นครแห่งบาป City of Sin – ตอนที่ 157 พรีสต์

นครแห่งบาป City of Sin

นครแห่งบาป – City of Sin

เล่ม 2 ตอนที่ 157 พรีสต์

อย่างไรก็ตาม กลับหลงเหลือชายอยู่ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางศพที่ยุ่งเหยิง เขาเป็นชายผู้มีลักษณะที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่มีร่างกายธรรมดาทั่วไป ทว่าร่างกายที่แข็งแรงของเขาในเวลานี้ทําให้เขายืนสูงราวกับหอคอยเหล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางวิหาร เขาสวมเสื้อคลุมสีแดงที่กําลังเปล่งแสงออกมา เมื่อมองไปที่ศีรษะที่ไร้เส้นผมของเขาก็จะเห็นว่ามันมันวาวมาก และหนวดบนใบหน้าก็มีความหนาทว่าแต่ละเส้นไม่ยาวมากนัก ในเวลานี้มือขวาของเขากําลังถือไม้เท้าขนาดใหญ่ซึ่งมีผลึกสีขาวอันทรงพลัง กําลังเปล่งประกายพลังอยู่จากด้านบนสุดของไม้

แม้ว่าริชาร์ดจะไม่ได้สังเกตหนวดสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของชายผู้นี้ แต่พลังที่ชายผู้นี้เปล่งออกมาก็สามารถบอกริชาร์ดได้เป็นอย่างดีว่าชายผู้นี้คือใคร เขาคือเอสเซียนพรีสต์ของวิหารแห่งความกล้าหาญ

เคลริคทั้งหมดที่เข้าร่วมในพิธีต้องจบชีวิตลงเพราะไฟร์บอลของริชาร์ด แต่พลังของไฟร์บอลกลับไม่สามารถทําอะไรเอสเซียนได้ เขาพึ่งพาพลังป้องกันจากพรอันศักดิ์สิทธิ์ทว่าเขาก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันพอที่จะช่วยสหายของตนเองเอาไว้

เอสเซียนจ้องหน้าริชาร์ดก่อนจะชี้ไม้เท้าไปที่เขาพร้อมทั้งอุทานออกมาเสียงดังลั่น

“ปีศาจที่น่ารังเกียจจากเพลนอื่น! ความโลภและความบ้าบิ่นของเจ้าจะทําให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานอย่างไม่รู้จบ…”

คําพูดแรกของเอสเชียนดังกึกก้องไปทั่ว เสียงของเขาดังขี้นราวกับคนหลายพันคนกําลังตะโกนออกมาพร้อมกันและทันใดนั้นปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นตามมา ก่อนที่เขาจะพูดจบ รูปปั้นของเนเอียนที่เอนเอียงก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆกลับสู่ตําแหน่งเดิม

ความหวาดกลัวที่ยากเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคําพูดได้เกิดขึ้นกับริชาร์ดอย่างฉับพลัน ทว่าทันใดนั้นโฟลว์แซนด์ก็ตะโกนขึ้นมาจากด้านหลังซึ่งเป็นการกระตุ้นสติให้เขาได้เป็นอย่างดี “อย่าปล่อยให้เขาทํามันได้สําเร็จ! ตอนนี้พลังของข้าถูกระงับ !”

วอเตอร์ฟลาวเวอร์พยายามหลบหลีกเหล่าพาลาดินแล้วทะยานตัวเองไปยังพรีสต์ที่อยู่ตรงหน้าทว่าริชาร์ดก็ตะโกนห้ามอ อกมาในทันที “วอเตอร์ฟลาวเวอร์! กลับมา!” เมื่อได้ยิน เสียงของริชาร์ดนางก็สะดุ้งโหยงสุดตัว คําสั่งของริชาร์ดเป็นสิ่งที่นางต้องทําตามตามสัญชาตญาณโดยไม่มีข้อแม้ ดังนั้น นางจึงพลิกตัวกลับไปจัดการกับพาลาดินดังเดิมอย่างรวดเร็ว ความกะทันหันที่เกิดขึ้นทําให้ดาบในมือของนางแทงใส่หน้าของพาลาดินผู้หนึ่งเข้าอย่างจังเพราะเขาไม่ทันตั้งตัว

ในเวลาเดียวกัน ไฟร์บอลพุ่งออกจากมือของริชาร์ดโดยเขาพุ่งเป้าไปที่ด้านซ้ายของเอสเซียน มันทะยานลงโดยไม่เกิดการระเบิดแต่ยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นพลังงานทําลายล้างที่เติบโตขึ้นอย่างรุนแรงนี้ เป็นไฟร์บอลที่ชะลอการระเบิดอีกลูกหนึ่ง !

เอสเซียนย่อตัวลงแต่เขายังคงเปล่งบทสวดออกมาอย่างต่อเนื่อง พลังศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นในวิหารแห่งนี้มานานหลายปี ถูกกระตุ้นด้วยเสียงของเขาก่อนที่จะมารวมตัวตรงหน้าไม้เท้าในมือเขา คริสตัลเริ่มเปล่งแสงสีขาวนวล มันเติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพร้อมและใกล้จะระเบิดออกมาเต็มที

ไฟร์บอลอีกลูกถูกส่งลอยผ่านเขาไปก่อนที่จะตกลงที่ด้านขวาของเขา แน่นอนว่ามันยังคงไม่ระเบิดอีกเช่นเดิม และเพียงเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น ไฟร์บอลลูกที่ 3 ก็ถูกส่งออกมาอีกครั้งซึ่งในครั้งนี้มันตกลงที่ด้านหน้าของเอสเซียนทว่ามันไม่ได้ ชะลอตัวเหมือน 2 ลูกก่อนหน้านี้อีกต่อไป ไฟร์บอลทั้ง 3 ลูกรวมตัวกันจนเกิดเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมที่ล้อมตัวของเอสเซียนไว้ตรงกลาง

เอสเซียนเลิกคิ้วขึ้นก่อนที่จะมองไปยังภาพตรงหน้าของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทําให้เขาแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ เขารู้สึกตกใจจนเสียงที่ท่องบทสวดก่อนหน้านี้เงียบลง ทุกอย่างถูกระงับในฉับพลันราวกับว่าระเบิดที่มีเวทมนตร์นั้นมีพลังแก่กล้าจนครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่

*ตูม !* คลื่นจากไฟร์บอล 3 ลูกระเบิดออกมาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว คลื่นความร้อนกระจายออกไปทั่ววิหารจนทําให้พาลาดินที่อยู่ใกล้เอสเซียนกระเด็นลอยออกไปไกล แม้แต่ริชาร์ดที่อยู่ด้านนอกวิหารยังสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่เกิดขึ้น เขากัดฟันแน่นเพื่อทนกับอาการวิงเวียนที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียมานา ทว่าไฟร์บอลลูกที่ 4 ในมือของเขาก็ยังปรากฏขึ้นมาและเขาก็ปล่อยมันออกไปอย่างรวดเร็ว

ลําแสงที่หนาและสว่างประกายขึ้นมาจากจุดศูนย์กลางของการระเบิดก่อนที่มันจะกระจายออกและดับไฟเวทมนตร์ที่เกิดขึ้น ร่างของเอสเซียนถูกเผยให้เห็นอีกครั้งหลังจากเพลิงที่ล้อมรอบตัวของเขาได้กระจายหายไป เขายังคงยืนอยู่ด้านหน้าแท่นบูชาและยกไม้เท้าในมือของตนเองขึ้นมา แม้ว่ามันจะไม่มีแสงศักดิ์สิทธิ์รายล้อมตัวเขาเหมือนก่อนหน้านี้ทว่าเขายังคงรักษาความงดงามในตัวเองได้เช่นเดิมจนดูเหมือนว่าเขาเป็นผู้สืบทอดจากเทพแห่งความกล้าหาญ

พรีสต์หันกลับมามองปีศาจที่น่ารังเกียจที่มาจากเพลนอื่นอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เขามองเห็นกลับเป็นเพียงลูกไฟที่ถูกส่งมาทางเขา มันค่อยๆขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็อยู่ระดับสายตาของเขาอย่างชัดเจน!

*ตูม !* เสียงระเบิดที่ดุเดือดดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เสียงอีกเสียงหนึ่งจะดังแทรกขึ้น “ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าทุกคน!”

ร่างของเอสเซียนกระเด็นขึ้นไปบนอากาศก่อนกระแทกเข้าที่รูปปั้นของเนเอียนอย่างแรงจนทําให้รูปปั้นกลับไปเอียงอีกครั้ง เกิดเสียงคํารามอึกทึกครึกโครมในขณะที่รูปปั้นพังทลายลงอย่างช้าๆ รังสีศักดิ์สิทธิ์หลายดวงกะพริบออกมาจากร่างของเอสเซียนที่อยู่ตรงกลางของซากปรักหักพังก่อนที่เขาจะกระโจนตัวขึ้น เพื่อออกไปทางประตูด้านหลังโบสถ์แล้วหายไปท่ามกลางความมืด

ริชาร์ดจ้องมองเอสเซียนที่หนีออกไปด้วยความประหลาดใจ การโจมตีเมื่อครู่ได้สอนให้เขารู้หลายอย่างเกี่ยวกับการเอาตัวรอดของพรีสต์ระดับสูง ในเวลานี้เขาถึงกับต้องสูญเสียมานาไปเพราะเขาร่ายไฟร์บอลออกมามากถึง 6 ลูกติดกัน จนทําให้เขาไม่สามารถตามล่าพรีสต์ผู้นั้นได้

เมื่อพรีสต์เอสเซียนได้หลบหนีออกไปแล้ว พาลาดินทั้ง 6 คนที่อยู่ในระดับ 8 ก็ไม่ใช่ศัตรูของเขาอีกต่อไป โฟลว์แซนด์จัดการรักษาอาการบาดเจ็บของแกงดอร์และคนอื่นๆ ที่เหลือทันทีด้วยการใช้คาถาฮีลระดับธรรมดา เป็นเพราะในตอนนี้พลังทําลายล้างของวิหารยังคงระงับความสามารถของนางไว้จึงทําให้นางใช้ความสามารถได้อย่างจํากัด และหากไม่ใช่เพราะหนังสือแห่งกาลเวลา นางก็คงจะไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยของคนในกองทัพได้

ในเวลานี้ริชาร์ดที่อยู่คนเดียวได้ดึงดาบของเขาเองออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังสนามรบอีกครั้งหลังจากที่เขาฟื้นจากความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าเขาจะเหลือมานาอีกไม่มาก แต่เขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้ตราบใดที่เขายังมีดาบอยู่ในมือ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งแกงดอร์และวอเตอร์ฟลาวเวอร์เองต่างก็ได้สํารวจรอบๆ ไว้เป็นอย่างดีแล้ว นั่นทําให้ไม่มีโอกาสที่จะหลงเหลือศัตรูอยู่ด้านหลังอย่างแน่นอน เป็นเพราะพวกเขาทั้งสองได้ฝึกอยู่ในค่ายแห่งความตายจึงทําให้เหยื่อของพวกเขาไม่มีโอกาสหลบซ่อนจากสายตาของพวกเขาได้ง่ายๆ

ควันและฝุ่นกระจัดกระจายตัวออกไปในขณะที่ริชาร์ดหันไปทางด้านหลังและแสงไฟก็ดึงดูดความสนใจของเขาในทันที เศษหินกองหนึ่งตกลงมาบนแท่นบูชาหลังจากที่รูปปั้นทรุดตัว ลงจนเกือบจะฝังมันไว้ ทว่าภายในนั้นกลับมีแสงที่เล็ดลอดออกมาจากมุมหนึ่งของเศษกระดาษที่อยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ริชาร์ดเดินตรงไปด้านหน้าซากปรักหักพังเพื่อซื้อบางอย่างที่อยู่ใต้นั้นออกมา กลไกที่ซับซ้อนของแท่นบูชาถูกทําลายโดยไฟร์บอลของเขาจนทําให้ในเวลานี้มันไม่สามารถที่จะใช้งานได้อีกต่อไป แม้เขาจะไม่สามารถจดจําสัญลักษณ์ที่จารึกไว้บนนั้นได้และคาถานี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขารู้จัก แต่ตรงนี้ก็มีสิ่งที่เขาสนใจมากอยู่ซึ่งก็คือชิ้นส่วนของกระดาษแผ่นนั้น

กระดาษแผ่นนั้นมีขนาดแผ่นที่ใหญ่ผิดปกติและทําจากวัสดุที่เขาไม่รู้จัก มันถูกวางไว้ตรงกลางของแท่นบูชา ด้านหนึ่งของกระดาษเป็นรอยขรุขระซึ่งทําให้เห็นได้ชัดว่ามันถูกฉีกออกมาจากหนังสือ ทว่าบนกระดาษแผ่นนี้กลับมีแต่ความว่างเปล่า แม้แต่รูปปั้นเทพเจ้าแห่งความกล้าหาญยังถูกทําลายด้วยการปล่อยไฟร์บอลติดต่อกัน 6 ลูก แต่กระดาษแผ่นนี้กลับไม่บุบสลายเลยแม้แต่นิดดียว

นครแห่งบาป City of Sin

นครแห่งบาป City of Sin

Status: Ongoing
เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับสายเลือดของเอลฟ์และปีศาจ ต้องเดินบนสมรภูมิแห่งการทำลายล้าง เพื่อที่จะลากพวกที่สูงส่งให้ลงมา วันหนึ่งเมื่อเขาสำรวจรอบๆตัวเอง และจะพบว่า—-ไม่หลงเหลือศัตรูให้ฆ่าอีก

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน