หนี้รัก วิวาห์จำเป็น – บทที่ 235 แค่ฝันร้าย

หนี้รัก วิวาห์จำเป็น

เจี่ยนอี๋นั่วตั่วสั่นและรีบวิ่งไปที่ประตู เมื่อเดินไปถึงหน้าประตูเจี่ยนอี๋นั่วก็ไม่ได้ยินอะไรเลย ในห้องเงียบมาก เธอกำลังจะวิ่งไปบอกเหลิ่งเซ่าถิงว่าเจี่ยนซวงหายตัวไป ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเล็กๆของเจี่ยนซวงดังออกมาจากห้องนั่งเล่น

เจี่ยนอี๋นั่วหายใจเข้าลึกๆ หันกลับมาทันทีและเดินโซเซไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว

เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วไปถึงบันไดที่ชั้นสองและโผล่หัวออกมา เธอก็เห็นเจี่ยนซวงและลั่วหยางกำลังเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่น เจี่ยนอี๋นั่วทรุดตัวลงกับพื้น หายใจเข้าและหลับตาลงอย่างแรง จากนั้นเจี่ยนอี๋นั่วก็พิงกำแพง ทำหน้าบึ้งและค่อยๆเดินไปหาเจี่ยนซวงที่ห้อง

“มันเป็นแค่ฝันร้าย…..มันเป็นแค่ฝันร้ายจริงๆ….. ” เจี่ยนอี๋นั่วย้ำประโยคนี้อย่างมีสติและหวาดกลัว

ตอนนี้เธอสับสนมากจนไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเจี่ยนซวงและลั่วหยางยังไง เด็กทั้งสองยังเด็กเกินไปที่จะแบกรับความตื่นตระหนกและหวาดกลัวของเธอ เจี่ยนอี๋นั่วแค่อยากจะซ่อนตัว ไม่คิดอะไร พยายามทำให้เธอลืมฝันร้ายที่ผ่านมา

“ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?” เหลิ่งเซ่าถิงถามเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วเห็นเจี่ยนอี๋นั่วน้ำตานอง

เจี่ยนอี๋นั่วเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธออย่างแรงและส่ายหัว: “ไม่มีอะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องห่วงหรอก”

เหลิ่งเซ่าถิงเดินไปด้านข้างของเจี่ยนอี๋นั่ว ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเจี่ยนอี๋นั่ว ขมวดคิ้วและถามว่า: “ตกลงเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงปิดบังฉัน?”

เจี่ยนอี๋นั่วหายใจเข้าลึกๆและอดไม่ได้ที่จะร้องไห้เสียงดัง: “ฉัน ฉันฝันร้าย มันน่ากลัวมาก”

เมื่อมาถึงจุดนี้ เจี่ยนอี๋นั่ววิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของเหลิ่งเซ่าถิง ร้องไห้และพูดว่า: “อย่าถามฉันอีกเลย ฉันไม่อยากฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก เซ่าถิง เธอหาคนมาดูแลเด็กสองคนนี้กับเธอเพิ่มเถอะ ฉันจะไม่ว่าอีกแล้วต่อให้มีคนแอบดูเราอยู่ตลอด ขอแค่พวกเธอปลอดภัยก็พอ”

แม้ว่าเจี่ยนอี๋นั่วจะไม่ได้บอกว่าเธอฝันถึงอะไร เหลิ่งเซ่าถิงก็สามารถเดาฝันร้ายของเจี่ยนอี๋นั่วได้ เขากอดเจี่ยนอี๋นั่วไว้ในอ้อมแขนและหายใจเข้าลึกๆ พร้อมพูดว่า: “ฉันรู้แล้ว ฉันจะพยายามปกป้องพวกเธอให้ได้ ฉันจะ……”

ก่อนที่เหลิ่งเซ่าถิงจะพูดจบ โทรศัพท์ในห้องของเขาก็ดังขึ้น ตั้งแต่เจี่ยนอี๋นั่วมรอยู่กัยเหลิ่งเซ่าถิง เธอแทบไม่ได้ยินเหลิ่งเซ่าถิงคุยโทรศัพท์ หลิ่งเซ่าถิงได้สั่งให้ใครบางคนอย่าโทรหาเขาบ่อย เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหันต้องมีบางอย่างที่สำคัญ

การแสดงออกของเหลิ่งเซ่าถิงก็เปลี่ยนไปทันที ขมวดคิ้วทันทีและเดินไปที่ห้องของเขา เขาก้าวไปเพียงก้าวเดียว เจี่ยนอี๋นั่วก็เดินตามเหลิ่งเซ่าถิงทันทีและยื่นมือออกไปเพื่อสนับสนุนเหลิ่งเซ่าถิง เหลิ่งเซ่าถิงหันไปมองเจี่ยนอี๋นั่วและพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เจี่ยนอี๋นั่วพยุงเขากลับไปที่ห้อง

หลังจากกลับมาที่ห้อง เจี่ยนอี๋นั่วก็รีบเอาโทรศัพท์ส่งให้เหลิ่งเซ่าถิงทันที เหลิ่งเซ่าถิงรับโทรศัพท์และถามขึ้นว่า: “มีอะไรหรือเปล่า?”

หลังจากนั้น เหลิ่งเซ่าถิงก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นและมีสีหน้าแปลกๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาดูเศร้า แต่ก็ดูโล่งใจเล็กน้อย

“ฉันถามได้ไหม เกิดอะไรขึ้นหรอ?” เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วและมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิงถามอย่างเร่งรีบ

เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้ายกมือขึ้นลูบหัวเจี่ยนอี๋นั่ว จากนั้นพยักหน้าเบาๆ : “ถามได้สิ เพราะเรื่องนี้มันก็เกี่ยวกับเธอ”

“เรื่องอะไร? เกี่ยวกับเหลิ่งหมิงอันหรอ?” เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วและถาม

เหลิ่งเซ่าถิงส่ายหัว มองไปที่เจี่ยนอี๋นั่วและพูดเบาๆว่า: “พี่ของฉัน เจอศพของเหลิ่งอวิ๋นเซียวแล้ว”

เจี่ยนอี๋นั่วสูดลมหายใจ จากนั้นกัดริมฝีปากแน่น เธอกระพริบตาช้าๆ จากนั้นก็ร้องไห้ กุมหน้าอกของเธอ: “เหลิ่งอวิ๋นเซียวเป็นคนฆ่าพ่อของฉัน”

เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้าและพูดว่า: “นอกจากนี้เหลิ่งอวิ๋นเซียวยังพยายามที่จะเอาหัวใจฉันไป ย่าส่งคนไปตามล่าเขา เวลาไม่กี่ปีและร่างของเขาก็ถูกโยนลงทะเล หายากด้วยเหตุนี้เชือกที่มัดศพจึงเปียกโชกในน้ำทะเลและร่างของเขาก็ลอยขึ้นมาเพราะตอนนั้นเขาถูกห่อด้วยถุงใส่ศพแร่างกายของเขาก็ยังคงสภาพเดิมแฉันอาจจะต้องไปที่นั่นเพื่อตรวจศพ ถ้ามันตรงกับดีเอ็นเของฉัน นั่นแสดงว่าเป็นเขา”

เจี่ยนอี๋นั่วตะลึงไปชั่วขณะและพูดทันทีว่า: “ฉันอยากไปด้วย”

เหลิ่งเซ่าถิงขมวดคิ้วและมองไปที่เจี่ยนอี๋นั่ว: “สภาพจิตใจเธอตอนนี้ไปได้หรอ? ฉันว่าเธออย่าไปดีกว่า เขาเป็นพี่น้องฝาแฝดของฉัน ฉันกลัวว่าถ้าเธอไปเห็นเขาแล้วจะยิ่งเกลียด และมันจะมากระทบกับความสัมพันธ์ของเรา ”

เจี่ยนอี๋นั่วส่ายหัวและพูดอย่างรีบร้อน: “ไม่ ฉันจะไปดู ฉันแยกพวกเธอออกได้ ตอนนั้นฉันแยกออก ตอนนี้ฉันก็แยกได้เหมือนกัน ฉันแค่อยากไปเห็นกับตา คนที่ฆ่าพ่อของฉัน ตกลงมันรูปร่างยังไง ครั้งก่อนเห็นไม่ชัด อยากไปเห็นกับตาว่าคนที่ฆ่าพ่อฉันมันตายแล้วจริงๆ”

เหลิ่งเซ่าถิงมองไปที่เจี่ยนอี๋นั่วที่เต็มไปด้วยน้ำตา พยักหน้าเบาๆและพูดว่า: “ถ้าเธออยากไป งั้นก็ไปด้วยกัน หาคนมาช่วยดูเด็กๆ ไปกันวันนี้เลยแล้วรีบกลับมาตอนค่ำๆ”

เจี่ยนอี๋นั่วพยักหน้าและกัดริมฝีปากของเธอ: “โอเค”

หลังจากที่เจี่ยนอี๋นั่วพูดจบ เหลิ่งเซ่าถิงก็ยกมือขึ้นและจับมือของเจี่ยนอี๋นั่ว เจี่ยนอี๋นั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่เธอเห็นศพพ่อของเธอในห้องเก็บศพ มันเป็นฝันร้ายที่เธอไม่กล้านึกถึง เจี่ยนอี๋นั่วอยากยืนยันว่าเหลิ่งอวิ๋นเซียวตายแล้วจริงๆ เธอก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองได้แล้วเหมือนกันใช่ไหม?

เด็กทั้งสองคนเป็นเด็กดี เมื่อได้ยินว่าเจี่ยนอี๋นั่วกับเหลิ่งเซ่าถิงจะออกไปข้างนอก พวกเขาก็ไม่ได้งอแงแต่แค่พูดด้วยแววตาที่น่าสงสาร: “แม่ต้องรีบกลับมานะ ห้ามโกหกซวงซวง ซวงซวงรออยู่นะ อย่าลืมซวงซวง”

เจี่ยนอี๋นั่วพยักหน้ายิ้ม จากนั้นหันกลับมาและขึ้นรถไปพร้อมกับเหลิ่งเซ่าถิง เมื่อรถขับออกไป เจี่ยนอี๋นั่วยังคงมองกลับไปที่บ้าน เธอโบกมือให้เจี่ยนซวงจากหน้าต่างรถ

เจี่ยนอี๋นั่วพูดเบาๆ : “ฉันเคยเป็นแบบนี้…… ”

เหลิ่งเซ่าถิงหันหน้าไปมองเจี่ยนซวงที่โบกรถอยู่ข้างหลังตลอดเวลาและถามว่า: “เธอเหมือนซวงซวงหรอ? ”

เจี่ยนอี๋นั่วพยักหน้า: “เหมือนกันเลย พ่อทำงานยุ่งมาก ไม่มีเวบาดูแลฉัน เวลาที่อยู่ด้วยกันน้อยมาก ช่วงนั้นฉันกับ……”

เจี่ยนอี๋นั่วพูดถึงตรงนี้เธอก็หยุด ไม่รู้ว่าจะใช้คำอะไรมาอธิบายเจี่ยนฮุยฮุยกับเฮ่อเยี่ยนหง ทั้งสองคนเป็นญาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อ ตอนนี้อีกคนตายแล้วและอีกคนเจี่ยนอี๋นั่วเองก็ไม่ได้สนใจว่าเธอจะเป็นยังไง

หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เจี่ยนอี๋นั่วถอนหายใจและพูดว่า: “ฉันเข้ากับพวกเขาได้ไม่ดี ถึงแม้ฉันจะอารมณ์รุนแรง พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรฉัน แต่มันก็ยังรู้สึกอึดอัดในใจ ทำไมตอนฉันไม่สบายถึงไม่มีใครสนใจ? ฉันต้องแบกมันไว้เอง เมื่อถึงวันเกิดฉันก็เฝ้ารอเค้กจากพ่อ แค่นี้ก็คงพอแล้ว ต่อให้เขาจะยุ่งแค่ไหน เขาก็จะไม่พลาดงานวันเกิดของฉัน แต่สุดท้าย……เขาก็……..”

เจี่ยนอี๋นั่วพูดถึงตรงนี้ยกมือขึ้นปิดหน้าและเริ่มร้องไห้ ความเศร้าไม่สามารถหายไปตามกาลเวลาได้ แต่เมื่อวันหนึ่งสิ่งอื่นๆที่ยึดครองเวลาของเธอหยุดลงและฝุ่นบนหัวใจของเธอก็ถูกพัดออกไปเธอจะยังคงรู้สึกเศร้ากับเรื่องนี้และบาดแผลก็ยังคงมีเลือดไหล

เหลิ่งเซ่าถิงหันกลับมากอดเจี่ยนอี๋นั่วและพูดเบาๆว่า: “อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอเจอแล้ว เธอยังร้องน้อยไปด้วยซ้ำ”

เจี่ยนอี๋นั่วร้องเสียงดัง: “ฉันคิด……ฉันคิดถึงพ่อมาก……ตอนนี้ฉันเป็นแม่และภรรยา คงเป็นลูกสาวใครไม่ได้อีก ต่อจากนี้ฉันไม่มีแม่ และไม่มีพ่ออีกแล้ว……”

เหลิ่งเซ่าถิงยกมือขึ้นโอบไหล่เจี่ยนอี๋นั่วและกอดไว้อย่างแรง เจี่ยนอี๋นั่วร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาและทำได้เพียงแค่พิงไหล่ของเขา

หลังจากเจี่ยนอี๋นั่วและเหลิ่งเซ่าถิงออกจากรถ ดวงตาของเธอก็แดงตลอดเวลา แต่เธอก็สงบลง ก่อนที่เหลิ่งเซ่าถิงจะเดินเข้าไปในห้อง เขายกมือขึ้นเพื่อหยุดเจี่ยนอี๋นั่ว: “ได้ยินจากตรงนี้ก็พอแล้ว เจี่ยนอี๋นั่วเธอไม่จำเป็นต้องไปเห็นอะไรแบบนี้”

เจี่ยนอี๋นั่วส่ายหัวและมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิง: “ฉันอยากไปยืนยันว่าเขาคือเหลิ่งอวิ๋นเซียว และปมในใจของฉันก็จบลง ตั้งแต่เขาตายไปความเกลียดชังของฉันกับเขาก็จบลง แต่ฉันต้องให้เธอเข้าไปเพราะเขาเป็นพี่ชายของเธอ ฉันจะไปกับเธอเพราะเขาเป็นญาติของเธอ ”

เหลิ่งเซ่าถิงหัวเราะเบาๆและยกมือขึ้นแตะแก้มของเจี่ยนอี๋นั่ว: “ไม่ต้องไปดู สภาพของเขาตอนนี้คงเหมือนสภาพตอนฉันตาย ไม่อยากให้เธอเห็นภาพแบบนี้ ไม่อยากให้เธอมีภาพจำตอนฉันตาย ไม่ต้องเป็นห่วง การตายของเขา สำหรับฉันแล้วเป็นแค่เรื่องเล็ก รอฉันอยู่ตรงนี้แหละ ฉันเข้าไปแปปเดียวก็จะออกมา”

เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิง และในที่สุดก็พยักหน้า: “ก็ได้ งั้นฉันจะรอตรงนี้”

เหลิ่งเซ่าถิงจูบหน้าผากของเจี่ยนอี๋นั่ว จากนั้นหันไปหาคนรอบข้างและพูดว่า: “ดูแลเธอดีๆ”

จากนั้นเหลิ่งเซ่าถิงก็เปิดประตูเดินเข้าไป พอเดินเข้าไปผ้าขาวก็ถูกเปิดออก เมื่อผ้าขาวถูกเปิดออกกระดูกแห้งๆข้างในก็ค่อยๆโผล่ออกมา

“หลังจากการเปรียบเทียบตัวตนของเขา เขาคือพี่ชายของคุณ เหลิ่งอวิ๋นเซียว” คนข้างๆเหลิ่งเซ่าถิงพูดขึ้นทันที

เหลิ่งเซ่าถิงมองลงไปมือที่หักของโครงกระดูก ถอนหายใจเบาๆ: “พี่ชาย เราเจอกันอีกแล้ว”

หนี้รัก วิวาห์จำเป็น

หนี้รัก วิวาห์จำเป็น

Status: Ongoing
เหลิ่งเซ่าถิง เป็นบอสใหญ่ที่กุมอำนาจทั้งหมดของบริษัทไว้ในมือ เป็นบุคคลสำคัญของธุรกิจ ซ้ำยังมีหน้าตาที่หล่อเหลา แต่เขากลับต้องมาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องมีสภาพกลายเป็นผัก เจี่ยนอี๋นั่ว เป็นลูกสาวของประธานแห่งเจี่ยนกรุ๊ป เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง นิสัยอ่อนโยน และรักกับแฟนหนุ่มมา3ปีแล้ว แต่เพราะอาการป่วยของพ่อ ทำให้เจี่ยนกรุ๊ปล้มละลาย เธอต้องแบกรับหนี้หลายสิบล้านเพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้นภายใต้เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์นี้ ทำให้เจี่ยนอี๋นั่วต้องมาเป็นภรรยาถูกต้องตามกฏหมายของเหลิ่งเซ่าถิง ซึ่งเธอไดแต่คิดว่าจะต้องอยู่กับคนที่สภาพเหมือนผักแบบนี้ไปตลอดชีวิต แต่กลับไม่รู้ว่าเขานั้นฟื้นแล้ว และแค่รอให้ ‘ปฏิหาร’เกิดขึ้นอีกครั้ง………

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน