สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?! – ตอนที่ 206 รักเจ้า (1)

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

“เซวียนเอ๋อร์ เมื่อครู่เจ้าอยากเรียนจับปลามิใช่หรือ ตอนนี้ลุงจะสอนเจ้าจับปลาดีหรือไม่”

อาจเพราะรู้สึกบรรยากาศในตอนนี้อึดอัดเกินไป เหลิ่งจวิ้นอวี๋หลังได้สติ พลันเอ่ยถามเหลิ่งอวี้เซวียนที่อยู่ด้านข้างทันที

เหลิ่งอวี้เซวียนอายุยังน้อย ย่อมไม่เข้าใจบรรยากาศแปลกประหลาดระหว่างเล่อเหยาเหยาและเหลิ่งจวิ้นอวี๋เมื่อครู่ ดังนั้นตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ ย่อมดีใจเป็นอย่างยิ่ง

“ได้ ท่านลุงดีจริงๆ”

“ฮ่า ๆ”

เมื่อเห็นใบหน้าสดใส ไร้ความกังวลของคนด้านล่าง ช่างทำให้ผู้คนมองอย่างชื่นชอบและอิจฉาเสียจริง

อย่างน้อยการไม่รู้เรื่องสิ่งใดเช่นเขา ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากกว่า

เหลิ่งจวิ้นอวี๋คิดในใจ ก่อนส่งปลาขนาดใหญ่สามตัวที่ตนเพิ่งจัดการเสร็จให้แก่เล่อเหยาเหยา ก่อนเอ่ยขึ้น

“เช่นนั้นเรื่องการย่างปลา ต้องมอบให้เจ้าแล้ว”

“โอ ย่อมได้”

เมื่อรับปลาสามตัวมา เล่อเหยาเหยาก้มหน้าหลุบตาเอ่ยเสียงเบา ทันใดนั้นเงยหน้าขึ้นมา พร้อมแววตากลับมาเป็นปกติ

“เช่นนั้นท่านและเซวียนเอ๋อร์ไปสนุกกันเถิด เมื่อปลาย่างเสร็จแล้ว ข้าค่อยเรียกพวกท่าน”

“อืม”

เมื่อได้ยินเหลิ่งจวิ้นอวี๋ตกลงทันที ก่อนล้างมือแล้วอุ้มเหลิ่งอวี้เซวียนขึ้นอีกครั้ง

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ราวกับภูเขาสูงตระหง่าน เพียงมือเดียวสามารถยกเหลิ่งอวี้เซวียนขึ้นบนไหล่ได้

สำหรับเรื่องนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนย่อมชื่นชอบเป็นที่สุด เพราะตั้งแต่เด็กเขาชอบนั่งบนไหล่ของเหล่าท่านลุง เพียงเช่นนี้จึงจะสามารถยืนได้สูง มองได้ไกลคล้ายตนพลันเติบโตขึ้นไม่น้อย

เมื่อได้ยินเสียงเล็กสดใสของคนตัวเล็ก ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในหมวกคลุมหน้าสีดำยิ้มออกมา

ก่อนถอนหายใจ เสียงหัวเราะไพเราะเช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่กี่วันคงไม่ได้ยินอีกแล้ว

แม้จะรู้สึกตัดใจไม่ได้ ทว่าเหลิ่งจวิ้นอวี๋ยังข่มความทรมานในใจไว้ ก่อนจะสอนเหลิ่งอวี้เซวียนว่าควรจับปลาเช่นไรอย่างจริงจัง

ส่วนริมฝั่งเล่อเหยาเหยากำลังใช้ไม้เสียบปลาทั้งสามตัว พลางก่อไฟย่างปลา ทว่าสายตากลับมองไปยังสองคนที่เล่นสนุกอยู่ในทะเลสาบ

เห็นเพียงในทะเลสาบแวววาวระยิบระยับนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง กำลังแบกคนตัวเล็กไว้บนไหล่

ชายหนุ่มสวมชุดดำทั้งกาย สวมหมวกคลุมหน้าสีดำบนศีรษะปิดบังใบหน้า ร่างสีดำนั้นทำให้เขาเย็นชากีดกันผู้คนเข้าใกล้อย่างชัดเจน แต่เวลานี้เขาอยู่ร่วมกับเด็กน้อยชุดสีขาวนั้น กลับดูเหมาะสมอย่างยิ่ง

ร่างสีขาวดำนี้สาดน้ำอยู่ในทะเลสาบอย่างสนุกสนานไม่หยุด บางครั้งเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมากลับเป็นเสียงหัวเราะสดใส และเสียงหัวเราะดุจกระดิ่งอันไพเราะนั้น

เห็นชัดว่าเสียงหัวเราะแตกต่างกันสอดแทรกเข้าด้วยกัน ทว่ากลับไพเราะจับใจ คล้ายนี้คือโน้ตเสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดในใต้หล้า

พระอาทิตย์บนศีรษะคล้อยไปอย่างช้าๆ เสียงแดดอันอบอุ่นสาดส่องลงบนพื้นดิน บนผิวน้ำระยิบระยับ บนร่างของผู้ใหญ่และเด็กคู่นั้น ทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยแสงอันอบอุ่น

ไกลออกไป ทิวเขาเรียงราย ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เรือสำเภาสวยงามหลายลำ ขับเน้นให้ไกลออกไปดูดุจภาพวาดสีน้ำที่เง็กเซียนรังสรรค์ออกมา!

ทว่าทิวทัศน์สวยงามนี้ ในสายตาของเล่อเหยาเหยากลับสู้คนแพรวพราวสะดุดตาคู่นั้นไม่ได้

หากเวลาสามารถหยุดลงในเวลานี้ได้ นั่นคงดีมากเพียงใด

ความฝันอันสวยงาม แต่ความจริงกลับโหดร้าย

ขณะนี้เวลาสำหรับเล่อเหยาเหยา ดุจเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียว ปลาสามตัวในมือเธอย่างเสร็จเรียบร้อย

เพราะตอนเช้าอยากมาที่ทะเลสาบเทพธิดา และอยากลิ้มลองปลาย่างของที่นี่ ดังนั้นเล่อเหยาเหยาจึงเตรียมตัว โดยสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์จัดเตรียมพวกเครื่องปรุงรสให้

เสี่ยวเอ้อร์นั้นเมื่อรู้ว่าพวกเล่อเหยาเหยาจะไปที่ทะเลสาบเทพธิดา ย่อมรู้ว่าควรเตรียมสิ่งใด เพราะที่นี่มีผู้คนมากมายต่างไปยังทะเลสาบเทพธิดาเพื่อจับปลาและย่างปลาด้วยตนเอง

ดังนั้นเวลานี้เล่อเหยาเหยาขณะย่างปลา พลางใส่เครื่องปรุงรสที่ตนเตรียมมาลงบนตัวปลา

จนกระทั่งปลาสามตัวนั้นถูกเธอย่างจนเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอล่องลอยออกไปไกล

ผู้ใหญ่และเด็กสองคนที่เล่นสนุกอยู่ในทะเลสาบ หลังได้กลิ่นหอมของปลาคล้ายแมวน้อยสองตัวจอมตะกละ ค่อยๆ เดินกลับบ้าน

เวลานี้ในมือเหลิ่งอวี้เซวียนกำลังถือปลาเล็กตัวหนึ่ง และนั่นคือปลาที่เขาจับด้วยตนเองเมื่อครู่!

“ท่านพ่อรีบดูเร็วเข้า ปลาตัวนี้เซวียนเอ๋อร์จับด้วยตนเองนะ!”

ก่อนหยิบปลาตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือของเขาขึ้นมา เหลิ่งอวี้เซวียนยิ้มแย้มดุจบุปผาก่อนนำปลาเล็กยื่นไปตรงหน้าเล่อเหยาเหยาเพื่อประจบ

เมื่อเห็นปลาเล็กในมือของเหลิ่งอวี้เซวียนนั้น เล่อเหยาเหยามีสีหน้าอ่อนโยนลง ก่อนยิ้มอย่างนุ่มนวลสดใส ก่อนเอ่ยชื่นชมอย่างหนัก

“อา เซวียนเอ๋อร์เยี่ยมยิ่งนัก ถึงกลับจับปลาได้แล้ว!”

“ฮ่า ๆ”

เมื่อได้ยินคำชมของเล่อเหยาเหยา เหลิ่งอวี้เซวียนยิ้มจนใบหน้าเล็กแดงก่ำ

เพราะเด็กจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีความต้องการมากมาย เพียงอยากได้รับการยอมรับและชื่นชมจากผู้ใหญ่เท่านั้น

“เช่นนั้นท่านพ่อ รีบนำปลาตัวนี้ไปย่างเถิด!”

“ได้ ข้าจะย่างให้เอง”

เล่อเหยาเหยาเอ่ยจบ คิดรับปลาตัวนั้นไป คิดไม่ถึงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับพลันเอ่ยปากขึ้นมา

“ให้ข้าทำเถิด เรื่องนี้ข้าเชี่ยวชาญ”

“อืม เช่นนี้ก็ได้”

เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม เล่อเหยาเหยาไม่ปฏิเสธ มอบปลาให้แก่ชายหนุ่ม จากนั้นเขาก็เดินไปจัดการปลาที่ริมทะเลสาบ

ไม่นานชายหนุ่มก็ถือปลาที่จัดการเสร็จกลับมา

เล่อเหยาเหยาเห็นเช่นนั้น พลันหยิบไม้ออกมาเสียบปลาตัวนั้น จากนั้นวางย่างลงบนกองไฟ

ส่วนปลาสามตัวที่ย่างเสร็จแล้วนั้น เล่อเหยาเหยามอบให้ชายหนุ่มหนึ่งตัว จากนั้นตนจึงหยิบขึ้นมาอีกตัว ก่อนเลาะก้างในปลาย่างออกอย่างตั้งใจ ก่อนฉีกเนื้อปลาออกมาป้อนเข้าปากเหลิ่งอวี้เซวียน พร้อยเอ่ยว่า

“มา ทานเถิด”

“ขอรับ”

เมื่อได้ยิน เหลิ่งอวี้เซวียนอ้าปากกว้างทานเนื้อปลาที่เล่อเหยาเหยาป้อน หลังเคี้ยวเบาๆ ใบหน้าประณีตนั้นยกยิ้มอย่างพออกพอใจ

“ท่านพ่อ เนื้อปลานี้อร่อยเสียจริง ท่านก็รีบทานเถิด!”

เอ่ยจบ เห็นเพียงเหลิ่งอวี้เซวียนฉีกเนื้อปลาอย่างตั้งใจ ก่อนนำมาจ่อริมฝีปากของเล่อเหยาเหยา

เมื่อเห็นบุตรชายของตนใส่ใจเช่นนี้ เล่อเหยาเหยาย่อมดีใจ

พลันอ้าปากทานเนื้อปลาที่เหลิ่งอวี้เซวียนป้อนเข้ามา

“อืม หวานมากจริงๆ!”

เล่อเหยาเหยาพูดความจริง

เพราะทะเลสาบเทพธิดานี้ไม่เหมือนกับทะเลสาบในยุคปัจจุบันที่ปนเปื้อนมลพิษ น้ำที่นี่ไร้สิ่งปนเปื้อน สะอาดใสจนมองเห็นก้นบึ้ง

ดังนั้นปลาที่นี่จึงอ้วนพี สดใหม่ทุกตัว

รวมทั้งเมื่อครู่เธอเพิ่งใส่เครื่องปรุงรสลงไป ปลานี้ช่างเนื้อหวานเสียจริง อร่อยยิ่งนัก

เหลิ่งอวี้เซวียนหลังได้ยินคำชมของเล่อเหยาเหยา ดวงตากลมโตยิ้มโค้งขึ้น ทันใดนั้นฉีกเนื้อปลาสดใหม่อีกครั้ง เลาะก้างออก ก่อนยื่นไปตรงหน้าเหลิ่งจวิ้นอวี๋

“ท่านลุง ท่านก็ทานเถิด!”

“เอ่อ”

สำหรับการกระทำนี้ของเหลิ่งอวี้เซวียน ต่างทำให้เล่อเหยาเหยาและเหลิ่งจวิ้นอวี๋ตะลึงอีกครั้ง

เล่อเหยาเหยาตกใจเพราะตั้งแต่เด็กเซวียนเอ๋อร์ จะแบ่งปันอาหารของตนให้แก่คนที่ตนชอบเท่านั้น ดูแล้วเซวียนเอ๋อร์ชื่นชอบชายหนุ่มตรงหน้านี้อย่างยิ่งจริงๆ

ตรงข้ามกับความตกใจของเล่อเหยาเหยา เหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่นั่งอยู่ด้านข้างพวกเขา กลับถูกการกระทำนี้ของเหลิ่งอวี้เซวียนทำให้ตกตะลึงอีกรอบ ทันใดนั้นความตื่นเต้นดีใจพรั่งพรูขึ้นมาในใจเขาอย่างรวดเร็ว

เพราะนี่คือเนื้อปลาที่บุตรชายของเขาเลาะก้างให้ด้วยตนเอง เขาจะไม่ชื่นชอบได้เช่นไร!

สำหรับความตื่นเต้นดีใจของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ในตอนนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนกลับไม่รับรู้แม้แต่น้อย เพียงกระพริบดวงตากลมโตอย่างน่ารักไร้เดียงสา ก่อนกล่าวยิ้มๆ กับเหลิ่งจวิ้นอวี๋

“ท่านลุงรีบทานเร็วเข้า เนื้อปลานี้อร่อยมากจริงๆ!”

“อืมได้ ข้าจะทาน”

เมื่อได้ยินคำพูดของเหลิ่งอวี้เซวียน เหลิ่งจวิ้นอวี๋ข่มความตื่นเต้นในใจไว้ ก่อนเผยอริมฝีปากเอ่ยปากออกมา

ทันใดนั้นยื่นมือรับเนื้อปลาในมือเหลิ่งอวี้เซวียน ก่อนหมุนตัวค่อยๆ เลิกหมวกคลุมหน้าสีดำออกทานเข้าไป

สำหรับวิธีการทานของชายหนุ่ม คล้ายไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นหน้าตาของเขานี้ พวกเล่อเหยาเหยาที่ใกล้ชิดกับเขามาหลายวันจึงเห็นเป็นเรื่องปกติ

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

Status: Ongoing
เมื่อเด็กสาวจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดข้ามเวลามายุคโบราณ อยู่ในร่างขันทีที่เป็นสตรีปลอมตัวมา ทว่าต้องปรนนิบัติพญายมผู้เกลียดชังผู้หญิงยิ่งกว่าสิ่งใด… งานนี้จะมี ‘รัก’ หรือมี ‘รอด’ กันนะ! นิยายแปลจีนโบราณ โรแมนติก-คอเมดี้ สุดฟิน จิกหมอนไปขำไป! จู่ๆ ‘เล่อเหยาเหยา’ เด็กสาวที่ข้ามเวลามาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ฟื้นขึ้นมาในร่างของผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นขันที ใช้ชีวิตอยู่ในยุคเทียนหยวนที่ไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ แถมยังได้รับหน้าที่ปรนนิบัติ ‘เหลิ่งจวิ้นอวี๋’ ท่านอ๋องแห่งวังรุ๋ยอ๋อง ผู้ที่อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แย้มยิ้มสนทนาขณะสังหารคนโดยไม่กะพริบตา จนทุกคนต่างขนานว่า ‘พญายม’ ทั้งยังมีเสียงเล่าลือกันอีกว่า รุ่ยอ๋องคนนี้เกลียดชังผู้หญิง ชนิดที่ห้ามผู้หญิงเข้าใกล้เกินห้าก้าว! ทว่า วันหนึ่งพญายมเกิดสนใจในตัวเธอขึ้นมา เธอจะทำเช่นไร เพื่อรักษาชีวิต และความลับที่ว่าแท้จริงแล้วเธอคือ ‘ผู้หญิง’ …รวมไปถึง เรื่องที่จู่ๆ ผู้หญิงในร่างขันทีน้อยคนนี้เกิดตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิดได้เสียนี่! สวรรค์! ได้โปรดให้ฟ้าผ่าแล้วพาเธอกลับไปโลกเดิมที!

นิยายแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน