสายหนึ่ง พุ่งไปที่เต๋าแห่งจังหวะดนตรี ผู้ที่ติดตามมาด้านหลังนางคือสือหลิงจื่อ ปีศาจแดง และเกราะขาว แม้ทั้งสามจะมีสีหน้าที่ยากบรรยาย แต่ก็มีใจที่อยากช่วยเหลืออย่างแน่นอน หากแต่ก็เห็นได้ชัดว่าภายในใจยังมีความสับสนและขัดแย้ง
ในเรื่องนี้จากความเร็วของพวกเขาก็พอจะมองออก
เพียงแต่…แม้เยว่หลิงจื่อจะเร็ว แต่ยังมีผู้หนึ่งยังเร็วกว่านาง คนผู้นี้คือจงเหิงจื่อ เดิมทีเขาเป็นศิษย์เต๋าของเต๋าแห่งจังหวะดนตรี เวลานี้เห็นได้ว่ากำลังร้องคำรามพุ่งเข้าสู่ภายในภูเขาไฟ
แต่แล้วตอนนั้นเอง…เงาสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ขวางทางเขาไว้ ท่ามกลางเสียงร้องคำราม จงเหิงจื่อกระอักเลือด ถอยร่างกลับออกมา
“ยิ่นสี่!” สีหน้าจงเหิงจื่อในขณะนั้นยากที่จะบรรยายอย่างที่สุด จ้องนิ่งไปที่ยิ่นสี่
และในขณะเดียวกัน เยว่หลิงจื่อก็มาถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากเห็นเหตุการณ์นี้ นางก็ตะลึง ขณะกำลังพุ่งออกจากภายในปากภูเขาไฟ ก็ถูกยิ่นสี่ฉุดรั้งไว้เช่นกัน
“ศิษย์พี่เหตุใดท่าน…” นัยน์ตาเยว่หลิงจื่อแฝงความสะเทือนใจและไม่อยากจะเชื่อ
ไม่เพียงแต่นางที่เป็นเช่นนี้ ปีศาจแดง เกราะขาว และสือหลิงจื่อก็มาถึงในไม่ช้า หลังจากได้รับรู้ถึงเหตุการณ์นี้แล้ว จิตใจของคนทั้งสามต่างก็เกิดคลื่นยักษ์สูงเทียมฟ้า
“ไม่มีเหตุผล พวกเจ้า…ไม่ควรเหยียบเข้ามาที่นี่” ยิ่นสี่กวาดตามองผ่านทุกคน เอ่ยขึ้นช้าๆ
“แต่นั่นเป็นอาจารย์ของพวกเรานะ!” ภายในดวงตาของเยว่หลิงจื่อเต็มไปด้วยเส้นเลือด เผยความเจ็บปวด
“ศิษย์ที่ถูกสิงร่างที่ยังอยู่รอด เป็นเช่นเดียวกับการคงอยู่ของเลือดเนื้อที่ถูกกลืนกิน ไม่ได้เป็นอาจารย์ของพวกเรานานแล้ว” ยิ่นสี่กล่าวช้าๆ
“แต่นั่นเป็นเพราะปกป้องพวกเรา อาจารย์จึงจำต้องก้มหน้า ต้องคำสาปตั้งแต่นั้น!” จงเหิงจื่อคำรามก้อง แววตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดหนาแน่น ราวกับกำลังบ้าคลั่ง
ยิ่นสี่นิ่งเงียบ ความทรงจำส่วนลึกในดวงตา กล่าวออกมาเบาๆ
“ก็เพราะเหตุนี้ ดังนั้น…ข้าจึงเลือกที่จะร่วมมือกับเจ้าแห่งสุข ให้อาจารย์ได้…หลุดพ้น นางแก่แล้ว หลายปีมานี้…ต้องลำบากยิ่งนัก”
กล่าวพลาง ขณะยิ่นสี่โบกมือ เขาก็ระเบิดพลังขวางทุกคนไว้
ในเวลาเดียวกัน ภายในปากภูเขาไฟ การยึดร่างของหวังเป่าเล่อก็มาถึงเวลาสำคัญแล้ว การต่อต้านของร่างอวตารเต๋าแห่งจังหวะดนตรีอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันกฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงภายในร่างของเขา ก็หลอมรวมกับหวังเป่าเล่อไม่หยุด
ห้าส่วน หกส่วน เจ็ดส่วน…
แปดส่วน…
เก้าส่วน…
ร่างของหวังเป่าเล่อสั่นเทิ้ม กฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงของเขาเดิมทีก็ไม่ธรรมดา เวลานี้เมื่อได้รับการหลอมรวมจากแหล่งกำเนิด มันยังคงปะทุต่อไปและเพิ่มขึ้นไม่หยุด โลกแห่งเสียงในการสัมผัสของเขา ราวกับทะลุปรุโปร่งกว่าก่อน และเสียงทั้งหมดอยู่ในการรับรู้ของเขาแล้ว ราวกับมันมีพลังแห่งกฎจักรวาลดำรงอยู่
เขายังรับรู้ได้ถึงผู้ฝึกตนของกฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงที่อยู่ด้านนอก เขามีความรู้สึกชนิดหนึ่ง มันคล้ายกับว่าเพียงแค่หวังเป่าเล่อคิด ก็จะสามารถปลดออกได้ในทันที
การรับรู้เช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่มีในกฎเกณฑ์ปรารถนารส
กฎเกณฑ์ปรารถนารส เขาเป็นเพียงหนึ่งในสำนักสาขา แต่กฎเกณฑ์ปรารถนาเสียงในตอนนี้ เขากำลังแย่งชิงแหล่งกำเนิด และหากสำเร็จ เขาก็จะเป็นเช่นเดียวกับแหล่งกำเนิด เป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิด
ในพริบตาต่อมา มันก็เพิ่มขึ้นเป็นสิบส่วน!
……………………
หนึ่งฝ่ามือสยบโลกา A World Worth Protecting

หนึ่งฝ่ามือสยบโลกา A World Worth Protecting

Status: Ongoing

เรื่อง : หนึ่งฝ่ามือสยบโลกา (三寸人间)ผู้เขียน : เอ่อร์เกิน (耳根) ผู้แปล : Thunderbird Translators ค.ศ. 3029 วิทยาการบนโลกมนุษย์พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแต่ละประเทศไม่มีเขตพรมแดนกั้นอีกต่อไป โลกได้ผสานรวมกลายเป็นหนึ่งเดียว เริ่มต้นยุคสมัยแห่งสหพันธรัฐ ตอนนั้นเอง กระบี่ยักษ์เล่มหนึ่งตกลงมาจากห้วงอวกาศ ปักเข้าใจกลาง ดวงอาทิตย์ ฝักกระบี่แตกออกเป็นเศษชิ้นส่วนจำนวนมาก กระจัดกระจายไปทั่ว ทั้งจักรวาลรวมถึงบนโลก และก่อให้เกิดแหล่งพลังงานรูปแบบใหม่อันไร้ขีดจำกัด พลังงานนี้มีชื่อเรียกกันว่า ปราณวิญญาณ ‘หวังเป่าเล่อ’ หนุ่มร่างท้วมผู้ทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันจะได้เป็นผู้นำสหพันธรัฐ ด้วยหวังว่าจะไม่มีใครมารังแกเขาได้อีกต่อไป และเมื่อเดินทางเข้ามาศึกษาใน สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ใช้ความรู้เหล่านั้นบวกกับความหน้าหนาหน้าทน ของตัวเอง วางกลยุทธ์อันฉลาดล้ำกำราบศัตรูคนแล้วคนเล่า ใครหน้าไหนก็ไม่อาจมาขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นหนึ่งในใต้หล้าของชายอ้วนผู้นี้ได้ เว้นเสียแต่คำสาปประจำตระกูล ที่บอกไว้ว่าหวังเป่าเล่อจะต้องตาย หากเขาไม่ผอมลงก่อนอายุสามสิบปี ในเมื่อบรรพบุรุษร่างจ้ำม่ำมายืนรอให้เขาไปอยู่ด้วยขนาดนี้ ชายหนุ่มจึงต้องทั้งฝึกตนและลดน้ำหนักไปพร้อมๆ กัน!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads แทงบอลออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน