พันธกานต์ปราณอัคคี – ตอนที่ 521-1 การประลองอันถึงใจ

ตอนที่ 521-1 การประลองอันถึงใจ

ได้ยินเสียงผู้ชมโห่ร้องกันขึ้นมา และเสียงหัวเราะเยาะของนักพรตฉงกวน มั่วชิงเฉินก็พูดขึ้นอย่างสัตย์ซื่อว่า  สหายฉงกวน อันที่จริงข้าก็กล้าอยู่ 

นางไม่ใช่พวกชอบใช้พลังกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถึงจะได้ทำทีเป็นอ่อนแอให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะ แล้วจึงเล่นงานกลับจนคนอื่นเจ็บตัวสะบักสะบอมเป็นเสือเล่นไล่จับวัว

นางคิดมาตลอดว่า คนประเภทนี้จิตใจช่างวิปริต ถึงกับเยาะเย้ยถากถางผู้อื่นไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ เพื่อแสวงหาความสุขความสะใจแก่ตนในนาทีสุดท้าย

นี่เปรียบได้กับหญิงสาวที่หมายจะพิสูจน์ว่าสามีของตนจริงใจหรือไม่ จึงได้แสวงหาสุดยอดหญิงงามมายั่วยวน หาสามีท่ามกลางความเย้ายวนนั้นไม่ได้ ก็จะโศกเศร้าเสียใจ ตำหนิโทษว่าสามีไม่ดีต่อนาง

ความจริงแล้วถึงแม้อีกฝ่ายจะมีความผิด แต่ผู้กระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์หรือ

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า นางเองก็กำลังคันไม้คันมือมานานแล้ว แต่เพราะฟ้าดินไม่ให้โอกาสสักที

นักพรตฉงกวนไม่รู้ความคิดมั่วชิงเฉิน จึงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า  ในเมื่อเช่นนี้ สหายชิงเฉิงไยจึงปฏิเสธเล่า 

มีคนร้องเสริม  นั่นสิๆ 

ผู้คนจากพรรคเหยากวงต่างสีหน้าดูไม่จืด ได้แต่มองหน้ากันไปมา ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจพร้อมกัน คนผู้นี้คงไม่ได้คิดจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่หรอกกระมัง ไหนว่าผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนักนั้นระมัดระวังรอบคอบมิใช่หรือ ไยเขาจึงได้อาจหาญเช่นนี้

ความจริงนักพรตฉงกวนผู้นี้ สามารถฝึกบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับก่อแก่นปราณขั้นปลายได้ทั้งที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนัก ความสามารถย่อมอยู่เหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกัน ในเวลาปกติไม่ว่าจะทำอะไรก็นับว่าระมัดระวังรอบคอบ

เพียงแต่ผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนักจำนวนมากจะมีความรู้สึกคลางแคลงใจต่อผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักขึ้นชื่อ ผ่านฉลุยติดกันถึงสี่รอบ มั่วชิงเฉินถ้าไม่ใช่ผ่านเข้ารอบโดยไร้คู่แข่งก็ต้องพบกับคู่ประลองที่สละสิทธิ์ ผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนักเหล่านี้ต่างก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจแต่แรกแล้ว นักพรตฉงกวนผู้ซึ่งไร้สำนักออกร่อนเร่ฝึกฝนอย่างยากลำบากยิ่งรู้สึกไม่พอใจกว่า หนำซ้ำยังรู้สึกภาคภูมิในระดับการบำเพ็ญที่เหนือกว่าผู้อื่นของตนเอง สิ่งไหนที่จะทำให้มั่วชิงเฉินต้องเป็นที่อับอายต่อหน้าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายในใต้หล้าสักครั้ง อย่างแรกเพื่อทำลายหน้าตาของบรรดาสำนักพรรคขึ้นชื่อต่างๆ อย่างภาคภูมิ อย่างที่สองก็เพื่อสลายความอัดอั้นตันใจที่ได้เก็บสะสมมานานนับแรมปี

แต่ในสายตาของผู้คนจากเหยากวง กลับเห็นว่าคนผู้นี้อยู่ดีไม่ว่าดีรนหาที่เจ็บตัว

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะเป็นระดับก่อแก่นปราณขั้นปลาย แต่การกระทำของมั่วชิงเฉินในหลายปีมานี้ติดอยู่ในใจของบรรดาลูกศิษย์พรรคเหยากวงอย่างลึกซึ้ง ทันทีที่พวกเขานึกถึงมั่วชิงเฉิน ก็จะนึกถึงภาพพี่นางเอาก้อนอิฐไล่ตีผู้คนขึ้นมา สำหรับการจะเป็นผู้ถูกเล่นงานแทน ไม่มีอยู่ในความคิด

ซุนอาหนิวมองไปยังคนที่กำลังหัวเราะเซ่ออยู่บนเวที หลิวต้าฝานตบไหล่เขาเบาๆ  มัวเหม่ออะไรอยู่ 

ซุนอาหนิวยื่นมือออกไปปัดมือของหลิวต้าฝานออก แล้วพูดขึ้นอย่างสนุกสนานว่า  อย่าเกะกะ ไม่ได้เห็นอาจารย์อามั่วตีคนมานานแล้ว ข้าละตื่นเต้นเหลือเกิน 

พูดจบก็มองไปยังสายตาดูถูกของนักพรตฉงกวน ในใจรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก หัวร้อนผ่าวร้องขึ้นออกมาเสียงดังว่า  อาจารย์อามั่ว จัดการมัน! 

ลูกศิษย์เหยากวงสองสามคนที่เคยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมั่วชิงเฉิน ก็รู้สึกเลือดเดือดพล่านขึ้นมา แล้วร้องเสียงดังสําทับว่า  อาจารย์อามั่ว จัดการมัน! 

น่าขันสิ้นดี แค่พูดจาถากถางใครๆ ก็ทำได้ พวกเราชาวเหยากวงหากได้ลงมือจริงขึ้นมาก็ไม่แพ้ผู้ใด มากไปกว่านั้น ตอนที่อาจารย์อามั่วทำร้ายคน ไอ้เจ้าผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนักฉงกงฉงกวนอะไรนั่นยังไม่รู้ว่ามุดหัวอยู่ที่ไหนเลย

นักพรตฉงกวนได้ยินเสียงโห่ร้องเหล่านั้นก็ไม่ได้หวั่นไหว พูดขึ้นด้วยสีหน้าสงบนิ่งว่า  ที่นี่คือสนามประลอง สหายชิงเฉินในเมื่อยืนอยู่ที่นี่ กล้าจะสู้กันสักทีหรือไม่ แน่นอนหากสหายกลัวว่าคมดาบคมกระบี่ไร้เมตตา ผู้น้อยก็จะไม่ฝืนใจ 

ฮึ ที่แห่งนี้ไม่ใช่พรรคเหยากวงของพวกเจ้า นักพรตชิงเฉิงผู้นี้ คงถูกอาจารย์รักใคร่เอาใจจนเหลิงแล้วสินะ

นักพรตฉงกวนเหลือบมองเหอกวงเจินจวินที่กำลังอมยิ้มมุมปากนั่งสง่าประจำที่ของพรรคเหยากวงโดยไม่เป็นที่สังเกตปราดหนึ่ง แล้วแอบพูดกับตัวเอง

ในเวลาเดียวกันนี้ ผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคู่ที่เหลือต่างเริ่มต่อสู้ประลองในสนามของตัวเอง บรรดาผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำซึ่งไม่ค่อยจะมีความคิดมากนักถูกเรื่องนี้ดึงดูดความสนใจ สนามแห่งอื่นที่เหลือจึงดูเงียบหงอยลงไป มีเพียงลูกศิษย์ที่จิตใจแน่วแน่บางคนและนักพรตระดับก่อแก่นปราณ ที่ตัดสินใจเลือกเข้าดูสนามที่ตนคิดว่าคุ้มค่า โดยไม่ได้สนใจที่จะมองมาทางด้านนี้

มั่วชิงเฉินยิ้มน้อยๆ หนึ่งที  สหายฉงกวน ท่านไม่สู้ลองถามอั้นตู้เจินจวินดูสักหน่อย ขอเพียงเขาเห็นด้วย ข้าก็ยินดีจะปฏิบัติตาม 

อั้นตู้เจินจวินสนใจความเคลื่อนไหวนี้อยู่นานแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครให้ความสนใจ จึงรู้สึกยินดีขึ้นมา

นักพรตฉงกวนเดินสาวเท้าไปด้านหน้าอั้นตู้เจินจวิน คำนับแล้วพูดว่า  ท่านเจินจวิน อนุชนและนักพรตชิงเฉิงต้องการประลองกันสักครั้ง มิทราบว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ 

 เห็นด้วย  อั้นตู้เจินจวินพูดขึ้นอย่างไม่ลังเลแม้สักนิด

ผู้คนต่างตะลึง แล้วก็หันไปมองยังอั้นตู้เจินจวิน

อั้นตู้เจินจวินก้มหน้านิ่ง แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า อย่างไรเสียสายตาผู้คนที่มองมาก็ไม่ได้ปกป้องข้า พวกเจ้าอยากจะทำอะไรก็เชิญเถิด ในเมื่ออีกคนหนึ่งยินดีจะตีอีกคนหนึ่งยินดีจะถูกตี คนอื่นก็ไม่ต้องเข้าไปเป็นห่วง

คิดถึงตรงนี้ก็มองมั่วชิงเฉินและนักพรตฉงกวนอย่างใคร่ครวญปราดหนึ่งโดยไม่ให้เป็นที่สังเกต แล้วพูดกับตัวเองว่านักพรตฉงกวนผู้นี้เกรงว่าจะหาเรื่องใส่ตัวเข้าแล้ว นักพรตชิงเฉิงนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงระดับก่อแก่นปราณขั้นปลาย แต่เก็บซ่อนจิตได้ดี พื้นฐานมั่นคง รับมือไม่ง่ายอย่างแน่นอน เหอกวงเจินจวินช่างสั่งสอนลูกศิษย์ได้ออกมาดีจริงๆ

นักพรตฉงกวนไม่คิดว่าเรื่องราวจะง่ายดายถึงเพียงนี้ จึงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่าอั้นตู้เจินจวินเองก็มาจากสำนักขึ้นชื่อ เพื่อที่จะปกป้องอีกฝ่าย คงจะใช้กฎเกณฑ์มาขัดขวางเป็นแน่ จากนั้นเขาก็ใช้คำพูดโจมตีให้เขาตอบรับตาม ถึงตอนนั้นภาพลักษณ์เขาก็จะดูเหนือกว่ามาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้ ช่างง่ายดายเหลือเกิน จนเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก

อันที่จริงนักพรตฉงกวนไม่ได้เข้าใจผู้บำเพ็ญเพียรระดับก่อกำเนิดจากสำนักขึ้นชื่อเหล่านี้ การกระทำของพวกเขาบางครั้งหละหลวมเสียยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนักด้วยซ้ำ ไม่ใช่ปัญหาด้านกฎเกณฑ์ นอกนั้นล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 สหายฉงกวน เชิญเถิด  มั่วชิงเฉินพูดพลางเอาปลายเท้าจิกลงพื้น ไม่ได้ย่ำลงบนสมบัติวิเศษเหาะเหินหรือไหมเกล็ดน้ำแข็ง ก็ทะยานขึ้นไปอย่างพลิ้วไหว จนถึงหอสูงแล้วก็หมุนตัวหนึ่งที ร่อนลงมาอย่างสง่างาม อมยิ้มมองไปยังนักพรตฉงกวน

เสียงโห่ร้องของผู้คนเบาลงโดยไม่รู้ตัว

นักพรตฉงกวนที่ล้าหลังไปหนึ่งก้าวก็รีบอัญเชิญสมบัติวิเศษเหาะเหินออกมา วิ่งขึ้นไปบนหอสูง ในสายตาคนอื่นที่มองภาพลักษณ์ดูด้อยลงไปทันที

เพียงแต่ต้นกำเนิดของเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรไร้สำนัก จิตใจแข็งแกร่ง จึงไม่ถูกเรื่องภายนอกเช่นนี้รบกวนใจ ร่อนลงมายืนประจันหน้ากับมั่วชิงเฉิน กุมหมัดคำนับแล้วพูดว่า  สหายชิงเฉิง เชิญ 

 

พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี

Status: Ongoing

สาวชนบทชีวิตอาภัพคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีจอมยุทธ์ผู้หนึ่งมารับตัวนางกลับไปยังตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรของบิดา ตั้งแต่นั้นชีวิตของนางจึงพลิกผันไปโดยพลัน ถึงกระนั้นพรสวรรค์ของนางกลับมิได้ล้ำเลิศเฉกเช่นบิดา ยังดีที่มี ‘สุราทิพย์’ คอยช่วยเหลือ และนำพานางไปสู่เส้นทางที่คนธรรมดาได้แต่วาดฝันถึง ในเส้นทางสายนี้ยังมีเรื่องราวอีกไม่น้อยที่นางนั้นคาดไม่ถึง ทั้งออกผจญภัยปราบปีศาจสยบอสูร ปลูกสมุนไพรหลอมโอสถ โดนข่มเหงกีดกันเพราะความอ่อนด้อยจนไม่ต่างกับเป็นคนรับใช้ผู้หนึ่ง และไม่ทันได้เตรียมใจว่าจะพานพบกับรสรักที่ล้ำลึกเสียจนมิอาจถอน แรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานผูกนางกับเขาอย่างไร้หนทางแยกจากกันได้… หนทางแห่งการบำเพ็ญเพียร ช่างเปลี่ยนไปมาจนมิอาจคาดเดาได้ เขาจะเป็นคนรับใช้ที่โดดเด่นในโลก (อดีต) แห่งนี้ให้ดู!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads แทงบอลออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน