สตรีเเห่งดาบต้องสาป – ตอนที่ 7 รุ่งอรุณบนเนินเขา

สตรีเเห่งดาบต้องสาป

“ท่านคากามิ..ท่านคากามิขอรับ ! “

 

เมื่อเธอถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากบนหลังม้า หญิงสาวก็รู้สึกถึงร่างกายของตนที่กําลังจะร่วงลง เธอจึงรีบจับขนเเผงของมันเพื่อพยุงตัวขึ้นทันที

 

ในตอนนี้ผมของเธอยุ่งเล็กน้อยเเละเหงื่อบนเเผ่นไหล่ก็ไหลผ่านลงผิวอยู่ตลอด  

ใบหน้าของเธอดูเหม่อลอยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านี้

 

เธอไม่ได้ฝันไป…

 

ช่วงเวลาสุดท้ายของความทรงจําเธอ ในตอนที่เครื่องบินตก…

 

ร่างที่กอดเเน่นสนิทกันของเธอเเละพี่สาวเเม้ในยามที่สิ้นหวัง  

คําสารภาพของพี่สาวที่มีต่อเธอ..

ผู้หญิงที่สมบูรณ์เเบบเหมือนกับเป็นสิ่งมีชีวิตในอุดมคติของเธอนั้น ชอบเธอจริง ๆ …

 

เธอโชคดีขนาดไหนกันนะถึงทําให้ผู้หญิงที่ตัวเองตกหลุมรักมาสนใจได้ พี่สาวถึงขั้นจัดทริปนี้ให้เธอโดยเฉพาะ  เเถมไม่ใช่เเค่นั้นพี่สาวยังตั้งใจจะเสนอตัวให้เขาเองเลยด้วยซํ้า !

 

ไม่มีเหตุผลใด ๆ กับเรื่องนี้ลอยเข้ามาในหัวของลิลลี่ เเต่ถึงเเม้จะเป็นอย่างงั้นก็ตามเธอก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ  

 

‘เเล้วเธอล่ะ..กลับมีความคิดสกปรกกับร่างของพี่สาวเองซะด้วยซํ้า..เธอ…’

 

ลิลลี่ก้มมองร่างที่ไร้บาดเเผลใด ๆ บนร่างกายของเธอ

 

‘ถึงจะรอดมาได้ตามที่พี่สาวบอกเเล้วก็จริง…เเต่พี่สาวล่ะ…’

 

 

ความคิดนั้นไหลเข้าผ่านสมองเธอ หยดนํ้าตาเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาของลิลลี่อย่างช้า ๆ  

ถ้าหากว่าไม่มีใครอยู่รอบเธอตอนนี้ล่ะก็ เธออยากจะตะโกนคําพูดออกไปเหลือเกิน…

 

ทัาไม..ทําไมคนที่ตายถึงเป็นพี่สาวกัน ! ทําไมไม่ใช่เธอเเทนล่ะ

 

สัมผัสความรู้สึกอันอบอุ่นที่เเผ่ซ่านมาจากร่างกายของเธอในตอนนี้มันก็คงจะเป็นเพราะพี่สาวเเน่ ๆ เลยใช่ไหม ?

 

สุดท้ายที่เธอเหลืออยู่ก็มีเพียงเเค่ร่างกายนี้เท่านั้นเอง…

 

“ท่านคากามิ…เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าขอรับ” โฮโจจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตนอย่างเงียบ ๆ ระหว่างที่เขาจูงม้าไปตามทาง เเม้อีกฝ่ายจะไม่ถามตอบคําถามของตน   เเต่ท่าทางของหญิงสาวในยามนี้ก็ราวกับจะเป็นคําตอบให้กับของชายหนุ่มเเล้ว

 

‘ท่านคากามิ ท่านผ่านเรื่องอันใดมากันเเน่ ถึงได้มีสีหน้าเช่นนี้’  

โฮโจเก็บความคิดของตนไว้เเละกลืนคําพูดเพื่อจะคาดคั้นคําตอบจากเธอไป

 

 

 

เมื่อเเสงจันทร์ลับฟ้าไปเเสงของอรุณวันใหม่ก็เข้ามาเเทนที่ กีบย่างเท้าของม้ายํ่าลงไปบนพื้นหญ้าเขียวขจีที่ยังคงมีหยดนํ้าเล็ก ๆ เกาะติดอยู่ เเสงจากดวงตะวันคลอไปด้วยความอบอุ่นสะท้อนภาพหมอกบนเนินเขาเขียวขจี ทําให้เห็นเงาของบ้านไม้เก่า ๆ ที่ต่อกันตามขอบเทือกเขาเป็นหย่อม ๆ  

 

“บริเวณเเทบนี้เป็นพื้นที่ของมัตสึดะ นากาฮิเดะเเละข้างหน้าเราในตอนนี้ก็คือบ้านพักของตระกูลมัตสึฮิดะเองขอรับ ท่านคากามิจะหยุดรอตรงนี้สักครู่ หรือไปต่อเลยขอรับ ? ” โฮโจเอ่ยถามด้วยท่าทีระมัดระวัง

 

“ฉันไม่เป็นไร..ไปต่อกันเถอะ ” ลิลลี่พูดพลางปาดหยดนํ้าตาใต้ดวงตาของเธอออกไป

 

เเม้เช้าที่เธอรอคอยเเละสดใสราวกับภาพวาดจะมาถึง  เเต่ทําไมเธอถึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลยนะ ?

 

‘มัตสึดะ นากาฮิเดะสินะ..ถึงจะได้ยินจากคุณโฮโจว่าเป็นครูสอนเคนจุทสึก็เถอะ เเต่ฉันจะเรียนอะไรเเบบนั้นไหวไหมนะ ‘ ในเเววตาของเธอมองไปยังหลังคาเเบน ๆ ที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า

 

ม้าที่เธอนั่งอยู่ที่กําลังยํ่าเท้าของมันลงไปบนพื้นเเข็งไปตามทางที่ควรจะให้ความรู้สึกหนักเเน่นกับผู้ขี่นั้น ตัวเธอเองกลับไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกเเบบนั้นได้เลย

มันกลับเบาเเละอ้างว้างเหมือนตอนที่พี่สาวกับเธอตกลงไปยังห้วงสมุทรเเทน

 

ถ้าหากทั้งคู่ตายไปด้วยกันตั้งเเต่เเรก..เธอก็คงจะไม่ได้มาเเต่นั่งนึกเสียใจอยู่อย่างนี้หรอก  

 

‘มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ’

 

ราวกับเตือนบางอย่าง คําพูดสุดท้ายของพี่สาวดังก้องขึ้นมาในใจเธอเสมือนเครื่องพันธนาการให้เธอเดินไปข้างหน้าต่อ

 

คําสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่เธอพูดในตอนสุดท้าย เเต่การกระทําจริงนั้นช่างยากราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ…

 

‘เพราะเเบบนั้นฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อตัวพี่สาวเเละตัวเธอเองด้วย เเต่ถ้าหาก…ถ้าปฎิหาริย์มีจริงละก็…ไม่สิถ้าหากพี่สาวยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ต่อให้จะต้องหาไปทั่วมุมโลกก็ตาม ฉันก็จะหาพี่ให้เจอเเน่’

 

ภายใต้เเสงอรุณยามเช้าโดยมีเนินเขาสูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง เธอได้สลักคํามั่นสัญญาอีกข้อหนึ่งกับตัวเองไว้ในใจ

 

 

….

…….

 

 

โฮโจจูงม้าไปตามทางของบ้านตระกูลมัตสึฮิดะที่อยู่ใต้เนินเขาต่อ ระหว่างทางมีเพียงบรรยากาศเรียบง่ายเเละผ่อนคลายอยู่เสมอ

รั้วไม้สั้น ๆ ที่ติดรอบนอกอย่างเป็นระเบียบ ต้นสนสองต้นที่โตอยู่ข้างประตูทางเข้าประกอบกับก้อนหินที่วางเรียงรายอยู่เคียงข้างราวกับยามเฝ้าประตูไม้ที่เปิดอยู่บานนี้อะไรเเบบนั้น ทําให้มันดูเสน่ห์เเบบธรรมชาติเหลือเกิน

 

 

“ฆ่า-!!”

 

เสียงที่ดูมีพลังของเด็กบางคนดังผ่านมายังด้านนอกบ้านนั้นทําลายภาพนึกในหัวของเธอไปอย่างกระเจิง

 

ถึงเเม้ลิลลี่ดูกังวลเล็กน้อยกลับคําพูดเหล่านั้น เเต่โฮโจก็อธิบายเหตุผลออกมาให้เพื่อให้เธอผ่อนคลายลง

 

เมื่อก้าวผ่านประตูไม้ไปเบื้องหน้าของเธอกปรากฏเป็นลานหญ้าโล่งชึ้นมาเเทน โดยมีร่างของชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปีที่กําลังสอนวิชาเค็นจุทสึกับเหล่ากลุ่มเด็กสี่ถึงห้าคนที่ในมือของพวกเขาถือดาบไม้อยู่

ชายวัยกลางคนนั้นใส่เพียงเสื้อผ้าหลวม ๆ  โดยที่เปิดไหล่เเขนเสื้อออกมาเพื่อเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อสีเเทนของเขา

 

กลุ่มเด็กตรงหน้าเธอคนดูเล็กที่สุดก็น่าจะมีอายุประมาณเจ็ดถึงเเปดปีก็เท่านั้น เเถมคนดูโตที่สุดก็น่าจะมีอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปีเอง 

ผมของพวกเขาถูกทักเป็นเปียตามเเบบเด็ก ๆ  ซึ่งเผยให้เห็นถึงใบหูที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของพวกเขาในตอนนี้

ในตอนนี้เด็กเหล่านั้นเพียงเเค่ฟันดาบไปด้านหน้าเเละตะโกนคําว่า “ฆ่า-!” ออกมาตามที่ชายวัยกลางคนสั่งก็เท่านั้น

 

สําหรับเธอในจักรรวรรดิเฮอันเเห่งนี้ เหล่าซามูไรดูเหมือนจะไม่ได้เคร่งกับการฝึกอย่างเป็นระบบมากนัก

พวกเขาเพียงเริ่มต้นจากการให้เด็กฝึกดาบไปอย่างต้องการ เเละลากพวกเข้าสู่สนามรบโดยตรงเเทนซะมากกว่า เพื่อฝึกพวกเขาให้เผชิญกับสถานการณ์จริง

 

เเม้เธอจะไม่ได้ให้ความสนใจกับศิลปการต่อสู้มากนักในโลกเดิมเเต่วัฒนธรรมอะไรเเบบนี้มันก็ผิดจากที่เธอรู้มาอย่างเเน่นอน !  

 

เมื่อมองดูกลุ่มเด็กตรงหน้าของเธอที่กําลังกวัดเเกว่งดาบไปมาเเล้ว ความคิดอย่างหนึ่งก็เเวบเข้ามาในหัวสมองเธอทันที

 

‘อย่าบอกนะว่าฉันต้องฝึกดาบกับพวกเด็กนี้..ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย ! ‘

‘ผู้หญิงอย่างเธอต้องฝึกร่วมกับเด็กหน้าเปื้อนโคลนเเบบนี้..’  เเค่คิดลิลลี่ก็ถอนหายใจอย่างท้อเเท้

 

เมื่อชายวัยกลางคนสังเกตถึงร่างของโฮโจ ท่าทีของเขาก็กลับมาดูสุขุมทันที เขารีบก้าวออกไปต้อนรับร่างทั้งสองก่อนโน้มตัวลงเพื่อเชิญให้พวกเขาเข้าไปยังที่พํานัก

 

โฮโจเดินผ่านลานหญ้าโล่งนี้ไปกับลิลลี่ เขาถอดรองเท้าออกมาวางไว้บนเเท่นใต้หลังคาก่อนจะขึ้นไปนั่งขัดสมาธิลงบนเบาะนั่ง

 

ชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้ก็นั่งในท่าเดียวกันเเต่เขากลับนั่งบริเวณลานบ้านเเทนเเล้วจึงโค้งคํานับโฮโจด้วยความเคารพ

 

“ยินดีต้อนรับกลับขอรับนายน้อย”

 

ลิลลี่ได้เเต่มองอย่างโง่งมกับภาพตรงหน้าเธอ เพราะเธอไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับมารยาทญี่ปุ่นเเบบนี้เลยยังไงล่ะ !  

เธอได้เเต่คิดประมวลผลอย่างรวดเร็วในสมองของเธอเเละยิ่งเห็นท่าทางของพวกเขาที่ยังคงไม่กล่าวคําพูดอะไรต่อจากนั้นราวกับรอเธออยู่ด้วยเเล้วเธอจึงรู้สึกกังวลทันที

ฟองสบู่ความคิดถึงท่านั่งในตอนผู้ชายของเธอลอยเข้ามาในหัวเเต่เธอก็ระเบิดมันทิ้งไปอย่างทันที

 

‘ผู้หญิงนั่งเเบบนั้นมันก็โดนเห็นเต็ม ๆ เลยไม่ใช่หรือไง ! ‘

 

ลิลลี่ลองนึกถึงท่านั่งในชุดกิโมโนตามละครทีวีดูก่อนจะเริ่มถอดรองเท้าเเละขึ้นไปนั่งบนเบาะนั่งใต้หลังคาในท่านั่งเทพธิดา [เซอิซา (seiza)] โดยเอามือวางไว้บนหัวเข่าของเธอ

 

ดูเหมือนว่าชายทั้งสองจะไม่สังเกตถึงท่าทางเเปลก ๆ ของหญิงสาวเลย ก่อนที่สักครู่หนึ่งโฮโจจะเอ่ยเเนะนําตัวเธอให้อีกฝ่ายทราบ

 

“นากาฮิเดะ ท่านผู้นี้คือสายเลือดของกลุ่มโองาซาวาระ [Ogasawara]เเห่งตระกูลคากามิในภูมิภาคคันไซอันห่างไกล เป็นโชคดีของข้าที่พบเธออยู่ในระหว่างลาดระเวนในยามราตรี เเต่ก็โชคร้ายเช่นกันที่เธอสูญเสียความทรงจําก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น ดังนั้นข้าจึงอยากให้เธอมาพักที่บ้านของเจ้าก่อนสักพักหนึ่ง”

 

“ที่เเท้ท่านก็มาจากกลุ่มโองาซาวะระในภูมิภาคคันไซนี่เอง..” มัตสึดะ นากาฮิเดะผู้มีเคราหนา เเละคิ้วคมเข้มมองประเมินลิลลี่อย่างรวดเร็วก่อนจะพูดพร้อมกับก้มศรีษะลง

 

“ไม่มีปัญหาขอรับนายน้อย ข้าน้อยผู้นี้จะรีบไปจัดเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อยเองขอรับ”

 

‘ดูเหมือนคุณโฮโจจะดูมีสถานะที่สูงในที่เเห่งนี้จริง ๆ ‘

เฮ้อ~ ถ้าอย่างนี้ก็ค่อยสบายใจได้หลายส่วนหน่อย อย่างน้อยตอนนี้เธอก็จะได้พักผ่อนอย่างไร้กังวลซักที..

เเต่ในบางครั้งเรื่องดี ๆ ก็มักจะมีเรื่องเลวร้ายเเทรกมาก่อนเสมอ

 

“วะฮ่าฮ่า ! พวกเจ้ามาดูสิพี่สาวคนนี้สวยมาก ๆ เลย !” เสียงจากเด็กที่สูงที่สุดในกลุ่มเด็กฝึกดาบก่อนหน้านี้ดังขึ้นมาเเละชี้มายังลิลลี่ด้วยท่าทางที่ดูหยาบคาย ดวงตาเล็ก ๆ ประกอบกับร่างกายที่ดูเเข็งเเรงเเต่อวบอ้วนของเด็กหนุ่มทําให้ดูมีเอกลักษณ์ของตัวร้ายยังไงอย่างงั้นเลย  

 

“ทาโร่ อย่าเสียมารยาทกับเเขก ! ” มัตสึดะตําหนิเด็กคนนั้น

 

ในโลกที่ใบหญ้าเเละต้นไม้เปล่งประกายสง่างามขนาดนี้ ลิลลี่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่ดูหยาบคายเช่นเด็กคนนี้อยู่ด้วย

 

‘เเต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ คนที่รู้สึกว่ามันสวยอย่างนั้นก็คงจะมีเเต่ฉันที่มาจากโลกอนาคตล่ะนะ…’

 

 

โฮโจเองก็มีสีหน้าที่คลํ้าลงเช่นกัน เต่เขาเพียงเเค่เก็บความคิดที่จะโยนเด็กคนนี้ออกไปให้พ้น ๆ ไว้ในใจก็เท่านั้น

 

‘เด็กจากตระกูลไดโดจิงั้นเหรอ ฮึม..เป็นตระกูลที่น่ารําคาญจริง ๆ ! ‘

 

โฮโจเพียงกลืนคําพูดเหล่านั้นไว้เเละลุกขึ้นยืน

 

“ถ้างั้นก็ไว้เเค่นี้เถอะ  ข้ามีเรื่องที่จะต้องกลับไปเมืองคามาคุระเพื่อไปรายงานให้ท่านลุงทราบก่อน ระหว่างนี้ข้าขอฝากท่านคากามิไว้กับเจ้าก่อนละกัน”

 

“ข้าน้อยจะดูเเลอย่างเต็มที่ขอรับ” มัตสึดะตอบกลับอีกฝ่ายไป

 

เมื่อพูดจบโฮโจจึงก้าวลงไปจากที่พํานักของตนด้วยท่าทางที่ดูเเน่วเเน่เเละเด็ดขาด  

เเต่เเม้กระนั้นระหว่างที่เดินผ่านลิลลี่นั้นเขาก็ดูจะไม่เต็มใจเล็กน้อยอยู่ดีราวกับไม่อยากเเยกจากอีกฝ่ายไป สุดท้ายเเล้วเขาจึงหันกลับไปพูดจาทิ้งไว้ให้กับอีกฝ่ายก่อนจากไปเเทน ด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน

 

“ท่านคากามิโปรดพักผ่อนอยู่ที่เเห่งนี้ชั่วครู่ก่อนเเล้วข้าจะรีบกลับมารับท่านโดยเร็วที่สุดขอรับ”

 

ลิลลี่รู้สึกขอบคุณในตัวอีกฝ่ายอย่างมาก เเต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกอึดอัดถึงสายตาที่เขามองมายังตนเช่นกัน

 

โชคดีที่อีกฝ่ายยังคงซื่อสัตย์กับตนเองอยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงลําบากเเน่…

 

“ขอบคุณนายน้อยสําหรับความห่วงใยกับฉันตลอดการเดินทางค่ะ” ลิลลี่กล่าวขอบคุณอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ

 

เธอคิดว่าการที่เธอทําเช่นนี้ อย่างน้อยก็จะได้รู้สึกเหมือนเเบ่งเขตระหว่างพวกเขาไว้ล่ะนะ…

สตรีเเห่งดาบต้องสาป

สตรีเเห่งดาบต้องสาป

Status: Ongoing
เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ถูกผลักเข้าโลกเเปลกประหลาดที่วุ่นวายอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยที่จิตของเด็กหนุ่มอยู่ในร่างพี่สาวคนโตที่เขาชื่นชอบ “ลิลลี่” เธอต้องเผชิญหน้ากับพาเหรดของเหล่าอสูรที่เลื่องชื่อตั้งเเต่ในคืนเเรก เเละเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทําให้เธอเข้าไปพัวพันกับเรื่องประหลาดมากมายที่จะเป็นบททดสอบสําหรับเธอโดยไม่รู้เลยว่าภายภาคหน้าของเธอจะเป็นเช่นไรต่อ…

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads แทงบอลออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน