** 21/02/23 บางเรื่องตอนจะสลับกันมั่ว รอการแก้ไขนะคะ **

The king of War – บทที่ 147 ไปได้หรือยัง

บทที่ 147 ไปได้หรือยัง



ได้ยินคำพูดของหยางเฉิน เว่ยเชินโมโหยกใหญ่ในชั่วขณะนั้น

“ปึง!”

เขาตบมือลงบนโต๊ะกาแฟทีหนึ่ง ลุกขึ้นยืนฉับพลัน

ในขณะเดียวกันชายกำยำด้านหลังของเขาคนนั้น หยิบปืนโคลท์คิงคอบร้ากระบอกหนึ่งออกมาจากด้านข้างส่วนในเสื้อสูท ปากกระบอกปืนดำมืดจ่อเล็งที่ศีรษะของหยางเฉิน

“พ่อหนุ่ม นายอย่าได้คืบจะเอาศอก นายจ่ายซื้อหวงเหอบาธไปหนึ่งร้อยล้าน ฉันจะให้นายสองร้อยล้าน”

เว่ยเชินตาแดงก่ำตะโกนใส่ด้วยความโกรธ

สำหรับตระกูลเว่ยนั้น หวงเหอบาธมีความสำคัญมากแค่ไหน เขารู้ดีเสียยิ่งกว่าใคร ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเรื่องนี้ ทำให้เจ้าบ้านของตระกูลเว่ยเกิดความเคลือบแคลงใจต่อความสามารถของเขาเป็นอย่างมาก

ถึงแม้เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้าน แต่ก่อนที่ยังไม่ได้กลายเป็นเจ้าบ้าน ตำแหน่งผู้สืบทอดสามารถหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ

ดังนั้นเขาจึงนำเงินหนึ่งร้อยล้านออกมาชดเชยให้หยางเฉิน และอยากได้หวงเหอบาธกลับคืนมา

หยางเฉินหรี่ดวงตาขึ้นมาเล็กน้อย ยังคงสงวนท่าทางที่นิ่งสงบนั้นไว้ นั่งอยู่บนโซฟา พิงไปทางด้านหลัง พูดจาแบบยิ้มกริ่ม “เถ้าแก่เว่ยนี่คุณคิดจะบังคับคนอื่นให้ซื้อขายเหรอ?”

ก่อนหน้านี้คือคฤหาสน์ ตอนนี้มาเป็นหวงเหอบาธอีก ถึงแม้การเผชิญหน้าจะไม่ใช่คนเดียวกัน ทว่าลักษณะพฤติกรรมกลับเหมือนกัน

“หยางเฉิน สรุปจะเอาอย่างไร นายถึงจะยอมขายหวงเหอบาธมาให้ฉัน?”

เว่ยเชินสูดหายใจเข้าลึกๆ ไปหลายที ถึงสามารถทำให้ความรู้สึกโกรธของตนเองควบคุมลงไปได้

หยางเฉินหรี่ตาพูด “เถ้าแก่เว่ยคืนหวงเหอบาธให้คุณ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ ขอเพียงคุณรับปากผมมาเรื่องหนึ่ง ต่อให้มอบให้คุณไปฟรีๆ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ”

เมื่อสักครู่หยางเฉินที่พูดอย่างไรล้วนไม่ยินยอมปล่อยหวงเหอบาธให้ ชั่วพริบตาเดียวกลับเปลี่ยนความคิดแล้ว นี่ทำให้เว่ยเชินระแวงขึ้นมากะทันหัน

“นายอยากให้ฉันรับปากนายเรื่องอะไร?” เว่ยเชินถามด้วยสีหน้าเย็นชา

“ผมสนใจธุรกิจของหวงเหอบาธ ขอเพียงคุณช่วยแนะนำผู้ร่วมธุรกิจของคุณสักหน่อย แล้วจะคืนหวงเหอบาธให้คุณไปฟรีๆ เป็นอย่างไร?” หยางเฉินจ้องเว่ยเชินด้วยสายตาแหลมคม

ในแววตาลึกของเว่ยเชินมีความตกใจนิดๆ แวบผ่าน แต่บนหน้ายังแสร้งทำท่าทางที่ไม่เข้าใจ ขมวดคิ้วบอก “หวงเหอบาธก็แค่สถานที่อาบน้ำเท่านั้นเอง ฉันไม่ได้มีผู้ร่วมธุรกิจอะไร”

“เถ้าแก่เว่ยคุณเป็นคนฉลาด แต่ผมไม่ใช่คนโง่ คุณเข้าใจว่าผมหมายถึงธุรกิจอะไร” หยางเฉินพูดอย่างยิ้มกริ่ม

เดิมทีคิดจะมอบเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการ ตนเองจะไม่แทรกแซง แต่ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสสามารถทำลายองค์กรนั้นลงได้ และไม่ให้เสียเปล่าที่ชายแดนเหนือได้อบรมตนเองมา

ชั่วขณะนั้นเว่ยเชินเงียบงัน ในที่สุดเขาก็แน่ใจว่าหยางเฉินรู้เรื่องราวของหวงเหอบาธแล้ว

ผ่านไปนานพอสมควร ทันใดนั้นเขาเอ่ยปากขึ้น “เก็บอาวุธลงไป!”

หลังจากได้รับคำสั่งของเขา ชายกำยำคนนั้นถึงนำโคลท์คิงคอบร้าที่จ่อหยางเฉินไว้เก็บลงไป จากนั้นยืนอยู่ด้านหลังเว่ยเชิน ยังคงจ้องหยางเฉินด้วยสายตาระแวงตัว

“ในเมื่อนายรู้แล้ว งั้นก็น่าจะเข้าใจความสำคัญของธุรกิจนี้ ถ้าฉันแนะนำผู้ร่วมงานให้นายไป จะไม่ใช่เพิ่มคู่แข่งให้ตระกูลเว่ยของฉันหรอกเหรอ?” เว่ยเชินเอ่ยปากบอก

หยางเฉินพูดจานิ่งๆ “วางใจได้ ผมจะไม่ทำธุรกิจนี้ที่เมืองเจียงโจวหรอก”

เว่ยเชินจุดบุหรี่ให้ตนเองมวนหนึ่ง สูดเข้าไปลึกๆ และค่อยๆ พ่นควันบุหรี่ออกมา จากนั้นหรี่ตามองหยางเฉิน “ฉันจะเอาอะไรมาเชื่อใจนายว่าจะไม่แย่งกิจการตระกูลเว่ยไป?”

“เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณ อย่างไรเสียหวงเหอบาธอยู่ในมือผม กิจการเมืองเจียงโจวนั้นก็ปล่อยให้ผมควบคุม”

หยางเฉินพูดอยู่ ยกข้อมือขึ้นมองดูเวลา “ให้เวลาคุณพิจารณาคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ก่อนสิบโมงเช้า ถ้าเถ้าแก่เว่ยยังตัดสินใจไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้องมาหาผมอีก”

พูดจบ หยางเฉินลุกขึ้น เตรียมจะออกไป

ชายกำยำด้านหลังของเว่ยเชินชักปืนออกมาในชั่วขณะนั้น ก่อนจะเล็งไปยังหยางเฉินอีกครั้ง

การยิงไม่ใช่จุดแข็งของเขา กลับกันการชกต่อยเสียอีกถึงจะใช่

ที่เขาชักปืนออกมา เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่จากบนตัวของหยางเฉิน ถ้าชกต่อยกันจริง เขาไม่มีทางรับประกันความปลอดภัยของเว่ยเชินได้

ในสายตาหยางเฉินมีแสงคมกริบแวบผ่านนิดๆ “ฉันเตือนนายเอาไว้ ดีที่สุดเก็บของเล่นห่วยๆ นั้นลงไป!”

“หยางเฉิน นายคงไม่ได้คิดว่าฉันส่งคนไปพานายเข้ามา แค่เชิญนายมาเป็นแขกจริงๆ หรอกมั้ง?” เว่ยเชินหรี่ดวงตาขึ้นมา

“หรือว่าไม่ใช่เหรอ?”

หยางเฉินถามอย่างหยอกเย้า

“ดูแล้วเป็นฉันธรรมดาเกินไป เลยทำให้คนนอกล้วนคิดว่าฉันเว่ยเชินเป็นคนที่ใจฝ่อขี้กลัว”

เว่ยเชินส่ายหน้าขึ้นกะทันหัน พูดจาด้วยน้ำเสียงที่หัวเราะตนเองพอสมควร

“เถ้าแก่เว่ยนี่คือไม่คิดจะให้ผมออกไปงั้นสินะ?” หยางเฉินถามขึ้น

“นายแม่งถือว่าตัวเองเป็นใครกัน? ถึงคู่ควรมาให้เวลาฉันพิจารณาคืนหนึ่ง?”

ในขณะนั้นเว่ยเชินระเบิดท่าทางเดือดดาลขึ้นมาฉับพลัน ตวาดใส่ “ถ้าวันนี้ไม่ให้คำตอบฉันมา อย่าคิดจะออกไปจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว!”

“คุณคิดว่าหมาของคุณถือเศษเหล็กอันหนึ่งเอาไว้ จะสามารถข่มขู่ผมได้แล้วเหรอ?”

ทันใดนั้นหยางเฉินเอ่ยปาก ในขณะเดียวกันก็เดินไปยังเว่ยเชินทีละก้าว

“เศษเหล็ก?”

เว่ยเชินโมโหจัดแต่กลับหัวเราะแทน “ดูแล้วนายมีความมั่นใจต่อความสามารถของตัวเองมากสินะ”

“หยุดนะ!”

ชายกำยำเห็นหยางเฉินเข้ามาใกล้เว่ยเชิน ใช้ปืนเล็งไปที่ศีรษะของหยางเฉิน ตะโกนขึ้นเสียงดัง

ตึง!

ชายกำยำเพิ่งพูดจบไป ร่างกายของหยางเฉินพุ่งกระโจนออกมาในชั่วพริบตา นี่ทำให้ชายกำยำถลึงดวงตาโต เพราะปืนของเขานั้น เดิมทีไม่มีทางล็อกเป้าภาพของหยางเฉินไว้ได้

“ปึง!”

แวบหนึ่ง มือของหยางเฉินจับที่บนศีรษะของเว่ยเชิน กดศีรษะของเขาลงบนโต๊ะกาแฟอย่างรุนแรง

เสียงดังสนั่น กระจกโต๊ะกาแฟที่แข็งมากเกิดเสียงแตกร้าว

หน้าเว่ยเชินเต็มไปด้วยเลือดสด จมูกกระดูกหักยุบลง ในลำคอลึกระเบิดเสียงคำรามแบบน่าเวทนา

ชายสูงใหญ่แปดคนที่เฝ้าด้านนอกประตู ตอนที่ได้ยินเสียงร้องคำรามของเว่ยเชิน จึงพุ่งเข้ามาในห้องส่วนตัวชั่วขณะนั้น

“เจ้านาย!”

พอมองเห็นลักษณะน่าเวทนาของเว่ยเชิน ทุกคนล้วนทำหน้าตาตื่นตกใจ

หลังจากอึ้งทึ่งกันไปชั่วครู่ จึงรีบล้อมหยางเฉินไว้ตรงกลางกันแน่น

ชายกำยำสีหน้าซีดขาว ในมือที่ถือปืนไว้ แต่กลับสั่นงกๆ คาดไม่ถึงว่าจะไม่กล้าลั่นไก

เขามีความรู้สึกบางอย่าง ต่อให้ตนเองลั่นไก ก็ไม่มีทางยิงโดนหยางเฉิน ในทางกลับกันอาจจะโดนหยางเฉินฆ่าในแวบเดียวแทน

“ฆ่ามันให้ฉัน ฆ่ามันเลย!!!”

เว่ยเชินร้องคำรามขึ้นมาอย่างเศร้าเสียใจมาก

ชายสูงใหญ่แปดคนที่พาหยางเฉินมานั้น รีบพุ่งเข้าไปหาหยางเฉินทันที

ในสายตาหยางเฉินมีความหนาวเหน็บแวบผ่าน พอขยับเท้า ชั่วพริบตาเดียวก็หายไปจากที่เดิม

“ตึง!”

ตอนที่เขาปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง มองเห็นร่างกายของชายสูงใหญ่หนวดเฟิ้ม ลอยสูงออกไปเรียบร้อยแล้ว

นี่ยังไม่สิ้นสุด หยางเฉินราวกับเป็นปีศาจร้าย ร่างกายวาร์ปหาย แต่ละครั้งที่พุ่งไปตรงหน้าคนคนหนึ่งล้วนปล่อยหมัดอย่างว่องไวที่สุด

ไม่ถึงแปดวินาที ชายสูงใหญ่แปดคนต่างล้มอยู่ที่พื้นร้องคำรามขึ้นมากันหมด

ทั้งด้านในห้องส่วนตัว นอกจากหยางเฉินที่ยังยืนอยู่ เหลือเพียงชายกำยำที่ถือปืนไว้เท่านั้น

มือที่เขาจับปืนเอาไว้สั่นเทาไม่หยุด ร่างกายสั่นขึ้นมาแบบไม่มีทางควบคุมได้เช่นกัน

“ตึก! ตึก! ตึก!”

ฝีเท้าของหยางเฉินเหมือนกับการมาเยือนของยมทูต ชายกำยำยิ่งสั่นเทิ้มแทบไม่ไหว

“นาย นายอย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงจริงๆ ด้วย!”

ชายกำยำพูดจาเสียงสั่นเครือ

หยางเฉินหัวเราะแบบเหยียดหยาม จนกระทั่งเดินเข้าใกล้ชายกำยำแล้ว แต่ชายกำยำก็ไม่กล้าลั่นไกปืน

หยางเฉินยื่นมือจับบนปืนโคลท์คิงคอบร้าที่แม่นยำกระบอกนั้นไว้ ไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย ปืนก็มาอยู่ในมือของหยางเฉินเรียบร้อยแล้ว

“กึก!”

ในระหว่างชายกำยำตื่นตกใจ ปืนโคลท์คิงคอบร้าที่ทำจากเหล็กกล้านั้น โค้งบิดงอขึ้นมาแล้ว

หักเหล็กด้วยมือเปล่า

นี่เป็นกำลังของเขาทั่วไปจริงๆ เหรอ?

ขาทั้งสองของชายกำยำอ่อนยวบ ฟุบนั่งลงบนพื้น ในสายตาดูสติหลุดลอย

“บอกแล้วไงว่านี่คือเศษเหล็กอันหนึ่ง พวกนายก็ไม่ยอมเชื่อ!”

หยางเฉินถือโอกาสทิ้งโคลท์คิงคอบร้าที่บิดงอลงที่เท้าของชายกำยำ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังเว่ยเชินที่ตกใจอึ้งค้างไปตั้งนานแล้ว จากนั้นเหยียบเท้าลงบนหน้าของเขา “เถ้าแก่เว่ยตอนนี้ฉันออกไปได้หรือยัง?”

The king of War

The king of War

Status: Ongoing

ห้าปีก่อน หยางเฉินเพื่อให้ตัวเองคู่ควรกับฉินซี เขาจากไปโดยไม่ร่ำลา ห้าปีต่อมา เขาพกความสามารถอันน่าทึ่ง กลับมาอย่างรุ่งโรจน์ เพียงแต่ว่าพอมาถึง กลับพบว่าตนมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท