** 21/02/23 บางเรื่องตอนจะสลับกันมั่ว รอการแก้ไขนะคะ **

บัลลังก์หมอยาเซียน – ตอนที่ 9

ตอนที่ 9

หยวนชิงหลิงที่ปรับตัวเข้ากับความมืดอยู่ จู่ ๆ ก็ถูกแสงไฟส่องจ้าเข้ามาแยงนัยน์ตาแบบกะทันหันไม่ทันตั้งตัว นางรีบยกมือขึ้นมาบังแสงนั้นทันที จากนั้นก็ได้ยินเสียงคุกเข่าคำนับดังตึง แม่นมฉีคุกเข่าลงกับพื้น “พระชายา ข้าน้อยช่างโง่เขลา ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เอาแต่โทษท่านแบบผิดๆ ท่านได้โปรดช่วยหกเกอเอ๋อด้วยเถิดเพคะ”

“พยุงข้าลุกขึ้นหน่อย!” หยวนชิงหลิงค่อยๆ ลดมือวางลงช้าๆ พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

แม่นมฉีรีบวางตะเกียงลง แล้วเข้าไปช่วยพยุงหยวนชิงหลิง เห็นว่าที่แผ่นหลังของนางชุ่มโชกไปด้วยเลือด นางรู้ว่าหยวนชิงหลิงได้รับบาดเจ็บหนักจากทัณฑ์โบยด้วยไม้ จึงเกิดความลังเลขึ้นมาครู่หนึ่ง ลึกๆในใจ นางยังคงรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงคนนี้อยู่ แต่ว่า ถ้าสิ่งที่หกเกอเอ๋อพูดมาเป็นเรื่องจริงล่ะ?

“พระชายา ท่านยืนไหวหรือไม่เพคะ?”

“ไปเอากล่องยาของข้ามา!” หยวนชิงหลิงรู้ว่าแม่นมฉีเกลียดนางมากแค่ไหน แต่กลับยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอให้นางช่วย นั่นเป็นไปได้ว่า ตอนนี้หกเกอเอ๋ออยู่ในสภาพที่เลวร้ายแล้วแน่ ๆ ดังนั้น นางจึงไม่สนแล้วว่าจะมีใครเห็นกล่องยาของนางเข้า

“เพคะ! เพคะ!” แม่นมฉีรีบเดินไปหยิบกล่องยา แล้วค่อยกลับมาช่วยพยุงนางลุกขึ้น

หยวนชิงหลิงก้าวขาเดินออกไปได้ก้าวเดียว ก็รู้สึกเจ็บร้าวที่สะโพกหลังกับขาอย่างหนัก เพิ่งจะเดินออกประตูไปได้ ทั้งเนื้อทั้งตัวก็อาบชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว นางเจ็บจนฟันกระทบกันไม่หยุด

“ พระชายา……”

“อย่ามัวเสียเวลาพูดมาก ไป!” หยวนชิงหลิงเอ่ยสั่ง ฝืนกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด

เดิมทีนางคิดช่วยคนโดยบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้ การช่วยหกเกอเอ๋อให้รอดชีวิต กลับถือเป็นอีกหนึ่งหนทางที่นางคิดในใจ หนทางที่ว่านั้นก็คือ การเรียกคืนความรักใคร่เชื่อถือจากผู้คน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ตัวนางสามารถมีชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปได้

“ คนไม่ตายแล้ว!”

ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูดขึ้น

หยวนชิงหลิงหันขวับไปมองแม่นมฉีโดยไม่รู้ตัว แม่นมฉีมือหนึ่งถือตะเกียง มือหนึ่งก็คอยพยุงนางไว้ ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เมื่อเห็นหยวนชิงหลิงหันมามองนาง ก็ขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น เอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็วว่า ” พระชายา หรือว่าท่านจะเจ็บมากจนเดินไม่ไหวเพคะ?”

เสียงไม่เหมือนกัน

เสียงของแม่นมฉีนั้น ฟังแล้วจะรู้ได้ว่าเป็นเสียงคนมีอายุ แต่เสียงที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่นั้น ฟังแล้วเหมือนเสียงคนที่ยังไม่โตเท่าไหร่ มันเหมือนเสียงของเด็กมากกว่า

หยวนชิงหลิงส่ายหน้าช้าๆ พลันได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วมาเข้าหูอีก ครั้งนี้นางฟังไม่ออกว่ามันคือเสียงอะไร เพียงแต่พอจะแยกแยะทิศทางของเสียงที่แว่วมาได้ว่า เป็นเสียงที่มาจากฝั่งต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ในสวน

มีนกสองตัว พากันกระพือปีกทะยานจากต้นไม้นั้น กางปีกเหินบินสูงขึ้นไป

เป็นเสียงของนกหรือ? เอ๋ นางสับสนงุนงงไปครู่หนึ่ง ตอนแรกยังเข้าใจว่าเป็นเสียงคนพูด

เมื่อมาถึงลานอ่าย หยวนชิงหลิงก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงที่ฝืนเค้นออกมาจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ ขาทั้งสองข้างของนางสั่นระริก แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่ยังอาจนั่งลงพักผ่อนได้

“พวกเจ้าออกไปก่อน!” หยวนชิงหลิงเอ่ยสั่งแม่นมฉีกับลู่หยา

แม่นมฉีลังเลขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่นางมีต่อหยวนชิงหลิง ยังไม่อาจพูดได้ว่าเชื่อจนเต็มปาก

“ ให้ข้าน้อยอยู่ช่วยในนี้เถอะเพคะ”

หยวนชิงหลิงก้มหน้าลงต่ำ “หรือไม่ เจ้าก็มารักษาเอง?”

แม่นมฉีเห็นว่าหกเกอเอ๋อไข้ขึ้นสูงจนไม่รู้ตัวไปแล้ว รู้สึกว่านี่คงเป็นเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ จึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้น ข้าน้อยกับลู่หยาจะไปรออยู่ข้างนอก หากพระชายาต้องการอะไร โปรดสั่งมาได้ทันทีนะเพคะ”

แต่ในใจกลับคิดว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับหกเกอเอ๋อจริงๆ นางจะขอสู้แบบยอมแลกด้วยชีวิตเลยทีเดียว

ลู่หยายังคิดอยากจะพูดอะไรต่อ แต่แม่นมฉีก็ดึงตัวนางออกไปข้างนอกเสียก่อน

หยวนชิงหลิงสั่งออกไปว่า “ปิดประตูให้ดี อย่าแอบดูล่ะ ไม่อย่างนั้นหากเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่รับผิดชอบทั้งนั้น”

“ ไม่กล้าแอบดูแน่นอนเพคะ” แม่นมฉีรับคำพลางปิดประตู

หยวนชิงหลิงถอนหายใจเฮือก ค่อยๆเลื่อนกล่องยาเข้าไป

นางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของหกเกอเอ๋อเพื่อวัดอุณหภูมิ ระดับอุณหภูมิที่มือรู้สึกได้อยู่ที่อย่างน้อยราวๆสี่สิบองศา

หยวนชิงหลิงให้ยาลดไข้เขาก่อนเม็ดหนึ่ง แล้วค่อยฉีดยาให้เขาอีกเข็ม

เมื่อคลายผ้าที่ใช้พันแผลออก ก็พบว่าแผลเปลี่ยนเป็นสีแดงและบวมขึ้นแล้ว มีอะไรบางอย่างที่เหนียวเหนอะหนะอยู่ด้านบน ลักษณะคล้ายเป็นผงยา นางขูดออกแล้วลองขยี้ดู จึงพบว่าเป็นผงซานชี

แผลอักเสบจนเกิดหนอง ยังจะใช้ผงซานชีทาภายนอกอีก จะไม่ให้แผลอักเสบเพิ่มจนติดเชื้อได้อย่างไรล่ะ?

หยวนชิงหลิงอดโกรธขึ้นมาไม่ได้ หมอไร้ฝีมือนี่มันทำร้ายคนได้จริงๆ

นางทำความสะอาดแผลให้หกเกอเอ๋ออีกครั้ง ขูดผงซานชีที่ตอนนี้ ได้ละลายจนผสมปนเปไปกับน้ำเลือดน้ำหนองออกจนหมด แล้วปิดทับด้วยผ้าพันแผล

บัลลังก์หมอยาเซียน

บัลลังก์หมอยาเซียน

Status: Ongoing

ด็อกเตอร์แพทย์หญิงอัจฉริยะข้ามภพกลายเป็นพระชายาของอ๋องฉู่ เพิ่งมาถึงก็เจอผู้ที่บาดเจ็บสาหัส นางยึดถือจรรยาแพทย์ไปทำการช่วยเหลือ กลับเกือบถูกคนให้ร้ายไท่ซ่างหวง(เสด็จพ่อของฮ่องเต้)ป่วยวิกฤต นางไม่มีวิธีรักษา ถูกอ๋องอำมหิตผู้น่าเกลียดเข้าใจผิดตำหนิเอา หรือว่าเป็นคนดีมันยากนัก? ชายผู้นี้เอาแต่ใส่ร้ายป้ายสีนางไม่ว่า ที่อดไม่ได้คือเขายังกล้าแต่งชายารองทำให้นางสะอิดสะเอียนอีกอ๋องอำมหิตพูดอย่างเย็นชาว่า: “เจ้ามีดีอะไรให้ข้าแค้นเจ้า ข้าเพียงแค่เกลียดเจ้า? แค่เห็นเจ้าแวบแรกก็รู้สึกขยะแขยง”หยวนชิงหลิงใบหน้ายิ้มรับพร้อมกล่าวว่า: “ไฉนข้าไม่รังเกียจท่านอ๋องเพคะ? เพียงแค่ทุกคนล้วนเป็นสุภาพชน ไม่อยากไม่ไว้หน้าก็เท่านั้น”อ๋องอำมหิตพูดเย้ยหยันว่า: “เจ้าอย่านึกว่าตั้งท้องลูกของข้าแล้วข้าจะนับว่าเจ้าเป็นพระชายา ดื่มยาถ้วยนี้ ข้ากับเจ้าขาดกัน อย่ามาขัดขวางการแต่งงานของข้ากับคุณหนูสองตระกูลฉู่” หยวนชิงหลิงยิ่มแฉ่งพร้อมกล่าวต่อว่า: “ท่านอ๋อง นี่ชอบพูดเล่นเสียจริงเพคะ ท่านอยากแต่งก็แต่งเลยเพคะ ข้ามีลูกให้ดูแล ค่อยแต่งงานใหม่ ไม่มีใครเป็นก้างขวางคอใคร ถึงเวลานั้นมีการจัดเหล้าครบเดือน ขอเชิญท่านอ๋องมาร่วมงานด้วยเพคะ”

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท