** 21/02/23 บางเรื่องตอนจะสลับกันมั่ว รอการแก้ไขนะคะ **

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 68

ตอนที่ 68

บทที่ 68 พลิกผลัน

ณ โรงพยาบาล

มู่วี่สิงถูกเข็นส่งเข้าห้องฉุกเฉินไป ส่วนเวินจิ้งนั่งรออยู่ด้านนอก ไม่นานอั้ยเถียนก็มาถึง

“จิ้งจิ้ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“เวินจิ้งเงยหน้าขึ้น ด้วยหยาดรอยน้ำตาที่ยังไม่แห้ง เธอรัดกอดอั้ยเถียนไว้ “ฉือซินจับกุมตัวฉันไว้ ต่อมามู่วี่สิงก็มา มาบังรับมีดแทน….”

“ฉือซิน? แม่ของฉืออี้เหิง? ใยผู้หญิงนั่นมันบ้าเกินไปแล้ว!” อั้ยเถียนลุกเป็นไฟ

“ครอบครัวตระกูลฉือแต่ละคนช่างพาปวดหัวคนแล้วคนเล่า จิ้งจิ้ง โชคดีที่แกไม่เป็นไร” อั้ยเถียนปลอบประโลมเธอเห็นเธอปลอดภัยก็โล่งอก

“แต่ว่า หมอมู่เขา…..” เวินจิ้งจ้องมองห้องฉุกเฉิน เธอเป็นห่วงเป็นใยมือของเขา มือเขานั้นเป็นมือที่ต้องจับใบมีดในการผ่าตัด จะเป็นอะไรไม่ได้เด็ดขาด

“เขาจะไม่เป็นอะไรนะ จิ้งจิ้ง เรื่องนี้แกต้องเอาให้ถึงที่สุดเลยนะ ครอบครัวฉือมันจะมากเกินไปแล้ว!” อั้ยเถียนเอ่ยอย่างโกรธเคือง

เวินจิ้งพยักหน้ารับ แต่ตอนนี้ห้วนความคิดเขานั้นล้วนอยู่ที่มู่วี่สิง สำหรับฉือซิน ผู้หญิงรายนั้นก็มอบให้เป็นหน้าทางตำรตรวจจัดการเอง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา มู่วี่สิงก็พันผ้าพันแผลไว้ออกมา โชคดีที่แผลไม่ได้ลึกมาก จึงไม่สาหัสถึงเส้นเอ็น อย่างไรก็ตามช่วงหนึ่งเดือนนี้มือของมู่วี่สิงจะขยับเขยือนไม่ได้มาก

เวินจิ้งหน้าขาวเผือก กุมมือมู่วี่สิงไว้ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลบ่าราวน้ำป่าเต็มแผนหลัง

“โชคดี…ที่ไม่เป็นไร” เธอเอ่ยแผ่วอย่างนอบน้อม

มู่วี่สิงนั้นสีหน้าปกติทั่วไป แต่พอเห็นท่าทางเวินจิ้งเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เลยโผล่กอดเธออย่างแนบแน่นในอ้อมกอด

“หยุดร้องได้แล้ว ร้องทีไรผมก็อยากจูบคุณ” แววตามู่วี่สิงวิบวับ ๆ ทอประกาย

เวินจิ้งตะลึงตะลาน ไอ้ผู้ชายคนนี้นี่!

เวลานี้แล้วยังจะมาแซวเธออีก

“ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลมั้ยคะ? เดี๋ยวฉันไปรับยาของคุณก่อน” เวินจิ้งรับใบมา

“คุณมู่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลค่ะ แต่ว่าต้องมาล้างแผลทุกวันนะคะ อย่างต่อเนื่องหนึ่งอาทิตย์ค่ะ” คุณหมอเอ่ยกล่าว

เวินจิ้งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ จดจำมันไว้

ฉือซินถูกจับตัวไว้ชั่วคราว เวินจิ้งจำต้องไปให้ปากคำในโรงพัก

“ผมไปกับคุณ” มู่วี่สิงเอ่ยเสียงเรียบ

“คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ หมอบอกว่าคุณต้องพักผ่อนเยอะ ๆ คุณก็อย่าไปไหนอีกเลยค่ะ” เวินจิ้งดันเขาขึ้นรถ “อีกอย่างอั้ยเหิงจะไปเป็นเพื่อนฉันเองค่ะ”

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว จำต้องรับปาก

เมื่อเวินจิงและอั้ยเถียนมาถึงโรงพัก และฉืออี้เหิงก็มาด้วยเหมือนกัน

“สามารถประกันตัวคุณแม่ผมออกมาก่อนได้มั้ยครับ?” ฉืออี้เหิงเอ่ยถาม

“พินิจพิเคราะห์ถึงสภาพจิตใจที่ผิดปกติของผู้ต้องสงสัย ตอนนี้ยังประกันตัวไม่ได้ครับ”

ฉืออี้เหิงใบหน้าสลดเย็น รอให้เวินจิ้งให้ปากคำเสร็จ แล้วเดินมาหาเธอ

“เสี่ยวจิ้ง เห็นแก่ในส่วนที่แม่ผมเคยดูแลดีต่อคุณ อย่าเอาความแม่เลยนะครับ” น้ำเสียงฉืออี้เหิงแอบแฝงความเหนื่อยหน่าย

เดิมทีเขาก็มีเรื่องยุ่งมากอยู่แล้ว ซ้ำตอนนี้ฉือซินยังมาสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเขาอีก

“ตอนนี้ชีวิตของฉันถูกคุณน้าคุกคามอยู่นะ” เวินจิ้นเอ่ยอย่างเสียงเรียบเฉยเมย

“คุณแม่ไม่ทันคิดหน่า จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแน่นอน” ฉืออี้เหิงเอ่ยด้วยแววอ้อนวอนขอร้อง

“เรื่องนี้ ฉันคงต้องพิจารณาก่อนค่ะ”

เธออยากเอ่ยถามความคิดเห็นของมู่วี่สิงก่อน

“ถ้าคุณยกเลิกฟ้องได้ ผมเต็มใจชดเชยให้คุณนะครับ”

เวินจิ้งยิ้มอย่างเฉยเมย “มีเรื่องมากมาย ที่สามารถใช้เงินแก้ไขได้ค่ะ”

ฉืออี้เหิงในตอนนี้ไม่ขาดแคลนทรัพย์สินเงินทอง ที่ขาดแคลนคือมโนธรรม

มองดูเวินจิ้งจากไปไกล ฉืออี้เหิงกุมมืออย่างแนบแน่นจนเล็บจะเข้าเนื้อ ความเกลียดชังในแววตาค่อย ๆ ผุดพราย

“จิ้งจิ้ง ไอ้ผู้ชายเลวนั่นไม่ได้ทำอะไรแกใช่มั้ย?” เห็นทั้งสองพูดสนทนากัน อั้ยเถียนเป็นห่วงจึงรั้งเวินจิ้งไว้

เวินจิ้งส่ายหน้าไปมา “ที่นี่มันโรงพักนะ เขาจะไปทำอะไรได้?”

“งั้นก็ดี แกอยากไปเชื่อฟังที่เขาพูดหละ ถ้าจะเชื่อฟังก็ต้องเชื่อฟังหมอมู่นะ”

เวินจิ้งยิ้มแย้มขำ แล้วเดินออกจากสถานีตำรวจ มีรถยนต์คันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ และฉินเฟยก็เดินลงมา

นี่มันคนแล้วคนเล่าไม่จบไม่สิ้นจริง ๆ เลยนะ

ใบหน้าเวินจิ้งเผยไม่สบอารมณ์

“เวินจิ้ง” ฉินเฟยเอ่ยเรียกให้เธอชะงักหยุด

“มีเรื่องอะไรเหรอค่ะ?” สีหน้าเวินจิ้งเยือกเย็น

“เธอกำลังแก้แค้ฉันอยู่ใช่มั้ย?” ฉินเฟยเดินไปยังเบื้องหน้าเธอ

“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่”

“เธอแก้แค้นที่ตอนนั้นฉันแย่งอาเหิงมา เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอเลยจะอ่อยเขา ทำลายบริษัทฉินซื่อกรุ๊ป แต่อาเหิงไม่สนใจเธอ เธอเลยลงมือกับคุณน้าแทนไง….”

“หัวสมองของคุณเนี่ย ถ้าไม่ไปเป็นนักเขียนบทจะเสียดายป่าวเอานะไ” เวินจิ้งเอ่ยปิดปากเธออย่างเยือกเย็น

ผู้หญิงคนนี้ช่างยิ่งอยู่ยิ่งพลิกผลันหน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ

“ฉันพูดผิดไปเหรอ? เวินจิ้ง เธอมันต่ำต้อย ทั้ง ๆ ที่แต่งงานกับมู่วี่สิงไปแล้ว ยังจะมาก่อกวนคู่หมั้นฉันอีก” ฉินเฟยเอ่ยอย่างโมโหต่อว่า

“ฉินเฟย ระวังคำพูดของเธอด้วยนะ ฝากดูแลคู่หมั้นเธอให้ดีด้วย ถ้ายังมารังควานฉันอีกละก็ ฉันจะแจ้งความจัดการแทน”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เวินจิ้ง ถ้าไม่มีเธอมาแทรก ฉันกับอาเหิงก็ได้แต่งงานกันไปนานแล้ว….”

มื่อเห็นฉืออี้เหิงกำลังจะออกมานั้น ฉินเฟยจึงคว้าจับเวินจิ้งไว้ทันที เวินจิ้งขมวดคิ้วอย่างไม่สบ แล้วจะผลัดไสเธอออกห่าง

พอครุ่นคิดได้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ เลยไม่ได้ใช้แรงผลักดัน

แต่ฉินเฟยกลับถอยหลังล้มลงยังพื้น ฉืออี้เหิงรีบมาพยุงเธอขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เวินจิ้ง คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!” ฉืออี้เหิงตะคอกใส่

เวินจิ้งขมวดคิ้วมุ่น ผู้หญิงคนนี้จงใจใส่ร้ายเธอชัด ๆ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!” เวินจิ้งเอ่ยอธิบาย แล้วเบือนหน้าหันเดินจากไป

สองคนนี้ช่างน่ารังเกียจไม่อยากมองด้วยซ้ำ

ฉินเฟยโอบกอดฉือเหิงไว้ น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย “อาเหิง คุณดูเวินจิ้งสิคะ ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้คะ…..

“เด็กดี ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมจะไม่ยอมให้เธอมาทำร้ายคุณอีกนะครับ”

พอเข้าไปนั่งในรถ เวินจิ้งอดไม่ได้จะเหลือบตามองบนแป๊บ มองดูฉืออี้เหิงอุ้มฉินเฟยอย่างถนุถนอมรักใคร่ เมื่อก่อนยามที่เธออกหักนั้น สิ่งที่เธออยากมากที่สุดคือรั้งเขาไว้ไม่ให้ไปจาก แต่พอมาวันนี้กลับดีใจเต็มเปี่ยมที่เขาทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครั้ง ที่ทำให้เธอกระชากหน้ากากได้เห็นเนื้อในเขา

กลับมายังบ้าน พอเวินจิ้งลงจากรถปุ๊บก็เห็นมู่วี่สิงยืนอยู่ด้านนอก

“ทำไมคุณไม่เข้าไปพักหละค่ะ!” เวินจิ้งกรุ่นโกรธเล็กน้อย

“ก็รอคุณกลับมาไง” มู่วี่สิงลูบหัวเธออย่างเอ็นดู จูงมือเธอเข้าบ้านไป

เวินจิ้งสั่นระริกรัว ๆ มองดูมือทั้งสองที่จับกุมกัน ความกรุ่นโกรธอารมณ์ไม่ดีก็เลื่อนลายไปหมด ดวงใจน้อย ๆ หวานละมุนเข้าแทนที่

มู่วี่สิงพักผ่อนอยู่ที่ห้องนอน เวินจิ้งไม่วางใจนัก เลยอยู่ดูแลเทคแคร์เขาอยู่ตลอดเวลา

มู่วี่สิงได้จัดการหาทนายความให้เวินจิ้งแล้ว จะมาในช่วงค่ำเย็นหน่อย เอ่ยถามว่าเวินจิ้งจะเอาความฟ้องฉือซินหรือไม่

เธอมองมู่วี่สิงเอ่ย “คุณมู่คะ คุณว่าไงค่ะ?”

มู่วี่สิงนั่งอยู่บนโซฟา สวมใส่ชุดนอนสีฟ้าเรียบง่ายไว้ บรรยากาศเปี่ยมล้นไปด้วยออร่าเขา แต่พอได้หรรี่ตาเท่านั้น กลับเผยกลิ่นอายที่อบอวลไปด้วยความอันตราย

“แล้วคู่กรณีว่าไงครับ?” เขาเอ่ยถามผู้เป็นทนาย

“ทางครอบครัวฉือยื่นว่าจะชดเชยค่าทำขวัญให้กับคุณเวิน ด้วยเงินมูลค่าหนึ่งล้านครับ”

“ถ้าหากคุณไม่อยากขึ้นศาล เราก็จัดการลงไม้อย่างอ่อนเบาหน่อย” มู่วี่สิงมองเวินจิ้ง

แต่น้ำเสียงของมู่วี่สิงนั้น เวินจิ้งรู้สึกราวไม่ค่อยอ่อนเบาเลยสักนิด

อันที่จริงที่ก็ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปกันใหญ่หรอก แค่อยากจัดการให้มันง่ายเพื่อทุกฝ่าย

แต่ก็ยังเกรงกังวลว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“งั้นก็อ่อนเบาหน่อยละกันค่ะ” ครู่ใหญ่กว่าเวินจิ้งจะเอ่ยตอบ

“ค่าทำขวัญหนึ่งล้านบาท และครอบครัวฉือต้องแถลงทำการขอโทษอย่างเปิดเผย” มู่วี่สิงเอ่ยสั่ง

“ฉืออี้เหิงรายนั้นเป็นคนชอบเอาหน้าได้น่ารักในเกียรติตน คาดว่าจะให้เขาขอโทษนั้นเป็นเรื่องยากมากค่ะ” เวินจิ้งปริปากบอก

“ดูเหมือนว่าคุณผู้หญิงมู่จะรู้จักเขาดีเลยนะ” มู่วี่สิงเอ่ยอย่างเย็นชา

เวินจิ้งหลุดขบขำขึ้นมา จึงรีบเอ่ยแกตัว “ไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ได้รู้จักเขาดีหรอก รู้จักดีแค่คุณหมอมู่คนเดียวค่ะ!”

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท