** 21/02/23 บางเรื่องตอนจะสลับกันมั่ว รอการแก้ไขนะคะ **

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 26

ตอนที่ 26

บทที่ 26 ดื้อแพ่ง

โรงพยาบาลเหรินหมิน

เย่กวนกวนสลบไปนาน พอเช้าก็ฟื้นขึ้นมาในที่สุด มู่วิ่งรีบเข้ามาตรวจอาการเธอ

“คุณหมอมู่ นั่นคุณหรือคะ?” เย่กวนกวนลืมตา เห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดกราวนด์สีขาว ใบหน้าหล่อเหลา

“อืม” มู่วี่สิงสีหน้าเย็นชาดังเดิม

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณทนเห็นฉันตายไม่ได้” จิตใต้สำนึกสั่งให้เย่กวนกวนดึงแขนเสื้อของเขาไว้

มู่วี่สิงปลดมือเธอออกอย่างไม่ชอบใจนัก เขาวางเคสคนไข้ลง “คุณหนูเย่ ผมเป็นหมอ คุณคือผู้ป่วย ความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งคู่มีเทียงเท่านี้”

“คุณพูดจาเพ้อเจ้อ คุณพ่อบอกกับฉันแล้วว่าคุณเฝ้าฉันทั้งคืน ชีวิตของฉันก็เป็นคุณที่ช่วยกลับมา คุณหมอมู่คะ คุณคือผุ้มีพระคุณของฉัน” เย่กวนกวนร่างกายอ่อนแอทว่ากลับพูดเสียงดัง

เพียงแต่ไม่รู้ว่ามู่วี่สิงฟังเข้าหูรึไม่ เขาส่งยาให้เย่กวนกวน กำชับเธอเล็กน้อยแล้วจึงจากไป

เย่กวนกวนไม่สามารถลงจากเตียงไปขวางเขาได้ จึงให้บอดี้การ์ดหน้าห้องขวางเขาไว้

“คุณหนูเย่ ผมยังมีงานต้องทำ” มู่วี่สิงหันหน้ากลับมา น้ำเสียงไม่พอใจ

“พ่อฉันคุยกับผู้อำนวยการแล้วว่าก่อนที่ฉันจะหายดี คนไข้ที่คณต้องรับผิดชอบมีแค่ฉันคนเดียว” เย่กวนกวนเอ่ยอย่างโอหัง

เธอคือบุตรสาวคนเดียวของตระกูลเย่ ฐานะสูงส่ง ตั้งแต่เล็กจนโตก็ดื้อนเพ่งแบบนี้ ไม่มีใครกล้าขัด

สิ้นคำ มู่วี่สิงก็มองหลี่ซานที่อยู่ด้านข้าง เธอพยักหน้าอย่างใจตุ้มๆต่อมๆ

ชัดเจนว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้อำนวยการบอกมาเมื่อเช้า เธอยังไม่ทันได้บอกกับมู่วี่สิง

“มีอะไรที่สมควรก็กดกระดิ่งเรียก” มู่วี่สิงบอกอย่างเย็นชา ยังคงจากไปดังเดิม

บอดี้การ์ดตรงประตูขวางเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ

เย่กวนกวนโกรธจนอยากจะเขวี้ยงหมอนแต่เสียที่ร่างกายยังอ่อนแอ สุดท้ายก็ทำได้แค่มองมู่วี่สิงจากไป

พลบค่ำ เวลาเลิกงาน

เวนจิ้งเก็บของ คิดถึงมู่วี่สิงที่เมื่อคืนบอกว่าจะมารับตน ไม่รู้ว่าเขาลืมไปแล้วหรือยัง

ตอนลงมาจากอาคาร หน้าประตูก็ปรากฏรถคันคุ้นตาจริงๆ เวินจิ้งรีบวิ่งลงไป ขึ้นรถอย่างรวดเร็วเพราะกลัวคนเห็น

มู่วี่สิงเอนพิงเบาะหลัง เวลานี้กำลังปิดเปลือกตาลง

เวินจิ้งมองใบหน้าหล่อเหลาทว่าดูซีดขาว ความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิดทำให้เธอสงสารจับใจ

“เขาเพิ่งเลิกงานหรือคะ?” เวินจิ้งถามคนขับรถ

คนขับรถพยักหน้า ตัวรถเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

“มู่วี่สิง” เธอนั่งลงใกล้ๆ วินาทีต่อมามือของมู่วี่สิงก็อ้อมมาจับไหล่เธอไว้ ทว่าเขายังคงหลับตาดังเดิม

เขาหลับจริงหรือว่าแกล้งหลับกันนะ?

ถูกเขาโอบแบบนี้ เวินจิ้งจึงทำได้แค่ซบลงบนอกเขา ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวนเขาและก็ไม่กล้าขยับอะไร

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆโชยมา เวินจิ้งฟังเสียงจังหวะหัวใจของเขา ช่วงเวลานี้ช่างสงบเหลือเกิน

ทว่าไม่นานแรงสั่นจากมือถือก็ทำงานช่วงเวลานี้ไปเสีย

มือถืออยู่ในกระเป๋าของมู่วี่สิง เวินจิ้งดึงมือถือเขาออกมา เบอร์ที่ปรากฏคือ ‘แผนกจิตเวช’

คงเป็นเรื่องงานกระมัง

“มู่วี่สิง คุณมีสายเข้าค่ะ” เวินจิ้งเตือนเขาเสียงเบา

“เปิดลำโพง” มู่วี่สิงบอกทั้งที่หลับตา

เวินจิ้งได้ยินก็กดปุ่มฟัง

“คุณหมอมู่ ฉันปวดหัวจะตายแล้ว ทรมานจังเลย…” เสียงร้องไห้ดังมาตามสาย

เวินจิ้งย่นคิ้ว เห็นมู่วี่สิงลืมตาขึ้นในที่สุด สีหน้าปรากฏแววรำคาญที่เก็บไว้ไม่อยู่ออกมาสายหนึ่ง

“เย่กวนกวน คุณช่วยหยุดให้ผมสักหน่อยเถอะ” เสียงมู่วี่สิงเย็นชา สิ้นคำวินาทีต่อมาเขาก็กดวางสาย

เวินจิ้งชะงัก เธอถูกอารมณ์ของมู่วี่สิงทำเอาเสียตกใจ เขาแทบไม่เคยระเบิดอารมณ์ต่อหน้าเธอมาก่อนเลย ที่ผ่านมาต่างก็อบอุ่นและสง่างาม

“ที่โรงพยาบาลมีเรื่องอะไรหรือคะ?” เธอถามอย่างใส่ใจ

“ไม่มีเรื่องอะไร” มู่วี่สิงหน้าครึ้มลง

“โอ” เวินจิ้งย่นคิ้ว คิดไปคิดมาก็เอ่ยถาม “ถ้าคุณมีงาน งั้นฉันกลับเองก็ได้นะคะ”

“คุณนายมู่ ถ้าผมต้องทำงานต่อก็คงได้ตายแบบฉับพลันแน่ๆ” มู่วี่สิงพูดเสียงเบาราวกับปุยเมฆในสายลม

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท