ฉันเป็นเศรษฐีอสังหาฯในวันสิ้นโลก – ตอนที่ 388 ไม่รบกวน

ฉันเป็นเศรษฐีอสังหาฯในวันสิ้นโลก

ตอนที่ 388 ไม่รบกวน

ตอนที่ 388 ไม่รบกวน

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรเหรอ?” สือจื่อจิ้นถาม

“ไม่สำคัญแล้ว ช่วงนี้ฉันจะให้ห้องหน่วยรักษาความปลอดภัยใช้กล้องวงจรปิดคอยติดตามพิกัดของเจียงถงตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ฉันจะให้หลิงอวี่คอยตามเธอให้มากที่สุดเช่นเดียวกัน แม้ว่าเธอจะออกจากเถาหยาง ฉันก็สามารถติดตามเธอได้” ซูเถาส่ายหัว

เมื่อหลิงอวี่ได้ยินชื่อของมัน มันก็หันศีรษะไปมองทันที “มีเรื่องอะไร มีเรื่องอะไร?”

ซูเถาส่งสตรอว์เบอร์รีให้มันและพูดต่อ

“เหมือนว่าฉันต้องไปที่ฐานการวิจัยโดยเร็วที่สุดเพื่อไปดูโบนวิงส์ และขอคำแนะนำจากเสิ่นเวิ่นเฉิง”

ดังนั้นในคืนนี้ สือจื่อจิ้นจึงไม่มีเวลาว่างที่จะไปเดินเล่นหรือดูละครแล้ว

เขานึกถึงปัญหาที่ร้ายแรง เพราะว่าในอนาคตตงหยางหรือทางใต้ทั้งหมดอาจไม่สามารถแบกรับภัยพิบัติที่เกิดจากโบนวิงส์ตัวที่สองได้อีกต่อไป

ตอนนี้เขายังไร้ค่า แม้แต่ลมกระโชกเล็กน้อยก็สามารถพัดเขาออกไปได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นวีรบุรุษได้อีกต่อไป แต่นอกเหนือจากเขาแล้ว ตงหยางก็ไม่มีใครที่สามารถต่อสู้กับโบนวิงส์ได้

และเมื่อมีโบนวิงส์ตัวที่สอง ก็อาจจะมีตัวที่สาม สี่…

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือมนุษย์อยู่ในแสงสว่าง ส่วนพวกมัน…อยู่ในความมืด

มันเหมือนกับการเดินอยู่บนพื้นน้ำแข็งบาง ๆ หรือกำลังยืนอยู่บนหน้าผา

หลินฟางจือลุกขึ้นเพื่อเข้าห้องน้ำกลางดึก และเห็นทีวีในห้องนั่งเล่นเปิดอยู่ แต่พลตรีสือกลับยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดการดูทีวีทุกวันจึงต้องกังวลขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่าละครทีวีในวันนี้มันไม่สนุก

แต่ช่างเถอะ เขารีบเข้านอนดีกว่าเพราะว่าพรุ่งนี้มีคนจากทางตอนเหนือมาซื้อเสบียง…

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเถาไปประชุมที่ตงหยางเหมือนทุกวัน แต่ยากมากที่จะได้เจอคนรู้จักในห้องประชุมอย่าง…กู้หมิงฉือ

ยกเว้นหัวหน้าเขตเหลียงที่มีสายตาเย็นชา เขาไม่ได้พูดอะไรมาก และยอมรับในคุณสมบัติของกู้หมิงฉือ เพื่อเข้าร่วมการประชุม เพราะท้ายที่สุด ยังมีผู้คนจำนวนมากในเขตตะวันออกที่ฟังเขา หากไม่มีเขา แผนการควบรวมเขตตะวันออกก็คงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

เขตตะวันออกทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ 390,000 ตารางเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับที่ซูเถาประมาณการณ์เอาไว้ที่ 400,000 ตารางเมตร ซูเถาคำนวณจำนวนผลึกนิวเคลียสที่ต้องการในใจของเธอ ซึ่งต้องใช้เกือบ 4,000 อัน

ตัวเลขนี้ทำให้เธอหัวใจเกือบวาย จนคนแถวนั้นเกือบได้ช่วยชีวิต

มันยากเกินไป ยากเกินไปจริง ๆ ในการเข้าควบรวมเขตตะวันออกให้สำเร็จ หรือเธอต้องไปทำการปล้นที่เขตชายฝั่ง?

การประชุมสัมมนาดำเนินไปเกือบ 1 ชั่วโมง หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง หัวหน้าเขตเซี่ยออกมาส่งซูเถากลับด้วยความขอบคุณ

กู้หมิงฉือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูโดยไม่พูดอะไร

“…ผมมีเรื่องต้องจัดการต่อ หรือยังไงแล้วรบกวนบอสกู้ไปส่งเถ้าแก่ซูหน่อยได้ไหม?” หัวหน้าเขตเซี่ย

“อืม” กู้หมิงฉือตอบรับในลำคอ

ซูเถาก็ไม่ได้รู้สึกเกรงใจแต่อย่างใด เธอเข้าไปในรถและกำลังจะอธิบายเหตุผลว่าทำไมครั้งก่อนเธอถึงกดตัดสาย ทว่ากู้หมิงฉือก็ชิงโจมตีเธอก่อน

“คุณตัดสายผมทำไม”

“จู่ ๆ ก็มีเรื่องด่วนน่ะ กว่าฉันจะสะสางเสร็จมันก็ค่ำแล้ว ฉันก็เลยไม่กล้ารบกวนคุณ” ซูเถาพูดตามความจริง

“ไม่รบกวน” กู้หมิงฉือพูดด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

พระเจ้ารู้ดีว่าเพราะหลังจากเธอตัดสายเขาทิ้ง เขาก็รอให้เธอโทรกลับทั้งคืน และไม่มีคำว่ารบกวนอยู่ในหัวสักนิด

ซูเถาเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง “บอสกู้ คุณก็เห็นว่าแผนการควบรวมเขตตะวันออกไม่ใช่เรื่องของฉันคนเดียว ในฐานะผู้นำ คุณก็ควรสนับสนุนผลึกนิวเคลียสใช่ไหม? หัวหน้าเขตเซี่ยยากจนมาก ตอนนั้นเขาก็ยังใช้เงินทั้งหมดที่เขามีเพื่อช่วยสนับสนุนการก่อสร้างในตอนนั้น”

เจียดออกมานิดหน่อยก็ยังดี!

กู้หมิงฉือกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่จำเป็นให้คุณพูดหรอก เมื่อเริ่มแผนการทำงาน ผมมีเท่าไหร่ก็จะมอบให้คุณเท่านั้น อีกอย่างคุณต้องทำการขนส่งยาใช่ไหม ผมสามารถส่งขบวนรถที่ไว้ใจได้ไปคุ้มกันยาของคุณที่จะส่งไปยังชายฝั่งทางเหนือ ทางตะวันตก หรือแม้แต่อีกฝั่งของมหาสมุทรได้”

ดวงตาของซูเถาเป็นประกายขึ้นมาทันใด

“ฉันเชื่อในการทำงานของคุณนะบอสกู้ เมื่อถึงเวลาฉันจะสร้างบ้านส่วนตัวให้คุณ รับรองว่าคุณต้องพอใจ”

กู้หมิงฉือรู้สึกว่าน้ำเสียงที่ร่าเริงของเธอนั้นน่าฟังเป็นพิเศษ เวลาผู้หญิงอารมณ์ดี ทุกอย่างก็ราบรื่นแบบนี้นี่เอง

เขาขับรถไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าถนนที่ทรุดโทรมข้างหน้าดูสบายตาผิดปกติ จากนั้นเขาก็พูดกับเธอต่อ “คนที่โจมตีเถาหยางครั้งล่าสุดมาจากฐานติ้งหนาน คุณทำให้พวกเขาขุ่นเคืองเมื่อไหร่”

ซูเถาผงะไปครู่หนึ่ง และหลังจากคิดอยู่นาน เธอก็จำได้ว่ามีคนแอบโจมตีเถาหยางเมื่อไม่นานมานี้ แต่เนื่องจากการต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วจนเธอไม่เห็นศัตรูด้วยซ้ำ จึงไม่ค่อยได้ใส่ใจ

ที่แท้ก็เป็นคนจากติ้งหนาน ดูเหมือนว่าสามีของเจียวชิ่งจะรู้ว่าเธอเป็นคนฆ่าภรรยาของเขา และเขาก็มาเพื่อแก้แค้น “คุณรู้จักสตรีหมายเลขหนึ่งของติ้งหนานไหม” ซูเถาถาม

กู้หมิงฉือขมวดคิ้วและพยักหน้า “หญิงสูงวัยผู้แสร้งทำเป็นอ่อนวัย”

ซูเถาได้ยินเขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเจียวชิ่ง ดังนั้นเธอจึงพูดโดยไม่ใช้ความระมัดระวัง

“ใช่ เธอนั่นแหละ ฉันเป็นคนฆ่าเธอ และสามีของเธอก็มาแก้แค้นฉัน ก็แค่นั้น”

กู้หมิงฉือมองไปที่เธอด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเถาเห็นดวงตาของเขาภายใต้แว่นตาขอบเงินอย่างใกล้ชิด แท้จริงแล้วเป็นมันเป็นสีอำพันที่สวยงาม มีแรงดึงดูดร้ายแรงให้ความรู้สึกลึกลับ

เธอจำความสามารถของบุคคลนี้ได้ทันทีและหลับตาอย่างรวดเร็ว

“ทำอะไรน่ะ อยากดูฉันตายเหรอ”

“…ผมไม่ได้ใช้ความสามารถของผมซะหน่อย” กู้หมิงฉือถอนหายใจ

“งั้นก็อย่ามองฉันสิ”

กู้หมิงฉือมองตรงไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้

“ผมแค่ประหลาดใจที่คุณฆ่าคนด้วยมือตัวเองจริง ๆ เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีและช่วยเหลือผู้คนไว้มากมาย”

ซูเถาขยับก้นเล็กน้อยและพยายามอยู่ห่างจากเขา

“ฉันไม่ใช่พระโพธิสัตว์นะ หากมีใครต้องการทำร้ายฉัน ฉันก็จะเอาคืนเป็นสองเท่า อย่างไรก็ตาม คุณรู้ได้ยังไงว่าคนเหล่านั้นมาจากติ้งหนาน”

“กลุ่มคนที่หลบหนีมาถูกผมจับเอาไว้ได้ คุณจะรับพวกเขากลับไปจัดการเองหรือให้ผมช่วยคุณเผาทิ้ง”

ซูเถาตกตะลึงและขอบคุณเขาอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก “ขอบคุณนะ กู้หมิงฉือ”

ทันใดนั้นใบหน้าของกู้หมิงฉือก็ไม่สามารถขยับได้ชั่วขณะ อารมณ์ต่าง ๆ ทั้งความสุข ความเข้าใจ ความอดทน และความรังเกียจผสมปนเปกัน ซับซ้อนพอ ๆ กับอาหารอินเดีย

“คุณไม่อยากให้ฉันพูดขอบคุณเหรอ ฉันไม่พูดก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าขรึมขนาดนั้นหรอก” ซูเถาตกตะลึง

กู้หมิงฉือ “พูดอีกครั้งได้ไหม?”

“ฉันบอกว่าไม่ต้องทำหน้าเคร่งขรึม”

“ไม่ ก่อนหน้านี้สิ”

“ขอบคุณ?”

กู้หมิงฉือตอบ “อืม ด้วยความยินดี”

ซูเถารู้สึกสับสน ทำไมสมองของชายคนนั้นถึงคาดเดาได้ยากนัก จากนั้นเขาก็เลือกที่จะเงียบจนกระทั่งรถหยุดและไม่ริเริ่มที่จะพูดอีก

กู้หมิงฉือมีเรื่องอยากจะบอกเธอ แต่เขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการพูด และเขาจะไม่สามารถเปิดปากของเขาได้ถ้าคนอื่นไม่เป็นคนมาง้างปากเขา

เดิมทีเขาต้องการอยู่ที่เถาหยางสักพัก โดยมองหาโอกาสที่จะพูดอะไรสักสองสามคำ แต่เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกระโจนเข้าหาซูเถา

“เถาจื่อ คุณกลับมาแล้วเหรอ ฉันมีอะไรดี ๆ จะให้คุณดู~”

เมื่อเห็นเวินม่าน ซูเถาก็ลืมกู้หมิงฉือที่อยู่ข้าง ๆ และหลงใหลไปกับความอ่อนหวานของเธอ

ความอ่อนหวานแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่เพื่อนที่ดีคิดถึงคุณ เป็นห่วงคุณ และจะแบ่งปันกับคุณในครั้งแรกที่มีเรื่องดี ๆ และเรื่องสนุก ๆ

เวินม่านไม่ได้สังเกตเห็นกู้หมิงฉือเลย เธอจับมือของซูเถาแล้วเดินออกนอกเถาหยางไป

“ฉันจะแสดงให้ดูข้างนอก ในเถาหยางอุ่นเกินไป ไม่ค่อยรู้สึกหรอก”

สองสาวจับมือกันวิ่งออกไป

เป็นครั้งแรกที่กู้หมิงฉือรู้สึกว่าเขากลายเป็นส่วนเกิน

—————————————————-

ฉันเป็นเศรษฐีอสังหาฯในวันสิ้นโลก

ฉันเป็นเศรษฐีอสังหาฯในวันสิ้นโลก

Status: Ongoing
คอยดูเถอะ…วันสิ้นโลกแบบนี้ฉันจะยืนด้วยด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน